หลายวันต่อมา... ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง นักศึกษาปี4ที่ใกล้เรียนจบ ต่างก็มีเวลาว่างค่อนข้างเยอะใน่เดือนแรกของการเปิดเทอม
ทำให้พวกว่างดังกล่าวออกมานั่งสุมหัวรวมตัวกันอีกครั้ง ในเวลาที่ยังไม่ถึงเที่ยงวัน
"เฮ้ยค่าย วันนี้อาจารย์บุรินทร์เข้าสอนไหมวะ!" หนุ่มหน้าคมโพล่งขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อเพื่อนต่างพากันหย่อนกายนั่งลงที่โต๊ะได้ไม่นานนัก
และแต่ละคนก็กำลังอยู่ในอิริยาบถต่างๆ บ้างก็เปิดเมนูเพื่อเตรียมสั่งอะไรดื่ม บ้างก็กวาดสายตามองรอบๆประหนึ่งกำลังหาใคร บ้างก็นั่งอึนไม่พูดไม่จา
ส่วนค่ายที่กำลังถูกเอ่ยถามได้หยุดชะงักฝ่ามือลง พร้อมเหลียวมองใบหน้าของคราม ทั้งในมือยังคงถือค้างกระดาษเมนูเคลือบใสเอาไว้แน่น
"วันนี้น่าจะไม่เข้ามั้ง เห็นเขาประกาศในไลน์กลุ่ม ทำไมมึงไม่รู้จักอ่านแชทบ้างวะไอ้คราม" ตอบคนไม่เอาไหนเสร็จก็พลอยส่ายหน้าน้อยๆและมองสิ่งที่อยู่ในมือต่ออีกครั้ง
"กูี้เีเติมเน็ตเว้ย!!"
"ไวไฟก็หัดเชื่อมบ้างนะ มหาลัยเขามีให้" พ่อหนุ่มั์ตาสีเข้มเอ่ยขึ้นสวนคำพูดของคราม ครั้นจะไม่แทรกก็อดไม่ไหว ขุนเขาเห็นพฤติกรรมที่ไม่ทันเหตุทันการณ์ของครามแล้วรู้สึกระอาเสียจริง เงินก็มีแต่ความสันหลังยาวของมันช่างเกินเยียวยา
"ไม่เอา! เสียเวลา"
นั่นปะไร ขนาดขุนเขาเสนอทางเลือกให้ ข้อแก้ตัวต่อมาก็ถูกหยิบยกอยู่ดี ครามเป็พวกติดสบายที่บางครั้งออกไปทางเกียจคร้านจนฝังรากลึก
กระทั่งบางคราวที่เพื่อนๆนัดกัน แล้วครามไม่ได้อยู่กับคนใดคนหนึ่ง เขาก็ไม่สามารถมารวมกลุ่มได้ สุดท้ายเกิดปฏิกิริยาแง่งอน แล้วคนอื่นก็ต้องมานั่งอธิบาย เป็แบบนี้มาสี่ปีแต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเติมเน็ตให้มันเป็เื่เป็ราว เพื่อสะดวกต่อการใช้งานในสมัยนิยมเช่นนี้
"เออ แล้วนี่พวกสาวๆไปไหนกันวะ" ครามยังไม่ลดละที่จะป้อนคำถามออกมาเรื่อยเปื่อย
เนื่องจากหนุ่มๆพากันมานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟข้างตึกคณะรัฐศาสตร์ ทว่าตอนนี้เพื่อนสาวทั้งสามยังไม่ตามมา ทำให้คนหน้าสลอนสี่หน่อต้องนั่งรอกันต่อไป
"ยัยชาส่งข้อความบอกในกลุ่ม ว่าไปเดินเล่นตลาดใหม่ที่มาเปิดข้างตึกนิเทศศาสตร์" คนใจเย็นเอ่ยตอบเพื่อนอีกครั้ง เมื่ออ่านรายการเมนูจนได้เครื่องดื่มที่คิด ค่ายจัดการจดชื่อลงกระดาษพร้อมส่งต่อให้ขุนเขา "เดี๋ยวอีกหน่อยก็มาแล้วมั้ง คงไปเดินหาอะไรกินแหละ"
"ตัวจะแตกอยู่แล้วยังจะกินอีกยัยพวกนี้"
"มึงอย่าไปพูดคำนี้ให้ยัยชาได้ยินเลยนะ" ค่ายเสริมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะยกนิ้วโป้งกรีดเป็เส้นตรงแนวนอนในระดับลำคอ "ไม่งั้นตาย!!" ท่าทีบอกเป็นัยว่าคำต้องห้ามอีกข้อที่ครามไม่ควรพ่นมันออกมาเด็ดขาด เพราะไม่เพียงแต่จะถูกตวาด อาจจะนำมาซึ่งการเจ็บเนื้อเจ็บตัวได้
"แม่ง! แค่นึกภาพตามก็สยองเลยกู" ครามเบ้หน้าด้วยความหวาดระแวง เมื่อคนโหดที่ทุกคนกำลังกล่าวถึงคือน้ำชา เพื่อนสนิทที่ค่ายรู้จักมักจี่เป็อย่างดี ครามจึงต้องเตรียมสงบปากให้เรียบ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกตะบันหน้าเอาได้
หลายสิบนาทีต่อมา...คราวนี้สาวๆในชุดนักศึกษากระโปรงทรงพลีทระดับเข่า เดินตามไล่หลังกันเข้าร้านอย่างเป็ระเบียบ สายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ไม่ใช่กลุ่มแก๊งของพวกเธอ ต่างพากันเหลียวหลังมองคนตัวเล็กทั้งสาม
กระทั่งพวกเ้าหล่อนทั้งหมดเดินไปที่โต๊ะของสี่หนุ่ม ทำให้คนอื่นเริ่มหันหน้ากลับและเสียงซุบซิบก็ค่อยๆแ่เบาขึ้นเป็ระลอก
"ทำไมพวกแกนั่งกระจัดกระจายกันขนาดนี้" มีนานำโด่งมาก่อนเพื่อนและก็เอ่ยท้วงติงทันควัน ปกติพวกเขามักจะนั่งฝั่งเดียว เพื่อรอให้พวกเธอมานั่งอีกฝั่ง
ทว่าตอนนี้กลับแบ่งเป็สอง แล้วสาวๆจะนั่งกันยังไง แม้จะสนิทแต่ก็มีบางคนคอยแยกเขี้ยวใส่กันตลอด ฉะนั้นการใกล้ชิดจึงเป็เื่ที่ควรเลี่ยง
โต๊ะยาวติดผนังสุดและก็ติดหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว และตอนนี้หากเรียงตามลำดับ ริมสุดหน้าต่างทั้งสองฝั่งเป็ค่ายและทีม ส่วนถัดมาจะเป็ขุนเขาและคราม สถานการณ์ตอนนี้ ถ้าให้น้ำชานั่งข้างครามมีหวังได้หยุมหัวกันเละ
สาวผมดำอย่างนับฟ้าจึงเสียสละเดินเข้าแทรกมีนาออกไปนั่งใกล้คราม เพื่อเลี่ยงเหตุฉุกเฉินและมีนาจึงนั่งลงข้างขุนเขา ต่อมาคนหน้ามุ่ยก็หย่อนกายลงข้างๆมีนา
"ได้อะไรมากินเหรอ?" ขุนเขาเหล่สายตามองคนของตัวเองพร้อมเอ่ยปากอย่างลอยๆ ประหนึ่งไม่ได้เจาะจงนัก
"ไม่ได้เลยอะของกินน้อยมาก" มีนาเอ่ยตอบทันควัน พร้อมบ่นอุบด้วยใบหน้าล้า เนื่องจากแดดด้านนอกก็ค่อนข้างแรง หากไม่หลบกายเข้ามาใต้ตึกหรือหาที่พักพิงเช่นตอนนี้ อาจจะมีคนหัวร้อนได้
เพราะตลาดที่ว่ามีร้านค้าอยู่ไม่กี่ร้าน พวกเธออุตส่าห์เดินไปตั้งไกลแต่ไม่มีใครได้อะไรติดมือมาสักคน
"งั้นเหรอ? สั่งน้ำก่อน--" เสียงทุ้มของขุนเขายังไม่ทันได้เปล่งออกไปจนหมด แต่ทั้งกลุ่มดันถูกสอดแทรกและตัดบทด้วยเสียงแหลมของสาวน้อยแปลกหน้า
"พี่ขุนเขาคะ"
สายตาทุกคู่ต่างหันขวับมองหัวโต๊ะทางออก เมื่อมีหญิงหน้าสวยตาคมกำลังยืนส่งยิ้มหวาน พร้อมทั้งเป้าหมายของเธอก็ยังชัดเจนเสียด้วย
"ครับ มีอะไรเหรอ?" เ้าของชื่อที่ถูกเรียกได้แต่เอียงศีรษะหันมอง ทั้งั์ตายังเต็มไปด้วยความฉงน เพราะร้อยวันพันปีจะมีคนกล้าเดินเข้ามาในกลุ่มใหญ่
ทว่าความนึกสงสัยของขุนเขายังไม่ทันได้ก้าวะโไปไหน คนแปลกหน้าก็ลั่นวาจาออกมาเล่นทำทุกสายตาเกิดค้อนมองขุนเขาทันที
"ขอไลน์ได้ไหมคะพี่ขุนเขา"
"โทษทีนะครับ พี่คงให้ไม่ได้" ขุนเขาปฏิเสธเสียงสุภาพ
"ทำไมล่ะคะ" เ้าหล่อนเริ่มแสดงท่าทีคล้ายจะงอแง "พี่ขุนเขาไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ? ทำไมให้ไลน์น้องไม่ได้อะ" ทำหน้ามุ่ยออกมาหมายจะขอความเห็นใจ ทั้งยังส่งสายตาปริบๆเพื่อแสดงท่าทีน่าเอ็นดูออกมา
แต่สายตาหลายคู่ที่มองเธออยู่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกว่ามันน่ารักอะไรนัก
ตัวอย่างก็เช่นชายคนนี้ "ขอโทษครับ พี่ให้ไม่ได้จริงๆ" ขุนเขาบอกปัดออกไปตรงๆ พร้อมเบือนหน้ากลับที่เดิม เขาไม่ได้สนใจเลยว่าสาวน้อยคนนั้นจะยังยืนอยู่หรือไม่ เพราะในสายตาอันลึกซึ้งมีให้ได้แค่คนคนเดียวเท่านั้น