"ฮัลโหล ธันวา... เป็ไงบ้างลูก เงียบไปหลายวัน ไม่โทรหาแม่บ้างเลย"
"คร้าบบบบ แม่... แค่ยุ่งๆ น่ะ ่นี้ไปงานลูกค้าจนกลับดึกติดๆ กันหลายวันเลย"
"แล้วไหวไหม... เค้าใช้งานลูกหนักเหรอ..."
"เอาน่า... ก็ให้คุ้มเงินเดือนหน่อยไง"
"แล้ววันหยุดนี้จะกลับบ้านบ้างมั้ย... หนูพิมเค้าบ่นคิดถึงลูกใหญ่เลย"
"โหย เอาอีกละ... ใจเย็นนะแม่ บอกไปหลายทีแล้วนะ ผมกับพิมไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย เลิกยุได้แล้ว... อีกอย่าง ตอนนี้ผมมีแฟนแล้วน้า... สวยมากๆ เลยด้วย"
"หา!! ไปทำงานแป๊บเดียวได้แฟนแล้วเหรอ... อะไรกันคนเมืองนี้... ไม่ได้ละ พรุ่งนี้วันหยุดใช่มั้ย... แม่จะไปหา พาแฟนแกมาคุยด้วยหน่อย... ดูซิเป็คนยังไง"
"อะไรกันแม่! โธ่... หวงอะไรนักหนา"
"ไม่ได้จะอะไร... แค่อยากรู้จัก เอาล่ะ... ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"
ตื้ดด!...
"หะ หา... เดี๋ยวสิ... แม่.. แม่!!"
คุณแม่รีบสรุปแล้ววางสายทิ้งธันวาให้นั่งคิดหนักเพราะรู้ว่าแม่นิสัยยังไง นอกจากจะห่วงเขามากขนาดที่ว่าคัดค้านการมาทำงานอยู่เมืองใหญ่ ก็ยังพยายามจะจับคู่ให้เขาแต่งงานกับสาวข้างบ้านเพื่อให้อยู่สืบทอดกิจการต่ออีกด้วย
ถ้าแม่ไม่ชอบน้ำหวาน... มีหวังได้หาเื่ลากกลับบ้านแน่ๆ... แต่จะไม่ให้มาเจอกัน เดี๋ยวก็ว่าโกหกแล้วเอาเื่พิมมาคุยอีก... โอ้ยยยย...
เขานั่งคิดสมมุติเื่ราวในหัวอย่างเป็กังวล จนในที่สุดก็ตัดสินใจโทรไปเล่าทุกอย่างให้น้ำหวานฟัง ซึ่งเธอก็ตอบรับว่าพรุ่งนี้จะมาหาที่คอนโด
"ไม่เป็ไรค่ะธัน ไว้เราพาแม่ไปหาร้านอร่อยๆ ทานด้วยกันนะคะ"
"ครับๆ ขอบใจมากนะหวาน... รบกวนนะ"
"ค่ะ... แค่นี้ก่อนนะ"
เขาวางสายแล้วก็นึกยิ้มออกได้บ้าง ไล่นั่งเปิดหาร้านใกล้ๆ ที่ดูดีและเหมาะที่จะพาผู้ใหญ่ไปทานข้าวเพื่อเปิดตัวแฟนสาวคนใหม่ของเขา
***************
"ฮัลโหลครับ น้ำหวาน แม่ผมจะถึงคอนโดแล้วนะ คุณอยู่แถวไหนครับ"
"ธันวา... คือ เราขอโทษนะ... หวานโดนพ่อลากไปทำธุระด้วยที่ต่างจังหวัดอะ... มันด่วนมากจริงๆ นี่ก็กำลังออกบ้านเลย... หวานเพิ่งรู้เมื่อกี้นี่เอง"
"เอาแล้วไง... อืมมมมม ไม่เป็ไร... เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง... คุณไปกับพ่อเถอะ"
"โห... หวานรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ... ขอโทษจริงๆ นะธัน"
"อืมๆ ไว้ค่อยคุยกันนะ"
ติ๊งงงง...
เสียงลิฟท์ขึ้นมาหยุดตรงหน้าธันวาที่กำลังรอจะลงไปรับคุณแม่ พอประตูเปิดออกเขาก็ใที่เห็นคุณแม่อยู่ในลิฟท์แล้ว
"อ้าววว ธันวา... คิดถึงจังเลยยย" แม่เดินออกมากอดเขาเบาๆ
"อ่าาาา แม่มาเร็วจังครับ... ขึ้นมาเองซะด้วย ฮ่าๆ" เขาทำหัวเราะแต่ยิ้มแห้งๆ เพราะยังคิดหาข้ออ้างเื่น้ำหวานไม่ออก
"ป่ะๆ เข้าห้องกันก่อน แม่ขนของฝากมาด้วยนะ ดีที่ได้แม่หนูคนนี้ช่วยถือตอนเจอกันข้างล่าง"
ธันวาที่มัวแต่สนใจแม่ตัวเองเพิ่งเห็นว่ามีอีกคนอยู่ในลิฟท์ที่หิ้วถุงอยู่หลายใบ
"อ้าว... ไอ.."
"อายค่ะ!... หนูชื่ออาย... ยินดีที่รู้จักนะคะคุณป้า"
เขากำลังจะทักทายไอรีณแต่ยังไม่ทันได้พูดชื่อจบเธอก็รีบตัดบทบอกอีกชื่อแนะนำตัวขึ้นมาก่อน เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้จักชื่อแปลกๆ ที่ใช้ทำงานของเธอ
"หนูสวยมาก ชื่อก็น่ารักอีกต่างหาก... ขอบใจมากน้าที่ช่วยถือของให้... ส่งมาค่ะ นี่ลูกชายป้าเอง รู้จักกันเหรอคะ?"
ธันวายืนงงทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะใอันไหนก่อนระหว่างเื่แม่ เื่แฟน หรือเื่ชื่อใหม่ของเพื่อนบ้านสาว
"ธันวาาาา ยืนเหม่ออะไรเล่า... มาช่วยหิ้วของจากน้องไปสิ... แล้วไหนล่ะแฟนคนสวยของแก ทำไมไม่มาช่วยถือของ"
"อะ เอิ่มมมม..."
"ดูสิ แม่แฟนมาเจอวันแรกแท้ๆ ก็ไม่มาต้อนรับ... หรือเค้าเบี้ยวนัดแกแล้ว ห๊ะ?"
"อ่าาาาา ฮ่าๆๆ... ก้อออออ... อาย นี่ไงล่ะครับ แฟนผม"
ห๋า!!!
ทั้งแม่และไอรีณต่างก็อุทานใเป็เสียงเดียวกัน โดยเฉพาะสาวเพื่อนบ้านที่ทำหน้าเหวอรีบหันมามอง ธันวาไม่มีทางเลือก เขาหลับตาปี๋แล้วแอบยกมือไหว้ขอร้องตอนที่แม่เขาเผลอไม่ทันได้มองทำให้เธออ้าปากค้างไม่รู้จะพูดยังไง
"อ้าว ถึงว่าสิ... หนูอาย สวยมากๆ เลยลูก... แฟนธันวาของแม่นี่เอง"
"อะ เอ่อ..."
เธอยังคิดคำพูดไม่ออก จนธันวาต้องเดินเข้าไปหาแล้วโอบไหล่เธอเข้ามากอดข้างตัว เธอหันควับไปมองเขาที่กำลังใช้มือบีบไหล่ไว้แน่น
"ฮ่าๆๆๆ ใช่ครับ... นี่แฟนผม ฮ่าๆๆ"
"ฮ่าๆๆ ใช่ๆๆ... ก็ได้ค่ะ... แฟนค่ะ" ไอรีณกัดฟันกรอดๆ ขณะพูดตอบ
"งั้นดีเลย... ป่ะ เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า"
"ดีค่ะ... เรามีเื่ต้องคุยกัน... เยอะเลย" เธอย้ำคำจนธันวาต้องหลับตาปี๋อีกครั้งก่อนจะพากันเดินเข้าห้อง
ทั้งสามเข้ามาในห้องของธันวา คุณแม่ก็เริ่มคุยสอบถามเื่ราวการใช้ชีวิตในเมืองของเขา เื่งาน จนไปถึงเื่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ซึ่งธันวาก็พยายามพูดเอาตัวรอดผ่านไปได้โดยที่ไอรีณก็ตามน้ำกันไป จนคุณแม่ขอลงไปเอาของที่รถ ไอรีณจึงได้มีโอกาสคิดบัญชีกับเขาซะที
"ไอ่หื่น! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ มันเื่อะไรกัน"
"เดี๋ยวๆ ใจเย็นหน่อย... เกิดแม่ผมได้ยินคุณเรียกชื่อนั้น ผมตายแน่"
"ก็ว่ามาสิมันเื่อะไร ไม่งั้นเดี๋ยวจะบอกแม่ให้หมดว่านายทำอะไรไว้บ้าง"
"หะ ห๋าาา? เื่อื่นมาเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย... เอาเป็ว่า ผมขอร้อง... แค่วันนี้เท่านั้น คุณช่วยเป็แฟนผมไปก่อนนะ... รายละเอียดไว้ผมเล่าให้ฟังทีหลัง"
"ให้ชั้นเป็แฟนตัวสำรองให้นายเนี่ยนะ?..."
"ขอร้องล่ะ... ไว้ผมจะตอบแทนเื่อื่นให้คุณทีหลังนะ"
ไอรีณปิ๊งความคิดดีๆ ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินจนถึงกับเผลอยิ้มออกมา เธอเปลี่ยนช่องเสียงมาคุยแบบอ่อนหวานกับเขาเหมือนเป็คนละคน
"ก็ด้ายยย... ชั้นจะช่วยให้นายผ่านวันนี้อย่างราบรื่น... แต่นายจะตอบแทนชั้นทีหลังแน่ๆ ใช่มะ?" เธอทำหน้าเ้าเล่ห์ขณะที่ถามย้ำ
"แน่นอนสิ... มีอะไรให้ช่วยผมยินดีเลย"
เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"นายก็แค่... ต้องไปที่คลับ แล้วพาชั้นเข้าม่าน"
"เฮ้ยยย... อะไร... พูดจริงป่ะเนี่ย"
"จริงสิ..."
"ทำไมล่ะ... คุณก็มีลูกค้าไปหาทุกวันอยู่แล้วนี่"
"คือ... ชั้นก็มีเหตุผลของชั้นน่า... ไว้อธิบายทีหลัง... เอาเป็ว่าตกลงตามนี้นะ"
"เดี๋ยวคุณ ถ้าผมจะไปก็ต้องเปิดเมมตั้ง 20,000 เลยนะ... ยังไม่นับค่าโน่นนี่นั่นที่บวกเพิ่มแต่ละคืน แถมเข้าม่านไม่รู้จะหมดเท่าไหร่อีก"
"เอาน่าาาา นายก็ดูมีเงินเก็บอยู่นะ... ขอแค่เดือนนี้ เข้าแค่สองครั้งก็พอ ไม่ได้ให้ไปทุกคืนซะหน่อย"
"แต่จะเอาเงินเก็บผมไปลงกับที่เที่ยวแบบนั้น... มันก็..."
"ทำไมล่ะ... นายไม่อยากเข้าม่านกับชั้นขนาดนั้นเลยเหรอ..."
"........."
เขาดันหยุดคิดภาพว่าถ้าได้พาสาวสวยตรงหน้าเข้าไปนัวเนียในม่านได้ตามใจชอบจะเป็ยังไง มันทำให้จิตใจเริ่มไขว้เขวขึ้นมา ไอรีณรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรขณะที่ใช้สายตาโลมเลียร่างกายของเธอ ทำให้เธอเร่งเป่าหูสุมไฟใส่เข้าไปอีก
"นายเสียเงินก็จริง... แต่เชื่อเถอะ... ค่าตัวชั้นคุ้มค่าทุกบาทแน่ๆ... นายก็เคยได้ลองชิมบ้างแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เอ่อ... ก็คืนก่อนนั่นมันไม่ได้ตั้งใจ..."
"แต่ครั้งนี้... ชั้นจะตั้งใจบริการให้อย่างดีเลยล่ะ... ว่าไงคะ"
ไอรีณทำหน้ายั่วยวนเขาขณะพูดเป่าหูด้วยเสียงหวานๆ ทำให้ธันวาเคลิ้มตาม สีหน้าท่าทางที่ซื่อจนแสดงความรู้สึกออกมาว่ากำลังคิดอะไรหื่นๆ มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกสนุกจนอดยิ้มไม่ได้
"ว่าไง... ตกลงตามนี้นะคะ... เป็แฟนสำรองหนึ่งวันแลกกับเข้าม่านสองรอบ"
"คือ... แต่ผมก็มีแฟนจริงๆ แล้วนะ... จะให้ไปเที่ยวแบบนั้น.."
แกร๊ก!...
คุณแม่เปิดประตูกลับเข้าห้องมาพอดี
"คุณแม่ค้าาาา จริงๆ แล้วอาย" ไอรีณรีบลุกขึ้นะโแล้วเหลือบมองไปทางธันวา
"ยอมแล้ว! ยอมแล้วครับ โอเคๆๆ ใจเย็นๆ นะ ที่รัก... นั่งลงเถอะ"
ไอรีณกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว เธอสนุกกับชัยชนะในการเสนอข้อต่อรองกับเขา เมื่อเธออารมณ์ดีก็เลยชวนคุณแม่พูดคุยกันอย่างออกรสจนบรรยากาศในห้องสดใสขึ้นมา
"ความฝันของหนูเหรอคะแม่... โหย มันธรรมดามากเลยค่ะ แค่อยากมีเงินสักก้อน ลงทุนเปิดร้านเสริมสวยเล็กๆ แค่นั้นแหละ"
"เหรอจ๊ะ... อืมมม ฟังดูเรียบง่ายดีจัง ผิดกับหนุ่มสาวสมัยนี้ส่วนใหญ่เลยนะ มีแต่คนคิดใหญ่ๆ กันทั้งนั้น"
"หนูชอบบรรยากาศที่ได้คุยกับลูกค้าอะค่ะ เข้าร้านมาแล้วสวย มีรอยยิ้มกลับออกไป... มันดูง่ายๆ นะ... แต่ก็ยังทำไม่ได้สักที"
"โถ... ลูกทำได้แน่ แล้วแม่รู้เลยว่าร้านของลูกต้องไปได้สวย"
คำพูดให้กำลังใจจากคนเป็แม่ทำให้ไอรีณน้ำตารื้นขึ้นมาจนแทบกลั้นไม่อยู่ ธันวาที่นั่งฟังข้างๆ ก็ยิ้มไปกับความอบอุ่นที่รู้สึกได้ และต้องแอบเอามือลูบหลังเพื่อปลอบเธอ
ไอรีณหลุดพูดคุยถึงชีวิตที่ลำบากในเมืองกรุงหลายๆ เื่ให้คุณแม่ฟัง เธอรู้สึกเหมือนได้ระบายความเหนื่อยยากจากการสู้ด้วยตัวเองมานานให้ใครสักคนฟัง และคุณแม่กับธันวาก็เป็ผู้ฟังที่ดี ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่ได้พูด แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยถึงเื่งานกลางคืนก็ตาม
พวกเขาคุยกันจนถึงตอนเย็นคุณแม่ก็ขอตัวกลับ ไอรีณกับธันวาพากันเดินลงไปส่ง โดยที่ก่อนจะขึ้นรถแม่ก็เข้ามากอดไอรีณจนแน่น
"หนูต้องเข้มแข็งนะลูก... แม่เป็กำลังใจให้นะ... ธันวา... ดูแลน้องดีๆ นะ"
ทั้งคู่ไหว้ลาคุณแม่ ส่งเธอขึ้นรถแล้วขับออกไปจนลับตา ธันวาถึงได้หันมาคุยกับไอรีณแบบจริงจังสักที
"ขอบใจมากนะ... วันนี้ดูคุณแม่มีความสุขมากเลย"
"อืม... ขอบใจเหมือนกัน... ชั้นก็มีความสุขมาก"
ไอรีณหันมาจ้องตากับเขานิ่งอยู่นานจนพวกเขาอยู่ในภวังค์ ธันวาสะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อรู้สึกตัวว่ากำมือของเธอไว้จนแน่นั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขารีบปล่อยแล้วหลบตาทำเขิน ไอรีณก็แอบหัวเราะแล้วชวนกันเดินกลับขึ้นห้อง
พอมาถึงหน้าห้องของทั้งคู่ ธันวากำลังคิดคำพูดที่จะอธิบายเื่ที่ให้เธอมาเป็ตัวแทนน้ำหวานชั่วคราว แต่ไอรีณดูจะไม่สนใจอีกแล้ว เธอเดินเข้ามากระซิบข้างๆ หูเขา
"อย่าลืมสัญญาล่ะ... วันพรุ่งนี้เราไปเข้าม่านด้วยกันนะคะ... คุณแฟน"