บทที่ 23 ตระกูลหลัว
“จำไว้เลยนะ วันนี้แกยังมีชีวิตยืนอยู่ต่อหน้าฉันได้ก็เพราะฉันเห็นว่าแกเป็ผู้ใหญ่กว่า”
“ไสหัวกลับไปบอกไอ้แก่นั่นว่า ถ้าอยากให้ฉันกลับไปก็ให้มันมาลากฉันไปเอง!”
“แต่ฉันไม่รับประกันว่า คนต่อไปที่พวกแกส่งมา จะมีชีวิตรอดกลับไปได้!”
พูดจบหลัวเซิงก็โยนหูเทียนลงพื้นราวกับเป็ขยะ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเงาดำข้างหลังที่ดูราวกับปีศาจร้ายจากขุมนรก
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หูเทียนถึงจะหายใจหอบถี่ แม้หลัวเซิงจะจากไปแล้ว แต่จิตสังหารของเขายังคงวนเวียนอยู่รอบกายไม่จางหายไปไหน
ถึงแม้บนใบหน้าของหูเทียนจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่เขาก็ยังพึมพำออกมา
“หลัวเซิง ฉันไม่รู้ว่าสิบปีมานี้แกไปเจออะไรมาถึงได้มีฝีมือและพลังมากขนาดนี้ แต่…”
“การที่แกเลือกที่จะต่อต้านพ่อของแก มันช่างโง่สิ้นดี!”
“ที่แม่แกยกหุ้นให้แกมันคือการทำร้ายแกต่างหาก!”
ภายในตระกูลหลัวบรรดายอดฝีมือระดับโลกต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่ทว่าครั้งนี้เป็หูเทียนไม่ได้คาดว่าหลัวเซิงจะมีฝีมือมากขนาดนี้เขาเลยประมาทหลัวเซิงไปหน่อย
แต่ครั้งหน้าที่เขาปรากฏตัวหลัวเซิงจะต้องถูกเขาลากกลับไปให้ได้!
ตอนนี้หลัวอ้าวเทียน้ารวบรวมหุ้นทั้งหมดของตระกูลหลัวที่อยู่ข้างนอกกลับคืนมาและหุ้นในมือหลัวเซิงก็มีจำนวนมหาศาล ตระกูลหลัวไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ แน่นอน!
แต่ทว่าตระกูลหลัวกลับไม่รู้ว่าตอนนี้หลัวเซิงไม่ใช่คนที่พวกเขาจะต่อกรได้อีกแล้ว
หลัวเซิงเหมินนั้นเป็องค์กรที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์และอำนาจทั้งหมด ต่อให้เป็ตระกูลหลัวเมื่อเทียบกับหลัวเซิงเหมินแล้วก็เป็เพียงมดปลวกตัวเล็ก ๆ
ส่วนหลัวเซิงเขามองว่าหุ้นตระกูลหลัวในมือนั่นเป็เพียงขยะ!
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน ตระกูลหลัวก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
หลัวเซิงยังคงใช้ชีวิตประจำวันเดิม ๆ ซักผ้า ทำอาหาร ไปรับส่งเหยาเหยา
แต่ในทางกลับกันลู่ชิงเมิ่งั้แ่ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็ผู้จัดการเธอก็ยิ่งยุ่งมากขึ้น
เพียงไม่นานเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน
เช้าวันนี้บริษัทลู่ได้มีการประชุมผู้บริหารระดับสูง
การประชุมครั้งนี้ค่อนข้างกะทันหัน
ทุกคนนั่งตัวตรงมองไปที่ลู่กั๋วฟู่ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้หัวโต๊ะ
“ตอนนี้ความร่วมมือระหว่างเรากับตระกูลโจวเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่ว่าที่เจียงหนานยังมีอีกตระกูลหนึ่งคือตระกูลหวังที่ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับตระกูลโจวแล้วและตระกูลหวังก็ทำธุรกิจความงามเหมือนกับตระกูลของเรา”
“เมื่อไม่นานมานี้หวังเหยี่ยเล่อผู้นำตระกูลหวังก็เพิ่งเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อทำข้อตกลงความร่วมมือกับแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง”
“พอถึงตอนนั้น พวกเขาร่วมมือกับตระกูลโจวโรงงานก็ต้องผลิตเกินกำลังแน่นอนว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อความ้า”
“เมื่อถึงเวลานั้นทางตระกูลหวังจึงประกาศออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่า้าหาตระกูลอื่นมาร่วมมือ”
“และพวกเราตระกูลลู่ ก็ทำธุรกิจเครื่องสำอาง แถมเรายังมีความร่วมมือกับตระกูลโจว ดังนั้น ฉันเลยคิดว่า ถ้าครั้งนี้ พวกเราสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหวังได้ ในอนาคตระกูลลู่ของเราก็จะรุ่งเรืองอย่างแน่นอน!”
พูดจบลู่กั๋วฟู่ก็กวาดสายตามองเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมประชุมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เอาล่ะ ตอนนี้ เรา้าให้มีคนออกไปเจรจากับทางตระกูลหวัง ใครเต็มใจอาสาบ้าง? นี่เป็ภารกิจที่หนักมากและส่งผลต่ออนาคตของตระกูลลู่เรา!”
“แน่นอนว่า หากใครเจรจาสำเร็จ ในอนาคตความร่วมมือระหว่างตระกูลลู่และตระกูลหวัง ก็จะมอบให้คนนั้นเป็คนดูแลแต่เพียงผู้เดียว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่กั๋วฟู่ เหล่าผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างก็แสดงท่าทีกระตือรือร้น
เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหากได้เป็ผู้รับผิดชอบโครงการนี้จริง ๆ ผลประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคต ย่อมไม่น้อยหน้าใครแน่นี่มันคือเม็ดเงินทั้งนั้น!
แต่ทว่าเื้ัความสำเร็จนี้ย่อมต้องใช้ความสามารถที่ไม่ธรรมดา ทุกคนต่างอยู่ในความคิดของตัวเองไปครู่หนึ่ง
ผลประโยชน์มหาศาลมาพร้อมกับความเสี่ยงมหาศาล ทำให้ทุกคนเริ่มลังเล
ทันใดนั้นลู่กั๋วฟู่ก็พูดเสริมขึ้นมาว่า
“จากข้อมูลที่เรามี คนที่ทางตระกูลหวังส่งมาในครั้งนี้คือหวังปิน คุณชายของตระกูลและได้ข่าวมาว่าไอ้เด็กคนนี้มันเป็คนที่เ้าชู้มาก…”
พูดจบลู่กั๋วฟู่ก็จงใจกวาดสายตามองไปที่เหล่าผู้บริหารหญิงที่เข้าร่วมประชุม
เห็นได้ชัดว่าหาก้าเพิ่มโอกาสให้สำเร็จ การส่งสาวสวยไปเป็วิธีที่ดีที่สุด แต่จะมีผู้หญิงคนไหนยอมทุ่มเทเพื่อเื่แบบนี้?
ชื่อเสียงของหวังปินในเจียงหนานนั้นเลื่องลือไปทั่ว
ไม่ใช่แค่เ้าชู้ แต่เขายังเป็ไอ้หน้าโง่ที่ชอบทำตัวน่ารังเกียจ ผู้หญิงที่ตกเป็เป้าหมายของเขาจะถูกเขาเล่นสนุกจนพอใจ ก่อนที่จะถูกเขาทิ้งขว้างราวกับขยะ แถมยังเคยมีผู้หญิงที่ถูกเขาเล่นจนตายคาเตียงมาแล้ว
ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะะโลงไปในกองไฟ!
แต่ทว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ถือว่ายังดีไป แต่ถ้าถึงขั้นเสียชีวิต นั่นก็แย่เกินไป!
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอาสาลู่กั๋วฟู่ก็มีสีหน้าไม่พอใจ
“พ่อคะ หนูว่าเื่สำคัญขนาดนี้มอบหมายให้ลู่ชิงเมิ่งน่าจะเหมาะที่สุดแล้วค่ะ”
“ลู่ชิงเมิ่งยังไงเธอเป็หนึ่งในสาวงามของตระกูลลู่ เมื่อถึงตอนนั้นเธอต้องทำให้คุณชายหวังหลงใหลจนหัวปักหัวปำได้แน่ ๆ ค่ะ!”
ลู่เจียวเจียวลุกขึ้นยืนแล้วโยนเผือกร้อนก้อนนี้ให้ลู่ชิงเมิ่งต่อหน้าทุกคนทันที
ทันใดนั้นสีหน้าของลู่ชิงเมิ่งก็เปลี่ยนไป เธอรู้ดีว่าลู่เจียวเจียวคิดอะไรอยู่ เธอโพล่งออกมาด้วยความโกรธ “ฉันไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปที่ดูแลเื่ธุรกิจ ฉันดูแลเื่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ถ้าพูดถึงเื่ธุรกิจ นั่นก็น่าจะเป็หน้าที่ของเธอมากกว่า! ทำไมไม่ไปเองล่ะ?”
ลู่เจียวเจียวกลับทำสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “เธอยังรู้ตัวอีกเหรอว่าเป็ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์! ดูสิว่าั้แ่เธอเข้ารับตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ที่วิจัยและพัฒนามันออกเป็แบบไหน! ห่วยแตกสิ้นดี!”
“ไม่กี่ปีมานี้ที่กำไรของบริษัทลู่ซื่อลดลงเรื่อย ๆ ก็เพราะมีคนไม่เอาไหนอย่างเธออยู่ในบริษัท! ครั้งนี้ฉันขอล่ะเธอช่วยทำประโยชน์อะไรให้บริษัทบ้างได้ไหม? อย่าเอาแต่กินแรงคนอื่น แค่เธอทำไม่ได้หรือ?”
ได้ยินคำพูดของลู่เจียวเจียวลู่ชิงเมิ่งความโกรธของเธอแทบจะะเิออกมา เธอมองว่าลู่เจียวเจียวกำลังพูดขาวให้เป็ดำ!
ไม่กี่ปีมานี้ที่บริษัทกำลังแย่ลงคนที่ตาไม่บอดก็ดูออกว่าเป็เพราะลู่เจียวเจียวกับพวกพ้องของเธอ ที่อาศัยอำนาจของลู่กั๋วฟู่ฉวยโอกาสคอร์รัปชันและหาผลประโยชน์เข้าตัวเองต่างหาก!
ส่วนตัวลู่ชิงเมิ่งเองก็พยายามแก้ไขสถานการณ์เท่าที่จะทำได้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่กี่ตัวที่ขายดีของลู่ซื่อในตอนนี้ ล้วนมาจากฝีมือของลู่ชิงเมิ่งทั้งนั้น! ถ้าไม่มีลู่ชิงเมิ่งคอยพยุงไว้ ลู่ซื่อคงจะล่มสลายไปแล้ว!
แต่ว่าลู่เจียวเจียวกลับพูดจาหน้าด้าน ๆ แบบนี้ ทำให้เธอโกรธจนแทบคลั่ง
“ลู่ชิงเมิ่งเธอกินอยู่ฟรีในตระกูลลู่มาหลายปีแล้ว ก็ควรจะทำประโยชน์อะไรให้บ้าง เื่แค่นี้ยังจะมาต่อร้องกับฉันอีก เธอยังอยากทำงานที่นี่อยู่ไหม? ถ้าไม่อยากทำก็ไสหัวออกไปจากตระกูลลู่ได้เลย!”