ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 15 : การทรยศ

    การทรยศ
    ในตอนนี้เย่กู่เฉินกำลังนั่งอยู่ภายในรถ ซึ่งมีเฉาหยางเป็นคนขับ
    ก่อนหน้านี้ที่ไป๋มู่เสวี่ยยืนอยู่กับเขา มันเป็นเพราะว่าเธออยากที่จะยืนรอรถเป็นเพื่อนเขา ส่วนแม่ของเธออย่างจ้าวหยาจอดรถรออยู่ข้างหน้าแล้ว
    หลังจากที่เฉาหยางขับรถมาถึง เขาก็บอกลากับเธอ ก่อนที่จะขึ้นรถมา
    “พี่เฉา นี่จะพาไปไหน?” เย่กู่เฉินพลันสังเกตเห็นว่าทางที่เฉาหยางกำลังพาเขาขับรถไปนั้น ไม่ใช่ทางกลับคฤหาสน์ตระกูลเย่
    “พาไปที่ดีๆ ครับ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” เฉาหยางตอบอย่างสุภาพ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยอย่างเย็นชา
    เย่กู่เฉินสังเกตเห็นมันได้ไม่ยาก ต้องครุ่นคิดกับตัวเอง ในความคิดของเขา ดูเหมือนว่าเฉาหยางจะทรยศต่อเขาและตระกูลเย่แล้ว ที่ดีๆ ที่เฉาหยางพูดถึง แน่นอนว่ามันน่าจะเป็นที่ตายของเขา!
    เย่กู่เฉินคาดเดาว่าคงจะมีใครสักคนยื่นข้อเสนอชนิดที่เห็นแล้วต้องน้ำลายไหลให้กับเฉาหยางอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น เฉาหยางจะกล้าทรยศต่อตระกูลเย่ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของปักกิ่งได้อย่างไร?
    ‘รอดูสักหน่อยว่าเป็นใครที่คิดจะฆ่าเรา’ เย่กู่เฉินคิดในใจ ขณะที่ดวงตาสาดประกายเย็นเยือก ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงบังเกิดความต้องการฆ่ากลับขึ้นมา!
    ในเรื่องนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลก บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าเขามีพลังที่จะทำแบบนั้นก็เป็นได้ ถึงได้ทำให้เขาคิดอยากที่จะฆ่าคนที่คิดจะฆ่าเขาบ้าง
    ‘การฆ่าคนเหรอ?’ เย่กู่เฉินคิด ดวงตาหรี่ลง เขาคิดว่าไม่แน่ หากถึงคราวที่ต้องฆ่าจริงๆ เขาก็ต้องฆ่า ไม่อาจมีความลังเลหรือปราณีได้ เพราะมันอาจจะนำพาหายนะมาสู่คนรอบตัวเขาได้!
    ส่วนทางด้านตัวเขานั้น ไม่ห่วงเลย เขาที่เป็นถึงผู้ฝึกตนที่คาดว่าจะแข็งแกร่งที่สุดในโลก ยังจะห่วงไปทำไม ต้องเป็นห่วงคนที่คิดร้ายต่อเขา มันถึงจะถูก
    เฉาหยางใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงตึกร้างนอกเมือง ตึกร้างที่นี่ไม่ได้ไร้ผู้คน มีคนหลายคนยืนรออยู่ในมือต่างก็ถืออาวุธเช่นพวกไม้กระบอง เหล็ก และมีด นอกจากนี้ แม้กระทั่งปืนยังมี
    เย่กู่เฉินต้องประหลาดใจ เขาพบว่ามีหนึ่งคนที่ยืนอยู่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก ซึ่งมันไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นอกจากเลี่ยหย่ง นี่มันผิดแผกแตกต่างไปจากเนื้อเรื่องเดิมที่เขารู้
    แต่เขาก็พอเข้าใจได้ว่าทำไม มันถึงได้เป็นแบบนี้ คงจะหนีไม่พ้นการที่เขาตบหัวของเลี่ยหย่งไปเมื่อตอนกลางวันอย่างแน่นอน บวกกับคงเป็นหวางเฟิงเป่าหู เลี่ยหย่งถึงได้คิดกระทำการใหญ่อย่างการฆ่าเขาแบบที่เห็นอยู่นี้
    เหตุผลที่ทำให้เย่กู่เฉินคิดไปในทิศทางนี้ ไม่ได้มีอะไรมากเลย นอกจากเลี่ยหย่งค่อนข้างที่จะเป็นคนขี้ขลาด หากไม่ถูกเป่าหู ทำไมถึงได้มีความกล้ามากขนาดนี้ มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
    เฉาหยางจอดรถ ก่อนหันหน้ากลับไปมองเย่กู่เฉิน “แกลงไป!”
    คำพูดของเฉาหยางไม่มีความสุภาพและความเคารพใดหลงเหลืออยู่ น้ำเสียงที่ใช้ล้วนเย็นชา
    เย่กู่เฉินไม่มีความรู้สึกใด เขาสงบเป็นอย่างมาก เปิดประตูลงจากรถไป ความสงบของเย่กู่เฉิน ทำให้เฉาหยางเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดกับตัวเองว่าคงจะรู้สึกไปเองมากกว่า
    “ว่าไง เย่กู่เฉิน แกคงไม่คิดสินะว่าแกจะมีวันนี้?”
    ทันทีที่เห็นเย่กู่เฉินลงมาจากรถ เลี่ยหย่งก็ยิ้มออกมา เขาในตอนนี้แน่นอนว่าไม่กลัวเย่กู่เฉิน
    ถ้าจะถามว่าทำไมนั้น คำตอบมีเพียงมีคนอยู่ข้างเขาหลายคน ถ้าให้นับก็มีสิบคน ซึ่งทั้งสิบคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลย แต่เป็นถึงคนของแก๊งสีดำ
    แก๊งสีดำไม่ใช่แก๊งธรรมดา แต่เป็นถึงหนึ่งในสามแก๊งใหญ่ที่ควบคุมโลกใต้ดินของปักกิ่งเอาไว้!
    ‘เรื่องนี้ต้องขอบคุณหวางเฟิงที่มันแนะนำคนของแก๊งสีดำให้เรารู้จัก ไม่อย่างนั้นเราคงจะไม่สามารถจัดการเย่กู่เฉินได้!’ เลี่ยหย่งคิดในใจอย่างมีความสุข
    จากจุดนี้ เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นอย่างที่เย่กู่เฉินคิดจริงๆ เลี่ยหย่งถูกเป่าหูโดยหวางเฟิง
    ด้วยความที่เป็นตัวเอกของเรื่อง หวางเฟิงย่อมรู้จักกับคนของแก๊งใหญ่เป็นธรรมดา แม้ว่าจะไม่ได้รู้จักลึกซึ้งอะไรในตอนเริ่มเรื่องเช่นนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หวางเฟิงแข็งแกร่งขึ้น ทั้งสามแก๊งใหญ่ก็ล้วนกลายเป็นสุนัขที่จงรักภักดีให้หวางเฟิงเรียกใช้งาน
    “เลี่ยหย่งแกนี้กล้าจริงๆ” เย่กู่เฉินมองไปที่เลี่ยหย่งอย่างสงบ เขาไม่แสดงความรู้สึกใดออกมาเลยสักนิด
    เห็นท่าทีของเย่กู่เฉิน สีหน้าของเลี่ยหย่งก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความโกรธ คิดไม่ถึงว่าขนาดตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เย่กู่เฉินยังกล้าแสดงความเย่อหยิ่งออกมา
    “พวกเราฆ่ามัน!” ด้วยความโกรธที่มี เลี่ยหย่งออกคำสั่งในทันที
    คนทั้งสิบจากแก๊งสีดำไม่รอช้า พุ่งเข้าหาเย่กู่เฉินในทันที
    ข้างหลังเย่กู่เฉินมีเฉาหยางยืนคุมเชิงอยู่ ทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้เย่กู่เฉินวิ่งหนี
    เย่กู่เฉินโบกมือออกไปครั้งหนึ่งอย่างลวกๆ ร่างของคนทั้งสิบก็ปลิวกระเด็นออกไปกระแทกกับตึกร้าง จนสลบหมดสติไป
    “กะ...เกิดอะไรขึ้น?!” ไม่ว่าจะเป็นเลี่ยหย่งหรือว่าเฉาหยางต่างก็ร้องออกมาเสียงสั่น
    “คุกเข่าลง!” แน่นอน ไม่มีใครตอบคำถามของพวกเขา จะมีก็เพียงแต่เสียงของเย่กู่เฉินที่เย็นชาเป็นอย่างมากบอกให้พวกเขาคุกเข่าลง
    ตุบ!
    ตุบ!
    ราวกับบัญชาสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น ไม่อาจต้านทานได้ ทั้งเลี่ยหย่งและเฉาหยางต่างก็คุกเข่าลงพื้นอย่างรุนแรง จนหัวเข่าของพวกเขาแตกออก มีเลือดไหลออกมา
    “อ้าก!” เลี่ยหย่งกับเฉาหยางต่างก็ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเป็นบิดเบี้ยว ซีดขาวและไม่น่ามองอย่างยิ่ง พวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่
    แต่เมื่อพวกเขานึกถึงวินาทีที่เย่กู่เฉินโบกมือ ร่างของคนทั้งสิบก็ปลิวกระเด็นออกไป รวมถึงตอนที่เย่กู่เฉินพูดคำว่าคุกเข่าลงออกมา พวกเขาก็คุกเข่าลงในฉับพลัน เป็นไปได้ไหมว่าทั้งหมดนี้เย่กู่เฉินเป็นคนทำ?
    แม้จะไม่มั่นใจนัก แต่อย่างน้อย เลี่ยหย่งกับเฉาหยางก็เชื่อว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเย่กู่เฉิน
    “กะ...แกทำอะไรพวกฉัน?!” เลี่ยหย่งกับเฉาหยางแทบจะพูดออกมาพร้อมกัน
    เย่กู่เฉินยิ้ม “ฉันไม่ได้ทำอะไรนี่”
    “อย่ามาโกหก ต้องเป็นแกแน่ที่ทำ!” เลี่ยหย่งตวาดออกมา
    เย่กู่เฉินไม่สนใจเสียงตวาดของเลี่ยหย่ง เขาเดินเข้าไปหาเลี่ยหย่ง ก่อนที่จะจับไปที่ศีรษะของเลี่ยหย่ง เพื่อที่จะดูความทรงจำของอีกฝ่าย
    ด้วยความที่เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ การดูความทรงจำของคนอื่น ล้วนง่ายดาย เพียงแค่สัมผัสตัวของอีกฝ่ายเท่านั้น ก็สามารถดูได้แล้ว หากว่าเขาอยากดู
    “ปะ...ปล่อยฉัน!” เลี่ยหย่งพูดเสียงสั่น ในเวลานี้ เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว เขากลัวว่าเย่กู่เฉินจะฆ่าเขา
    เย่กู่เฉินพลันถอนมือออกจากศีรษะของเลี่ยหย่ง มันเป็นอย่างที่เขาคิด เลี่ยหย่งถูกเป่าหูโดยหวางเฟิง และหลังจากที่ได้ดูความทรงจำของเลี่ยหย่ง เขาก็มีความคิดที่จะฆ่าเลี่ยหย่งขึ้นมา
    ในความทรงจำของเลี่ยหย่งนั้น มีแต่ความชั่วช้า ไม่ว่าใครทำให้เลี่ยหย่งไม่ชอบ ล้วนถูกเลี่ยหย่งฆ่าตาย คนแบบนี้เย่กู่เฉินไม่อาจปล่อยให้มันไปทำชั่วได้อีก
    โดยไม่ลังเล เมื่อคิดจะฆ่าก็คือฆ่า เขาขยับนิ้วเล็กน้อย ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างของเลี่ยหย่งก็แตกระเบิดออกกลายเป็นหมอกเลือด ตายไปโดยที่ไม่สามารถต่อต้านขัดขืนอะไรได้!
    จบบทที่ 15