เนื่องจากเดินทางออกจากจวนทันทีั้แ่ฟ้าสาง ทั้งยังค้างแรมที่ค่ายทหาร เพื่อร่วมวางผังป้องกันเมืองกับองค์รัชทายาท หลายวันแล้วมิได้กลับจวนหยาง
ระหว่างนั้นยังเข้าวัง ร่วมประชุมถกปัญหาบ้านเมืองกับเหล่าขุนนางในท้องพระโรง ปัญหาหลังเรือนจึงยังไม่ถึงหูของหยางเจี้ยนแต่อย่างใด
เบื้องหน้าของแม่ทัพหนุ่มยามนี้ล้วนเป็ปัญหาเกี่ยวกับแว่นแคว้นทั้งสิ้น หนักสุดเห็นจะเป็หัวข้อรอเห็นชอบจากทุกฝ่ายในเื่สร้างพระราชวังฤดูร้อนเพื่อใช้เป็ที่พักผ่อน หาความสำราญขององค์จักรพรรดิแห่งที่สิบสี่
นั่นหมายความว่ามีสถานที่เริงรมย์เช่นนี้มาก่อนหน้าแล้วถึงเก้าแห่ง ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงินทองจำนวนมหาศาล
การใช้เงินจากคลังส่วนกลางมิใช่ส่วนพระองค์เยี่ยงนี้จึงต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะขุนนางเสียก่อน
หยางเจี้ยนก้าวเท้าออกจากขุนนางฝ่ายบู๊ ค้อมศีรษะประสานหมัดก่อนกล่าวนอบน้อม
“แม้กระหม่อมจะเป็เพียงแม่ทัพ มิอาจเกี่ยวข้องในส่วนนี้ ทว่าทุกการศึกยังต้องอาศัยงบหลวงเพื่อเคลื่อนทัพปกป้องดินแดน ายึดครองพื้นที่ทางทะเลเพื่อขยายอาณาเขตการค้าแคว้นเยี่ยนที่ผ่านมาผลาญงบคลังหลวงไปไม่น้อย กระหม่อมจึงเห็นพ้องเสนาบดีกรมคลังที่กล่าวไว้ าชายแดนใต้ยังไม่สงบ ศึกชายฝั่งกระชับพื้นที่แถบน่านน้ำเพิ่งจบลง ยังคงต้องชดเชยความเสียหาย เยียวยาชาวประชาผู้ทุกข์ร้อน ยังต้องแจกจ่ายทรัพย์สินบางส่วนจากกรมคลังเพื่อขยายพื้นที่สัญจรการค้าสำคัญ เพื่อยกระดับชาวบ้านยากจนให้มีชีวิตดีขึ้นไม่เบียดเบียนกัน เช่นนั้นกระหม่อมเห็นสมควรพักเื่การสร้างพระราชวังฤดูร้อนเอาไว้ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อหยางเจี้ยนกล้ากล่าวคำทัดทานอย่างฉะฉาน เห็นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็ที่ตั้ง เหล่าขุนนางทั้งหลายจึงพร้อมใจกันเห็นชอบกับความคิดของเขา
เสนาบดีกรมคลังถึงได้หายใจโล่งอก รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ยามนี้ท่านแม่ทัพหยางประจำการอยู่ที่เมืองหลวง การกระจายงบประมาณไปยังแม่ทัพทั้งสี่ภาคจึงเป็ธรรม การจัดสรรงบรายปีไม่มีใครแทรกแซง แต่คิดดูแล้วก็กลัวว่าฮ่องเต้จะทรงสั่งย้ายแม่ทัพผู้นี้ไปประจำการที่อื่นเหลือเกิน
อา...คงไม่หรอกกระมัง หากพระองค์ทรงทำเยี่ยงนั้น อีกฝ่ายพร้อมกองกำลังประจำตระกูลคงสามารถสร้างเมืองเป็เอกเทศน์ได้เลยกระมัง และจะเรียกกลับมาเพื่อให้อยู่ในสายพระเนตรพระกรรณทำไมเล่า
บรรยากาศในท้องพระโรงหลังจากที่หยางเจี้ยนหาญกล้าก้าวเท้าออกมาทัดทาน พลันก่อเกิดความผ่อนคลายยามออกความเห็น ขณะเดียวกันกลับให้ความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด ขุนนางต่างเห็นชอบถ้อยคำของหยางเจี้ยน แคว้นเยี่ยนมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจเบาบางดุจขนนกจริงๆ กระทั่งฮ่องเต้เยี่ยนหลงเซียนยังต้องให้นึกขัดเคืองพระทัย ในความสามัคคีปรองดอง
หากมิเร่งสร้างพระราชวังเพื่อเสริมความสำราญ สาวงามมากมายที่รับเข้ามาจะมิแออัดเกินไปหรือไร?
รัชทายาทลอบมองเสี้ยวพระพักตร์อันหล่อเหลาของพระบิดาอย่างทอดถอนใจ
ว่ามิได้จริงๆ ที่เสด็จพ่อยังทรงหนุ่มแน่นแข็งแรง แตะลูกหนังได้เสียงดังทั้งยังลอยลิ่วสูงลิบไกลหลายจั้ง
หลังจากนั้นเสียงของขุนนางจอมประจบสอพลอพลันเอ่ยแทรกคำทัดทานของหยางเจี้ยน
“ทุกสิ่งล้วนจำเป็ต่อการบำรุงรักษาพระพลานามัยอันล้ำค่าเพื่องานราชกิจอันเคร่งเครียด ไฉนท่านแม่ทัพหยางถึงได้ขัดพระประสงค์ฝ่าาเล่า”
“นั่นสิ! หรือท่านแม่ทัพหยางมิเข้าใจพื้นฐานบุรุษ”
พวกเขาล้วนเห็นชอบตามพระราชดำรัสให้สร้างสถานที่เริงรมย์ส่วนพระองค์
ทว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบให้สร้างพระราชวังฤดูร้อน เพียงแต่พวกเขามิกล้าทัดทานอันเป็การขัดพระทัยฮ่องเต้ จึงส่งสายตาให้หยางเจี้ยน
แม่ทัพหนุ่มผู้เป็ความหวังของทุกคนจึงค้อมกายไปทางฮ่องเต้อีกคราค่อยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “กระหม่อมอาจมิเข้าใจพื้นฐานของบุรุษอื่นนอกจากตนเอง ทว่าพื้นฐานของราชฎรจะอย่างไรย่อมสำคัญกว่าพื้นฐานทั่วไปของบุรุษ เพราะแคว้นเยี่ยนมิได้มีเพียงบุรุษแต่ยังมีสตรี กระหม่อมจึงเห็นสมควรพักเื่นี้ไว้ก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อเหลืองบไว้รองรังให้จัดสรรทำเื่อื่นที่มีประโยชน์”
เสียงขุนนางท่านหนึ่งเอ่ยฉะฉาน “ทำเื่อื่นที่มีประโยชน์ เช่นนั้นมิใช่กล่าวหาว่าความสุขส่วนพระองค์เป็เื่ไร้ประโยชน์รึ?”
หยางเจี้ยนกล่าวเ็า “ความสุขส่วนพระองค์เป็เื่ที่ข้าราชบริพารต้องพร้อมใจกันถวายแด่ฝ่าาอยู่แล้ว หาได้เกี่ยวข้องกับวังฤดูร้อนไม่ หรือท่านคิดเป็อื่นกันเล่า คิดว่าฝ่าาไร้ความสุขเพราะพวกเราเหล่าข้าราชบริพาร จน้าสร้างวังฤดูร้อนมาทดแทนกระนั้นรึ? หรือว่าท่านกำลังแอบทำสิ่งใดให้พระองค์ต้องขัดเคืองพระทัย”
ขุนนางผู้นั้นคิ้วกระตุก “เ้า...เ้า”
“ท่านแม่ทัพหยางกล่าวได้ถูกต้อง” ขุนนางคนหนึ่งรีบเอ่ยขึ้น “ข้าเห็นด้วย”
“แต่ที่เขาเอ่ยนั้น กำลังกล่าวหาขุนนาง”
“ใช่ๆ”
“ท่านกำลังเข้าใจท่านแม่ทัพหยางผิดแล้ว”
“นั่นสิ!”
เสียงโต้แย้งถกเถียงดังเซ็งแซ่ ชวนปวดหัวอย่างยิ่ง
หยางเจี้ยนผู้จุดฉนวนความขัดแย้งเพียงยืนมองเหตุการณ์ด้วยความสงบนิ่ง ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์มาก ทว่าสายตาคมลุ่มลึกของเขากลับดูสุขุมเยือกเย็นเหลือเกิน ทำให้คนรู้สึกหวั่นเกรงอย่างอธิบายมิได้
ท้ายที่สุดเพื่อยุติปัญหาบานปลาย ฮ่องเต้จึงจำต้องยกพระหัตถ์ยอมความ
“เอาเถิด... หยุดโต้แย้งเสีย เื่นี้เราขอพักไว้ก่อน”
พระองค์เลิกประชุมด้วยดวงพระทัยที่แตกสลาย
แน่นอนว่าแม่ทัพที่ดีใช้การได้อย่างไร้ที่ตินั้นหายาก และหยางเจี้ยนยังเป็บุคคลหายากผู้นั้น
ทว่าบุคคลเช่นนี้ไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมประชุมขุนนางอย่างยิ่ง!
จักรพรรดิเยี่ยนได้แต่โอดครวญในพระทัย