ยอดเขาอวิ๋นเฟิง สำนักชิงอวิ๋น
ที่นี่แตกต่างจากยอดเขาอื่น ๆ เพราะบนยอดเขาอวิ๋นเฟิงมีกระท่อมไม้เพียงสองหลัง รอบ ๆ เต็มไปด้วยพืชพรรณหายาก สิ่งที่ทำให้คนตื่นตระหนกมากที่สุดก็คือ ไอิญญาของที่นี่หนาแน่นกว่ายอดเขาอื่น ๆ หลายเท่า!
ซึ่งหมายความว่า หากบำเพ็ญเพียรที่นี่แค่เพียงหนึ่งวัน ก็เทียบเท่ากับการบำเพ็ญเพียรที่ยอดเขาอื่น ๆ ที่ต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรหลายวันแล้ว!
เมื่อเห็นสถานที่อันคุ้นเคยตรงหน้า มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่ก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว …ที่นี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน อีกทั้งหลังจากที่นางจากไป อาจารย์ก็ไม่เคยรับศิษย์อีกเลยเป็เวลาสามร้อยปีเต็ม ๆ
“ต่อไปเ้าก็พักอยู่ที่นั่นแล้วกัน” หลิวมู่เฉินมองไปยังกระท่อมไม้อีกหลัง พร้อมกับสายตาที่ยากจะคาดเดา
“เ้าค่ะ อาจารย์!” หญิงสาวตอบรับคำ
ขณะที่มู่เชียนจิ่วเข้าไปใกล้กระท่อมหลังนั้น สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากในกระท่อม ดวงตากลมโตจ้องมองผู้มาเยือนหน้าใหม่ด้วยความหวาดระแวง พร้อมกับแยกเขี้ยวขู่นางด้วยท่าทางดุดัน
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้สูงเพียงแค่เข่าของมู่เชียนจิ่ว หัวเป็ั ตัวเป็กวาง หางเป็วัว ขาเหมือนม้า และมีไฟลุกท่วมไปทั่วร่าง
‘ลูกไฟน้อย!’
มู่เชียนจิ่วจับจ้องสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า สัตว์ศักดิ์สิทธิ์น้อยตัวนี้เป็ลูกกิเลนตัวจริงเสียงจริง ตอนนั้นอาจารย์นำมันกลับมาจากแดนอัคคีไร้ขอบเขต และมอบให้นาง
ตอนที่มีศัตรูบุกเข้ามา สัตว์ศักดิ์สิทธิ์น้อยตัวนี้ยังเป็เด็กอยู่ ดังนั้นมู่เชียนจิ่วจึงไม่ได้พามันไปร่วมรบด้วย
…เพียงแต่ตอนนี้ เวลาผ่านไปสามร้อยปีแล้ว เหตุใดขนาดตัวของมันถึงไม่โตขึ้นเลยล่ะ?
ลูกไฟน้อยแยกเขี้ยวใส่คนแปลกหน้าครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีท่าทางราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงะโมาอยู่ข้างกายของนาง พลางเดินวนรอบกายอย่างพินิจพิเคราะห์
มู่เชียนจิ่วใจเต้นตึกตัก อย่าบอกนะว่าเ้าเด็กนี่ก็จำนางได้เหมือนกัน?
หลิวมู่เฉินเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาก็ฉายประกายยินดีออกมา มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น ลูกกิเลนตัวนี้มีนิสัยถือตัว นอกจากจิ่วเอ๋อร์แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้
นับั้แ่จิ่วเอ๋อร์จากไป ลูกกิเลนตัวนี้ก็เฝ้าอยู่ที่กระท่อมไม้หลังนี้มาถึงสามร้อยปีเต็ม ๆ มันกำลังรอ...รอเ้านายของมันกลับมา…
“อาจารย์ มันจะกินข้าหรือไม่เ้าคะ?” มู่เชียนจิ่วแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว
ทันใดนั้นลูกไฟน้อยก็ถูไถตัวเองไปมากับหลังมือของมู่เชียนจิ่ว ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ “นายหญิง?”
เมื่อได้ยินเสียงที่น่ารักดังขึ้นในโสตประสาท มู่เชียนจิ่วก็เบิกตาโพลง ลูกไฟน้อยของนางพูดได้แล้วอย่างนั้นหรือ?
“นายหญิง ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ หรือขอรับ?” ลูกไฟน้อยะโไปมาด้วยความตื่นเต้น
“นายหญิง เป็นายหญิงจริง ๆ ด้วย!”
มู่เชียนจิ่วสงบสติอารมณ์ลง โชคดีที่ลูกไฟน้อยใช้กระแสจิตคุยกับนาง หลิวมู่เฉินจึงไม่ได้ยิน ไม่เช่นนั้นตัวตนของนางไม่เท่ากับถูกเปิดเผยหรอกหรือ “เหตุใดเ้าถึงยังจำข้าได้อยู่ล่ะ?”
“แม้รูปลักษณ์ภายนอกของนายหญิงจะเปลี่ยนไป ไอพลังก็ไม่เหมือนเดิม แต่ข้าทำพันธสัญญาจิติญญากับนายหญิงไว้นะขอรับ!” ลูกไฟน้อยอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม เขารู้อยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรนายหญิงก็ต้องกลับมา
มู่เชียนจิ่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางเกือบลืมเื่นี้ไปเสียสนิท “เช่นนั้นเ้าจะร่วมมือกับข้าแสดงละครได้หรือไม่?”
“แสดงละครหรือขอรับ?” ลูกไฟน้อยมีสายตางุนงง เห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจกับคำที่นางใช้
แต่ลูกไฟน้อยก็ฉลาดพอ เมื่อได้ฟังคำอธิบายของมู่เชียนจิ่ว ก็เข้าใจความหมายของนายหญิงในทันที
ขาเล็ก ๆ ทั้งสี่ข้างกระโจนถอยออกไป จากนั้นก็แยกเขี้ยวใส่มู่เชียนจิ่วเช่นเดิม
มู่เชียนจิ่ว “...”
เ้าเป็อสูรเทพนะ ต้องดุดันกว่านี้สิ!
ลูกไฟน้อยเห็นสายตาให้กำลังใจของนายหญิงแล้ว พลันเข้าใจสิ่งที่นางจะสื่อทันที ทันใดนั้นมันก็อ้าปากพ่นไฟใส่ผู้เป็นาย
*โร่วววว*
โชคดีที่มู่เชียนจิ่วสวมหน้ากากเอาไว้ อาภรณ์ที่สวมใส่ก็เป็ของวิเศษ ร่างกายของนางจึงไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด ทว่า…
…เมื่อถูกพ่นไฟใส่ซึ่ง ๆ หน้าเช่นนี้…ผมยาวสลวยสีดำสนิทราวกับหยกหมึกของหญิงสาว…ก็ไหม้หายไปกว่าครึ่งหัว
มู่เชียนจิ่วถึงกับอึ้ง “???”
มือบางยกขึ้นลูบศีรษะส่วนครึ่งหน้าที่โล้นไปของตนเอง และโมโหจนควันออกหู!
ลูกไฟน้อยรู้ตัวทันทีว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย หลังจากพ่นไฟออกมาอีกเล็กน้อย ก็หมุนกายหนีไปอย่างรวดเร็ว!
“เ้า...เ้าตายแน่!” บัดนี้มู่เชียนจิ่วโมโหจริง ๆ แล้ว นางชูมือขึ้นเรียกกระบองถงเทียนออกมา ก่อนจะวิ่งเข้าไปในกระท่อมด้วยความเกรี้ยวกราด
เมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังออกมาจากกระท่อมไม้ หลิวมู่เฉินเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
…นับั้แ่ที่จิ่วเอ๋อร์จากไป ยอดเขาอวิ๋นเฟิงของเขาก็ไม่ได้คึกคักเช่นนี้อีกเลย
----------
เช้าวันต่อมา มู่เชียนจิ่วออกจากการบำเพ็ญเพียร
สมกับเป็ค่ายกลรวมิญญาที่อาจารย์เป็คนวางเองกับมือ! เพียงแค่หนึ่งราตรี ระดับตบะบารมีของนางก็มั่นคงแล้ว และสามารถบรรลุตบะบารมีระดับฌานดรุณขั้นกลางได้ตลอดเวลาอีกด้วย!
ลูกไฟน้อยเดินมาที่ข้างเตียง พลางเลียหลังมือของมู่เชียนจิ่ว “นายหญิง!”
“เมื่อคืนเ้าแสดงได้ไม่เลวเลย” มู่เชียนจิ่วเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม “ต่อไปเวลาที่อาจารย์อยู่ด้วย เ้าต้องแสดงให้ดุดันกว่านี้ล่ะ แต่ห้ามพ่นไฟเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่!”
ลูกไฟน้อยพยักหน้ารับหงึก ๆ พลางเหลือบมองไปยังศีรษะที่สะท้อนแสงวาววับของผู้เป็นายโดยไม่ได้ตั้งใจจนรู้สึกแสบตา
‘ศีรษะของนายหญิงสว่างจ้าจัง!’
มู่เชียนจิ่วลุกขึ้นยืน นางรู้ว่าอาจารย์ไม่ชอบกินอาหารเหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ครั้นที่ยังเป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋นนางใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กว่าจะทำให้อาจารย์ติดนิสัยชอบกินข้าวเช้า
ไม่รู้ว่าสามร้อยปีที่ผ่านมา อาจารย์ยังทำตามที่นางบอกไว้อยู่หรือไม่
“นายหญิง ท่านจะไปไหนหรือขอรับ?” ลูกไฟน้อยเห็นมู่เชียนจิ่วลุกขึ้นยืน ก็รีบตามไปทันที
“ไปทำอาหาร”
มู่เชียนจิ่วสั่งให้ลูกไฟน้อยอยู่แต่ในห้อง ในเมื่อนางตัดสินใจที่จะปิดบังอาจารย์ ดังนั้นจะแสดงละครทั้งที ก็ต้องแสดงให้สมบทบาทหน่อย!
มู่เชียนจิ่วรีบออกไปจากกระท่อม นางผ่าฟืนและก่อไฟด้วยตัวเอง จากนั้นก็นำหม้อสารพัดนึกออกมา
สวนผักที่ตอนนั้นนางเคยปลูกเอาไว้ บัดนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นจึงไม่ต้องไปถามหลิวมู่เฉิน มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่ก็ตรงไปเก็บผักสด ๆ อย่างคุ้นเคยจนได้มากำใหญ่
ความจริงแล้วงานผ่าฟืนเช่นนี้ มู่เชียนจิ่วสามารถมอบหมายให้กระบี่ชิงซวงทำให้ได้ เพียงแต่มันมีไอพลังที่เย็นเกินไป ทำให้ฟืนที่ผ่าออกมาพลันแข็งเป็น้ำแข็ง ไม่สามารถจุดไฟได้
เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป กับข้าวห้าอย่างก็พร้อมขึ้นโต๊ะ มู่เชียนจิ่วมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ กับข้าวสามอย่าง น้ำแกงอีกหนึ่งอย่าง น่าเสียดายที่ไม่มีเนื้อสัตว์
ตอนนั้นเอง หลิวมู่เฉินเดินออกมาจากกระท่อมพอดี ชุดสีขาวปลิวไสว ท่วงท่าสง่างาม บนใบหน้าขาวใสราวกับมีแสงนวลตาตกกระทบ
“อาจารย์ กินข้าวได้แล้วเ้าค่ะ!” มู่เชียนจิ่วรีบวางชามและตะเกียบลง ศีรษะส่องสะท้อนราวกับวงแสงวงหนึ่ง
หลิวมู่เฉินเมื่อเห็นศีรษะโล้น ๆ ก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ “ผมของเ้า...”
“อิอิอิ ข้าเห็นมันไม่เป็ทรง ก็เลยโกนทิ้งเ้าค่ะ!” มู่เชียนจิ่วยกมือขึ้นลูบศีรษะของตนเองเล็กน้อย เช่นนี้ก็รู้สึกสบายดีเหมือนกัน
หลิวมู่เฉินนั่งลงบนเก้าอี้ “เ้าเป็คนทำอาหารพวกนี้เองหรือ?”
มู่เชียนจิ่วตักข้าวพลางตอบ “เ้าค่ะ อาจารย์ลองชิมดูสิเ้าคะ”
“อืม อาจารย์จะลองชิมดู” หลิวมู่เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน แม้แต่ตอนกินก็ยังทำให้คนรู้สึกอยากมองจนไม่อาจละสายตา
เมื่อก่อนมู่เชียนจิ่วชอบมองเวลาอาจารย์ของนางกินข้าวที่สุด เจริญตาทั้งยังเจริญอาหารด้วย เวลาเบื่ออาหาร เพียงมองหน้าหลิวมู่เฉินก็สามารถกินข้าวได้หลายชามแล้ว
“อาจารย์ เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ข้าทำอร่อยหรือไม่?”
“อืม อร่อยมาก!” หลิวมู่เฉินชิมไปได้แค่คำเดียว ก็วางตะเกียบลง “ศิษย์พี่หญิงของเ้าเมื่อก่อนก็มักจะทำอาหารให้อาจารย์เช่นกัน”
มู่เชียนจิ่วแสร้งทำเป็ไขสือ “อาจารย์ แล้วตอนนี้ศิษย์พี่หญิงอยู่ที่ไหนหรือเ้าคะ?”
.
.
.