เกือบเที่ยงคืนผมก็ทำข้อมูลกันเสร็จสับ ลงความเห็นกันว่าผู้ที่จะนำเสนอข้อมูลก็คือไอ้เกมส์กับไอ้เมฆนั่งแหละ ผมขอเป็ผู้ซับพอร์ตแล้วกัน
หลังจากอาบน้ำเตรียมนอนกันแล้ว ลืมนึกไปเลยว่า ตัวเองไม่มีที่นอน แล้วจะนอนยังไง
“เชี่ย กูลืมเอาที่นอนมา กูว่ากูขับรถกลับไปนอนแฟลตตำรวจดีไหมเนี่ย”
“ดึกแล้วพี่ตาม อย่าเลย นอนเตียงผมก็ได้ครับ” ไอ้เมฆพูดขึ้นมา
“ไม่เป็ไร กูนอนพื้นก็ได้ กูขอยืมแค่หมอนก็พอ”
“ไม่ได้ครับ ถ้าพี่เ้าบ่าวรู้ว่าผมให้พี่ลำบากขนาดนี้ เขาต้องเอาผมตายแน่เลย” คราวนี้ไอ้เกมส์พูดขึ้นมาบ้าง
“พี่ตามนอนเตียงผมแหละ จะได้นอนสบายๆ” ไอ้เมฆเสริมขึ้นมา
“แล้วมึงจะนอนไหน” ผมเลยถามไอ้เมฆไป
“เดี๋ยวผมไปนอนเตียงเดียวกับไอ้ตัวD ครับ” ไอ้เมฆตอบ แต่ไอ้เกมส์กับทำหน้างง
“เชี่ยเมฆ เตียงสามฟุตครึ่งมึงจะนอนสองคนยังไง” คราวนี้ไอ้เกมส์พูดบ้าง
“ทำไมไอ้ตัวD หรือมึงอยากให้แฟนพี่เขาเอาปืนมายิงมึง”
“เดี๋ยวๆๆ กูไม่ได้เป็แฟนกัน” ผมรับสวนกับไอ้เมฆไป
“อ้าว หรอครับ ผมก็นึกว่าพี่เป็แฟนกัน ทำตัวเหมือนแฟนกันเลย”
แหม ไอ้เมฆ กูรู้หรอกว่ามึงแกล้งกู
“เอาไงไอ้ตัวD งั้นมึงก็ให้พี่ตามนอนเตียงมึง แล้วมึงก็ไปนอนต้นมะขามแล้วกัน” ไอ้เมฆหันไปถามไอ้เกมส์
“กูไม่นอนต้นมะขาม กูให้มึงนอนเตียงกูก็ได้”
ผมยินดีทำตามข้อเสนอของไอ้เมฆ แม้จะสงสารไอ้เกมส์ก็เหอะ
เวลาที่เหลือสองสัปดาห์กับการเตรียมงาน สำหรับออดิตมาตรวจมาตรฐาน Tpm จริงๆการทำงานปกติที่โรงงานผมก็นำระบบ Tpm มาจับอยู่แล้ว แต่ว่าการที่จะมีออดิตเตอร์จากญี่ปุ่นมาตรวจสอบเนี่ย มันต้องเตรียมการ ทั้งการนำเสนอรายงานในห้องประชุม และการนำเสนอหน้างาน งานที่พวกผมได้รับก็มีความยากพอสมควรเมื่อเที่ยบกับความรู้และประสบการณ์ที่พวกผมมี มีการแก้ไขหลายรอบ จากConsultหรืออาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา ที่บริษัทจ้างมาอีกที ยิ่งสัปดาห์หลัง ผมจำเป็ต้องขนเสื้อผ้ามานอนห้องไอ้เกมส์เลยทีเดียว เพราะงานหนักมาก เลิกดึกๆดื่นๆ แต่ก็ยังต้องเข้างานเวลาปกติ เป็แบบนี้มาจนถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์ และวันนี้ก็เป็วันตรวจสอบจากออดิตเตอร์จากญี่ปุ่นด้วย
ผลการตรวจสอบและการนำเสนอมีผลเกินความคาดหวังเป็อย่างมาก หน้างานทั้งเื่ของวิศวกรรมที่ไอ้เมฆนำเสนอ และเื่ของความปลอดภัยที่ไอ้เกมส์นำเสนอ ได้รับคำชมจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงผู้ตรวจสอบด้วย
วันศุกร์ใช้เวลาการตรวจสอบทั้งหมดแค่ครึ่งวัน ไอ้เมฆ ไอ้เกมส์ ผม จึงขอลาหัวหน้างานกลับไปพักผ่อนก่อนเวลาเลิกงาน อยากจะนอนพักยาวๆใจจะขาด ผมรีบกลับไปห้องไอ้เกมส์เพื่อเก็บเสื้อผ้า จับยัดใส่รถแล้วรีบขับรถกลับแฟลตตำรวจทันที
ผมขับรถมาจอดตรงที่เดิมที่ผมเคยจอด แต่ว่ารถไอ้คุณตำรวจกลับจอดอยู่ ‘วันนี้มันไม่ทำงานหรอวะ ไม่บอกกูเลย’ ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ดีเลยงั้นไปเรียกมันมาช่วยขนสัมภาระดีกว่า
ผมถือกระเป๋าของผมขึ้นไป 2 ใบ ที่ไม่หนักมาก ที่เหลือใบใหญ่ๆจะได้ให้ไอ้เ้าบ่าวมาช่วยขน เดินขึ้นไปถึงหน้าประตูห้อง ร้องเท้ามันอยู่จริงๆด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือรองเท่าผู้หญิง 2 คู่ที่อยู่หน้าห้อง คืออะไร หรือผมไม่อยู่มันแอบเอาใครมานอน ผมตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าห้องนี้คือห้องที่ผมอยู่แน่ๆไม่ใช่ห้องคืนอื่น
ผมวางกระเป๋าไว้ด้านข้างประตูรวบรวมความกล้า เพื่อจะไขกุญแจเปิดเข้าไป ขออย่าให้สิ่งที่ผมเป็ความจริงเลยเหอะ ผมค่อยๆเปิดประตูออกทีละน้อย และภาพที่ผมไม่อยากเห็นก็เกิดขึ้น ภาพของคนสองคนนั่งดูทีวีกันอยู่ที่โซฟา หนึ่งคนคือคนที่ผมคุ้นเคย เพื่อนสนิทที่ผมขออาศัยอยู่กับมัน และเป็คนที่ผมไว้ใจที่สุด ส่วนอีกคนเป็ผู้หญิงผิวพรรณดี ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้ม ที่สำคัญเขานั่งใกล้กันมาก นั่งตรงที่ที่ผมเคยนั่งเป็ประจำ คนของผมวางแขนบนไหล่อีกข้างของผู้หญิงคนนั้นด้วย
สรุปคืออะไรกัน เขาบอกว่าเขาจีบผม ทั้งๆที่ผมเกือบจะให้ทั้งใจกับเขาแล้วแท้ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น
ด้วยความที่ผมไม่อยากให้เื่มันใหญ่โต แต่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ความสัมพันธ์ของผมแล้วเพื่อนสนิทผมด้วย ผมจึงค่อยๆปิดประตูเบาๆ ถือกระเป๋ากลับมาที่รถผมเหมือนเดิม
ผมนั่งคิดอยู่พักใหญ่ๆ ว่าต่อไปจะเอายังไงกับชีวิตดี กลับไปหาไอ้เกมส์ก่อนดีไหม หรือจะไปหาหออยู่เลย ยังไงก็ต้องอยู่หออยู่แล้ว แล้วค่อยคิดว่าจะกลับเข้าไปพักในโรงงานหรืออยู่ข้างนอกคนเดียว
Azzzzzzzzzz......
เสียงสั่นจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปรากฎชื่อไอ้อั้มขึ้นบนหน้าจอ
“สวัสดีค้าบบบบ เพื่อนร้ากกกกก” ปลายสายพูดออกมาด้วนความร่าเริง เสียงของมันยิ่งทำให้ผมน้ำตาซึม
“ว่าไงมึง” ผมตอบกลับไป
“ทำไมเสียงมึงเศร้าๆวะ ไม่สมกับเป็คุณตูมตามแห่งแก้งหกสับปะหงีเลย”
“เชี้ย กูพึ่งตรวจระบบเสร็จ เตรียมงานมาสองอาทิตย์ ยังไม่ได้นอนเลย”
“แสดงว่างานมึงเสร็จแล้วอะดิ"
"เออ"
"ให้ทายว่ากูอยู่ไหน"
"นรกมั้ง สัด"
"เชี้ย เกี้ยวกาจจังวะมึง กูกำลังจะถึงโรงงานมึงแล้ว"
"มึงมาทำไร"
"กูไม่ได้มาหามึง กูกำลังจะไปหาไอ้เท่ห์ มึงจะไปกับกูป่าว"
"จริงหรอวะ กูไปด้วย"
"เออ กูรอมึงหน้าโรงงาน"
ผมรีบขับรถกลับไปโรงงาน อย่างน้อยถ้าเจอไอ้อั้มกับไอ้เท่ห์ มันคงช่วยผมคิดอะไรได้บ้างแหละ
"เชี้ย ของมึงเยอะจังวะ" ไอ้อั้มบ่นระหว่างช่วยผมขนของจากรถผมย้ายไปรถมัน
"ก็กูนอนนี่มันเป็อาทิตย์แล้ว" ผมตอบกลับมันไปอีกรอบ
"มึงไม่เอาของไปเก็บไว้ห้องไอ้เ้าบ่าวก่อนวะ" สัด คำถามมึงแทงใจดำกูมาก
"ไม่เอา กูี้เีขับรถ" ทั้งๆที่ขับไปแล้ว แล้วขับกลับมาโรงงานอีกรอบแล้ว
"แล้วมึงบอกไอ้เ้าบ่าวยัง ว่ามึงจะไปกับกู"
"ไม่บอก มันไม่ใช่พ่อกู"
"เออ กูจะคอยดู เดี๋ยวพ่อมึงได้ขับรถตามมึงไปหาไอ้เท่ห์แน่"
...
"ตามึงแดงๆนะไอ้ตาม ถ้ามึงไม่ได้บอกว่าไม่ได้นอน กูคิดว่ามึงร้องไห้นะเนี้ย"
"มึงรีบขึ้นรถเลย มึงขับนะ กูจะนอน"
ระหว่างที่ไอ้อั้มขับรถไปเฟลตไอ้เท่ห์ ผมเหนื่อยมาก ผมพยายามจะหลับ แต่ร่างกายผมไม่ยอมหลับ รู้สึกเจ็บใจที่โดนไอ้เ้าบ่าวมันหลอก 'ถ้ามึงไม่ได้ชอบกูจริงๆแล้วจะมาบอกว่าชอบกู มาขอกูเป็แฟนทำไมวะ' ความคิดนี้วนอยู่ในหัวของผม หรือไม่ก็คิดถึงไอ้ตำรวจตัวดี ว่าตอนนี้มันกำลังทำอะไรอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ในห้องที่ผม เคยอยู่กับมัน แมร่ง ทั้งเจ็บทั้งแค้น
ร่างกายผมก็เริ่มไม่ไหว ผะอืดผะอมแปลกๆ เหมือนจะอาเจียนออกมา
"หน้ามึงซีดจังวะไอ้ตูมตาม มึงเมารถป่าว" ไอ้อั้มพูดพร้อมมองมาทางผม
"มึนๆวะ"
"มึงไหวมั๊ย หรือจะให้กูแวะปั้ม"
"แวะหน่อยก็ดี"
ไอ้อั้มเบี่ยงรถเข้าเลนส์ซ้ายอย่างไว กลัวผมทำรถมันเลอะมั้ง
หลังจากจอดปั้มผมไม่รอช้า วิ่งลงจากรถไปเข้าห้องน้ำทันที อาการคลื่นไส้ทำให้ผมแย่ และอาเจียนออกมาทันที ดีนะวิ่งเข้าห้องน้ำทัน
หลังจากไอ้อั้มจอดรถเรียบร้อยก็เดินตามมาดูผม
"มึงไหวป่ะเนี่ย" เ้าตัวพูดพร้อมเอามือลูบที่หลังของผม
"เออ กูไม่ตายหรอก ชิบ..."
"ยาแก้เมารถ กูซื้อมาให้"
หลังจากล้างปาก ล้างหน้า ล้างคอเสร็จ ผมก็จัดยาแก้เมารถไปเรียบร้อย อาการเริ่มดีขึ้นมาหน่อย ...
รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบถึงที่พักไอ้เท่ห์แล้ว ฤทธิ์ยาคงทำให้ผมหลับไป
"ตื่นแล้วหรอมึง กูกำลังจะปลุกพอดี จะถึงแฟลตไอ้เท่ห์แล้ว" ไอ้อั้มเอ๋ยขึ้นมา
"กูเพลียว่ะ"
"เออ ทนหน่อยเพื่อน"
ถึงบ้านพักนายตำรวจ ตำรวจตัวสูงโปร่งผิวสีแทน ในชุดเครื่องแบบกำลังโบกรถ เพื่อให้ไอ้อั้มขยับเข้าจอดตรงที่เตรียมไว้ให้
ที่พักไอ้เท่ห์ต่างจากที่พักไอ้เ้าบ่าวตรงที่ว่า ที่พักไอ้เ้าบ่าวเป็อาคารแฟลต ส่วนของไอ้เท่ห์จะเป็บ้านสองชั้นที่ติดกันหลายๆหลัง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาใช้เกณฑ์อะไรแบ่งสิทธิ์การเข้าพัก ไม่เคยถามพวกมันด้วย
ผมลงจากรถไอ้อั้ม ไอ้เท่ห์เดินมาทัก "ไง หนุ่มโรงเบียร์ มีเบียร์มาฝากมั๊ยวะ"
"ไม่มี ถ้าอยากกิน คืนนี้เดี๋ยวกูพาไปจัดมั้ยล่ะ"
"มันจะดีนะ" ไอ้เท่ห์ตอบกลับอย่างไว
"มึงจะไปไหน มึงช่วยดูสังขารตัวเองก่อน ไอ้ตูมตาม" ไอ้อั้มที่ไปเดินมาสมทบ พูดพร้อมยื่นกระเป๋าของผมให้ มันไปเอามาจากหลังรถ
"อ้าว มึงเป็ไรวะ" ไอ้เท่ห์ถามต่อด้วยความสงสัย
"เป็คนหล่อว่ะมึง มึงดูหน้ากูดิ ฮ่าๆๆ" ผมรีบตอบพร้อมหยิบกระเป๋าจากมือไอ้อั้มมาถือเองแล้วเดินตามไอ้เท่ห์ ขึ้นบนบ้าน
อธิบายเพิ่มเติมสำหรับบ้านไอ้เท่ห์นะครับ เป็บ้านสองชั้นซึ้งห้องน้ำจะอยู่ใต้บันไดชั้นล่าง หน้าห้องน้ำจะมีพวกลาวตากผ้า พร้อมโต๊ะเอนกประสงค์ ไว้ให้พวกผมวางของ ส่วนชั้น 2 จริงๆจะเป็ห้องพร้อมระเบียง แต่ไอ้เท่ห์มันต่อเติม ทำให้รวมเป็ห้องใหญ่ติดแอร์รวมกัน จึงมีพื้นที่สำหรับดูทีวีฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็ที่นอน ถ้าพวกผมมานอน มันก็จะเอาที่นอนมาปูให้พวกผมนอน
ระหว่างที่ผมเดินขึ้นบันไดมา ผมรู้สึกถึงอาการมึนหัวอีกครั้ง อยากจะอาเจียนแต่ก็ไม่อาเจียน ผมกลั้นใจพยายามเดินขึ้นไปให้พ้นบันไดเพราะรู้ว่าถ้าเป็อะไรระหว่าขึ้นบันไดคงเจ็บหนักแน่ แต่พอขึ้นถึง้า อาการผะอืดผะอมก็เริ่มรู้สึกขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เริ่มหายใจไม่สะดวกด้วย ผมรีบหันกลับไปหาไอ้อั้มที่เดินตามหลังผมมา เห็นไอ้อั้มมองหน้าผม แล้วพูดอะไรสักอย่างซึ่งตอนนี้ผมจับใจความไม่ได้ โธ่โว้ย มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ผมรู้สึกเหมือนว่าควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ และสักพักทุกอย่างก็มืดลง ...