ตอนที่15 ไปเมืองหลวง
แค่คำพูดสั้นๆเพียงประโยคเดียวก็ทำให้ลู่จิวออกเดินทางไปยังเมืองหลวง สถานที่ซึ่งนางไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้ไปมาก่อนไม่คาดคิดเลยว่าการไปเยือนเมืองหลวงในครั้งแรกนี้จะไปเพื่อดูโฉมหน้าที่แท้จริงของสามีตัวเอง
ลู่จิวรับฟังเื่ราวรุ่งโรจน์ของสามีด้วยจิตใจสงบนิ่งในใจก็นึกยิ้มเยาะในชะตาชีวิตของตัวเองดูเหมือนจะมีแค่นางสินะที่จมปลักอยู่กับอดีตเหล่านี้ผู้อื่นทิ้งไปได้ดีมีหรือจะคิดถึงภรรยาบ้านนอกเช่นนาง
ต่อให้นางจะร้องห่มร้องไห้เจียนตายยามนี้เขาก็คงเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองกับชีวิตใหม่ที่เจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านชีวิตที่ไม่มีนางคอยเป็ตัวถ่วงมันคงจะดีมากเลยสินะ
นางถูกปิดหูปิดตาเก็บงำตัวตนไว้ในชนบทที่แสนห่างไกลนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ระหว่างทางที่ออกมาเผชิญโลกภายนอกเป็ครั้งแรก นางได้พบเจอกับเื่ราวมากมายได้พบเห็นครอบครัวที่เคยเจริญเฟื่องฟูเ่าั้ตกต่ำลงในฉับพลัน ได้เห็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์คุกเข่าขอร้องอ้อนวอนด้วยแววตาที่สิ้นหวัง
ภาพบุตรสาวท่านเ้าเมืองที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจในยามที่เห็นอดีตท่านเ้าเมืองถูกล่ามโซ่ตรวนและคุมขังไว้ในรถลากที่ดูคล้ายกับกรงสัตว์ยังคงติดอยู่ในใจของลู่จิวรอบด้านมีชาวบ้านมากมายปาก้อนหินและะโสาปแช่งพวกเขาด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย
ผู้ที่มีความดีความชอบในการเปิดโปงความคดโกงของท่านเ้าเมืองในครั้งนี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากสามีของนางเขาได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่มีส่วนทุจริตเงินเยียวผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อสามปีก่อนเป็เหตุให้ท่านเ้าเมืองคนเดิมถูกใส่ร้ายจนต้องฆ่าตัวตายดับอนาถ
แม้ความจริงจะปรากฏสู่สายตาของประชาชนแล้วแต่ก็ไม่อาจเรียกคืนชีวิตของท่านเ้าเมืองคนก่อน รวมถึงครอบครัวที่แตกสาแหรกขาดของเขากลับคืนมาได้หลงเหลือไว้แค่เพียงความเสียใจและเสียดายของผู้คนที่หลงผิดสาปแช่งสกุลซ่งไป ทำได้เพียงแต่ทอดถอนใจที่ท่านเ้าเมืองซ่งไม่น่าชิงฆ่าตัวตายไปก่อนที่จะได้เห็นคนชั่วถูกลงโทษนี่สินะที่เรียกว่าถึงคราวเคราะห์ต่อให้หลบเลี่ยงอย่างไรก็ไม่พ้นจริงๆ
ไม่เพียงแต่ท่านเ้าเมืองจะถูกลงโทษแล้วเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่มีส่วนร่วมในการทุจริตครั้งนี้ต่างก็ถูกไฟโทสะของฮ่องเต้ม้วยมรณาอย่างทุกข์ทรมานสาสมกับการนำเงินจำนวนมหาศาลของแผ่นดินไปในประโยชน์ส่วนตนลู่จิวเห็นขุนนางเ่าั้ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้นเกิดเป็ภาพความวุ่นวายไปทั่วทุกสารแห่งการทุจริตในครั้งนี้กระจายเป็วงกว้างอย่างที่คาดไม่ถึง
หญิงสาวทำได้แค่ทอดถอนใจอยู่เพียงลำพังสามีของนางจะรู้หรือไม่ว่าการกระทำของเขาได้ทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลังมากเพียงไรในขณะที่เขาเหยียบหัวคนชั่วเหล่านี้ปีนป่ายขึ้นไปยังตำแหน่งสูงชาวบ้านที่อยู่เื้ักลับทำได้แค่เพียงนำความโกรธแค้นในอดีตระบายใส่ขุนนางชั่วช้าเ่าั้ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัวที่ไม่มีส่วนรู้เห็นอันใดกับการกระทำของผู้นำครอบครัว
คนเหล่านี้ไม่ได้กระทำความผิดแต่กลับต้องก้มหน้ารับความอยุติธรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อเพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนที่เขากลับไปเมืองหลวง ได้มีครอบครัวมากมายที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดนับไม่ถ้วน
แม้ในใจจะรู้สึกสงสารพวกเขาเ่าั้มากเพียงไรแต่นางก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้จริงๆเพราะตัวนางเองก็ได้รับความอยุติธรรมไม่ต่างอะไรจากพวกเขา
ผู้คนเหล่านี้อาจมีความผิดที่ทุจริตเงินเยียวยาผู้ประสบภัยเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนั้นรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตมากมายหากขุนนางที่มีส่วนเกี่ยวข้องในความผิดเ่าั้จะถูกเปิดโปงความชั่วช้าจนตกต่ำและสิ้นหวังในชีวิตเช่นนี้มันก็สมควรแล้วแต่ตัวนางล่ะ นางทำผิดอะไร เหตุใดเขาถึงต้องทำกับนางขนาดนี้
ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าจางนางถึงได้รับรู้เื่ราวต่างๆ มากมาย ยามนี้เมืองหลวงอยู่อีกไม่ไกลแล้วนางพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาและถามไถ่ความจริงจากปากของเขา
หลายวันมานี้หลังจากที่ความโศกเศร้าเสียใจมลายหายไปนางก็พลันเกิดความหวังเล็กๆ ในใจขึ้นมา
ในเมื่อครอบครัวจอมปลอมของนางคือนักแสดงที่ถูกจ้างมาอีกทั้งการที่สามีของนางเปิดโปงความชั่วช้าของขุนนางเหล่านี้อาจเป็เพราะเขามีความแค้นกับคนเหล่านี้มันจะเป็ไปได้หรือไม่ว่าความจำของเขากลับมาแล้ว เขาก็เลยหลงผิดไปชั่วขณะเผลอทำผิดต่อนางโดยไม่ได้ตั้งใจ บางทีการที่เขาไปแต่งงานกับคนอื่นอาจเป็เพราะความทรงจำที่ไม่ปกติของเขาถึงได้ทำให้เขาตัดใจพลาดไป เผลอหลงลืมนางไปใช่หรือไม่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ช่างนางขอบคุณ์เหลือเกินที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ ความรู้สึกทุกข์ทรมานใจของนางจึงได้มีหนทางระบายออกนางจำต้องรู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงต้องหลอกลวงนาง เหตุใดถึงต้องไปแต่งงานกับคนอื่นทั้งๆ ที่มีนางเป็ภรรยาอยู่แล้วหากว่าเขาได้เห็นหน้านางอาจทำให้ความผิดพลาดทุกอย่างนี้จบลงขอเพียงเขาอธิบายทุกอย่างให้นางฟัง นางก็พร้อมที่จะให้อภัยเขาทุกอย่างขอเพียงแค่เขายังอยู่ในชีวิตนาง
ในระหว่างที่ลู่จิวกำลังคิดทบทวนอยู่เพียงลำพังนั้นเหล่าจางที่กำลังบังคับรถม้าอยู่ก็พลันเอ่ยขึ้นมา
“น้องลู่จิว ข้าว่าเ้าพอแค่นี้เถอะยามนี้เฮ่าตู๋กำลังจะได้เป็ขุนนางชั้นสูงในวังหลวงวันหน้าเขาจะมีอำนาจมากมายไม่ใช่คนที่ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราจะไปต่อกรได้เ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าชีวิตของบุตรสาวท่านเ้าเมืองในยามนี้เป็เช่นไรบิดาของนางถูกปลดลงจากตำแหน่ง ชายถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนส่วนหญิงก็ถูกขายให้เป็ทาสทั้งหมดนี้ล้วนเป็ฝีมือของสามีเ้าทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้เ้ายังจะไปหาเขาอยู่อีกรึ”
ลู่จิวยิ้มออกมาอย่างแ่เบานางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับคำขู่ของเขาเลยสักนิด “ต้องไปสิ เพราะข้าไม่รู้ไงข้าถึงต้องไป ไปดูให้เห็นกับตาว่าแท้ที่จริงแล้วสามีของข้าเป็คนเยี่ยงไรหากว่าเขาชั่วร้ายจริงๆ ข้าถึงจะตัดใจจากเขาได้สักที”
ตลอดหลายวันมานี้นางจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากความไม่รู้และไม่มีโอกาสได้รู้ทว่ายามนี้ชายตรงหน้ากลับบอกว่าสามีของนางยังไม่ตายแล้วนางจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไรกัน
เดินทางมาถึงขนาดนี้แล้วเมืองหลวงอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ต่อให้ต้องพบเจอภาพน่าหวาดหวั่นใจมากเพียงไรก็ไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้ นางจำเป็ต้องไปหาเขา ไปถามเขาให้แน่ใจหากว่าเขาทำผิดต่อนางจริงก็อย่าหวังจะได้แต่งงานกับหญิงอื่นเลย
ยามนี้ตัวนางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกภายในเป็เช่นไรทั้งโกรธและผิดหวัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความหวังลึกๆอยู่ภายในใจว่าเื่ราวทั้งหมดนี้จะเป็เพียงแค่ความเข้าใจผิด ไม่รู้ว่าที่นางยอมดั้นด้นเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้เป็เพราะโกรธที่เขาโกหกหรือเป็เพราะหึงหวงที่เขากำลังจะแต่งงานกับหญิงอื่นกันแน่
พอเห็นว่าหญิงสาวข้างกายไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกความคิดนี้เหล่าจางจึงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
เดิมทีเหล่าจางคิดว่าพอพูดเช่นนี้ออกไปแล้วคงจะทำให้นางยอมปล่อยวางเื่ในอดีตลงและเริ่มต้นใหม่กับคนที่ดีกว่าอย่างเขาเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็เพียงแค่หญิงสาวกำพร้าไร้ที่พึ่งพิงส่วนอีกฝ่ายได้ดิบได้ดีเป็ขุนนางมีอนาคตไกลไปแล้วทั้งสองเปรียบเสมือนโลกสองใบที่ไม่มีวันโคจรมาพบกันอีก
ทว่าลู่จิวกลับไม่รับรู้ถึงความเป็ห่วงของเขาเลยสักนิดนางยังคงมุ่งมั่นคิดอยากจะเจอสามีที่ทรยศนางผู้นั้นอยู่ดี
เมื่อเป็เช่นนี้เขาเลยจงใจพานางไปดูบทลงทัณฑ์ทรมานอันแสนน่ากลัวเ่าั้ให้นางฟังเสียงร้องน่าเวทนาของคนที่ครอบครัวแตกสาแหรกขาดอันเกิดจากการกระทำของสามีนางลู่จิวจะได้ตาสว่างสักทีว่าสามีของนางเป็คนที่มีโเี้มากเพียงไร ด้วยหวังว่านางจะรู้สึกหวาดกลัวในจุดจบของคนพวกนั้นและตัดใจจากคนชั่วช้าผู้นั้นได้หันหลังกลับหมู่บ้านแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่สักที แต่ไม่ว่าเขาจะเพียงพยายามสักแค่ไหนสุดท้ายนางก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอยู่ดี
เหล่าจางคว้าแขนเรียวเล็กของหญิงสาวข้างกายเอาไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิงวอนว่า“ลู่จิวพวกเรากลับกันเถอะนะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”
ดวงตากลมโตแสนดื้อรั้นตวัดมองชายหนุ่มข้างกายก่อนที่ลู่จิวจะสะบัดแขนให้หลุดจากการจับกุมของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยินยอมว่า “ข้าไม่กลับหากท่านกลัวมากนักก็กลับไปสิ ข้าไปเองได้”
พอเห็นท่าทางดื้อรั้นไม่ฟังใครของนางแล้วเหล่าจางก็นึกโมโหขึ้นมา ก่อนจะบีบท่อนแขนเล็กอย่างแรงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด“เหตุใดเ้าถึงยึดติดกับเขาเพียงนี้เขาทิ้งเ้าไปมีชีวิตใหม่แล้ว เ้ายังจะตามไปรังควานเขาอีกทำไม!”
ลู่จิวพยายามดึงแขนให้หลุดจากการจับกุมของเขาความรู้สึกปวดร้าวที่ท่อนแขนนั้นบีบคั้นให้นางทนไม่ไหวและะเิอารมณ์ออกมา
“ก็เพราะเขาทำผิดต่อข้าอย่างไรเล่า! เพราะเขาทำผิดต่อข้าข้าถึงต้องไปทวงถามความยุติธรรมให้ตัวเอง!” ลู่จิวร้องะโออกมาจนสุดเสียงก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นทำให้ฝ่ามือหยาบคลายลงอย่างช้าๆเหล่าจางมองดูหญิงสาวข้างกายด้วยความรู้สึกสงสารอย่างแท้จริง นางเป็สตรีที่ดีงามแต่เหตุใดถึงยึดมั่นไม่ปล่อยวางเช่นนี้นะ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดลู่จิวก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว นางใช้มือปาดน้ำตาอย่างลวกๆก่อนจะหันไปพูดกับชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “เหล่าจางหากท่านรู้สึกผิดและอยากขอโทษข้าจากใจจริง เช่นนั้นจงพาข้าไปหาเขาข้า้าเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขากับตา หากว่าเขาทำผิดต่อข้าจริง ข้าจะยอมตัดใจ”
เหล่าจางมองดูหญิงสาวที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจตรงหน้าด้วยความจำยอมยามนี้เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับหญิงดื้อด้านผู้นี้ดี ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปจนหมดสุดท้ายจึงทำได้แค่เพียงพยักหน้าอย่างแ่เบาหวังว่าเมื่อนางได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของสามีแล้ว นางจะยอมตัดใจจริงๆ นะ
การเดินทางอย่างต่อเนื่องมานานหลายวันทำให้ลู่จิวรู้สึกอ่อนเพลียเป็อย่างมากนางกลับเข้าไปนอนข้างในรถม้าโดยมีเหล่าจางเป็ผู้บังคับม้าต่อไปจวบจนเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงถนนสายหลักซึ่งจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงพวกเขาก็ได้เจอกับปัญหาใหญ่
เบื้องหน้านี้คือขบวนทหารรูปร่างสูงใหญ่ถมึงทึงถึงทอดยาวไกลจนสุดลูกหูลูกตาเท่านั้นไม่พอยังมีกองทหารบางส่วนคอยคุ้มกันขบวนอย่างเข้มงวดอยู่ทุกขณะบ่งบอกถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาและความสำคัญของขบวนนี้อย่างยิ่งยวด
“พี่ชาย ข้างหน้านั่นมีอะไรกันรึ” เหล่าจางะโถามชาวบ้านผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเทียมวัวไม่ไกลจากเขา
“อ๋อ องค์รัชทายาทเคลื่อนขบวนทัพกลับเมืองหลวงน่ะ แต่ที่เห็นทอดยาวไกลกว่าปกติถึงเพียงนั้นเป็เพราะมีขบวนสินสอดของพระองค์ที่จะมุ่งหน้าไปสู่ขอพระชายาด้วยไอ้หยา ช่างเป็ความรักที่หวานชื่นยิ่งนัก องค์รัชทายาทช่างรักใคร่เอาใจว่าที่พระชายายิ่งนักไม่ยอมรั้งรอเลยแม้แต่นิดเดียว” ชาวบ้านผู้นั้นะโกลับมาในทันที
ชาวบ้านอีกคนที่เตรียมจะเบี่ยงเส้นทางไปใช้ทางลัดทางก็เอ่ยขึ้นมาอย่างมีน้ำใจ“ข้าว่าเ้าเบี่ยงไปใช้ทางลัดทางฟากโน้นจะดีกว่าถึงจะลำบากหน่อยแต่ก็คงถึงไวกว่า ยามนี้องค์รัชทายาทยังต้องทยอยส่งเหล่าทหารกลับบ้านเกิดระหว่างเส้นทางอยู่มีผู้คนมารอต้อนรับมากมายขนาดนั้น เกรงว่ากว่าจะผ่านไปคงต้องใช้เวลานานพอดู”
เหล่าจางพยักหน้าให้กับชาวบ้านใจดีผู้นั้นพลางมองดูเหล่าผู้คนที่แยกย้ายกันเปลี่ยนเส้นทางด้วยสายตาที่ครุ่นคิดฉับพลันนั้นมุมปากของเขาก็พลันโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม หากว่าเขาเดินทางตามหลังขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทก็คงจะไปถึงเมืองหลวงช้ากว่าสินะแล้วเขาเองก็จะได้มีเวลาสานความสัมพันธ์กับลู่จิวให้ใกล้ชิดมากกว่านี้
ทว่ายังไม่ทันจะได้ดำเนินการตามแผนฉับพลันนั้นก็มีศีรษะน้อยๆ โผล่พ้นออกมาจากหลังผ้าม่าน ก่อนจะถามว่า “ทำไมพวกเราไม่รีบตามพวกเขาไปล่ะรออยู่อย่างนี้มีแต่จะเสียเวลา ประเดี๋ยวจะไม่ทันงานแต่งเสียก่อน”
“น้องลู่จิว...นี่เ้าไม่ได้หลับอย่างนั้นรึ” เหล่าจางเอ่ยออกมาอย่างไม่คาดคิด
“ข้านอนไม่หลับ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินที่พวกท่านคุยกันหมดแล้วทำไมยังไม่รีบตามพวกเขาไปอีก” ลู่จิวเอ่ยถามด้วยความสงสัยก่อนจะเหลียวมองดูเื้ัรถม้าและรถเตรียมลามากมายที่เบี่ยงทิศทางเข้าไปในป่าแทน
เหล่าจางหลุบตาลงเก็บซ่อนความผิดหวังในใจก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม “ข้าก็กำลังจะตามพวกเขาไปนั่นแหละ เมื่อครู่นี้ม้าเกิดมีปัญหาเล็กน้อย เลยหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเท่านั้นเอง”
ลู่จิวพยักหน้าเบาๆก่อนจะปีนข้ามออกมานั่งข้างนอกรถม้าเคียงข้างเขา นั่นจึงทำให้เหล่าจางไม่อาจถ่วงเวลาได้อีกก่อนจะเบนรถม้ามุ่งเข้าไปในป่าแทน
.
.