ในค่ำคืนนั้น หยางหลี่หยางไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย ในหัวของมันคิดถึงแต่โลกมายาที่ไห่ถังกล่าวถึง โลกใบนี้ยังมีสิ่งแปลกประหลาดให้ค้นหาอีกมากมาย และหากทุกสิ่งเกิดขึ้นจากวิทยาศาสตร์จริงๆ เราอาจใช้วิทยาศาสตร์ได้ในระดับเดียวกับพระเจ้าและส่งเรากลับไปยังที่ที่จากมา
กว่าหยางหลี่หยางจะหลับลง ก็ใกล้จะรุ่งสาง และบ่ายของวันต่อมามันยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ตื่น
แอ๊ดด... เสียงประตูค่อยๆแง้มออก ส่งสัญญาณปลุกหยางหลี่หยางให้ตื่นขึ้น
“ดูเหมือนว่า คำพูดของข้าจะทำให้ท่านกังวลไม่น้อย เมื่อคืนคงจะข่มตาหลับลำบากมากเลยสินะ ถึงมาตื่นเอาเวลาตะวันขึ้นกลางศีรษะแบบนี้” เสียงอ่อนนุ่มของหญิงสาวดังขึ้น
หยางหลี่หยางที่กำลังงัวเงียเปิดดวงตากว้างด้วยความตกใจ ‘อะไรกัน ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว!!’“จะ...เจ้าเข้ามาในห้องข้าทำไมอีก??!!”
อีกฝ่าย อมยิ้มเล็กๆ นางถือถังน้ำเข้ามาและวางลงที่ปลายเตียง “เรื่องกามราคะท่านอาจอดทน เพราะนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องความสะอาด หากท่านไม่อาบน้ำ หัวหน้าตระกูลลู่จะต้องตำหนิ บ่าวรับใช้อย่างพวกเราแน่นอน”
หยางหลี่หยางรีบตอบกลับ “วะ...วางไว้ตรงนั้น ข้าอาบเองได้”
ได้ยินเช่นนั้นไห่ถังลุกขึ้นยืน นางดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก ผมยาวสลวยประหนึ่งความงามของน้ำตกจากที่สูงลงสู่พื้นที่ต่ำ ความงดงามของนางนั้นยากที่จะลบภาพเมื่อคืนให้ออกไปจากหัวได้หมด “แขนท่านหักและขาท่านก็หัก ตัวท่านจะอาบน้ำเองได้อย่างไร?? ไม่ต้องเขินอายไปหรอก เมื่อคืนข้าไม่ได้ปรนนิบัติท่าน ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปข้าจะไม่ปรนนิบัติท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมแต่ท่านก็เป็นหยางหยางไปแล้ว ดังนั้นสถานะของข้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ได้”
เมื่อเห็นหยางหลี่หยางยังนิ่ง ไห่ถังค่อยๆหรี่สายตา จากนั้นนางวางมือไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายและค่อยๆปลดเสื้อผ้าออก
ตัวของหลี่หยางแข็งทื่อ มันกล่าวออกติดๆขัดๆ “อะ...เอ่อ วันนี้ไม่ต้องอาบน้ำก็ได้ คะ...แค่ ชะ...เช็ดตัวก็พอ”
ริมฝีปากสีแดงของไห่ถังเปลี่ยนเป็นเส้นโค้ง นางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ท่านยังไม่ชิน ข้าจะเช็ดตัวให้ท่านอย่างเดียวก็ได้”
นี้เป็นครั้งแรกที่หยางหลี่หยางได้เห็น ร่างกายของตัวเองเต็มๆ จากเนื้อหนังวัยสี่สิบและไขมันส่วนเกินที่เคยมี บัดนี้สิ่งเหล่านั้นไม่เหลือให้เห็นแม้แต่น้อย
ร่างกายที่บึกบึน ผิวขาวกระจ่างตา หน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวงดงาม เป็นร่างกายของชายหนุ่มวัย19ย่าง20ปี ‘นี้เป็นผลจากการย้อนวัย??’ นี้คือสิ่งที่หยางหลี่หยางคิด แต่ทว่าความจริงแล้ว สิ่งที่ทำให้ร่างกายของมันงดงามสมส่วนเหนือชายอื่น เกิดจากปราณวิเศษพันปี ที่มันได้รับมาโดยบังเอิญต่างหาก
ร่างกายของหยางหลี่หยาง แม้แต่บุรุษด้วยกันยังสามารถดึงดูดสายตาและเกิดความพิศวงในใจ แล้วนับประสาอะไรกับอิสตรี
ตอนแรกถึงแม้ไห่ถังจะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ แต่การเช็ดตัวให้บุรุษที่ไม่คุ้นเคยแล้วนั้น นางยังคงมีความเขินอายแอบซ่อนอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้ด้วยรูปลักษณ์ตรงหน้าได้ลบความเคอะเขินในใจออกไปจนหมดสิ้น
นิ้วมือของไห่ถังจับไปที่เชือกมัดกางเกงและดึงออก กางเกงอันเป็นชิ้นส่วนสุดท้าย ที่ปิดบังร่างกายส่วนล่างเอาไว้ ถูกถอดออกทันที
ในอดีตหยางหลี่หยางหมกหมุนอยู่แต่กับทฤษฏีรูหนอน การข้ามเวลาและทฤษฏีการมีตัวตนของพระเจ้า ตลอดอายุ40ปีของเขา มีแฟนคนเดียวตอนเป็นวัยรุ่น ปัจจุบันไม่มีทั้งลูกและภรรยา ด้วยเหตุนี้เรื่องความลับของหญิงชายจึงไม่คุ้นชินมากนัก
สายตาของหยางหลี่หยางเลื่อนมองจากริมฝีปากสีแดง ไปที่ลำคอ ผ่านหัวไหลสองข้าง ดวงตาของมันหยุดลงอยู่ที่บริเวณเนินอกเหนือเสื้อผ้าของไห่ถัง กอปรกับความงดงามให้ผู้คนหลงใหลของหญิงสาวตรงหน้า แม้จะพยายามอย่างที่สุดก็ไม่สามารถควบคุมความเป็นชายได้เลย
ด้วยความเขินอาย มันรีบย้ายสายตาขึ้นมองเพดาน พยายามบิดตัวนอนในท่าตะแคง ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่ มีเพียงเสียงจุ่มน้ำและบิดผ้าเบาๆที่ดังเป็นระยะๆ
ผ้าอุ่นๆเช็ดถูไปตามแผ่นหลังของหยางหลี่หยาง มันค่อยๆชำระคาบเหงื่อไคลความสกปรกออกไป ยิ่งไห่ถังถูผ้าไปตามร่างกายมากเท่าไร ความขาวของผิวกายก็ยิ่งเปล่งปลั่ง นี้คือร่างกายของบุรุษผู้ไม่เคยผ่านความยากลำบาก เป็นผิวของลูกหลานตระกูลใหญ่ ที่อาบน้ำแร่แช่น้ำนมมาตั้งแต่กำเนิด
ไห่ถังเช็ดทำความสะอาดให้แก่หลี่หยาง ตั้งแต่แผ่นหลังจรดปลายเท้าอย่างละเอียด จากนั้นนางค่อยๆออกแรกเปลี่ยนท่าทางของชายหนุ่มให้กลับมาในท่านอนหงาย
หยางหลี่หยางรีบกล่าว “อะ..เอ่อ แค่นี้ก็สะอาดแล้ว” ขณะที่กล่าวสายตาของมันมองประสานไปกับใบหน้าของหญิงสาว ริมฝีปากและเนินอกที่เข้ามาใกล้สายตาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้จิตใจกระเจิดเจิง ส่วนลับของหลี่หยางตั้งชูชันสมดั่งชายวัย19ปี
เรียวมือของไห่ถังกอปรกับผ้าชุบน้ำ สัมผัสไปที่ใบหน้า ลำคอ หน้าอกและเช็ดเบาไปถึงท้องน้อย และนางก็ได้ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง ผ้าขาวเช็ดเบาๆไปที่ของลับของหลี่หยาง
ชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดะ..เดี๋ยวก่อน!!!”
ทว่าคำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ไห่ถังหยุดมือ อีกฝ่ายเค้นเสียงในลำคอ “หึ...ถึงปากท่านจะปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างรวดเร็ว สองแขนสองขาท่านหักนานนับเดือน เส้นเลือดตีบตันไม่ไหลเวียน คงมีวิธีเดียวที่ทำให้ท่านผ่อนคลายได้ ถือว่าครั้งนี้ท่านเป็นหนี้ข้าก็แล้วกัน” สิ้นเสียงไห่ถังวางผ้าขาวลงในถังน้ำ จากนั้นนางใช้เรียวมือขาวเนียนจับกุมไปที่ของลับของหลี่หยาง และค่อยๆโยกขึ้นลงด้วยน้ำหนักที่เบามือ
เมื่อสิ่งนั้นขยายตัวสู้มือ ไห่ถังเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้น บรรยากาศระหว่างทั้งสองถูกปกคลุมด้วยเสียงครางอู้อี้ในลำคอของหลี่หยาง จากความพยายามเงียบเสียงสุดชีวิต กลายเป็นต้องปล่อยครางออกมาอย่างสุดกลั้น“พะ...พอ พอแล้ว อะอ๊า...”
เมื่อความเสียวซ่านถึงจุดสุดยอด น้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักท่วมเรียวมือของไห่ถัง นางปล่อยของลับของอีกฝ่ายและจุ่มมือลงในอ่างน้ำ “เท่านี้ ท่านคงจะผ่อนคลายทั้งตัวและใจแล้ว”
หยางหลี่หยางใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง สติที่กระเจิดกระเจิงถูกเรียกรวมกลับมา “จะ...เจ้าทำแบบนี้ทำไม??”
ระหว่างที่ไห่ถังเก็บข้าวของ นางพลางตอบออกมาเป็นระยะ “ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ในตระกูลขุนนางระดับสูง หากมีใครบาดเจ็บต้องนอนติดเตียงนับเดือน การรีดเร้นกำหนัดก็เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโรคท่านที่นอนติดเตียงมาตลอด วิธีปฏิบัติจะแตกต่างไปจากผู้อื่นได้อย่างไร และหน้าที่ที่ว่านั้น หัวหน้าตระกูลลู่ก็สั่งให้ข้าเป็นคนทำ หรือท่านหวังสูงให้ข้าใช้ร่างกายรีดกำหนัดของท่านออกมากันละ??”
หยางหลี่หยางไม่ได้ตอบคำถามนั้น มันได้แต่พึมพำออกมา “หากไม่ใช่เจ้าก็จะมีคนอื่นมาทำแทน?? ให้ตายสิ..นี้คือวิธีรักษาผู้ป่วยติดเตียงของคนในโลกนี้หรืออย่างไร???”
ได้ยินเช่นนั้นไห่ถังหันมองด้วยความประหลาดใจ “คำพูดคำจาของท่านช่างประหลาดจริงๆนะ ไม่ใช่คนเมืองเหยี่ยชิงละสิ” แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่เต็มใจตอบ ไห่ถังก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไปอีก ก่อนนางจะออกไป ได้ย้ำเตือนถึงสัญญาที่หลี่หยางให้ไว้อีกครั้ง
ประตูห้องพักถูกปิดลง หยางหลี่หยางยังคงมองไปยังแผ่นหลังที่ค่อยๆเลือนหายไป “คัมภีร์หวังเจาจินคือสิ่งใด? สำคัญกับนางขนาดนั้นเลยหรือไงกัน??”
หลังจากหยางหลี่หยางถูกชำระคราบไคลบนร่างกาย ยามเซิน*(15.00น.) จิ้นอวี่ได้เข้ามาสนทนาและอยู่เป็นเพื่อน
“อีกไม่นาน เจ้าก็คงหายดีแล้ว” จิ้นอวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
ได้ยินเช่นนั้นหยางหลี่หยางถามกลับ “เจ้าเป็นหมอหรือไง??”
อีกฝ่ายส่ายหน้า “ไม่ต้องเป็นหมอข้าก็รู้ มีแม่นางไห่ถังคอยปรนนิบัติอีกไม่นานเจ้าก็หายดี จำได้หรือไม่ เมื่อก่อนเจ้าเคยพูดกับข้าอยู่บ่อยๆว่า หากถูกไห่ถังปรนนิบัติ ต่อให้ตายก็จะฟื้นขึ้นมารับการปรนนิบัตินั้น”
แม้แต่จิ้นอวี่ก็รู้?? หยางหลี่หยางนึกสงสัยความสัมพันธ์ของหยางหยางและไห่ถัง จึงกล่าวถามไปว่า “จิ้นอวี่ แม่นางไห่ถังกับหยางหยาง...เอ่อ แม่นางไห่ถังกับข้านะ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร? และนางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร??”
“อย่าบอกนะว่า!!! ความสัมพันธ์ของเจ้ากับแม่นางไห่ถังก็ยังจำไม่ได้”
หยางหลี่หยางพยักหน้าขึ้นลง “ไม่งั้นคงไม่ถามเจ้า???”
จิ้นอวี่คิดเล็กน้อย “ท่านกับแม่นางไห่ถัง ก็คงเป็นคู่รักกันละมั้ง ส่วนที่ถามว่านางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” กล่าวถึงตรงนี้ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย “ถ้าจำไม่ผิดแม่นางไห่ถังเข้ามาในตระกูลหยางตอนอายุ9ขวบ เห็นว่าบิดาของเจ้าเป็นคนพามา”
“เจ้าไม่คิดว่าแปลกไปหน่อยรึไง?? ไห่ถังนั้น มีรูปลักษณ์และหน้าตางดงาม นางสามารถเป็นอนุหรือนายหญิงของตระกูลชั้นสูงได้สบายๆ แล้วเหตุใดยังทนเป็นคนใช้ของตระกูลหยางอยู่ บางทีนางอาจมีแผนการอะไรอยู่ในใจ” หลี่หยางกล่าวขึ้นให้อีกฝ่ายคิดตาม
จิ้นอวี่ส่ายหน้าอย่างไม่สนใจ “แผนการที่ว่านั้นก็คงเป็นนายหญิงของตระกูลหยางละสิ ตอนเจ้าอายุ18ปี เคยร้องขอจะแต่งงานกับแม่นางไห่ถัง แต่ตอนนั้นถูกนายท่านคนอื่นๆคัดค้านเ เรื่องแต่งงานจึงถูกล้มเลิกไป”
‘ก็แน่ละสิ คุณชายตระกูลใหญ่ตบแต่งกับสาวใช้ ใครเขาจะไปยอมกัน’ คิดได้เช่นนั้นหยางหลี่หยางยังคงถามออกด้วยความสงสัย “ในเมื่อเจ้าบอกว่า ข้ารักแม่นางไห่ถัง แล้วที่ท่านปู่บอกว่า ข้าหนีไปเพราะไม่ได้แต่งงานคือเรื่องอะไรกัน??”
จิ้นอวี่ตอบกลับราวกับเป็นเรื่องปกติ “เจ้ารักแม่นางไห่ถัง แต่เจ้าก็รักคนอื่นด้วยเช่นกัน พูดไปก็เหมือนข้าว่าเจ้า แต่จะบอกให้นะ คนในเมืองเหยี่ยชิงเรียกเจ้าว่า คุณชายเจ้าสำราญ”
ได้ยินดังนั้น หยางหลี่หยางถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง “คะแค่กๆ!!! อะไรนะ? คุณชายเจ้าสำราญ??” ใจของหลี่หยางคิด ‘พื้นที่ของเมืองเหยี่ยชิงก็คงพอๆกับมณฑลในยุคสมัยของเรา จะต้องเสเพลขนาดไหน คนทั้งมณฑลถึงพร้อมใจกันเรียกชื่อนี้ได้’
“สุดท้ายแล้ว ข้าก็รู้แค่ว่า บิดาของข้าเป็นคนพาไห่ถังมาอยู่ที่ตระกูลหยาง ไม่เป็นไรเอาไว้ข้าถามเอากับท่านพ่อก็แล้วกัน” หลี่หยางพึมพำถึงสิ่งที่คิด
จิ้นอวี่ถึงกับใช้สายตาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความงุนงง “อาการของเจ้าหนักแล้วละ??”
หยางหลี่หยางไม่เข้าใจในคำพูดนั้นของอีกฝ่าย จึงถามกลับ “หมายความว่าอย่างไร??”
“ก็นายท่านหยางจง บิดาของเจ้าเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนเจ้าอายุ10ปี ตอนนั้นข้าร้องไห้เป็นเพื่อนเจ้าสามวันสามคืนเต็มๆเลยนะ” จิ้นอวี่กล่าวตอบ
ได้ยินเช่นนั้นหยางหลี่หยางปั้นสีหน้าไม่ถูก แต่เมื่อมันพูดอะไรผิดแปลกไป มันจะใช้ข้ออ้างว่าความจำยังไม่กลับมาและครั้งนี้ก็เช่นกัน
‘เมื่อบิดาของหยางหยางเสียชีวิตแล้ว เท่ากับเบาะแสตัวตนของแม่นางไห่ถังก็ไม่เหลืออีก...ช่างเถอะ ตอนนี้อยู่ให้ไกลนางไปก่อนก็แล้วกัน’จากนั้นมันถามถึงความสงสัยที่ยังค้างอยู่ “จิ้นอวี่เจ้ารู้เรื่องเกี่ยวกับโลกมายาหรือไม่?”
จิ้นอวี่ตอบกลับ “ข้าเองก็เคยได้ยิน แต่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับมัน พอถามเอาความจากท่านพ่อ ก็บอกเพียงแค่ว่า รออายุ20ปีให้ข้าตามไปดูแลเจ้าที่โลกมายา”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่หยางคิด 'เพื่อไม่ให้ความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสร้างปัญหาขึ้น คงเลือกวิธีปิดบังไว้เป็นความลับสินะ'
“เอาละ มาถึงคำถามสุดท้าย วันเกิดข้าวันไหน อีกนานเท่าใดจะมีอายุครบ20ปี??” หลี่หยางกล่าวถาม
คำถามนี้อีกฝ่ายตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เจ้ากับข้าเกิดเดือนเดียวกัน ข้าเกิดต้นเดือน เจ้าเกิดปลายเดือน นับแบบนี้ข้านะเป็นพี่”
หยางหลี่หยางส่ายหน้า “ไม่มีคำถามใด ที่ถามถึงวันเกิดเจ้าเลยนะ??”
จิ้นอวี่เบ๊ปากเล็กน้อย “งานไหว้พระจันทร์ ที่จัดขึ้นเดือนหน้าตรงกับวันเกิดครบรอบ20ปีของเจ้า ถ้านับจากนี้ก็อีก49วัน”...