ซือคงเก็บวิชาย้อนดูภาพแห่งกาลเวลากลับมาจากนั้นยื่นมือออกไปคล้ายกับการคว้าเมฆกำลม ซากหมีอสูรก็ถูกเพลิงผลาญเผาไหม้สลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงมือกลับประกบมือทำท่าดัชนีไว้กลางอกทันใดนั้นพลันเกิดลมหมุนพัดม้วนเข้าบดบังร่างของซือคงจนมิด เมื่อลมสงบรูปลักษณ์ของซือคงก็เปลี่ยนไปกลายเป็บุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำ
เขาพลิกฝ่ามือขึ้น กระบี่เล่มหนึ่งก็ปรากฏ
จิตสังหารเย็นเยียบแผ่พุ่ง พร้อมส่งหนึ่งกระบี่ขึ้นสู่ชั้นเมฆแสงสีขาวสว่างวาบพุ่งจากพื้นขึ้นสู่ฟ้า ทักทายผู้มาเยือน!
ปีศาจงูยังคงยืนมองสถานการณ์กว้างๆ อยู่บนชั้นเมฆ
ทันใดนั้นเส้นเอ็นหัวใจพลันหดเกร็ง ปราณกระบี่เย็นเยียบพุ่งเข้ามายังหว่างคิ้วราวกับสายฟ้าฟาดเขาจำต้องเรียกสมบัติอาคมปกป้องกายออกมาพร้อมกันถึงสามชิ้น ปราณกระบี่ปะทะโล่อาคมทะลวงเกราะะเิทำลายอาวุธปกป้องกายสองชิ้นแรกราวกับผ่าลำไผ่ ก่อนจะถูกหยุดยั้งไว้ได้ด้วยโล่อาคมชิ้นที่สาม
ปีศาจงูเขียวใช้แรงสะท้อนถอยร่นออกไปหลายสิบจั้งอยู่ๆ ก็สูญเสียอาวุธวิเศษไปถึงสองชิ้น ในใจเดือนดาลเทียมฟ้า คำรามถามเสียงดังก้อง“ใครกล้าลอบโจมตีข้า เผยตัวออกมา!”
“ข้า!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น
บุรุษชุดดำพลันโผล่ขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศมือถือกระบี่แผ่ไอเย็นออกมาราวกับลมหายใจเหมันต์หมื่นปี
ปีศาจงูเขียวหรี่ตา มันไม่สามารถมองทะลุขั้นบำเพ็ญของคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อยคนผู้นี้โผล่มาจากนรกขุมใดกันแน่ บุคคนที่ปีศาจระดับสูงเทียบคอขวดจินตันขั้นสูงสุดอย่างมันยังมองไม่ทะลุย่อมไม่อาจดูเบา“เ้าเป็ใคร”
บุรุษชุดดำยกกระบี่ขึ้นในแนวขวางใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางลากใบกระบี่คมวาวช้าๆ เอ่ยเนิบนาบ “เ้าส่งสวะสองร้อยตัวมาบุกรุกถ้ำเซียนของข้าหากไม่้าถามกระบี่แล้วยังหมายความอย่างไรได้อีก”
ปีศาจงูสะท้านวูบแบ่งสมาธิไปตรวจสอบกองทัพของตน ในใจพลันหนาวเหน็บ ปีศาจขั้นจู้จี้หนิงหม่ายจำนวนสองร้อยตนกลับถูกมือกระบี่ผู้หนึ่งฟันร่วงในกระบี่เดียวราวกับใบไม้ร่วง
ที่แห่งนี้ไม่ควรมีผู้ฝึกกระบี่จึงจะถูก!
ความคิดปีศาจงูเคลื่อนไหวไม่หยุด หากก่อนหน้านี้เขายังมีความคิดที่จะลองสู้ดูสักครั้งแต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามคือมือกระบี่ฝีมือร้ายกาจอยู่ถึงสองคน โอกาสชนะย่อมไม่มีเลือกประณีประนอมแล้วถอยกลับยามที่ยังมีโอกาสค่อยหาวิธีสืบข่าวใหม่แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก แสงสะท้อนจากคมกระบี่เปล่งวาบ
เมื่อปลายนิ้วของซือคงเคลื่อนไปถึงปลายกระบี่กระบี่พลันสั่นพ้องดังกังวาน ดวงตาเรียวที่ทั้งดูเ็าไร้ความรู้สึกเหลือบมองการมองนี้ประหนึ่งการออกกระบี่ครั้งแรกพุ่งเข้าสู่เส้นชีพจรของปีศาจงูเขียวทะลุทะลวงจนร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มมันต้องเรียกพลังทั้งหมดขึ้นมาต่อต้านหาไม่แล้วคงไม่ต่างจากการถูกข้าศึกบุกยึดเมือง ไร้เรี่ยวรองให้ป้องกันตัวเองอย่างแน่นอน
ปีศาจงูเขียวกระอักโลหิตออกมาไม่หยุดร่างทรุดคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ลนลานรีบโขกหัวร้องขอชีวิต “ท่านผู้าุโโปรดอภัยข้าไม่รู้ว่าูเาลูกนี้คือเขตแดนของท่าน ข้าจะเรียกบริวารกลับมาเดี๋ยวนี้”
“สายไปแล้ว!”
เสียงกระบี่ดังกรีดขึ้นมาคราหนึ่งพร้อมกับแสงสีขาวพุ่งวาบปีศาจงูเผยดวงตาอาฆาตโคจรพลังหวังเรียกสมบัติอาคมปกป้องกายออกมาพร้อมร่ายวิชาอภินิหารก้นกรุหวังเอาชีวิตรอด ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็แข็งค้างดวงตาสีเขียวมีขีดกลางเบิกกว้างเมื่อพบว่าไม่อาจเรียกใช้ปราณิญญาได้แม้แต่น้อย
ที่แท้การโจมตีทางจิติญญานั้นก็คือการส่งตราผนึกเข้าสู้เส้นชีพจรในร่างกายของมันผนึกลมปราณฟ้าดินในร่างไว้จนสิ้นตอนนี้มันไม่ต่างจากงูแห้งบนเขียงรอรับหนึ่งกระบี่สังหารอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง
ร่างของปีศาจงูเขียวถูกผ่าออกเป็สองท่อนอย่างง่ายดายแก่นทองคำลอยอยู่กลางอากาศ แม้แต่โอกาสคิดหาทางรอดยังไม่มี
ซือคงกวักมือเบาๆแก่นทองคำก็ลอยมาอยู่ในมือ “เน่ยตันธาตุน้ำ เสียดายคุณสมบัติไม่ดีเท่าไรแต่่นี้ค่อนข้างยากจน ยุงถึงจะเล็กแค่ไหนก็ยังเป็เนื้ออยู่ดีเก็บไว้ให้เสี่ยวหลงเอาไว้ฝึกฝีมือก็แล้วกัน”
โบกมือคราหนึ่งทั้งเม็ดทองคำและซากร่างปีศาจงูก็หายวับเข้ามาภายในของวิเศษเก็บสมบัติร่างของซือคงแปรเป็แสงสีดำพุ่งมายังยอดเขาเหอซาน ซากศพปีศาจระดับจู้จี้ตายเกลื่อนกลาดทิ้งกลิ่นไอปีศาจไว้ทั่ว
หน้ากระท่อมเก่าซอมซ่อบุรุษชุดสีครามกอดกระบี่เฝ้าประตูราวกับเทพทวารบาล
ซือคงบอกสิ่งที่ตนตรวจพบออกไปทันที “มีปีศาจใหญ่พร้อมกองทัพราวหนึ่งพันมาพักเท้าที่นี่สี่ตนแยกย้ายไปแล้วเหลือปีศาจงูเขียวไว้ก่อความวุ่นวายตัวหนึ่งเห็นที่ที่แห่งนี้คงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว”
“เดิมทีโลกสามัญก็ไม่ใช่ที่สำหรับเ้าอยู่แล้วรีบเลื่อนเข้าสู่หยวนอิง สร้างทารถิญญา ถึงตอนนั้นเ้าอาจมองเห็นหนทางที่จะช่วยเหลือภรรยาปิดกั้นโอกาสเสียเวลาอยู่ที่นี่รอวันใดภรรยาเ้าหมดอายุไขก็จะตายไปพร้อมกับนางหรือไร”
ซือคงหลุบตาลง “ไม่ต้องพูดแล้วการสร้างหยวนอิงไม่ใช่คิดอยากได้ก็ได้ไม่ใช่การซื้อผักในตลาดเสียหน่อย หลันเอ๋ออ่อนแอ้าคนดูแลเสี่ยวหลงก็... สุดท้ายก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางของการฝึกตน ข้ามีครอบครัวให้ต้องดูแลหยวนอิงไม่หยวนอิงจะสำคัญไปกว่าพวกนางแม่ลูกได้อย่างไร”
บุรุษชุดครามถอนใจยาว ก่อนโยนแผ่นป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งให้ซือคง“ป้ายคำสั่งสำนักกระบี่ไป๋หรงเก็บไว้ให้เสี่ยวหลงเ้าคงไม่ปกป้องเขาไว้ใต้ปีกไม่ยอมให้ออกมาพบเจอโลกกระมัง โลกใบนี้กว้างใหญ่ภัยแฝงมีมากมาย เื่ของการบำเพ็ญเป็เื่ส่วนบุคคล เ้าไม่อาจฝึกตนแทนเขาได้นับประสาอะไรกับที่แม้แต่ตัวเ้าเองยังไม่มีเวลา วันใดที่เสี่ยวหลงออกท่องยุทธภพพบเจอกับอันตรายที่ไม่อาจข้ามผ่าน้าความช่วยเหลือสามารถใช้ป้ายนี้ขอความช่วยเหลือจากศิษย์ หรือผู้าุโในสำนักกระบี่ไป๋หรงได้”
ซือคงมองป้ายคำสั่งในมือริมฝีปากคลี่ยิ้ม “เ้าไม่รอเสี่ยวหลงออกมาค่อยมอบให้ด้วยตัวเอง จะไม่ดีกว่าหรือ”
บุรุษชุดครามโบกมือก้าวเดินออกมาจากรัศมีที่พลังปราณเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากภายในถ้ำ “ข้าจะไปแล้วฝากบอกเสี่ยวหลงด้วย ท่านอาไป๋หรงเฮ่ามอบให้ กระบี่ของข้าชะลอไว้ก่อนรอเ้าแก้ปัญหาตรงหน้าเสร็จ มีเวลาค่อยหลอมต่อ”
กระบี่ที่กอดไว้ในอ้อมแขนตลอดเวลาพลันชักออกจากฝักพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไป๋หรงเฮ่ากลายเป็ลำแสงเปล่งวาบไปปรากฏตัวเหนือกระบี่ พุ่งทะยานจากไปเหลือเพียงสำแสงสีขาวเป็เส้นยาวไว้เื้ั
ซือคงส่งกระแสจิตเข้าไปััภายในถ้ำเซียนพบว่าพลังปราณภายในนั้นสเถียรดีแล้ว อีกไม่นานซือเฟิงหลงคงออกมา จึงได้ทะยานร่างไปยังส่วนบนของน้ำตกตำแหน่งที่มีบ่อน้ำพุวิเศษโบกมือเบาๆก็มีหินผลึกหลากสีก้อนหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากก้นบ่อพุ่งวาบเข้าไปในวัตถุวิเศษเก็บสมบัติ“ได้เวลาเดินทางอีกครั้งหนึ่งแล้ว”
สิ้นคำก็ทำมุทาก่อนวาดปลายนิ้วเขียนอักขระบนอากาศอักษรโบราณสีทองส่องประกายเรืองรองเปี่ยมล้นด้วยพลังเขาเปล่งเสียงประหนึ่งออกคำสั่ง “รวม!”
บนผาหินทิศเหนือ ก้อนหินั์ทิศใต้ลานหินน้ำเซาะทิศตะวันออก และเสาศิลาทิศตะวันตกพลันปรากฏอักขระสีทองขึ้น มันค่อยๆหลุดออกมาแล้วลอยขึ้นสู่ยอดเขา มารวมตัวกับอักขระสีทองก่อเกิดเป็รูปร่างแปลกประหลาดศพของปีศาจที่ตายอยู่ภายในูเาเหอซานค่อยผุกร่อนสลายหายไป
ประตูกระท่อมเก่าด้านล่างค่อยๆ แง้มออกมีศีรษะเล็กๆ โผล่ออกมามอง ซือคงเก็บอักขระสีทองลงไปเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์กลับมาเป็บุรุษร่างกำยำผิวสีทองแดงสวมชุดผ้าฝ้ายธรรมดาทะยานร่างไปไปยังลานหน้ากระท่อมทันที
“เสี่ยวหลง”
ซือเฟิงหลงได้ยินเสียงบิดาก็รีบพุ่งออกมาจากกระท่อม“ท่านพ่อระวัง! มีปีศาจหมีอยู่บริเวณนี้มันไล่ตามข้ามา ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
ซือคงยิ้มลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ “อสูรตัวเท่านั้นพ่อจัดการได้มันบุกเข้าหมู่บ้าน จอมยุทธไป๋หรงมาสั่งตีกระบี่ที่หมู่บ้านพอดีเขาจึงช่วยฆ่าหมีอสูรปกป้องชาวบ้านเอาไว้ได้ลูกไม่ต้องกังวล เราต้องรีบลงจากเขาก่อนจะค่ำ”
สีหน้าของซือเฟิงหลงเปลี่ยนสีเขาเติบโตมาในหมู่บ้านซานเหอ ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าแถบนี้มีสัตว์อสูร “ที่แท้เ้าั์นั่นก็คือสัตว์อสูร”
ตัวเขาเองก็เกือบสิ้นชีพลงในป่านี้แล้วหากไม่ใช่เพราะทะลวงขั้นระหว่างความเป็ความตายเวลานี้ตนคงกลายเป็อาหารของมันไปแล้วหมู่บ้านเหอซานที่เคยสงบกลับมีภัยพิบัติมาเยือน
“ท่านพ่อ เหตุใดถึงได้มีสัตว์อสูรฝูงหนึ่งบุกมาโจมตีหมู่บ้านได้เล่าขอรับหากปีศาจทำร้ายคนธรรมดา พวกเขาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร”
“โดยปกติปีศาจจะหลบซ่อนตัวบำเพ็ญเพียรเงียบๆ น้อยมากที่จะออกมาก่อความวุ่นวาย นอกจากถูกใช้เป็เครื่องมือเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก” ซือคงมองไปเบื้องหน้าป่าอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ไม่ต่างจากสวนหลังบ้านเคยคิดว่าจะใช้ที่แห่งนี้เป็สถานที่ฝึกฝนซือเฟิงหลงจนกว่าเขาจะเลื่อนสู่ขั้นหนิงหม่ายไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุแทรกซ้อนขึ้นก่อนจำต้องละทิ้งสถานที่แห่งนี้ไปก่อนเวลาอันควร
“ท่านพ่อจะไม่มีสัตว์อสูรบุกเข้าไปในหมู่บ้านอีกแล้วใช่หรือไม่ตอนนี้ท่านแม่อยู่บ้านเพียงลำพัง จะไม่มีอันตรายจริงๆ หรือ”