คฤหาสน์ตระกูลหวังคึกคักไปด้วยเหล่ามหาเศรษฐีและเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานเปิดตัวคุณหนูที่หายสาบสูญ แสงไฟคริสตัลระยิบระยับขับเน้นความหรูหรา รินดาในชุดราตรีสีชมพูฟูฟ่องพยายามเดินโปรยยิ้มไปทั่วงาน
แต่แล้ว ทุกสายตาก็ต้องหันไปมองที่บันไดวนกลางโถง...
หลินชิงเซียน เดินลงมาในชุดกี่เพ้าสีเขียวมรกตที่ดูเรียบง่ายแต่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นเลิศ ผมยาวสลวยถูกปักด้วยปิ่นหยกเพียงชิ้นเดียว ท่าทางการเดินของเธอดูสงบนิ่งเยือกเย็นผิดกับเด็กบ้านนอกที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ แต่ที่ทำให้ทุกคนอึ้งที่สุดคือ... ในมือข้างหนึ่งของเธอถือถ้วยน้ำชาโบราณ ส่วนอีกข้างหนึ่ง... เธอกำลังถือ "น่องไก่ทอด" ขนาดใหญ่และกัดมันอย่างเอร็ดอร่อย!
"นั่น... นั่นคุณหนูชิงชิงเหรอ? ทำไมเธอถึงกินน่องไก่กลางงานเลี้ยงล่ะ!" เสียงแเื่ซุบซิบ
[มองอะไรกันหนักหนาเ้าพวกมนุษย์น่าโง่? ของกินวางอยู่เต็มโต๊ะแต่กลับเอาแต่ยืนถือแก้วน้ำเปล่าคุยเื่หุ้นเื่ที่ดิน สู้ข้าไม่ได้... ไก่นี่มันผ่านการทอดด้วยน้ำมันอุณหภูมิสูงจนกรอบนอกนุ่มใน นี่แหละคือสัจธรรมของโลก! กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่ออวดรวยโว้ย!]
พี่ชายทั้งสามที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับยกมือกุมขมับ หวังซิง (น้องสาม) ถึงกับต้องหันหน้าเข้ากำแพงเพื่อกลั้นหัวเราะ 'สัจธรรมของโลกคือน่องไก่งั้นเหรอชิงชิง?'
"ชิงชิง! วางน่องไก่นั่นลงเดี๋ยวนี้" คุณหญิงนวล (ผู้แม่) เดินเข้ามากระซิบเสียงเครียด "คุณเฟยหลง คู่หมั้นของลูกมาถึงแล้วนะ ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย!"
[คู่หมั้น? อ้อ... ไอ้หน้าปลาทูนั่นน่ะรึ? ไหนดูซิว่าจะหล่อเหลาเอาการเหมือนที่ลือกันไหม หรือจะเป็แค่เ้าพวกขี้เก๊กที่เอาแต่ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่นเหงื่อไปวันๆ]
ชิงเซียนปัดมือที่เปื้อนน้ำมันกับผ้าเช็ดหน้าอย่างลวกๆ พลางกวาดสายตาหาเป้าหมาย แล้วเธอก็สบเข้ากับดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง เฟยหลง ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลหลิวที่ขึ้นชื่อเื่ความโหดและเ็า
เขากำลังจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก... แต่ในใจของเฟยหลงนั้นกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
[โอ้โฮ... ผิดคาดแฮะ เครื่องหน้าครบถ้วน คิ้วกระบี่ ตาหงส์ จมูกโด่งเป็สันดั่งูเาหิมะ... นี่มัน 'หยิน' แข็งแกร่งจนน่าจับมาเป็เตาหลอมพลังปราณจริงๆ! ถ้าได้นวดคลึงเอ๊ย... ได้บำเพ็ญคู่กับเ้าหมอนี่ ตบะเซียนของข้าคงฟื้นคืนไวขึ้นแน่ๆ เสียดายอย่างเดียว... ท่าทางจะ 'ดุ' เหมือนสุนัขเฝ้าประตูสำนักข้าเลย]
เฟยหลงถึงกับสำลักไวน์แดงในมือ 'เตาหลอมพลังปราณ?' 'บำเพ็ญคู่?' 'สุนัขเฝ้าประตู?' นี่เขากำลังโดนยัยผู้หญิงประหลาดนี่แทะโลมในใจงั้นเหรอ!
"ยินดีที่ได้พบครับ... คุณชิงชิง" เฟยหลงเดินเข้ามาทักทายพลางยื่นมือออกไปตามมารยาท
"อื้ม... เช่นกัน" ชิงเซียนตอบสั้นๆ พลางยื่นมือที่เพิ่งจับน่องไก่ (แต่เช็ดแล้ว) ไปวางบนมือเขา
[มืออุ่นดีจัง... กระแสพลังในตัวเขาไหลเวียนดีมาก แต่เสียดาย มีจุดติดขัดตรงหน้าอกเล็กน้อย สงสัยจะนอนน้อยเพราะเอาแต่บ่นคนอื่นล่ะมั้ง หรือไม่ก็เป็พวกบ้างานจนลืมกินข้าว... เ้าคนโง่เอ๊ย สังขารเป็สิ่งไม่เที่ยง แต่ความหิวเป็สิ่งเที่ยงแท้นะจ๊ะ]
เฟยหลงกระตุกยิ้มที่มุมปาก "ผมได้ยินว่าคุณไม่ค่อยสบาย... แต่ดูจาก 'เสียง' แล้ว ดูเหมือนจะแข็งแรงดีนะครับ"
ชิงเซียนเลิกคิ้ว "เสียง? ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ"
"ผมไม่ได้หมายถึงเสียงจากปาก... แต่หมายถึงเสียงจาก 'ใจ' ต่างหาก" เฟยหลงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเบาๆ จนคนรอบข้างเริ่มซุบซิบว่าทั้งคู่ดูสวีทกัน
[หือ? หมอนี่พูดอะไรของมัน? หรือว่าน้ำมันน่องไก่จะเข้าหูข้าจนหูเพี้ยน? ใจข้ามันจะส่งเสียงได้ยังไง ข้าไม่ใช่ลำโพงนะเว้ย!]
รินดาที่ทนเห็นภาพนี้ไม่ได้ รีบเดินเข้ามาแทรกกลาง "พี่เฟยหลงคะ! รินดาทำขนมมาให้ลองทานค่ะ พี่ชิงชิงคะ... รินดาขอโทษที่ทำชุดพี่เลอะน้ำมันนะคะ (รินดาแสร้งทำเป็ปัดชุดให้ชิงเซียนแต่แอบจะป้ายคราบน้ำมันจากน่องไก่ใส่หน้าอกชิงเซียน)"
[มาอีกแล้ว ยัยขนมเข่งหน้าขาว! กะจะใช้แผนสกปรกต่อหน้าธารกำนัลรึ? ฝันไปเถอะ! วิชา 'ก้าวย่างไร้เงา' ของข้าไม่ใช่มีไว้ประดับสำนักนะ!]
เพียงพริบตาเดียว ชิงเซียนเบี่ยงตัวหลบด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนคนเสียหลักล้ม แต่ผลลัพธ์คือรินดาเสียจังหวะจนหน้าคะมำลงไปในจานเค้กครีมหนาเตอะที่พนักงานเสิร์ฟกำลังเดินผ่านพอดี!
โผละ!!!
"ว้ายยยยย!" รินดาร้องลั่น หน้าที่เคยขาวพราวไปด้วยแป้ง บัดนี้เต็มไปด้วยครีมเค้กสีขาวโพลนดูเหมือนขนมเข่งเปียกน้ำจริงๆ
[อุ๊ยต๊าย! กลายเป็ขนมเข่งหน้าครีมไปแล้วสมใจนึก บอกแล้วว่าอย่ามาเล่นกับเซียน... เอ้า! พวกพี่ชายปลากระเบนทั้งสาม ยืนบื้ออยู่ทำไม? ไม่มาช่วยน้องสาวสุดที่รักล่ะ? อ้อ... ลืมไป ยัยนี่ไม่ใช่ลูกแท้นี่นา ฮิฮิ]
หวังอี้ หวังลั่ว และหวังซิง เดินเข้ามาดูเหตุการณ์ พวกเขาไม่ได้เข้าไปช่วยรินดาทันทีเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับหันมามองชิงเซียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทึ่ง... และแฝงความฮา
"รินดา... ไปล้างหน้าเถอะ เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถไปส่งที่บ้าน" หวังอี้พูดเสียงเรียบเย็น จนรินดาอึ้งกิมกี่ พี่ใหญ่ที่เคยโอ๋เธอหายไปไหน!
เฟยหลงมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วหันกลับมามองชิงเซียนที่ตอนนี้คว้าน่องไก่ชิ้นใหม่มาจากถาดพนักงานเสิร์ฟที่เพิ่งเดินผ่านไป
"คุณชิงชิง... เรามีเื่ต้อง 'คุย' กันยาวๆ แล้วล่ะครับ"
[คุยเหรอ? ได้สิ แต่ข้าคิดค่าน้ำชานะ เพราะการคุยกับคนหล่อที่ทำหน้าเหมือนสุนัขแยกเขี้ยวมันเปลืองพลังงานน่ะ!]
เฟยหลงแทบจะกลั้นขำไม่ไหว ยัยเซียนสาวคนนี้... น่าสนใจกว่าที่เขาคิดไว้จริงๆ!