โรงเรียนมัธยมปลาย
งานฉลองวันจบการศึกษาของเพเนียสจัดขึ้นหลังจากผ่านวันรับใบประกาศมาแล้วสองวันที่ต้องเลื่อนมา ก็เพราะว่าเขาอยากชวนเพื่อนๆ ร่วมรุ่นที่สนิทมาด้วยนั่นเองจะได้จัดงานใหญ่ๆ ครั้งเดียวไปเลย
และใช่...มันก็ใหญ่จริงๆ เพราะนับแค่ญาติ เพื่อนสนิท คนรู้จัก ก็เกือบร้อยชีวิตแล้วไหนจะเหล่าพนักงานจากทั้งบริษัททริพเพิลพี ยัมมี่ ฟู้ดส์หรือว่าจะจากบีมการ์เดนเอง และยังรวมเอาเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัยของเพเนียสเข้าไปอีกน่าจะไม่ต่ำกว่า 500 ชีวิตแล้วทีเดียวและเพื่อความสะดวกสบายในด้านต่างๆงานนี้เลยเลือกที่จะจัดขึ้นในห้องจัดงานของโรงแรมแห่งหนึ่งในดาวทอลูแทน
ถึงแม้ว่างานเลี้ยงจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่มันก็เป็นไปอย่างอบอุ่นและราบรื่นดี ทุกๆคนรื่นเริงและดื่มด่ำไปกับอาหารรสเลิศที่ผู้เป็นเจ้าของงานตั้งใจทำมันขึ้นมาเป็นพิเศษจนถ้าเกิดใครไม่รู้ว่าก่อนว่าเพเนียสจบสาขาอะไรมาก็คงคิดว่าเขาเรียนจบด้านอาหารแล้วไฟแรงอยากทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงทุกคนเป็นแน่
หลังจากจบงานลงทุกๆ คนก็ยังพูดถึงอาหารในงานนี้อยู่เรื่อยๆยามเมื่อพูดถึงเรื่องของอาหารปรุงประกอบที่อร่อยเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิตแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลยลา พอๆ กับท้องที่กินแล้วก็ต้องอิ่มทำให้พวกเขากินได้เพียงในปริมาณที่พอเหมาะและไม่สามารถตามใจปากได้อีกแต่ถึงอย่างนั้น ก็มีความสุขดี คนร่วมงานชื่นชอบ คนจัดงานก็แฮปปี้กินอิ่มก็ขึ้นไปพักยังชั้นบนๆ ที่ทางผู้จัดงานจองไว้ให้ได้เลย จะอิ่ม หรือจะเมามายก็ไม่ต้องกังวลไป
ว่ามาถึงขนาดนี้หรือว่าเพเนียสจะรับจัดงานเลี้ยงดีเนี่ย
เนี่ย...ก็เป็นซะแบบนี้ อยู่ๆ ก็คิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้เสียแบบนั้นเพเนียสได้แต่เก็บเงียบไว้ ถ้าเกิดเล่าให้คนที่บ้านฟัง ไม่แน่ว่าความคิดนี้จะเป็นจริงเสียให้ได้
แต่ไม่แน่นะ...แบบนี้นับว่าเขาได้เพิ่มงานให้คนหรือเปล่า บางคนตกงานจะได้มีงานทำไงล่ะหรือว่าจะทำดีนะ ในหัวเริ่มตีกันยุ่งเลย
การเรียนจบไม่ใช้ความสำเร็จในชีวิต คือคำที่ยังใช้ได้ดีในทุกๆ ที่และทุกๆ ยุคสมัยมันเป็นแค่หนึ่งในใบเบิกทางเพื่อที่จะพาเราไปสู่ชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริงต่างหาก!
มีการทำงานและช่วงชีวิตที่หนักหน่วงเข้มข้นกำลังรอคุณอยู่...
ถึงแม้เพเนียสจะไม่ต้องลำบากไปสมัครทำงานที่ไหนเพราะมีงานที่บ้านรอรับอยู่แล้วแต่มันก็ไม่ได้มีแค่งานของตัวเองที่เขาต้องดูแลแล้วสิยังมีงานราษงานหลวงเข้ามาอีกด้วยสิเนี่ย แต่งานนี้ สนุกนะ นั่นก็เพราะว่า...
“ในที่สุดดาวระดับDของเราก็จะมีโรงเรียนมัธยมปลายแล้วสินะครับ” หลังจากที่สภาแห่งเซเรนิออสถกเถียงเรื่องนี้มาหลายต่อหลายปีในที่สุดเมื่อเร็วๆมานี้หนึ่งในหัวหอกใหญ่อย่างพ่อของไจที่นำเรื่องนี้ขึ้นมาเสนออีกครั้งก็ได้รับการอนุมัติเสียที
หลังจากที่มีมติในที่ประชุมสภาเซเรนิออสแล้วก็มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ว่าดวงระดับ D สามารถก่อตั้งโรงเรียนในระดับมัธยมปลายได้แล้วนับตั้งแต่วันที่ประกาศออกไป นั่นก็หมายความว่า... สามารถเปิดการเรียนการสอนได้เลยซึ่งเร็วๆ นี้ปีการศึกษาใหม่ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว
ถึงมติจะเป็นที่น่าพอใจแต่พ่อของไจและกลุ่มที่สนับสนุนเรื่องนี้ก็ต้องทำงานหนักอยู่เหมือนกัน เรื่องใหญ่ๆที่ต้องมาลบล้างความคิดดั้งเดิมอย่างการที่ต้องการให้เด็กๆในวัยนี้ได้มีโอกาสมาอาศัย ใช้ชีวิตในดวงดาวระดับที่สูงกว่านั้น ช่างเป็นตอไม้ใหญ่เอามากๆเพราะพวกเขามองว่าในอนาคตเด็กเหล่านี้อาจจะกลับไปทำงานที่บ้านเกิดที่มีการพัฒนาที่ช้ากว่า อาจจะทำให้ทัศนวิสัยไม่กว้างไกลหรือไม่ก็มองว่าการได้มาเรียนรู้และซึมซับในดาวระดับที่สูงกว่าอาจจะกลั่นเกลาให้พวกเขาเก่งขึ้นนั่นเอง
แต่ถึงอย่างนั้นจุดประสงค์ข้างต้นก็ยังหาข้อมาหักล้างจนหมดสิ้นไปได้เพราะเดี๋ยวนี้ถึงแม้ว่าดาวระดับ D จะไม่ได้เติบโตหรือมีเศรษฐกิจดีกว่าในระดับที่สูงกว่าแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพการศึกษาหรือการทำงานในองค์ต่างๆ จะน้อยกว่ายิ่งปีหลังๆ มานี้ดาวระดับ D หลายดาวเริ่มมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆไหนจะมีบริษัทอีกมากที่พร้อมจะไปลงทุนในดาวระดับนี้อยู่อีกด้วยการที่นักเรียนจะเรียนอยู่ใกล้บ้านก็ไม่นับว่าเป็นการไม่ได้เปิดหูเปิดตาแต่อย่างใด
ไหนจะอีกเหตุผลที่ไม่กี่ปีมานี้มีกระแสอย่างต่อเนื่องก็คือการบกลั่นแกล้งในโรงเรียนนั่นเอง หลายๆ เคสที่ปรากฏออกมาสู่สื่อสังคม เด็กๆที่มาจากดาวระดับ Dมันจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอเมื่ออยู่ที่โรงเรียนจริงอยู่ว่าควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างการจัดการกับตัวเด็กที่มักแกล้งผู้อื่น(จัดการในที่นี้หมายถึง การสั่งสอนตั้งแต่เด็ก การปลูกฝังความคิด ลงโทษให้หนักเมื่อพวกเขาทำผิดเป็นต้น) แต่ถึงอย่างนั้นความคิดของคนก็ใช้ว่าจะสอนกันได้ง่ายๆ ดังนั้นแล้วให้เด็กได้เลือกเรียนใกล้บ้านในดาวของตนเอง ควรจะถูกต้องมากกว่า
“ใช่ พ่อว่าอยากให้นายและคนอื่นๆมาช่วยประชาสัมพันธ์น่ะ พอจะว่างไหม”หลังจากไจที่เล่าเรื่องการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมปลายในดาวทอลูจบไปเขาเลยถามเห็นของเพื่อนสนิทออกมา หลังจากที่ไจเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ได้เข้ามารับช่วงกิจการต่อจากที่บ้านนอกจากพ่อของเขาจะเป็นผู้นำของดาวทอลูในขณะนี้แล้ว แต่จริงๆครอบครัวของเขายังมีกิจการที่ทำมาหลายชั่วอายุคนอื่นนั่นก็คือผลิตอุปกรณ์ที่ให้ความสว่างต่างๆ
“ว่างสิ เรื่องดีๆแบบนี้เราจะพลาดได้ยังไงล่ะ ว่าแต่ต้องทำอะไรบ้างเหรอ?”เพเนียสตอบรับทันทีเมื่อเพื่อนชวน ต่อไปรุ่นน้องๆของพวกเขาไม่ต้องไปเรียนไกลบ้านแล้วเชียวนะ น่าสนับสนุนออก
“ตอนนี้พ่อกำลังสั่งให้หาที่ตั้งโรงเรียนอยู่น่ะคาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกันเลยเขตละแห่ง”แล้วไจก็เริ่มเล่าแผนงานของพ่อเขา ตามที่เขาพอจะรู้มาให้กับเพเนียสฟังอย่างไม่ปิดบัง
ประชากรในดาวทอลูถึงแม้ว่าจะเทียบกับดาวระดับอื่นไม่ติดแต่ก็ใช่ว่าจะมีน้อย การสร้างโรงเรียนขึ้นแค่ 24 แห่งก่อนไม่รู้ว่าจะน้อยไปหรือเปล่าหรืออาจจะเหลือที่นั่งในโรงเรียนกันแน่จริงอยู่ว่าบางส่วนอาจจะดีใจที่ไม่ต้องไปเรียนไกลพ่อแม่ไกลครอบครัวซึ่งนั่นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยความกังวลใจของใครหลายๆ คนอยู่ดี
เพราะบางคนอาจมองว่าคุณภาพการสอนจะดีเท่ากับที่ดาวดวงอื่นหรือเปล่า ไหนจะกลัวว่าเมื่อลูกหลานที่เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นมหาวิทยาลัยจะรองรับหรือไม่อีกหรือตัวเด็กๆ เองอาจจะอยากไปเรียนที่ดาวอื่นเองด้วย
ความคิดที่กังวลเหล่านี้แหละที่อาจจะทำให้โรงเรียนเปิดใหม่ไร้นักเรียนเอาได้ ดังนั้นแล้ว...ไจเลยชวนเพเนียสให้ไปช่วยโปรโมตโรงเรียนในดาวตัวเองให้หน่อย ถ้าเกิดสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่ทางรัฐจะได้ไม่เสียประโยชน์จากการที่ทุ่มงบในการสร้างโรงเรียนแต่ยังเป็นการช่วงเซฟเงินในบัญชีของพ่อๆ แม่ๆ อีกหลายครอบครัวอีกด้วยเงินทองก็จะได้ไม่ไหลออกไปดาวอื่นมากจนเกินไป
และโครงการ‘โรงเรียนดีใกล้บ้าน’ ก็เกิดขึ้น
เพเนียสสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่แม้แต่ค่าแรงก็ไม่รับสักเครดิตเดียว...
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณลุง”
“สวัสดีเด็กๆ”
“ช่วงนี้คงเหนื่อยมากสินะครับ”วันนี้ไจพาเพื่อนสนิทอย่างเพเนียส เวนิสต้า แล้วก็มาซินมาหาพ่อของเขาที่ทำเนียบเพราะไจเคยชวนเพื่อนไว้ว่าจะช่วยพ่ออีกแรงในเรื่องการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวและข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการเรียนมัธยมปลายในดาวทอลูวันนี้เขาเลยพาเพื่อนเข้ามาพบผู้เป็นพ่อนั่นเอง
ตอนนี้เข้าสู่ปีที่4แล้วสำหรับการดำรงตำแหน่งผู้นำดวงดาวของเจดหรือก็คือพ่อของไจนั่นเอง ด้วยอายุของเจดสำหรับการเป็นผู้นำดวงดาวถือได้ว่าเป็นรุ่นใหม่เลยทีเดียวไฟการทำงานเลยอยู่ในช่วงลุกโชน
“ฮ่าๆๆทำงานมันก็ต้องมีช่วงที่ยุ่งยากกันหน่อยนั่นแหละลูก” เจดที่ลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งมาต้อนรับเพื่อนๆขอลูกชายตอบขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันที ได้ทีมงานคนรุ่นใหม่อาสามาช่วยด้วยอีกแรงแบบนี้รับได้ว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะเงินลงทุนในการสร้างโรงเรียนในครั้งนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลยหากคนเข้าเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็คงเสียดายแย่เลย
“ถ้าเหนื่อย ผมมีข้าวกลางวันมาเติมพลังคุณลุงด้วยนะครับ”เพเนียสว่าขึ้นพร้อมกับชูกล่องถนอมอาหารขนาดใหญ่ให้เจ้าของห้องเห็นทันทีวันนี้เขาทำอาหารมาฝากพ่อเพื่อนด้วยตั้งหลายอย่าง อย่างน้อยๆ ก็เป็นการสนับสนุนให้ผู้นำของดวงดาวพาดาวของพวกเขามีแรงพัฒนาและพาให้ดาวทอลูก้าวหน้าต่อไป
“อาเห็นแบบนี้ลุงคงอยู่ทำงานได้ถึงดึกเลยล่ะ” เจดเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นอาหารที่เพื่อนของลูกชายคนนี้ทำมาฝากฝีมือของเพเนียสอยู่ในระดับประกวดแข่งขันเลยทีเดียว ไม่อร่อยก็ให้มันรู้ไป
“แบบนั้นคุณป้าที่บ้านก็คงบ่นคิดถึงแย่สิคะคุณลุง”มาซินเอ่ยแซวทันทีเมื่อได้ยินว่าท่านผู้นำจะอยู่ถึงดึก
“พูดแบบนี้ผมก็ไม่กล้าทำอาหารมาฝากแล้วสิครับเนี่ยเดี๋ยวคุณป้าที่บ้านรอเลย” เพเนียเอ่ยขึ้นบ้าง
“ฮ่าๆๆๆ นั่นสินะงั้นลุงคงมีแรงทำงานถึงแค่ช่วงเย็นเท่านั้นแหละ”
“เรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าครับพ่อเดี๋ยวพวกเราต้องมีงานต่ออีก” ไจแย้งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อยังคุยเล่นกับเพื่อนๆเขาอยู่
ไม่ใช่เพียงแค่เสียเวลาเพื่อนๆของเขา ยังรวมถึงตัวของพ่อเขาเองที่งานจะช้าไปใหญ่ถ้าหากยังคุยเล่นอยู่เวลาครอบครัวก็สำคัญพ่อเขาควรจะมีเวลากลับไปกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวในตอนเย็นบ่อยๆเพราะฉะนั้นเวลานี้ก็ต้องเร่งให้ท่านผู้นำของดวงดาวเข้าเรื่องงานกันเลย
“อ้อ งั้นสินะ อย่างนั้นลุงก็ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันเรื่องที่ลุงอยากจะวานทุกคนก็คือว่า...”