การขุดอะไรสักอย่างขึ้นมานั้นไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย อย่างแรกที่ทำให้มันยาก ก็คือความคิดง่ายๆ ที่ว่า 'ถ้าจะฝังสมบัติลงไปแค่ 2 นิ้ว ก็เอามาตั้งโชว์กลางถนนไปเลยดีกว่า' นั่นจึงทำให้การฝังสมบัติแต่ละครั้ง มันไม่ได้ฝังลงไปแค่ 1 ่ตัว หรือ 2 ่ตัว ที่จะเสียบพลั่วลงไป 3-4 ครั้งก็จะเจอกล่องสมบัติ ยกเว้นกล่องสมบัติน่ารักๆ ที่ถูกฝังโดยเด็กๆ ที่ดูทีวีเยอะ
และนั่นก็คือสาเหตุของความยากข้อที่สอง
ซึ่งก็คือคุณไม่สามารถขุดลงไปแบบตรงๆ เพื่อหาสมบัติได้ เพราะถ้าคุณไม่มีเพื่อนร่วมงานจำนวนมากที่คอยตั้งเสา คอยเอาดินใส่ภาชนะแล้วชักรอกขึ้นไปทิ้งข้างบน ถึงคุณจะออกแรงขุดให้ตาย หรือขุดไปเป็เดือนเป็ปี คุณก็จะไปไหนไม่ได้เลยนอกจากที่เดิม การขุดไปให้ถึงชั้นล่างการเปิดพื้นที่้าจึงต้องใหญ่มากๆ เพื่อให้คุณสามารถเอาตัวเองลงไปได้ และมีที่ให้คุณปีนขึ้นมาเอาดินไปทิ้ง
สาเหตุที่สามก็คือ แผนที่สมบัติก็คือแผนที่ชนิดหนึ่ง มันไม่ได้แม่นยำขนาดนั้น สัญลักษณ์หลายๆ อย่างบนพื้นผิวที่เป็เหมือนสิ่งบอกทางนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การรับรู้ของแต่ละคน แถมในบางเคสขนาดตัวและรูปร่างของผู้ร่างแผนที่กับผู้อ่าน ก็มีผลด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นผู้ร่างเป็ชายร่างสูง ที่ระบุคำใบ้ว่าให้เดิน 20 ก้าว ถ้าผู้อ่านเป็คนตัวเล็ก ความคาดเคลื่อนก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งหมดนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้สิ่งที่ซิมทำั้แ่เช้ายันเย็นเมื่อวาน คืบหน้าไปเพียงเล็กน้อย และตอนนี้ที่นั่นก็น่าจะกลายเป็ที่นอนใหม่ของเหล่า Chub penguin ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"แม่ครับ บ้านเรามีรถตักดินหรืออะไรประมาณนั้นไหมครับ ?"
ซิมเอ่ยถามแม่ของเขาออกไป ในขณะที่เขากำลังทานอาหารเช้า ก่อนคำตอบของแม่เขาจะทำให้ซิมถอนหายใจออกมา เพราะเขาก็พอจะเดาได้คร่าวๆ อยู่แล้วล่ะ ว่าแม่จะตอบกลับมาว่ายังไง
เนื่องจากบ้านของซิมคือร้านขายอุปกรณ์สำหรับการเดินทางเบื้องต้น เช่น น้ำยาเสริมพลัง อุปกรณ์และอาวุธเบื้องต้น ะุ และเสบียงต่างๆ รวมถึงบริการรับฝากของ ที่ทุกๆ วันพฤหัสจะมีคนจากเมืองใหญ่มารับมันไปส่งให้ผู้ฝากตามเมืองที่พวกเขาอยู่
ซึ่งทำให้ที่นี่ไม่ใช่ร้านขายอุปกรณ์ทำสวนแต่อย่างใด แถมที่เมืองติดทะเลอย่างลากูน่าก็ไม่มีใครไปนั่งทำสวนกันหรอก คนที่นี่ถ้าไม่กินเนื้อ Totto เป็อาหาร พวกเขาส่วนใหญ่ก็กินปลา กล้วย ไม่ก็มะพร้าวเพื่อประทังชีวิตเอา ไม่มีใครเสียเวลาสนใจไปทำสวนแต่อย่างใด
"ไม่มีจริงๆ ด้วย"
"ไม่มีหรอกลูก แต่บ้านเราพอจะมีะเิใกล้จะหมดอายุอยู่นะ ลูกจะซื้อไหมล่ะ ?"
"ไม่ดีกว่าครับ"
ซิมรีบตอบกลับทันทีหลังจากที่เขาโดนแม่ตัวเองเปิดโหมกขายของใส่ ก่อนเขาจะพูดออกมาว่า
"งั้นผมไปก่อนนะครับ"
ซิมหันไปบอกแม่ในขณะที่เขาเดินไปที่ครัวเล็กๆ ภายในบ้าน และหยิบเอาแซนวิสเนื้อ Totto จำนวนมากที่ตัวเองอบไว้โยนใส่รูอากาศ ก่อนเขาจะได้ยินเสียงแม่ถามกลับมาว่า
"ซิม ลูกจะปลูกต้นไม้เหรอ ?"
"เปล่าครับ ผมจะปลูกต้นไม้ไปทำไมล่ะครับ ?"
ซิมตอบกลับแบบงงๆ เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละว่าคนที่นี่เขาไม่ปลูกต้นไม้กัน แถมซิมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการปลูกต้นไม้นี่มันต้องทำยังไง
"ถ้าลูกไม่ได้จะปลูกต้นไม้ แล้วลูกจะเอารถตักดินอะไรนั่นไปทำไมล่ะ ?"
"เอ่อออ ผมจะเอาไปขุดหลุมดักพวก Monk Monk น่ะครับ ครั้งที่แล้วพวกมันเล่นผมไว้ซะแสบเลย"
หลังจากที่ซิมตอบแม่ของเขากลับไปแบบนั้น แม่เขาที่กำลังนั่งเท้าคางอยู่ที่บริเวณหน้าร้านก็หันมาทำหน้างงๆ ใส่ ก่อนเธอจะถามเขากลับมาว่า
"แต่ปกติพวก Monk Monk มันอยู่บนต้นไม้นะลูก"
"อ...อ...เอ่อ ผมว่าจะเอากระจกไปวางล่อมันน่ะครับ ถ้าเอากระจกไปวางล่อมัน มันต้องลงมาจากต้นไม้แน่"
ซิมตอบแม่กลับไป แม้จริงๆ แล้วเขาจะไม่ได้สนใจที่จะไปแก้แค้นพวก Monk Monk อะไรนั่นเท่าไหร่หรอก เพราะพวกมันเป็มอนเตอร์ที่ถึงจะทำให้าเ็ไปก็เท่านั้น และถึงพวกมันจะตาย ไม่นานพวกมันก็จะเกิดขึ้นมาใหม่อยู่ดี การไปแก้แค้นพวกมันจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
แต่ด้วยความที่เขายังไม่อยากบอกแม่เื่แผนที่สมบัติที่ตัวเองได้มาเท่าไหร่ เขาก็เลยต้องหาเหตุผลมาโกหกแม่แบบเนียนๆ ไปก่อน ซึ่งเขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าลิงขี้ขโมยพวกนั้นต้องชอบของที่สามารถส่องแสงแวววาวเหมือนกระจกเป็แน่
"ไม่ใช่ว่าลูกจะไปขุดสมบัติจากแผนที่ที่ได้มาจากลิงนักเดินทางตัวนั้นเหรอ ?"
"เอ้ะ"
ซิมร้องออกมา เมื่อจู่ๆ แม่เขาก็เอ่ยถามออกมาแบบนั้น พร้อมๆ กันกับที่มือของเขาที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบน้ำมะพร้าวในตู้เย็นหยุดค้าง
"แม่รู้ด้วยเหรอครับ ?"
"ซิม หมู่บ้านเรามีกันอยู่แค่ไม่กี่คน แล้วคนที่เมาตลอดเวลาอย่างคามน่ะ ถามอะไรก็ตอบทั้งนั้นแหละ"
"ตาลุงนั่นไว้ใจอะไรไม่ได้เลยแฮะ"
ซิมบ่นออกมาเซงๆ เพราะเขาอุตส่าต์ย้ำกับคามไว้แล้วแท้ๆ ว่าห้ามบอกแม่ แถมยังติดสินบนอีกฝ่ายไว้ด้วยว่าถ้าตัวเองเจอสมบัติ ตัวเองจะแบ่งให้อีกฝ่าย 20% แลกกับการที่อีกฝ่ายไม่บอกเื่นี้กับแม่
แต่สุดท้ายก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ
คนเมานั้นไว้ใจไม่ได้ และความลับใดๆ ที่พวกเขาได้รับรู้ ก็จะไม่เป็ความลับอีกต่อไป
"ไม่ต้องไปโทษคามเขาเลย คนในหมู่บ้านเดียวกัน ก็ต้องคอยดูแลกันอยู่แล้ว ลูกเล่นวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านพร้อมกับพวก Monk Monk เป็ฝูง เป็ใครก็ต้องเป็ห่วงทั้งนั้นแหละ"
"ครับบบบ" ซิมตอบรับลากเสียง
"ซิม ลูกจะทำอะไรลูกก็แค่บอกแม่ แม่ไม่ห้ามหรอก จะเก็บเป็ความลับทำไม ?"
"งั้นผมจะไปลองฝึกการใช้เวทย์มนตร์ล่ะ ไม่ได้ใช้มาตั้งนานแล้ว"
"ห้ามเด็ดขาด"
แม่ของเขาปฏิเสธกลับมาทันที แม้เมื่อกี้ตัวเองจะพึ่งจะพูดออกมาว่า 'แม่ไม่ห้ามหรอก' ออกมาแท้ๆ
"งั้นไม่ก็ได้ ผมไปขุดสมบัติของผมต่อดีกว่า ไปแล้วนะฮ่ะ"
"เดี๋ยวๆ"
ในขณะที่ซิมกำลังจะวิ่งออกจากบ้าน เขาก็โดนแม่เรียกไว้ ก่อนเธอจะหยิบรีโมดขึ้นมากด ประตูใหญ่หน้าร้านจึงค่อยๆ เลื่อนปิดโดยอัตโนมัติ ซิมที่เห็นแบบนั้นก็ร้องออกมาว่า
"น...ไหนแม่บอกว่าไม่ห้ามไง"
"แม่ก็ไม่ได้จะห้ามเราซะหน่อย"
"ถ้างั้นแม่จะปิดร้านขังลูกตัวเองไว้ทำไม"
"ซิม บ้านเรามีประตูหลังนะลูก"
ไม่นานหลังจากนั้น ซิมก็เดินไปที่ประตูหลังบ้านแบบอายๆ เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้ใช้มันเท่าไหร่ เขาเลยลืมไปแล้วว่าบ้านตัวเองมีประตูหลัง ก่อนเขาจะเดินตามแม่ที่ห้องเก็บของที่ตั้งอยู่บริเวณสวนหลังบ้าน พลางมองไปที่ป่าขนาดย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยวัชพืชนานาพันธุ์ และเสาอะไรสักอย่างให้พวกมันเลื้อยขึ้นไป ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างตัวบ้านกับห้องเก็บของ
"ทำไมในบ้านเรามีป่าด้วยล่ะครับ"
"อ้อ อันนั้นมันเคยเป็สนามวอลเล่ย์เก่าน่ะ ลูกจำไม่ได้เหรอ ?"
ได้ยินแบบนั้น ซิมก็นิ่งคิดไปสักพักหนึ่ง ก่อนเขาจะคิดออกว่าตอนเด็กๆ เขาเคยมีความทรงจำว่าตัวเองเคยนั่งกินบาร์บีคิวอยู่ที่ไหนสักที่ ในขณะที่ข้างๆ มีพวกผู้ใหญ่ปิ้งบาร์บีคิวอยู่ ส่วนด้านหน้าทีคนแก่สองสามคนกำลังเล่นวอลเล่ย์บอลชายกันอยู่
"อ้ะ สนามวอลเล่ย์คนแก่"
"ไม่ใช่สนามวอลเล่ย์คนแก่ซะหน่อย แต่ก็ถูกของลูกนั่นแหละ เพราะเราเคยสร้างตรงนี้เป็สถานที่พวกคนแก่ในหมู่บ้านมาออกกำลังกาย ไม่ก็ทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง พวกเขาจะได้ไม่ต้องเดินออกไปเล่นที่นอกหมู่บ้าน"
"แต่ตอนนี้พวกคนแก่ไปกันหมดแล้ว"
ซิมพูดออกมาแบบเศร้าๆ เพราะเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าความทรงจำครั้งล่าสุดที่เขาได้เจอกับคนในหมู่บ้านที่แก่กว่าคามคือตอนไหน
"ก็คลินิกมันปิดไปแล้วนี่น่า"
"ถึงคลินิกจะปิดไปแล้วก็กินยาเสริมพลังเอาก็ได้ ไม่เห็นต้องย้ายออกจากเมืองกันเลย"
"ซิม การรักษาน่ะมันไม่แค่การทำให้าแบนร่างกายหายไปเฉยๆ หรอกนะลูก"
"หมายถึงยังไงเหรอครับ"
"อืม ขอคิดก่อนนะ คงประมาณว่าถ้าลูกต้องเลือกระหว่าง การดื่มน้ำยาให้หายเหนื่อย กับการไปนวดให้หายเหนื่อย ลูกจะเลือกอะไรล่ะมั้ง ?"
ได้ยินแบบนั้น ซิมก็หันไปขมวดคิ้วใส่แม่ เพราะในสองอย่างนี้เขาไม่เห็นต้องเลือกอะไรเลย เนื่องจากคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
"ผมก็ต้องดื่มน้ำยาเอาอยู่แล้วสิครับ"
"เรานี่ยังเป็เด็กอยู่จริงๆ แฮะ"
แม่ตอบกลับ ก่อนเธอจะยกประตูเหล็กห้องเก็บของขึ้นทีละน้อย ในขณะที่ซิมวิ่งไปช่วยแม่ พลางร้องออกมาว่า
"รีโมดล่ะฮ่ะ รีโมด"
"รีโมดของที่นี่มันพังไปแล้วน่ะลูก แล้วเราก็ไม่ค่อยได้ใช้ที่นี่เท่าไหร่ แม่ก็เลยไม่ได้เอามันไปซ่อม"
หลังจากนั้นซิมก็ช่วยแม่ดันประตูเหล็กห้องเก็บของขึ้นไป ก่อนแม่จะหาไม้แถวนั้นมาค้ำยันมันไว้ ในขณะที่ซิมเดินเข้าไปด้านในห้องเก็บของ และร้องออกมาว่า
"บ้านเรามีรถตักดินเก็บไว้จริงๆ ด้วย"
"มีซะที่ไหนเล่า"
แม่ตอบกลับ ก่อนเธอจะเอื้อมมือมาขยี้ผมซิมเล่นเล็กน้อย และพาเขาเดินลอดูเากล่องกระดาษจำนวนมากเข้าไปด้านในห้องเก็บของ
จนกระทั่งพวกเขาไปหยุดอยู่หน้าหุ่นตัวใหญ่ๆ ที่ทำจากไม้ตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งผิงผนังห้องเก็บของอยู่
"มีแค่ไอนี่แหละ ลูกแค่อยากได้อะไรไปช่วยขุดดินเฉยๆ ใช่ไหมล่ะ ?"
"ครับ"
"ให้แม่ไปด้วยไหม ?"
"ไม่ต้องไปด้วยเลย"
"ก็ได้ๆ แม่อุตส่าห์หวังว่าจะได้ไปล่าสมบัติกับเขาบ้างแท้ๆ"
แม่ตอบกลับ ก่อนเธอจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย และเดินไปจับที่เ้าหุ่นไม้ตัวนั้น แสงสีน้ำเงินจึงเรืองรองออกมาจากตัวมัน ในขณะที่ดวงตาของมันมีแสงสีแดงฉายออกมา ก่อนเธอจะร่ายมนตร์อะไรบางอย่างใส่เ้าหุ่นนั่น มันจึงลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"ไอนี่มันคืออะไรครับเนี้ย"
"หุ่นยนต์ที่มีไว้ช่วยสร้างหมู่บ้านยังไงล่ะ"
"อ่าา"
"แต่มันเก่าสุดๆ อย่างที่ลูกเห็นนั่นแหละ ตอนนี้แม่เลยปรับให้มันขุดได้อย่างเดียว พอลูกจะให้มันขุดตรงไหน ลูกก็บอกมันแล้วกัน"
"รับทราบครับ"
ซิมรีบตะเบ๊ะให้แม่ของเขาทันที ก่อนเขาจะมองไปรอบๆ ห้องเก็บของ แล้วหันไปถามแม่ว่า
"แล้วเราจะเอามันออกไปยังไงล่ะครับเนี้ย"
"นั่นน่ะสิ"
ได้ยินแบบนั้น ซิมก็นิ่งไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหันไปหาแม่ และพูดออกมาว่า
"ผมว่าถ้าห้องเก็บของบ้านเรามีประตูหน้าด้วย แล้วก็มีประตูหลังด้วย ก็เท่ไปอีกแบบนะครับ"