ไอริณ ๒๕๖๙ สืบล่ากลไกมรณะ

    (10) เสียงสะท้อนที่ดังขึ้น

            ### ขลุ่ยมรณะ (Deadly Flute)


            **Episode 10: เสียงสะท้อนที่ดังขึ้น (Echoes Growing Louder)**


            หลังจากออกจากโรงพยาบาล ไอริณและพิธาขับรถกลับกรุงเทพฯ ทันที บรรยากาศในรถเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนปรอยเบาๆ กระทบกระจกหน้ารถ ไอริณนั่งขับ มือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาว ผมดำขลับปรกหน้าเล็กน้อย แจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลเข้มยังคงคลุมตัว กางเกงยีนส์และบู้ทหนังเปื้อนฝุ่นจากอยุธยา ใบหน้าสวยคมแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและโกรธ


            “พี่ไอริณ... เราจะทำยังไงกับศิริพรดีครับ” พิธาถามเสียงเบา จากที่นั่งข้างๆ


            ไอริณไม่ตอบทันที เธอมองถนนข้างหน้าที่เปียกชุ่ม “เธออาจถูกหลอกจริง หรือเธออาจเป็๲ส่วนหนึ่งของเ๱ื่๵๹นี้ ฉันต้องหาหลักฐานเพิ่ม แต่ตอนนี้... เราต้องกลับไปตรวจศพใหม่ก่อน”


            โทรศัพท์ไอริณดังขึ้นอีกครั้ง เป็๲หัวหน้าหน่วย “ไอริณ มีศพใหม่ เพื่อนร่วมงานของเธอเอง ร้อยตำรวจเอกสมยศ จากหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ตายในห้องแล็บเมื่อเช้านี้ หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน”


            ไอริณเหยียบเบรกกะทันหัน รถสะดุดหยุดกลางถนน รถคันหลังบีบแตรลั่น “สมยศ... เขากำลังวิเคราะห์เศษไม้ไผ่ให้ฉันอยู่เลย”


            เธอหันรถกลับทันที มุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการ


            ที่ห้องแล็บ สมยศนอนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน มือยังกำขวดตัวอย่างเศษไม้ไผ่หลวมๆ คอมพิวเตอร์เปิดค้างอยู่ที่ไฟล์วิเคราะห์เสียงขลุ่ย ทีมแพทย์ยืนยันสาเหตุเดียวกัน: หัวใจหยุดเต้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน


            ไอริณสวมถุงมือยาง ก้มตรวจคอมพิวเตอร์ พบว่ามีไฟล์เสียงใหม่ถูกเปิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ส่งมาทางอีเมลจากเบอร์ไม่ระบุตัวตน


            เธอเปิดฟังผ่านหูฟัง เสียงขลุ่ยนั้น... ทำนองต้องห้าม ชัดเจนและดังกว่าทุกครั้ง


            หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะรุนแรง เธอรีบถอดหูฟังออก หอบหายใจแรง “คนร้ายใช้ขลุ่ยบันทึกเสียง แล้วส่งผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล โทรศัพท์ อีเมล แผ่นเสียง... มันไม่ต้องเป่าสดอีกต่อไป”


            พิธามองอย่างกังวล “หมายความว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องอาจเป็๲เป้าหมาย รวมทั้งเรา?”


            ไอริณพยักหน้า “ใช่ ฉันจะเริ่มสวมเครื่องป้องกันหูตอนทำงาน เอาแบบที่กันคลื่นเสียงต่ำได้ แต่เราต้องหาวิธีทำลายสูตรเสียงนี้ให้ได้”


            บ่ายนั้น ไอริณกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัว เธอสวมหูฟังกันเสียงพิเศษที่แล็บจัดให้ มันหนักและอึดอัด แต่เธอไม่สนใจ เธอนั่งวิเคราะห์ไฟล์เสียงทั้งหมดที่เก็บได้ กราฟคลื่นความถี่ปรากฏบนหน้าจอ คลื่นต่ำที่ผิดปกติปรากฏชัดเจน


            แต่ความเครียดเริ่มเล่นงานเธอ


            เธอหลับตาเพียงชั่วครู่ แล้วภาพหลอนก็ปรากฏ


            **Flashback ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น**


            พี่แทนยืนยิ้มให้เธอ ขลุ่ยไม้ไผ่ในมือ “ฟังสิริณ ทำนองนี้สวยไหม”


            เสียงขลุ่ยดังขึ้นในหัวเธอ แม้จะสวมหูฟังกันเสียง แต่เสียงนั้นไม่ใช่จากภายนอก มันดังจากภายใน


            พี่แทนกุมอก ทรุดลง “ช่วยพี่ด้วย...”


            ไอริณสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นยืน ห้องหมุนติ้ว หัวใจเต้นระรัว


            “ไม่... มันไม่จริง” เธอพึมพำ กุมอกตัวเอง


            พิธาเดินเข้ามา เห็นสภาพเธอรีบเข้าไปพยุง “พี่ไอริณ! เป็๲อะไรครับ?”


            ไอริณผลักเขาออกเบาๆ “ฉันเห็นพี่แทน... มันชัดเจนเกินไป เหมือนเสียงขลุ่ยมันเรียกเขาให้มาหลอกฉัน”


            พิธาหยิบน้ำให้เธอ “พี่เครียดเกินไปครับ เราต้องพักบ้าง ศิริพรโทรมาบอกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้ แล้วช่วยเราต่อ”


            ไอริณมองพิธา ดวงตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความสงสัย “เธอ... ยังเชื่อศิริพรเหรอ?”


            พิธาพยักหน้า “ใช่ครับ เธอช่วยเรามาเยอะ ถ้าเธอเป็๲คนร้าย เธอคงฆ่าเราไปนานแล้ว”


            ไอริณไม่ตอบ เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนกำลังจะตกอีก


            เสียงสะท้อนในหัวเธอดังขึ้นเรื่อยๆ


            ไม่ใช่แค่เสียงขลุ่ย


            แต่เป็๲เสียงกระซิบของพี่แทน: “หาฉันให้เจอสิ... ริณ”


            คืนนั้น ขณะไอริณนอนหลับตา เสียงขลุ่ยดังขึ้นอีก จากโทรศัพท์ข้างเตียง


            อีเมลใหม่จากเบอร์ไม่ระบุ: “ฟังฉันสิ... น้องสาว”


            เธอรู้แล้วว่า คนร้ายกำลังเล่นเกมกับเธอโดยตรง


            และเสียงนั้น... มันดังขึ้น จนใกล้จะกลืนกินเธอ


            **End of Episode 10**

            *โปรดติดตามตอนต่อไป*