หลังจากส่งพี่ชายทั้งสองกลับแล้ว แฝดเดินกลับมานั่งที่ห้องนั่งเล่นดังเดิม ก่อนจะตกลงกันว่าใครจะเป็คนติดต่อลุงโจวไปดี
“เฮียโทรเลย” วาผลักมือถือเครื่องบางไปทางนิศากร “เฮียคุยเหมาะสมที่สุดแล้วครับ” วายิ้มบางๆ พลางจ้องศาสลับกับมือถืออย่างกดดัน ด้วยสายตา โทรเลย โทรสิ ออกมา...
ศาทำได้เพียงหยิบมือถือขึ้นมา กดโทรออกหมายเลขที่ไม่ได้โทรมากว่าครึ่งปี
เสียงรอสายไม่นานก่อนปลายสายจะทันได้พูดอะไร ศากดเปิดลำโพงแล้วยัดมือถือเครื่องบางใส่มือของแฝดน้องด้วยความรวดเร็ว จนทิวากรตั้งตัวไม่ทัน
“ฮัลโหล...” วาทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากศาขยันตัวออกไปนั่งโซฟาอีกตัวที่ไกลตนเองแล้ว
“สวัสดีครับลุงโจว วาเองนะครับ”
“หนูวา นึกว่าจะไม่โทรหาลุงเสียแล้ว” เสียงอารมณ์ดีเอ่ยขึ้นมา
“่นี้วายุ่งๆ น่ะครับ เลยไม่ได้ติดต่อไปเลย คุณลุงสบายดีไหมครับ?”
“ลุงก็เรื่อยๆ ตามประสาคนแก่นั่นแหละลูก...”
เสียงพูดคุยตอบโต้กันไปมานานนับครึ่งชั่วโมงก็สิ้นสุดลง
“คุณลุงครับ คือว่า...” เมื่อถึง่เวลาที่ต้องพูดวากลับไม่รู้จะเริ่มพูดออกไปยังไง
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าหนูวา บอกลุงได้นะ” ปลายสายเอ่ยขึ้นว่าด้วยความกังวล เพราะเกรงว่าเด็กน้อยที่อยู่ในความดูแลจะมีปัญหาอะไรแล้วไม่ได้เอ่ยบอก
“คือว่า...วาอยากนัดเจอคุณลุงครับ พอจะมีเวลาว่างหรือเปล่าครับ?” น้ำเสียงประหม่าเอ่ยถามออกไป
“นัดเจอ? ได้สิทำไมจะไม่ได้ล่ะ” วายิ้มออกมาหลังจากลุงโจวบอกว่าได้ ยังคงเป็คุณลุงที่ใจดีไม่เคยเปลี่ยนเลย
“ลุงโจวสะดวกวันไหนครับ เดี๋ยววาจะไปหาคุณลุงเองครับ”
“เอาเป็วันพรุ่งนี้ดีไหม? เดี๋ยวลุงจองตั๋วเครื่องบินให้ มานอนที่บ้านลุง อีกอย่างเราไม่ได้เจอกันเป็ปีแล้ว ป้าบ่นคิดถึงพวกเราจนลุงทนฟังไม่ไหวแล้ว ฮ่าฮ่า” เสียงอารมณ์ดีตอบกลับ
“ดีครับๆ เนี่ยย วาคิดถึงคุณลุงแล้วก็คิดถึงอาหารฝีมือคุณป้าม๊ากมาก” วาเอ่ยอย่างออดอ้อน
“ฮ่าฮ่า เดี๋ยวลุงจะบอกป้าให้ครับ”
หลังจากพูดคุยตกลงนัดกันเรียบร้อยแล้ว วาจึงวางสายไป
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ...” ศาเอ่ยถามหลังจากหันไปเห็นวาทำหน้างอ
“ยังจะถามอีก!” วามองศาตาขวาง
"วาบอกให้เฮียโทรแต่ไม่ได้บอกว่าให้คุยนี่" ศายักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “เอาหน่าๆ ใครคุยก็เหมือนกันนั่นแหละ”
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! เฮ้อ ถ้าถึงเวลาที่ต้องอธิบายถึงเื่ราวต่างๆก็ไม่รู้จะบอกเล่าอย่างไรให้มันไม่งมงายดี
“เฮียคิดว่าลุงโจวจะเชื่อเราไหมครับ?” ถ้าลุงโจวไม่เชื่อจะทำยังไงล่ะ อีกอย่างเราสองคนเป็แค่เด็กอายุ 17 ปี จะทำอะไรได้ ถ้าไม่มีสิ่งของที่พวกคุณพ่อคุณแม่เตรียมเอาไว้ให้ก็ไม่รู้ว่าจะหาของมากมายพวกนั้นได้ยังไงให้พอใช้ไปอีกหลายๆปี ถึงจะมีหยางเกอและิเกอคอยช่วยเหลือก็เถอะ แล้วก็นะพันธมิตรที่ดีแบบนี้หากเอาเข้ามาเป็พวกไม่ได้ก็เสียดายแย่ อีกอย่างครอบครัวโจวดีกับเราสองพี่น้องมาก ถ้าลุงโจวไม่เชื่อจริงๆ ไว้เตรียมของเผื่อให้ เมื่อถึงวันนั้นค่อยให้ลุงโจวพาครอบครัวมาเที่ยวเล่นที่บ้านก็ยังได้
“เฮ้อ เชื่อไม่เชื่อไว้วันนั้นก็รู้ครับ” วันนี้เครียดไปก็ทำอะไรไม่ได้
ภายในห้องนั่งเล่นหรูหรา บนโซฟาหนังสั่งทำอย่างดี ในบ้านหลังใหญ่ที่เพียงมองก็สามารถบ่งบอกฐานะทางการเงินได้เป็อย่างดี มีชายวัยกลางคนนั่งขมวดคิ้วอยู่ เป็ชายร่างหนา ท่าทางสุขุม ถึงอายุจะเลยวัยหนุ่มสาวไปแล้วแต่เค้าโครงใบหน้าก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็ชายที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง นั่งหลังตรงมองมือถือเครื่องบางที่พึ่งวางสายจากหลานชายคนสำคัญไป
โจวไห่ หรือลุงโจวของเ้าแฝด ขมวดคิ้มเข้มเข้าหากัน นิ้วชี้เคาะลงบนมือถือเป็จังหวะอย่างคนใช้ความคิด
เสียงที่ทิวากรเอ่ยออกมายามที่ขอนัดเจอเต็มไปด้วยความกังวล ประหม่าและไม่แน่ใจคล้ายๆมีเื่มากมายที่อยากบอกเล่าออกมาแต่ไม่รู้จะเริ่มเล่าเื่อย่างไรดี
หรือมีใครทำเื่อะไรให้ไม่สบายใจ? หรือมีใครสักคนเป็คนสร้างปัญหาให้เด็กแฝดบ้านโจว? คงต้องให้คนไปสืบดูเสียหน่อย หากมีใครหรืออะไรมาทำให้เ้าแฝดไม่สบายใจ เก็บเอาไว้ไม่ได้ ถึงไม่ค่อยได้เลี้ยงดูมากนักแต่ก็เป็อีกคนที่เฝ้ามองการเติบโตมาอย่างดีของเด็กแฝด อีกอย่างเป็เด็กบ้านโจวหนึ่งวันก็จะเป็มันไปตลอด
มือหนายกมือถือเครื่องหรูขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะกดโทรหาลูกชายคนโต โจวอี้เฉิน ลูกชายเพียงคนเดียว รออีกฝ่ายกดรับนานจนสายเกือบตัด
"เฉินเออร์ ยุ่งอยู่หรือเปล่า?" โจวไห่เอ่ยถามไถ่ ่นี้ลูกชายไม่กลับบ้านกลับช่อง ทำแต่งานทั้งวันทั้งคืน
"อีก 10 นาที ประชุมครับ" เสียงทุ้มเอ่ยตอบกลับ
"อืม ช่วยพ่อสืบเื่ราวก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเ้าแฝด ว่าเจอใครบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่ว่าเื่เล็กน้อยแค่ไหน พ่อต้องรู้ให้หมด" โจวไห่อยากทราบรายละเอียดเื่ราวทั้งหมด หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมากว่าครึ่งปี
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?" ปกติเ้าแฝดค่อนข้างเป็เด็กดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรได้
"ดูเหมือนแฝดจะมีปัญหาจริงๆนั่นแหละ แต่ยังไม่กล้าพูดออกมา" โจวไห่เอ่ยตอบพร้อมเล่าถึง่ที่ได้สนทนากับทิวากรให้ฟัง
ดูเหมือนจะมีปัญหาจริงอย่างที่คุณพ่อว่า "เดี๋ยวผมให้เลขาจองตั๋วเครื่องบินให้ ส่วนเื่ที่พ่อให้ไปสืบดู ผมตามดูน้องอยู่ตลอด ไม่พบอะไรผิดปกติ จะมีก็แต่เด็กบ้านอวี๋ที่ไปหาแฝดที่บ้าน นอกนั่นปกติดีทุกอย่างครับ" ยิ่งพูดอี้เฉินก็ยิ่งขมวดคิ้ว พลางคิดไปถึงสาเหตุความเป็ไปได้ต่างๆมากมายที่อาจเกิดขึ้น
"เฮ้อ ถ้าหากมันเป็อย่างนั้นจริงๆ เราทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องรอให้เ้าตัวมาเล่าเอง" และหวังว่าจะพูดมันออกมาให้หมด เพราะหากมีปัญหาจริงๆ ตระกูลโจวจะจัดการมันให้เองไม่ว่าเื่เล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้ว โจวไห่สั่งให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องนอนของแฝดที่เคยมาอาศัยอยู่่หนึ่งเอาไว้ เพื่อรอเ้าของของมันกลับมาใช้งาน
สั่งการพ่อครัวให้เตรียมวัตถุดิบอาหารให้พร้อมสำหรับอาหารจานโปรดที่จะทำวันพรุ่งนี้
เสียงคนเดินไปมา ทำความสะอาดบ้านเสียยกใหญ่ เรียกความสนใจจากร่างอวบอิ่มที่เดินเข้าบ้านมาก่อนจะเห็นผู้เป็สามีนั่งสั่งการพ่อบ้าน พ่อครัวอยู่ในห้องนั่งเล่น
"มีเื่อะไรดีๆหรือเปล่าคะ? ทำไมวันนี้คนเยอะผิดปกติ" โจวไห่หันมองตามเสียงพลางกางแขนโอบกอดร่างเ้าเนื้อของภรรยาที่เดินมานั่งข้างกัน
สวีซูหนี่ มองใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามีด้วยความแปลกใจ หรือจะมีเื่ดีจริงๆ?
"พรุ่งนี้เ้าศา หนูวา จะกลับบ้านครับ" โจวไห่เอ่ยตอบภรรยาที่รักเ้าแฝดไม่น้อยไปกว่าตนให้ทราบ
"จริงหรอคะ?" ซูหนี่มองสามีอย่างตื่นเต้น เมื่อทราบว่าเด็กที่รักดังลูกน้อยที่ปล่อยให้ออกไปใช้ชีวิตเพียงสองคนกำลังจะกลับบ้านแล้ว
"จริงครับ หนูวายังบอกอีกด้วยว่าคิดถึงอาหารฝีมือของคุณ"
ซูหนี่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะชะงักไป "ไม่ได้การล่ะ ฉันไปจ่ายตลาดเองดีกว่าเผื่อพ่อครัวจัดของได้ไม่ครบ" ว่าแล้วร่างอวบอิ่มของนายหญิงใหญ่ลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมเรียกสาวใช้ให้ไปตลาดด้วยกัน เสียงพูดคุยเื่วัตถุดิบอาหารที่ต้องทำเบาลงเรื่อยๆจนเงียบไปพร้อมรถที่ขับออกไป
โจวไห่ส่ายหัวไปมาเบากับความปุบปับและใจร้อนของภรรยา
-----
น้องเป็แค่เด็ก
#ฝากคอมเมนและกดติดตามนิยายเื่นี้ด้วยค่าา