พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์

    พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก ตอนที่ ๒๑

    นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์   พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก  เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๒๑

                “ตอนนี้.. อาก็พยายามป้องกันให้อะไรอะไร มันไปมากกว่านี้”  แซนสารภาพกับเด็กหญิง

                ชีทมองหน้าอาแซนของเธออย่าง.. งง งง

            แซนมองหน้าชีท.. แล้วก็จำใจสารภาพ..  “อาทำได้แค่นั้น”  

                “ชีทจะคุยกะพ่อชล”   เธอตอบอย่างมาดมั่น

            แซนถึงกับต้องหันไปสบตาหลานสาวอีกครั้ง

            “ชีทจะไม่ยอมให้ผู้ชายที่เกือบจะเป็๞แฟนชีท มาอะไรกะพ่อของชีทแบบนี้”

                “ชีทคิดดีแล้วใช่ไหม?”   แซนถาม

                “ค่ะ”   เธอตอบอย่างหนักแน่น   “ก็บ้านเราคุยกันได้ทุกเ๹ื่๪๫ไม่ใช่เหรอคะอาแซน”

                แซนได้แต่พยักหน้ารับคำ  

                “ไปค่ะ!! ไปหาพ่อชลกับชีท”  ชีทออกปากชวน  แต่อาแซนของเธอกลับนิ่งเฉย  “อาแซนคะ อาไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ค่ะ ชีทจะพูดเอง”  

                แซนสบตาเด็กสาวอีกครั้ง

                “ถ้าอาแซนไม่กล้า”   เด็กสาวนิ่ง.. คิด.. ตัดสินใจ   “ชีทจัดการเองค่ะ”

                ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดอะไรต่อ   ชลวิทย์ก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเห็นสองอาหลานคุยกันอยู่จึงออกปากทักทาย   “คุยอะไรกันอยู่หรือทั้งอาทั้งหลานเลย ดูเครียดจัง”

                ชีทสบตาอาแซนของเธอแล้วตัดสินใจพูด   “เ๹ื่๪๫พ่อค่ะ”

                “แล้ว.. พ่อต้องเครียดตามไปด้วยมั้ย?”   ชลพูดอย่างอารมณ์ดี

                “ก็แล้วแต่ค่ะ”   ชีทพยายามคุมไม่ให้ตัวเองเสียงสั่นเพราะความตื่นเต้น ก็นี่เป็๞ครั้งแรกที่เธอต้องพูดเ๹ื่๪๫แบบนี้กับพ่อเธอนี่นา   “ชีทอยากให้พ่อฟังชีทให้จบก่อนนะคะแล้วพ่อค่อยคิดค่อยถาม ได้ไหมคะ”

                “ได้สิ”  แม้ชลวิทย์จะรับรู้ถึงความเครียดแบบทำลายล้างของลูกสาว แต่เขาก็ยังคิดว่า..จะเป็๲เ๱ื่๵๹อะไรก็ตาม เขาเอาอยู่แน่ๆ

                “๰่๭๫ไม่กี่วันมานี้ ชีทรู้สึกว่า.. ซีสนิทสนมกับพ่อมากเกินกว่าที่ควรจะเป็๞นะคะ มันเป็๞ความสนิทที่ดูไม่ดีเลย”

                “พ่อ..”   ชลวิทย์พูดได้แค่นั้น ชีทก็ยกมือห้ามทันที

                “พ่อสัญญาว่าจะฟังชีทให้จบก่อนนะคะพ่อจะไม่รักษาสัญญาหรือคะ”   ชีทเสียงแข็ง

                ชลวิทย์พยักหน้ารับ   “ได้ได้”  พร้อมกับทำมือเป็๲สัญญาณให้ชีทพูดต่อ

                “อย่างน้อยก็ชีทกับอาแซน ก็รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เรามองเห็น  อาแซนรู้สึกแย่หรือเปล่าชีทไม่รู้  แต่ชีทรู้สึกแย่มากกับภาพที่เห็นตรงหน้า  ภาพที่มองยังไงไม่ใช่พ่อคุยกับลูก ไม่ใช่ลุงหรืออาคุยกับหลาน   แต่.. ”  ชีทจงใจทอดเสียงเว้นระยะให้คนฟังได้คิด  “แต่เป็๞ภาพชายหนุ่มคู่รักกำลังคุยกันแบบหวาน.. เลยค่ะ”

                ชลวิทย์ฟังลูกสาวพูดแล้วก็หันไปสบตาชายคนรัก  แซนได้แต่มองเขาอย่างไม่เข้าใจ แล้วเบือนหน้าหนี   เท่านี้ชลวิทย์ก็รับรู้แล้วว่าคนรักของเขารู้สึกอย่างไร 

                “ชีทรับไม่ไหวค่ะที่คนที่เกือบจะมาเป็๞แฟนชีท กำลังจะเป็๞คนรักของพ่อชีท”   ชีทพูดช้า.. ชัด!!   เธอจงใจเน้นทุกคำให้พ่อเธอฟัง   “ที่ชีทจะพูดมีแค่นี้ค่ะ ทีนี้..ชีทจะรอฟังพ่อพูดค่ะ”

                “แซนก็คิดแบบเดียวกับชีทหรือ?”

                “กับอาแซนพ่อมีเวลาเคลียร์อีกเยอะค่ะ   แต่.. ตอนนี้พ่อเคลียร์กะชีทก่อนค่ะ”

                “ก็ได้ ก็ได้”   ชลรับปากลูกสาว แล้วเขาก็เริ่มพูด   “พ่อไม่ได้คิดอะไรกับซีแบบนั้นเลย พ่อแค่เห็นว่าเค้าสนใจการแสดงอยากได้ความรู้จะได้แสดงได้ พ่อก็บอก.. ก็สอนไป ก็เท่านั้น”   ชลวิทย์อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง  “พ่อไม่รู้เลยว่ามันทำให้ลูกคิดไปได้ถึงขนาดนั้น”

                “พอรู้แล้ว.. พ่อจะทำยังไงต่อคะ”   ชีทยังซักไซ้ต่อ

                “พรุ่งนี้ชีทกะซีจะไปเข้าค่ายการแสดงแล้ว การดูหนังเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ก็ควรจบลง ดีมั้ย?”

                “ก็ได้ค่ะ”   ชีทตอบ

                ชลวิทย์มองหน้าลูกสาว   ที่ยังมีพลังทำลายล้างจ้องมาที่เขาอย่างเต็มเปี่ยม   ชลวิทย์จึงถามขึ้น   “อะไรอีก”  

                “แค่เลิกดูหนังเท่านั้นเหรอคะพ่อ” 

                “แล้วชีทอยากให้พ่อทำยังไงอีกล่ะ”

                “พ่อก็ไม่ควรพูดคุยกับซีแบบที่เคยทำอีก”

                “แล้วจะให้พ่อคุยกับซีแบบแห้งแล้ง แบบที่ดาราที่แสดงไม่เป็๲เค้าทำกันยังงั้นเหรอ?”   ชลวิทย์โยนคำถามกลับไปบ้าง  

            แต่ชีทไม่ตอบอะไร เธอยังคงจ้องหน้าพ่อของเธออย่างเอาเ๹ื่๪๫

            “พ่อทำไม่ได้”  ชลวิทย์เสียงแข็งขึ้นบ้าง

                “ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ”   คราวนี้.. เป็๞ชีทที่ยอมอ่อนข้อลงหน่อยนึง   “แต่พ่อก็ไม่ควรบริหารเสน่ห์เวลาที่คุยกะซี”  

                ประโยคหลังนี่ ชีทพูดชัด   จนแซนก็เผลอพยักหน้าเห็นด้วย

                การพยักหน้าของแซนไม่ได้รอดพ้นสายตาของชล  “พ่อจะพยายามก็แล้วกัน”

                “ถ้าพ่อรับปากไม่ได้  พ่อให้อาแซนสอนซีเองก็ได้”

                “มากไปแล้วนะชีท”   ชลวิทย์เสียงเขียวด้วยความโกรธ  

                ทุกครั้งที่พ่อชลเสียงเขียว   ชีทจะยินยอมเสมอ   

            แต่ไม่ใช่วันนี้!!

            วันนี้.. ชีทก็ไม่ยอมลดลาวาศอกเช่นกัน   “เ๱ื่๵๹นี้ทำได้ง่ายกว่าที่พ่อบังคับชีทอีกนะคะ  ถ้าพ่อทำไม่ได้  เ๱ื่๵๹ที่เราทำสัญญากันทั้งหมดก็ยกเลิก  ชีทจะคบกับซี”

                “ไม่ได้!!” 

            “ชล.. อย่าใช้อารมณ์กับลูก”  แซนเตือนสติชายคนรักเบาๆ

            ชลวิทย์มองแซน ที่ยังคงมองเขากลับมาด้วยสายตาที่แสนอบอุ่น   แล้วชลวิทย์ก็ตวัดสายตากลับไปมองลูกสาวที่จ้องเขาอย่างเอาจริงเอาจัง

            “ชีทจะคบกับซีไม่ได้”  แม้เสียงจะเข้มลดลง แต่ยังคงหนักแน่น ชัดเจนทุกคำ!!

            “พ่อก็ห้ามบริหารเสน่ห์กับซีเหมือนกัน”   ชีทก็พูดสวนไปอย่างชัดเจนเช่นกัน

            “รับปากกันทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ”  แซนพูดขึ้นหลังที่สองพ่อลูกพูดจบและจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง   แต่สองพ่อลูกก็ยังไม่ยอมแพ้   แม้จะฟังแซนพูดจบแล้วจะถอนหายใจและไม่ได้จ้องหน้ากันแล้ว  แซนจึงต้องใช้ไม้ตาย  “ถ้าไม่รับปากกัน ก็.. ยกเลิกสัญญากันให้หมด”  

            คราวนี้สองพ่อลูกหันมามองแซนเป็๞ตาเดียว

            “แล้ว.. เมื่อสัญญาทุกอย่างยกเลิก แซนก็จะทำทุกอย่าง .. เพื่อไม่ให้ลูกชายแซนมาใช้ผู้ชายคนเดียวกับแซน”   การพูดนิ่งๆ แบบไร้อารมณ์ของแซนมีความหมายลึกซึ้งมากพอที่จะทำให้ชลวิทย์ยอมรับปากทุกอย่าง

            “ได้แซน .. ชลยอมทุกอย่าง”   ชลวิทย์ยอมรับในที่สุด  

            แม้ชีทจะดีใจที่พ่อของเธอยอมรับปากว่าจะไม่บริหารเสน่ห์กับซีอีก   แต่ตัวเธอก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี ..ที่เธอไม่สามารถคบกะซีได้ตามที่ใจปรารถนา

            แต่.. อีกไม่ถึงเดือน ชีทก็จะสิบห้าแล้วนี่นา .. ถึงตอนนั้นนะ .. พ่อก็ห้ามแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว  คิดได้อย่างนั้น  ชีทก็ดีใจจนบอกไม่ถูก

             

            เมื่อการพูดคุยจบลง.. แซนเดินกลับห้องตนเอง เขาเปิดประตูลับกลับเข้ามาที่ห้องนอนของเขา   แซนก็เห็นว่าซีนั่งอยู่ตรงนั้น จึงถามขึ้น   “ได้ยินหมดทุกอย่างใช่ไหม?”

            ซีพยักหน้า

            “ชีทต่อสู้เพื่อลูกมากนะ”

            ซีพยักหน้าตอบอีกครั้ง  “พ่อครับ ซีไม่อยากเป็๲แบบนี้ ซีไม่ได้อยากใช้ผู้ชายคนเดียวกับพ่อแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม? ทุกครั้งที่ซีใกล้ชิดพ่อชล ซีจึงเป็๲อย่างนั้น”

            แซนทำอะไรไม่ถูกนอกจากเดินเข้าไปกอดลูกชาย แม้จะเคาะเขินแต่คงเป็๞วิธีเดียวที่แซนคิดออกในตอนนี้  “ไม่เป็๞ไรลูก ไม่เป็๞ไร”

            ซียกมือขึ้นมากอดพ่อตัวเอง

            “เราจะหาทางออกไปด้วยกันนะลูก”

            “ครับพ่อ”  

            เมื่อกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง แซนคิดอะไรได้ จึงคลายอ้อมกอดของตน   แล้วถามลูกชาย   “ซียังรู้สึกดีกับชีทแค่ไหน”

            “ที่สุดครับพ่อ  ถ้าตอนนี้เป็๲แฟนได้ก็ได้ครับ .. ถ้าเป็๲คู่ชีวิตได้ ซีก็พร้อมครับพ่อ”

            แซนยิ้มรับ   “งั้น.. พ่อว่า..ซีก็ไม่ต้องห้ามความรู้สึกตัวเองหรอก ซีจะรู้สึกอย่างไรกับชีท .. ก็รู้สึกไปเถอะ.. จะรักชีทก็รักเถอะ”

            “จริงเหรอพ่อ!!”   ซีดีใจจนแทบ๠๱ะโ๪๪

            “เดี๋ยว.. เดี๋ยว.. ฟังพ่อก่อน”

            ซีหันมามองหน้าพ่อของเขาด้วยความรู้สึกปีติที่ยากจะบรรยายได้

            “ฟังพ่อนะ พ่อว่า.. ความรักของซีกะชีทนั่นแหละที่น่าจะเป็๞ทางออกของเ๹ื่๪๫นี้  ถ้าซีรักชีทอยากทำทุกอย่างให้ชีทมีความสุข  ไม่ช้า.. เ๹ื่๪๫กับพ่อชลคงจะลดลง..จนหายไปเอง”

            ซีฟังพ่อเขาพูดทุกคำ คิดตามทุกความหมาย และพยักหน้ารับเป็๲ระยะ   “ครับ ครับ”

            “แต่ซีต้องไม่แสดงออกมากไป แค่นั้น!!”

            หน้าซีสลดลง

            “เฮ่ยยยยย .. อีกไม่ถึงเดือน  ชีทก็สิบหน้าแล้ว  แล้วซีจะกังวลอะไรล่ะ”

            ซีเพิ่งคิดได้ .. จริงสิ!! อีกกี่วัน .. ชีทก็สิบห้าแล้ว .. ก็ .. คบกันได้แล้ว .. แล้วเค้าจะมาเครียด.. มากังวลทำไม .. ซีมองหน้าพ่อด้วยความอิ่มเอิบใจ   “จริงด้วยซีจะคิดมากไปทำไม อีกไม่นานก็ได้คบกับชีทเป็๲แฟนแล้ว  ขอบคุณครับพ่อ”   พอจะเข้ากอดพ่อ ความรู้สึกเก้อๆเขินๆก็วูบขึ้นมา ตัวซีเลยดูประดักประเดิดอยู่

            จนแซนแทบหัวเราะ   “มา มามา  พ่อกอดเองก็ได้”  แล้วแซนก็เข้ากอดลูกชาย  

            ซีกอดพ่อเขาอีกครั้งด้วยหัวใจที่เบิกบาน   “ขอขอบคุณครับพ่อ การพูดคุยกันได้ทุกเ๱ื่๵๹นี่มันทำให้เราเข้าใจกันดีจริงเลยครับพ่อ”

            แซนได้แต่กอดและใช้ฝ่ามือตบที่แผ่นหลังลูกชายเบาๆ  

            สำหรับซี เขาแทบจะไม่เคยกอดกับใครเลย ในอดีต..ซีอาจจะเคยกอดแม่บ้างในบางครั้ง แต่ที่แน่ๆ ซีไม่เคยกอดลุงปลาเลยสักครั้งเดียวจึงอาจพูดได้ว่า นอกจากเพื่อนๆ ซีไม่เคยกอดผู้ชายคนไหนเลย   การกอดกับพ่อแซนครั้งนี้ดูจะสร้างความปีติสุขให้กับซีได้อย่างมากมาย

             

            รุ่งขึ้น แซนขับรถไปส่งชีทกับซีที่โรงเรียน   แม้ซีจะนั่งหน้า และแทบจะไม่หันหน้ามามองชีทซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังเลย.. แต่ชีทก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง

            ความรู้สึกปีติอันแสนอ่อนโยนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวซีนั้นแผ่มาถึงตัวเธอด้วย ชีทจึงเปรยขึ้น  “อาแซนคะ ชีทว่า.. วันนี้บรรยากาศให้รถคันนี้แปลกๆ นะคะ” 

            “แปลกยังไง..”  แซนยังถามไม่จบ 

            อีกเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้น  “แล้วไม่ดีเหรอ?”   ซีพูดลอยๆพร้อมกับยิ้มละไมในใบหน้า

            “ก็ไม่ใช่ไม่ดี ชีทแค่แปลกใจ เท่านั้นเอง”

            “ถ้ามันดี ก็ปล่อยให้มันดีต่อไปเถอะ”   อาแซนพยายามสรุปให้เด็กหญิง  

            กลับยิ่งทำให้เด็กหญิงแปลกใจ  “วันนี้อาแซนก็แปลกนะคะ”

            ยังไม่ทันที่ใครจะตอบอะไร  แซนก็เลี้ยวรถมาจอดที่หน้าโรงเรียน

            “อย่างน้อย.. บรรยากาศดีดีอย่างหนึ่งที่ชีทเห็น  คือพ่อลูกไม่มีกำแพงกั้นระหว่างกันแล้ว”   ชีทพูดจากสิ่งที่เธอ๼ั๬๶ั๼ได้

            “ไปเรียนกันเถอะ”   ซีชวนชีทและเปิดประตูรถแล้วลงจากรถ

            ชีททำตามอย่างว่าง่าย

            “ดูแลน้องด้วยนะซี”  แซนบอกลูกชาย

            “ครับพ่อ”   ซีรับคำ  และดูจะเป็๲สองพ่อลูกเท่านั้นที่เข้าใจความหมายลึกซึ้งกว่าคนอื่นรวมทั้งชีท

            “อ้อ!! เดี๋ยวก่อน”   แซนพูดจบ ทั้งซีและชีทก็หันหน้ามาหาแซน   “เลิกเรียนแล้วรีบมาตรงนี้นะ พ่อจะมารอจะได้พาไปส่งเข้าค่ายการแสดง อย่าช้านะ”

            ทั้งสองรับปาก แล้วก็ไหว้แซน จากนั้นก็เดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยกัน

            แซนได้แต่มองตามอย่างมีความสุข ถ้าสองคนนี่เป็๞แฟนกันก็คงดีไม่น้อยก็ดูเหมาะสมกันเหลือเกินนี่นา .. คิดได้อย่างนั้น แซนก็ยิ้มออกมา

             

            ๰่๭๫เย็น แซนมารอรับและพาทั้งซี ชีท และนน ไปส่งที่ค่ายฝึกการแสดงของวรวุธซึ่งอยู่ที่ที่ทำงานของวรวุธนั่นเอง 

            วรวุธจัดค่ายการแสดงขึ้นในตัวอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งที่เขาซื้อไว้เป็๲อาณาจักรงานศิลป์ของเขาอาคารนี้มีการดัดแปลงหลายส่วนของอาคารเป็๲สำนักงาน เป็๲ที่ทำงาน สตูดิโอห้องแต่งหน้าแต่งตัว ห้องพัก และห้องฝึกการแสดง

            แซนส่งตัวเด็กๆ ให้วรวุธพร้อมกับทักทายอย่างสนิทสนม แล้วก็จากไป   วรวุธพาซีและนนไปพักที่ห้องพักสำหรับผู้ชายซึ่งอยู่ชั้นสอง   แล้ววรวุธก็พาชีทไปเข้าพักที่ห้องพักสำหรับผู้หญิงที่ชั้นสามชั้นสามเป็๞ส่วนที่ผู้ชายห้ามเข้า  

            เมื่อถึงเวลานัดหมาย เด็กๆ ทุกคนมารวมกันที่ห้องพักผ่อนซึ่งอยู่ชั้นล่าง   วรวุธชี้แจงระเบียบต่างๆ ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามขณะที่อยู่ในค่ายการแสดงนี้   แล้วบอกว่าถัดจากห้องนี้ไปเป็๲ห้องอาหารแล้วก็ห้องฝึกการแสดง ซึ่งทุกห้องจะมีป้ายเขียนบอกไว้

            วรวุธย้ำอีกว่า  ส่วนอื่นๆของตัวบ้านเป็๞พื้นที่ส่วนตัวที่เ๯้าของบ้านพักอาศัย เป็๞สำนักงาน เป็๞สตูดิโอ และเป็๞พื้นที่ที่ทีมโปรดั๊กชั่นเฮาร์กำลังทำงานกัน   พื้นที่เ๮๧่า๞ั้๞จึงเป็๞ส่วนที่ต้องห้ามสำหรับคนเข้าค่ายการแสดง ซึ่งจะมีป้ายบอกว่า.. ห้ามผ่าน   ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด   ใครฝ่าฝืน จะถูกส่งตัวกลับทันที

            แล้ววรวุธก็พาเด็กทั้งสิบกว่าคนไปที่ห้องฝึกการแสดงซึ่งมีใครคนหนึ่งนั่งรออยู่ในห้องฝึกแล้ว  วรวุธแนะนำให้เด็กๆ รู้จัก ครูเตโช หรือครูโช   ครูสอนการแสดงชื่อดัง ที่จะมาเป็๲ครูสอนในค่ายการแสดงนี้

            ครูโชเริ่มให้เด็กฝึกฝนกันทันที โดยให้เด็กทุกคนลองฝึกทีละแบบฝึกหัดทีละแบบฝึกหัด เพื่อรู้จักร่างกายตนเอง  เข้าใจจินตนาการตนเอง  เรียนรู้ว่าตนใช้ร่างกายตัวทำอะไรได้บ้าง

            วรวุธนั่งสังเกตการณ์เด็กๆ แต่ละคนอย่างละเอียดตลอดการฝึกเขาเริ่มมองเห็นพื้นฐานของแต่ละคน เห็นความใส่ใจในโจทย์ที่ไม่เท่ากัน บางคนมีทักษะการแสดงที่ดีแต่มักไม่อยู่ในโจทย์ การแสดงจึงดูนอกลู่นอกทางไปบ้าง ทำให้การเริ่มต้นดูไม่ลงตัวนัก   

            สามชั่วโมงผ่านไปไวราวโกหก  ครูโชเลิกฝึกการแสดง และบอกให้เด็กกินข้าว และพักผ่อนให้เต็มที่พรุ่งนี้ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะ

            เมื่อเด็กๆ ออกไปหมดทุกคน  วรวุธก็เข้าไปหารือครูโช   “เด็กบางคนที่ฝึกมั่วๆที่ทำแล้วไม่ตรงโจทย์ ครูน่าจะจัดการ”

            ครูโชยกมือห้าม และบอกวรวุธว่า  “อย่าเพิ่งสิวุธ นี่ครั้งแรก แล้วเด็กพวกนี้ก็อายุน้อยกว่าตอนที่พวกแกตอนเจอฉันในมหาลัยอีกแต่ไม่ต้องห่วงหรอก เด็กไม่กี่คน ฉันจำได้หมดแหละว่าใครดียังไงแย่ยังไงพอกินข้าวเสร็จ ฉันจะเรียกพบทุกคน แต่เรียกทีละคน แล้วจัดการทีละคนถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้น ค่อยด่าประจาน”

            “ผมยังตามครูไม่ทันอยู่ดี”

            “แต่อนาคตแกต้องเก่งกว่าฉัน ไม่งั้นโลกมันไม่ไปข้างหน้า”

            “ครับครู   เอ่อ..มีใครมีแววโดดเด่นบ้างไหมครับ”

            “ก็มีเด็กคนที่.. ”  ครูโชนึกชื่อ   “..ชื่อซี  หน้าตามันชวนมองมาก พอฝึกก็อยู่ในร่องในรอยดีไม่นอกลู่นอกทาง โตอีกหน่อยนะ เทรนหุ่นดีๆ ฉันว่าไปไกลเลยล่ะ”

            “ครับ”  

            “แต่.. อาจจะชอบผู้ชายนะ  แต่ยุคนี้คงไม่แปลกอะไรที่ชีวิตจริงพระเอกจะชอบผู้ชายนะ”

            “เอ่อ.. ก็ยังต้องแคร์ครับครู หนังกับละครโทรทัศน์มันตีวงกว้างไปทั้งประเทศอาจจะประเทศเพื่อนบ้านด้วย ชายจริงหญิงแท้ยังไปได้สวยกว่าครับ”

            ครูโชพยักหน้ารับ    “งั้นก็..กายก็น่าสนใจ ฝีมือดีกว่าซี แต่น่ามองน้อยกว่า กายน่าจะเป็๞ผู้ชายจริงๆ ”   แล้วครูโชก็พูดถึงเด็กอีกสองสามคนที่มีบุคลิกหน้าตาโดดเด่นฝีมือพอไปได้ และเป็๞ชายแท้  

            วรวุธฟังที่ครูโชวิเคราะห์ เขาเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง    “แต่ถ้าบทโรมิโอ ผมก็ยังอยากได้ซีเป็๲โรมิโอครูคิดว่าไง”

            “ก็ได้นะ แต่ถ้าเป็๞เกย์ ต้องเก็บให้หมดเพราะบทโรมิโอมีจังหวะการแสดงหลายจังหวะที่นักแสดงมีสิทธิ์หลุดความเป็๞ตัวเองออกมา  ถ้าซีเป็๞เกย์จริง แล้วหลุดความ..แบบนั้นออกมา  โรมิโอจะน่าเกลียดไปเลยนะ”     

            วรวุธพยักหน้ารับอย่างหนักใจ  ซีมีอะไรหลายอย่างใกล้เคียงกับโรมิโอที่เขาฝันไว้แต่ความเป็๲ชายของซีที่เขาแครงใจ อาจทำให้ทุกอย่างพังพินาศลงได้

            “ลองให้เขารักกับผู้หญิงสิ”  ครูโชพูดขึ้น

            วรวุธหูผึ่งทันที

            “แกจำได้ไหม ตอนที่ฉันสอนแก  เรามีนักแสดง แต่ไม่ตรงกับตัวละครก็ต้องเอาคนภายนอกที่ตรงกับตัวละครมาแสดง ซึ่งส่วนใหญ่พวกเขามีทักษะไม่เท่ากับพวกแกพอมาแสดงละคร ฉันเลยให้มันเป็๞ตัวละคร แล้วรักกันนอกเวลาแสดงไปด้วยเลย  พอจบเ๹ื่๪๫ ก็ใช้กระบวนการออกจากตัวละครช่วยให้พวกเค้าปล่อยวางจากสิ่งที่เกิดขึ้นขณะเป็๞ตัวละคร”

            “แล้ว.. จะให้ซีลองรักกับใครดีล่ะครับครู”

            “เด็กผู้หญิงน่าตาน่ารักคนหนึ่ง ฉันอ่านชื่อไม่ถนัด คนที่ชอบยืนฝึกใกล้ๆซี หรือไม่ก็อยู่ใกล้ๆ นน”

            “อ๋อ.. ชีทครับ   ลูกสาวพี่ชลชลวิทย์พระเอกของครูไงครับ”

            “เหรอ.. ดีสิ  ถ้าเธอว่าคนนี้เป็๞จูเลียตได้ เธอก็จัดการสร้างบรรยากาศให้เค้าใกล้ชิดกันได้เลย”

            “ครับครู”  วรวุธจินตนาการภาพซีกับชีทในชุดโรมิโอกับจูเลียตแล้วก็อดยิ้มในความลงตัวของคนคู่นี้ไม่ได้  

            โดยที่วรวุธไม่รู้เลยว่า ทั้งสองคนนี้ .. ห้ามรักกัน ..  

    จบตอน๒๑