第五十一章
"นั่นเป็นของเจ้า พ่อคืนให้"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท"
"เอาเถอะไปจัดการเรื่องของเจ้าเสียให้เรียบร้อย ข้ารู้ดีเรื่องของเจ้าเกี่ยวโยงมาถึงเรื่องของพ่อด้วย หนี่กงกงให้หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรติดตามเขา ดูเขาเท่ากับดูเจิ้น พรุ่งนี้ข้าจะออกราชโองการให้สกุลเหวินไร้มลทิน ส่วนเรื่องประกาศให้เจ้าเป็นจวิ้นอ๋องให้รอเรื่องทุกอย่างเสร็จเสียก่อน อ้ออีกเรื่องสั่งให้มู่กังปู้(เสนาบดีโยธา)จัดการเรื่องจวนของจวิ้นจื่ออ๋องด้วย ไปเถอะออกไปกันได้แล้ว"ฮ่องเต้โบกมือน้อยๆให้ทุกคนออกไป จื่อหลงเคารพแล้วจากไปในมือยังกำป้ายทองเอาไว้แน่น
"จวิ้นอ๋อง..จวิ้นอ๋องพะย่ะค่ะ"จื่อหลงหันกลับมาตามเสียงเรียก
"หนี่กงกง"
"รอบ่าวด้วยพะย่ะค่ะ"
"มีเรื่องอะไรหรือ"
"ได้โปรดเถอะขออย่าเข้าใจฝ่าบาทผิด พระองค์จำเป็นต้องทิ้งจวิ้นซูเฟยพะย่ะค่ะ แท้จริงแล้วพระองค์ทรงรักพระชายามาก เพียงแต่..."
"หึ เพียงแต่หลัวไทเฮากับฮองเฮามากกว่ากลัวพระชายาตัวเองเสียชีวิต"
"หาใช่เช่นนั้นไม่ จวิ้นซูเฟยเข้าพระทัยฝ่าบาทผิด อีกทั้งนางกลัวองค์ชายไม่ปลอดภัยจึงหนีออกจากวังไป"
"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าขอตัวก่อน"จื่อหลงพยักหน้าให้เพียงครั้ง
"น้อมส่งองค์ชายสิบสาม"หนี่กงกงค้อมกายลงจนเป็นรูปตั้งฉาก จื่อหลงยกมือไพล่หลังแล้วเดินจากไปอย่างทรนง ยามนั้นเขากลับไปจากการเข้าเฝ้าแล้วนำคำพูดไปบอกหมอเหยียน
"ดีแล้ว ดีแล้ว ยามนี้สกุลเหวินกลับมาขาวสะอาดทุกแผ่นป้ายบูชาจะถูกวางที่ศาลบรรพชนอย่างภาคภูมิ นายท่านและฮูหยินได้จากไปอย่างไร้กังวลแล้ว"หมอเหยียนยิ้มเต็มปากจากดวงตามีหยดน้ำตาคลออย่ด้วย ปู้เฉินเองก็ไม่แตกต่างเขาคุกเข่าลงก้มลงกราบไหว้ฟ้าดินที่เห็นแก่สกุลเหวิน
"ข้าน้อยยินด้วยขอรับ"
"ลุกขึ้นเถอะ ยามนี้ท้องฟ้ากระจ่างไร้เมฆฝนแล้วพวกเรากลับไปยังจวนสกุลเหวินกันเถอะ"จื่อหลงนำผู้คนจำนวนหนึ่งไปยังประตูจวนสกุลเหวินที่ถูกปิดป้ายว่าเป็นของหลวง เขายืนมองป้ายชื่อของสกุลอยู่ชั่วครู่ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา สองข้างซ้ายขวาคือหมอเหยียนและปู้เฉิน ทั้งสามประสานมือโค้งตัวจนตั้งฉากกับพื้น
"พวกเรากลับมาแล้ว"ทั้งสามเอ่ยปากพร้อมกัน ยังมิทันจะเงยหน้าขึ้นเหล่าทหารสามกองเดินเรียงแถวมาถึงก่อนจะก้มลงคุกเข่าข้างหนึ่งสองมือประสาน
"ท่านอ๋อง!"ทั้งหมดพูดจาพร้อมเพรียง จื่อหลงเหลือบสายตามอง
"พวกเรามาปลดป้ายทางการพะย่ะค่ะ และส่งคนมาช่วยฟื้นฟูจวนสกุลเหวิน อีกทั้งอยากจะนำท่านอ๋องไปยังจวนจวิ้นอ๋องพะย่ะค่ะ"
"เรื่องจวนนั่นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ข้าต้องการฟื้นฟูที่นี่ก่อน แน่นอนจวนสกุลเหวินนั้นอยู่ไม่ห่างจากจวนสกุลฟ่านเท่าใดนักมีเพียงถนนโหล่วคั่นกลางเท่านั้น 'แน่นอนข้าจำเป็นจะต้องอยู่ใกล้บ้านท่านพ่อตาเข้าไว้ เพราะเวลาเสี่ยวเสวียนอยากไปเยี่ยมครอบครัว อยากไปยามใดก็ย่อมได้ อีกทั้งจะไม่มีอันตรายยามเดินทางให้เขาต้องกังวลอีกด้วย' เขายิ้มน้อยๆยามคิดถึงเรื่องนี้ เท้าข้างขวาก้าวเข้าสู่ประตูจวนก่อนจะใช้มือเปิดผลักบานประตูออก ด้านในรกร้างไปด้วยต้นไม้เติบโตไร้ทิศ ตัวเรือนต้องปรับปรุงแก้ไขอีกมาก ผู้คนไม่เอ่ยปากกรูกันเข้าไปจัดการในสิ่งที่ตนเองต้องลงมือกระทำทันที
กล่าวถึงไห่เปียวเมื่อแยกจากจื่อหลงแล้วเขากลับไปยังจวนตน เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เสนาถง ร่ำไห้จนตาปูดบวม เสนาถงยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บแค้นกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว
"เลิกร้องไห้คร่ำครวญได้แล้ว! เจ้าเป็นถึงลูกข้าเรื่องแค่นี้เจ้าจะร้องไห้ราวกับครอบครัวเจอเภทภัยหรือยังไง"
"แต่ข้า ฮึก ข้า..."
"เอาเถอะ คนอื่นยังมีอีกมากมาย ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าเป็นหลงหยาง(ชายรักชาย) ข้าเลี้ยงเจ้ามาแบบตามใจมากเกินไป เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าเขาเป็นภัยต่อสกุลของเรา"
"ข้ารู้ แต่ยาที่ข้าใช้กับเขา ข้าคิดว่าข้าสามารถควบคุมเขาได้แต่มันกลับไม่ได้ผล"
"เหลวไหล เจ้าประมาทเขาเกินไป เอาเถอะเรื่องนี้ข้าไปทูลกับฮองเฮาดูว่ามีหนทางแก้ไขเรื่องใดได้บ้าง เจ้าเองก็ตัดใจเสียเถอะ ข้าเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยให้ต้องเสียน้ำตา แล้วนี้เจ้ากลับเสียน้ำตาให้คนเช่นนั้น ข้าไม่รู้จะกล่าวเช่นไรแล้ว"ไห่เปียวนิ่งอึ้ง จริงแท้ บิดาเขานั้นรักเขามากตามใจทนุถนอมมาตลอด แต่จื่อหลงกลับทำเขาเสียน้ำตาเช่นนี้สมควรแล้วหรือ ไห่เปียวสูดลมหายใจกลั้นความเสียใจเอาไว้ในอก
"ได้ ข้าจะตัดใจจากคนผู้นี้ในเมื่อรักไม่ได้ก็อย่าอยู่ร่วมลมหายใจในแผ่นดินเดียวกันเลย"ไห่เปียวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ดวงตาเด็ดเดี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม
"ท่านอยู่พักผ่อนเถอะ ข้าจะขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเอง"
"คิดได้แล้วหรือ"
"ขอรับ"เสนาถงยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อได้ยิน
"ดี..ดีแล้ว"
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ"ไห่เปียวเดินจากไปแล้ว เสนาถงได้แต่ลูบเคราใช้ความคิดไปมา เขารู้ดีบุตรชายเขาคนนี้ยามเกิดมาหน้าตาสวยคล้ายมารดาของเขา ร่างกายอ่อนแอมาแต่เล็ก เขาจึงทนุถนอมตามใจ เรื่องคู่ครองเขาเองก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นผู้ใดตระกูลไหน ขอเพียงบุตรเขารักใคร่ชายหรือหญิงย่อมได้ทั้งนั้น ไห่เปียวเขาไปกราบทูลขอเข้าเฝ้าและเอ่ยเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมด ฮองเฮานั้นยามที่จวิ้นซูเฟยกำลังทรงครรภ์โอรสสวรรค์นางวางแผนขจัดให้พ้นไปจากวังหลัง อยากให้นางตายจากไปเสีย ในเมื่อดวงของนางแข็งแถมยังมีโอรสที่อยู่นอกวังเช่นนี้แล้วก็หาทางทำลายให้สิ้นซากไปเสียก็มิใช่เรื่องใหญ่
"เอาเถอะไห่เอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ร้อนใจไป ขอให้ข้าคิดดูก่อนว่าจะทำเช่นไร ว่าแต่เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะทำลายเขา"
"แน่ใจพะย่ะค่ะ จริงอยู่เรื่องความรักนั้นบังคับใจกันไม่ได้ แต่เขาทำเช่นนี้เท่ากับหลอกลวงและดูถูกข้าอย่างเห็นได้ชัด ข้านั้นสกุลถงในเมื่อเขาทำเช่นนี้ก็เท่ากับหมิ่นเกียรติของสกุลถงไปด้วย"
"อืม..ไม่เลว ไม่เลว ข้าดีใจที่เจ้าคิดได้เช่นนี้ กลับไปเถอะอย่ากังวลให้มาก พวกผู้ใหญ่จะหาทางออกให้เจ้าเองบุญคุณความแค้นล้วนต้องแยกแยะ เจ้ากลับไปเถอะ อ้อ! จริงสิ เจ้านำผลไม้จากหนานไห่ไปด้วย นี่เป็นผลอิงเถาจากที่นั่น หวานหอมยิ่งนัก"
"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ"ไห่เปียวออกไปแล้ว ทิ้งให้นางคำนึงถึงเรื่องแต่หนเก่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดชังนางผู้นั้น
"ก็ดีคราวนี้ข้าจะได้ขจัดเสี้ยนหนามที่อยู่ในใจออกหมดเสียที""นางยิ้มกับตัวเองแล้วเรียกให้กงกงไปเชิญเสนาถงเข้าเฝ้าเพื่อวางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากดูแลจัดแจงทุกอย่างจนเข้าที่เรียบร้อย รอเวลาแค่ทุกอย่างเสร็จสิ้นจื่อหลงจึงบอกหมอเหยียนให้ตามไปที่ถ้ำเพื่อไปดูอาการของฟ่านเสวียน เรื่องนี้จะปิดบังก็แค่ไห่เปียวและสกุลถงเท่านั้น อีกทั้งองค์ฮ่องเต้ก็ทราบเรื่องนี้อยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลให้มากนัก
"ไปสิ ข้าจะไปเตรียมยาก่อน"ทั้งสามรีบร้อนออกจากตัวเมืองทั้งยังมีองครักษ์เสื้อแพรติดตามไปด้วย จื่อหลงรู้ดีว่านอกจากองครักษ์เสื้อแพรแล้วยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่วรยุทธไม่ด้อยไปกว่าเขาเท่าใดนัก หากประมือกันย่อมยากจะเดาว่าใครจะเป็นผู้เหนือชัย ระหว่างทางเขาไล่สำรวจว่ามีกลุ่มคนไม่หวังดีแอบซุ่มอยู่หรือไม่ เมื่อปลอดภัยทั้งหมดจึงบึ่งไปยังถ้ำทันที
"ศิษย์น้องสาม"
"ศิษย์พี่"
"อาการเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"
"ดีเจ้าค่ะ แล้วท่านพ่อล่ะเจ้าค่ะ"อวี้หนี่
"ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้หมอเหยียนได้ดูอาการแล้วอีกอย่างไช่อีจะเป็นคนดูแลท่านอาจารย์ใกล้ชิด"อวี้หนี่ได้ฟังก็น้ำตาซึม นางถูกตามใจแต่เด็กหลงผิดมาก็มาก ยามนี้ทุกคนนอกจากอภัยให้นางแล้วแถมยังดูแลผู้เป็นบิดาอีกด้วย นางประสานมือย่อเข่า
"น้องขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ ภายหน้าน้องจะตอบแทนบุญคุณศิษย์พี่เจ้าค่ะ"
"เด็กโง่ อย่างเราเจ้าก็คือน้องเล็กของเรา ยามนี้เจ้ากำลังมีหลานให้อย่าคิดมากล่ะทำตัวให้ร่าเริงเข้าไว้ จริงสิ ถ้าท่านอาจารย์ดีขึ้นแล้วเจ้าก็กลับไปอยู่กับท่านเถอะ เรื่องภายในสำนักพี่สะสางใกล้เสร็จแล้ว อีกอย่างเรื่องของเสี่ยวเสวียนพี่จะเป็นคนดูแลเขาเอง"
"แต่ว่า"
"ว่าวางใจเถอะนับจากนี้ไปไม่มีใครทำอะไรเขาและเจ้าได้ อีกแล้ว"อวี้หนี่ร้องไห้กอดจื่อหลง เขากอดตอบตบไหล่นางเบาๆ สบตากับปู้เฉินให้รู้ว่ามารับตัวนางออกไปจากอ้อมแขนของเขา
"หมอเหยียนท่านตามข้ามาเถอะ"จื่อหลงปล่อยให้ปู้เฉินและอวี้หนี่พูดคุยกันตามลำพัง ส่วนเขากับหมอเหยียนเดินเข้าไปภายในถ้ำที่ลึกเข้าไปด้านใน
"เจ้าคิดจะทำอะไร"หมอเหยียนถามจื่อหลง เขายิ้มในหน้า
"เรื่องของปู้เฉินกับศิษย์น้องสามหรือ"จื่อหลงหันมาถาม
"ใช่"
"ข้ารู้ว่าปู้เฉินรักใคร่นาง ส่วนน้องสามนั้นข้ายังดูไม่ออกเท่าไหร่ แต่เท่าที่สายตาข้าเห็นนางเองก็มิได้รังเกียจเขา"
"อืม นับว่าเจ้าคิดการไกล ถ้าได้ปู้เฉินเข้ามาเป็นเขย ท่านราชครูก็จะได้หมดห่วง ปู้เฉินเองก็คนกันเองรู้ลึกไปถึงสามชั่วคน เจ้าจะได้เบาใจ"หมอเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไปหยุดยืนตรงร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็ง จื่อหลงคุกเข่าลงใช้มือใหญ่กอบมือบางเอาไว้ราวกับจะให้ความอบอุ่น
"เขาจะฟื้นเมื่อไหร่"
"ให้ข้าได้ตรวจดูเขาอีกที"หมอเหยียนเดินเข้าไปนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียงหยก มือเหี่ยวจับชีพจรของฟ่านเสวียนหลับตานิ่ง พยักหน้าขึ้นลงคล้ายพึงใจ
"อืม นับว่าไม่เลว ยาที่ข้าจัดให้รวมกับสมุนไพรที่ได้มา ทำให้เขาหายเร็วกว่าที่คิด รอราชครูฉงดีขึ้นก็ให้ไช่อีมาจัดเทียบยาและดูแลเขาเถอะ"
"หมายความว่ายาที่ไช่อีจัดไม่ได้ผลหรือ"จื่อหลงวิตก
"เฮ่ย เจ้านี่นะ ถ้าเป็นเรื่องของเขาละก็มักจะใจร้อนเสมอ ไม่ใช่เช่นนั้นอาการของเขามิได้เลวร้ายไปกว่านี้ มันดีขึ้นแต่ที่ข้าให้ไช่อีมาดูแลใกล้ชิดเพราะจะได้เร่งให้เขาแข็งแรงขึ้นต่างหากเล่า"
"อ้อเป็นเช่นนั้น"จื่อหลงก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นประทับกับข้อมือขาว
"รีบฟื้นล่ะฮูหยินของข้าอีกไม่นาน ข้าจะจัดสามหนังสือหกพิธีการ ใช้แปดคนหามเกี้ยวเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้า ดีหรือไม่ ยามนี้เจ้านอนพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"จื่อหลงก้มลงประทับริมฝีปากกับหน้าผากมนเกลี้ยงเกลา ลูบปอยผมยุ่งเหยิงให้เป็นระเบียบก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น
"ไปกันเถอะเรื่องที่สะสางยังค้างแค่เสนาถงและฝ่าบาทเท่านั้น"
"อืมรีบสะสางเถอะ แต่ว่าเจ้าคิดว่าเรื่องของคุณชายฟ่านง่ายนักหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะดูเวลาที่เจ้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากเห็นวันนั้นเสียจริง คุณชายฟ่านเจ้าเองก็รีบแข็งแรงเข้าล่ะ ไปๆ กลับกันได้แล้ว"