กลีบดอกราชพฤกษ์ (คูณ) สีเหลืองทองปลิวว่อนตามสายลมที่พัดแรง วิ่งไปมาบนถนนลูกรังขนาดสี่เมตร ทอดตัวยาวจากอาคารเรียน 4 ตรงไปทางทิศตะวันตก สู่แปลงเกษตร พื้นที่หลังโรงเรียนรัตนบาราย ต้นราชพฤกษ์ถูกจับมาวางเรียงไว้สองข้างทางยาวตลอดแนวถนน สวยงามในยามกลางวัน พอ ๆ กับที่มันทำให้วังเวงในเวลากลางคืน หมาโรงเรียนสองสามตัวนอนขดสั่นสะท้านหลบลมหนาวอยู่ใต้บันไดทางขึ้นห้องดุริยางค์ ชั้นสอง อาคารคหกรรม....ใครบางคนขดตัวกลมในผ้าห่มสีชมพูเก่า ๆ บาง ๆ บนเสื่อที่ปูไว้กลางห้อง
"ประสิทธิ์ ประสิทธิ์ เวรนายแล้ว!" เสียงสดใสของเด็กสาวปลุกสิทธิ์ให้ตื่น เขาลืมตาและหรี่ตามองหาต้นเสียง
"อื้อ-- ตีสองแล้วหรอ รสา" เขาพึมพำในลำคอ พลางขยี้ตา และกวาดสายตาไปหยุดที่นาฬิกา้ากระดานดำ บอกเวลา 02.09 น.
"ใช่! ตีสองกว่าแล้ว ปลุกยากชะมัดนายน่ะ"
"นอนรึตายคะ?" เด็กสาวอีกคนที่ยืนกอดอกแหย่สิทธิ์
"ฉันก็ตื่นแล้วนี่ไง ประชดตลอดแกน่ะ ลลิต" เขาบ่น พลางยันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิ
"ว่าแต่... เวรเรามีสี่คน ฉัน แก รสา แล้วก็..ปักร์" สิทธิ์กวาดสายตาไปยังโซฟาหน้ากระดานดำ เห็นใครบางคนยังคงนอนนิ่งสนิท
"แล้วทำไมพวกแกไม่ไปปลุกมันด้วย" เขาดึงหน้ากลับมาพูดในลำคอ
"เขาน่าจะตื่นแล้วล่ะ เมื่อกี้ ฉันเดินเข้าไปจะไปปลุกแหล่ะ แต่ยังไม่ทันถึงตัว...เขาก็ลืมตามองฉัน"......"ฉันแทบไม่หายใจ ^^..." ลลิตพึมพำ
"นั่นน่ะ! มันหลับอยู่เห็น ๆ" สิทธิ์ประท้วงในลำคอ พลางชี้คางไปที่ร่างของ มัน! ผู้นอนนิ่งสนิท
ยังไม่ขาดคำสิทธิ์ดี คนที่ถูกพูดถึง ก็ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา หลังพิงพนัก แต่ตายังคงปิดอยู่
"หมอนั่นมีพรายกระซิบรึไงนะ...พูดยังไม่ทันจะจบ ลุกขึ้นมานั่งให้เห็น ๆ" รสา ที่นั่งพับขาสองข้าง แปะอยู่กับพื้นเสื่อข้าง ๆ สิทธิ์ กล่าวลอย ๆ
"รสา" หรือ "รสา ศุภทรัพย์" เด็กสาวดวงตากลมโตนัยตาสีน้ำตาลเป็ประกายด้วยรอยยิ้ม ร่าเริง และสดใส แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมน้ำตาลอ่อนตรงยาวสลวยปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลมที่พัดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง จมูกและคิ้วคมสวยรับกับใบหน้าที่เรียวได้รูปดั่งภาพวาด ปากเล็ก ๆ ทรงกระจับของเธอมีรอยยิ้มอยู่เสมอ
"แกก็ดึงไปเข้าเื่ผี เื่ิญญา ได้ตลอดเนาะ" ลลิตหน้ามุ้ย
"ก็คนมันชอบนี่น่า.." รสา ยิ้มหน้าระรื่น
"..ปกปักร์หรอ? ที่ชอบ" สิทธิ์ยิ้มแหย่
"เื่ผีย่ะ!" รสาแย้งอย่างไว
"เลิกแหย่กันแล้วไปล้างหน้าได้ยัง?" ..."เราเข้าเวรกันถึงตีสี่ ขออย่าให้อะไรที่ไม่ดีมันมาเกิด่นี้ละกัน" ลลิตบ่น
"พูดเป็ลาง!" คนที่แหย่กันอยู่ประสานเสียง
ห้องดุริยางค์ บนชั้นสองของอาคารคหกรรม มีระเบียงล้อมรอบ ไม่มีห้องน้ำหรือสุขา เนื่องจากเป็อาคารสำหรับงานฝีมือ (คหกรรม) จึงมีแต่เพียงก๊อกน้ำประปาที่ถูกติดตั้งไว้ตรงระเบียงด้านประตูทางเข้า-ออก เท่านั้น
"ตอนรับเวรมา ...แกนับน้อง ๆ ยัง..ว่าครบไหม?" ประสิทธิ์ ถามลอย ๆ ขณะที่ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กสีแดงดอกชบา ซับตามใบหน้าและลำคอ
"ครบ" ...
"ฉันง่วง เล่าเื่ผีกัน!" รสาฉีกยิ้ม มองหน้าลลิตที่นั่งตัวแข็งมองมาอย่างไม่สบอารมณ์ และแหงนมองสิทธิ์ที่หยุดทำทุกอย่างแทบในทันที
"แกก็บ้าเนาะ เวลาแบบนี้ ยังมีกะจิตกะใจฟังเื่แบบนี้อีก" ลลิตโวยด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"นั่นดิ หาอย่างอื่นทำ ไปโน่น แกะเพลง อ่านโน้ต แกยังเล่นไม่ได้ตั้งหลายเพลงไม่ใช่หรอ?" สิทธิ์เห็นด้วยกับลลิต
"ไม่เอาหรอก ฟลูตน่ะ เป่าดังไม่ดังก็ไม่มีใครได้ยินหรอก ฮิฮิ... เสียงเครื่องอื่นกลบหมด"...
สิทธิ์นั่งลงบนเสื่อกลางห้องตรงหน้ารสา เอื้อมมือหยิบหนังสือการ์ตูนตาหวานของน้อง ๆ ในวงฯ ที่ทิ้งวางอยู่ใกล้ ๆ มาอ่าน... ส่วนลลิต นั่งบนเก้าอี้ไม้ ฮัมเพลงเบา ๆ มือซ้ายถือโน้ตเพลง มือขวาเคาะที่ตักเป็จังหวะ ไม่มีใครสนใจคนอยากฟังเื่ผี
กึก ๆ ๆ ...เสียงฟันของใครบางคนลั่น
"ฟู่ว-- ทำไมคืนนี้มันหนาวขนาดนี้เนี่ยยยยย---" รสาพ่นลม พลางเอาผ้าห่มที่เคยคลุมแค่ไหล่ มาคลุมที่หัวมิดชิด ปกป้องตัวเองจากความหนาวเย็นที่เพิ่มขึ้น
"เขาว่ากันว่า... ผี!! จะชอบออกมา่เวลาหลังเที่ยงคืนเนี่ยแหล่ะ!" ....
"หมอก...ควัน...หนา ๆ แบบนี้แหล่ะ..."
คนถูกแหย่ทั้งสองคนมองออกไปทางหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดอยู่ จะบังเอิญหรือไม่ หารู้ได้ กลุ่มหมอกหรือควันขาวลอยอยู่ข้างนอกอย่างพอดิบพอดีตรงกับที่รสาพูด
...."หยุด! " เสียงประสานประท้วงจากเพื่อนทั้งสอง ยิ่งทำให้คนแหย่ได้ใจ ...
เก้าอี้ที่ลลิตเคยนั่งอยู่ บัดนี้ ว่างเปล่า เพราะเ้าตัวได้ะโโหย่งแทรกตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มสีชมพูผืนบางกับเพื่อนชายผู้มีชะตากรรมเดียวกัน คือ ผู้ถูกบังคับให้ฟังเื่ "ผี"
เสียงที่แหบ พร่า ... เริ่มพูดต่อ ..."ถ้ามีหมาหอน--...
---- พรึ๊บ!! ----
"กรี๊----อุ๊ป..." เสียงที่กำลังจะกรีดร้องและเสียงโดนปิดปากแทบจะทันที?
ถนนลูกรังทางไปแปลงเกษตร ศาลาไม่ไผ่ บันได ระเบียง ทั่วทั้งบริเวณอาคารคหกรรม มืดสนิท! ห้องดุริยางค์ มองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงจันทร์ของคืนสิบสามค่ำที่สาดเข้ามาจากช่องหน้าต่างบางบานที่เปิดไว้ และช่องลม เป็ภาพลาง ๆ ของกลุ่มคนที่นอนหลับสนิทนิ่งไม่ไหวติงด้านซ้าย ขวา กลางห้องมีเงาคนสามคนกอดกันอย่างกับจะสิงเข้าไปในร่างของกันและกัน...
"แกจะกรี๊ดทำไม? เดี๋ยวน้อง ๆ ใ" รสา กระซิบ
"แกนั่นแหล่ะ เห็นไหม? เล่าเื่อะไรก็ไม่รู้"..."ดูสิ ไฟก็มาดับอีก ทำไงล่ะทีนี้" ลลิตเสียงสั่น มองหน้าเพื่อนแปลก ๆ
รสา หน้านิ่งสนิท คิ้วขมวด เหมือนเธอจะััได้ว่า มีอะไรบางอย่าง กำลังใกล้เข้ามาจากทางด้านหลัง....
"กรี๊ด----อุ๊ป..."
"อะไร?" สิทธิ์และลลิตประสานเสียง
เงาของใครบางคนอยู่ด้านหลังรสา หลังเธอัักับอกที่กว้างและแข็งเกร็ง มือขาวใหญ่จับที่หัวไหล่ และแขนที่มีมัดกล้ามเนื้อแน่นโอบมือมาปิดปากเธอไว้อีกข้างหนึ่ง?
"อ้วยอ้วย! อาใอไอ่อู้!" รสาดิ้นรนไม่เป็ภาษา
....
"เงียบ ๆ ...ฉันเอง.."
"ปกปักร์" คนเข้าเวรทั้งสองอุทานแทบไม่มีเสียง
"นายก้อนน้ำแข็ง" รสาอุทานในใจ
น้ำเสียงอันเป็ปกติที่เฉยชา เย็น และแข็งกระด้าง ของนายก้อนน้ำแข็งปกปักร์ ดังมาจากร่างที่อยู่ด้านหลังรสา ทำให้ทุกคนรู้ว่าเป็เขา ... เ้าของมือค่อย ๆ ถอนมันออกจากปากอันเรียวสวยทรงกระจับ จมูกที่โค้งคมของรสา และหัวไหล่ของเธอ กลับไปซุกใต้จักแร้ กอดอก! นั่งขัดสมาธิ และหันไปทางประตูไม้บานใหญ่ ซึ่งเป็ทางเดียวที่ใช้สำหรับเข้าออกห้องซึ่งบัดนี้มันปิดสนิท มีสีหน้านิ่งเฉย ไม่แสดงอาการหวาดกลัวหรือใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"คนอะไรมือหอมแปลก ๆ" รสาพูดกับตัวเอง พลางทำจมูกฟุดฟิด ---หอม เย็น อบอุ่น และมีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูก--- ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน
ลลิตยังคงอยู่ในอาการใ แต่พยายามตั้งสติ เหลียวมองไปเห็นเพื่อนทำจมูกแปลก ๆ
"แกเป็อะไร"
"มือนายน้ำแข็งหอมมาก เย็น ๆ แปลก ๆ" รสายิ้ม พลางยื่นปากไปใกล้ ๆ ให้ลลิตดม
"หือ-- แก โรคจิตเป่าเนี่ย" ลลิต เบือนหน้าหนีคนโรคจิตที่เธอว่า
...
"ไอ้ทัศกับคนอื่น ๆ ไปไหนวะ?" ประสิทธิ์ ผู้ที่ได้สติกลับคืนมา เริ่มทำลายความเงียบ!!
****จบตอน****