ตอนที่ 7
หลังจากที่มีการประกาศเพิ่มระบบ 'บัดดี้' สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ความวุ่นวายก็ก่อตัวขึ้นตามกลุ่มนักศึกษา บางคนที่มีเพื่อนสนิทในห้องเดี่ยวกันก็ยิ่งง่าย
บรรยากาศ่บ่ายเลยดูอลม่านไม่น้อย
กฏข้อหนึ่งของการหาบัดดี้ คือต้องเป็นักศึกษาที่อยู่ในห้องเดียวกันเท่านั้น
่บ่ายที่ยังคงเรียนตามปกติ
เซรินที่พยายามจะตั้งใจเรียนขณะที่อาจารย์สอนหน้าชั้นเรียนอย่างตั้งใจ แต่ในหัวก็ยังคิดหาทางไม่ออกว่าจะเอายังไงดี ขณะที่โนเอลเองก็ดูท่าจะสงบนิ่งเหมือนเดิม พอเผลอมองจังหวะที่โนเอลใช้ปลายนิ้วทัดผมไปหลังใบหู พลางคิดว่า น่ารักจริง
"มีอะไรเหรอเปล่าคะ"
โนเอลถามเสียงเรียบขณะที่มือยังคงจดบันทึกตามที่อาจารย์สอนไม่หยุด แต่ก็ยังรู้สึกว่าเซรินแอบมองด้วยหางตา ชายหนุ่มเกาแก้มเล็กน้อยอยายามสงบใจเล็กน้อย
"แค่สงสัยว่าเธอจะจับคู่กับใคร เห็นมีหลายคนเสนอตัวเป็คู่หูนี่ ไม่มีใครในใจมั่งเหรอ"
"ฉันอยากคู่กับคนที่ไม่เป็ภาระให้ฉัน ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยค่ะ อีกอย่างถ้าเป็คนที่ดูถ่วงแข้งถ่วงขาหรือมาเกาะแกะฉันคงไม่อยากทำอะไรด้วยกัน"
"พูดตรงจริงๆ"
"มันติดจนเป็นิสัยแล้วละค่ะ การพูดอ้อมๆ สำหรับฉันมันน่ารำคาญจนบางทีก็หงุดหงิด"
"ก็จริงนะ ถ้าเลือกคนที่เข้ากันไม่ได้ บางทีจะต้องลำบากไปทั้งปีเลยก็ได้"
เซรินถอนหายใจเบาๆ คนแบบเขาก็อยากจะจับคู่กับคนที่ไปด้วยกันได้น่าจะสบายใจกว่า
ระหว่างพักเบรกเล็กน้อยระหว่างคาบเรียน เซรินก็สั่งเกตุเห็นหลายคนไปลงชื่อบนกระดานหลังห้องเป็ระยะๆ บางคนที่ยอมแพ้เื่คู่กับโนเอลก็มี
แต่ก็ยังมีคนไม่ยอมถอดใจ พยายามเข้าหาโนเอลเป็ระยะๆ โดยที่ไม่มีใครเข้าหาเซรินเลย
โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่ส่งสายตาไม่เป็มิตรอยู่ตลอด
ส่วนผู้หญิงก็อยากจับคู่กับผู้หญิงด้วยกันมากกว่า น้อยนักที่จะเป็คู่ชายหญิง
ยิ่งเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกทีก็เริ่มมีการร้อนรนกันมากขึ้นสำหรับคนไร้คู่
"คุณโนเอล ถ้ายังไม่มีคู่..."
"ไม่ค่ะ"
ชายคนหนึ่งที่ใช้ความกล้าใน่เวลาเดดไลน์เข้ามาถาม แต่ก็ถูกบอกปัดไปในทันที โนเอลที่ยังคงอ่านหนังสืออยู่ตอบโดยที่ไม่หันหน้ามามองด้วยซ้ำ
"สมกับเป็เ้าหญิงผู้เ็าจริงๆ"
"ถึงอย่างนั้นหลายคนก็อยากเข้าหาเพื่อที่อาจจะเอาชนะใจไม่ใช่เหรอไง"
"ว่าแต่เซรินเองก็ยังไม่ได้ไปลงชื่อนี่ หรือว่าจะคู่กันจริงๆ"
"บรรยากาศของสองคนนั้นเข้าถึงยากทั้งคู่ ถ้าคู่กันคงเข้ากันได้ยากไปหรือเปล่า"
เสียงพูดคุยจากเพื่อนร่วมชั้นที่ลอยเข้าหูทั้งคู่ เซรินก็ทำเป็เมินๆ ไป ส่วนโนเอลก็ยังคงสงบนิ่งเฉกเช่นเดิม
เซรินคิดว่าโนเอลนี่หัวใจแข็งแกร่งจริงๆ ที่ทนการพูดพาดพิงได้อย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า
ตอนนี้ก็เวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็นแล้ว อีกสองชั่วโมงก็จะหมดเวลาจับคู่ และเวลาตอนนี้ก็เป็เวลาเลิกเรียนพอดี บางคนก็กลับบ้าน บางคนก็ไปชมรม
เซรินหันไปมองกระดาษด้านหลังที่รายชื่อนักศึกษาในห้อง หลายๆ คนเริ่มที่จะจับคู่กันเองจนตอนนี้เกือบจะครบทั้งห้องแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คน พอนับดูรายชื่อเพื่อนร่วมที่เหลืออยู่เซรินก็คิดว่าไม่มีคนที่เข้ากับเขาได้เลย
ยืนอย่างครุ่นคิดพักหนึ่งพอมองไปรอบๆ ห้องก็เหลือเพียงโนเอลที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ แผ่นหลังของโนเองที่ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ก็ยังไม่ยอมรับใครง่ายๆ
"เซรินนนนน!"
เสียงอันเป็เอกลักษณ์ดังออกมาจากหนัาประตูห้อง ก่อนจะก้าวประชิดตัวเซรินทันที เรือนผมสีทองที่พลิ้วไหวตามแรงเดินส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา
"เรียกเบาๆ ก็ได้ยินแล้วน่า"
"มันติดเป็นิสัยนะ ก็เซรินชอบทำเป็ไม่ได้ยินเวลาฉันเรียกตลอดเลย"
"เธอนี่นะ...คิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอไง"
เซรินใช้สันมือตีหัววิเวียนเบาๆ ก่อนที่จะวิเวียนจะหันไปมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ
"สวัสดีคุณโนเอล"
วิเวียนทักทายอย่างเป็มิตร
"เช่นกันค่ะ คุณวิเวียนนี่อารมณ์ดีตลอดเลยนะคะ"
โนเอลหันกลับมาทักด้วยน้ำเสียงปกติ เงยหน้าสบตาวิเวียนทั้งที่ปกติจะไม่สนใจแท้ๆ วิเวียนทำสีหน้าคิดเล็กน้อยขณะจ้องมองโนเอลเหมือนกับมีอะไรบางอย่างในหัวที่คิดอะไรบางอย่าง
"อืม…..คุณโนเอลก็ลองยิ้มดูบ้างสิ บางทีถ้ายิ้มแล้วอาจจะสร้างบรรยากาศดีๆ ให้คนรอบข้างก็ได้"
"ไม่เป็....ไร.....ค"
วิเวียนไม่พูดเปล่าขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ โนเอลก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มโนเอลแล้วดึงเบาๆ
"ยัยบ้าอย่าแกล้งสมาชิกชมรมสิ"
เซรินที่จะห้ามก็พบว่าไม่ทันแล้ว วิเวียนที่ดึงแก้มของโนเอลเข้าๆ ออกๆอย่างมันมือ โนเอลเองที่โดนบุกรุกในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ได้แต่ทำเสียงอู้อี้แปลกๆ
หน้าของโนเอลตอนนี้ที่ฉีกยิ้มแหยงๆ ดูแปลกตาไม่น้อย
"เห็นไหม พอยิ้มแล้วน่ารักสุดๆ ไปเลย เห็นด้วยใช่ไหมเซริน"
วิเวียนแกล้งโนเอลยังไม่พอและหาแนวร่วมจากคนข้างๆ ที่เผลอหันไปมองโนเอล พยายามเก็บอาการไม่ให้หลุดขำออกมา
"อ..มอง..น"
น้ำเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ที่ลอดออกมาทำให้ฟังไม่รู้เื่ แต่ก็พอจะเดาออกว่าจะสื่ออะไร
เซรินรีบหันหน้าไปอีกทางทันที เขาอดขำเล็กน้อยไม่ให้โนเอลเห็น โชคดีที่ตอนนี้ในห้องไม่มีใครอยู่ไม่งั้นโนเอลคงอายมากกว่านี้แน่
"พอได้แล้วน่า"
เซรินใช้สันมือหวดเข้าไปที่หัววิเวียนเบาๆ อีกครั้ง เป็คนที่ชอบทำอะไรตามใจจนคนที่อยู่ด้วยตามอารมณ์ไม่ทันสักที
"จ้าๆ ยอมแล้วรับไหมว่าคุณโนเอลเวลายิ้มแล้วน่ารักมากกว่าเดิมหลายเท่าเลย น่ารักกว่าทำหน้านิ่งๆ อีก"
"ก็...น่ารักดี"
คนที่พูดกับเ้าหญิงผู้เ็าแบบนี้ได้ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยคงมีแต่วิเวียนเท่านั้นละ
"อยากลองจับดูไหม แก้มคุณโนเอลนิ่มมากเลยนะ"
"จะบ้าเหรอไง! แต่ทำแบบนี้ระวังโนเอลจะเกลียดเอานะ"
"จิ๊จิ๊ เซรินนี่ไม่รู้เื่เลย ต้องัักันให้มากๆ เพื่อเพิ่มความสนิทสนมได้ไวขึ้น"
"ใช้คำผิดไปแล้วมั้ง"
"คนเข้าสังคมยากอย่างเซรินคงไม่เข้าใจ"
"เจ็บจี๊ดเลย"
เซรินรับมุกอย่างเผลอไป ก็พบว่าโนเอลที่มีหน้าไม่เรียบนิ่งเช่นเคย กับมีอาการอายเล็กน้อยเบือนหน้าหนีไปอีกทางไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตอนนี้
แต่ดูท่าว่าไม่ได้รังเกียจเท่าไหร่เซรินก็เบาใจเล็กน้อย ถ้าเกิดโนเอลไม่ชอบใจขึ้นมามีหวังอาจจะหนีหรือออกจากชมรมไปก็ได้
"อะ เซรินวันนี้มีประชุมชมรมกับสภานักเรียน เื่การวางแนวทางของแต่ละชมรมในปีนี้"
ในที่สุดวิเวียนก็เข้าประเด็นได้สักที หลังจากที่แกล้งทั้งคู่พอหอมปากหอมคอ
"ฉันไม่เห็นรู้เื่เลยว่าเป็วันนี้"
"ก็ฉันไม่ได้บอกไง เอาล่ะไปกันเถอะ"
วิเวียนที่คว้าแขนของเซรินมาคล้องไว้อย่างสนิทสนม ลากเขาออกจากที่นั่งทันที เซรินที่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพบว่ามีอะไรนิ่มๆ มาโดนแขนเขา
ยัยวิเวียน จงใจสินะ
"ฉันขอยืมตัวเซรินก่อนนะ อ่อ แล้วก็พรุ่งนี้กิจกรรมชมรมจะเริ่มแล้วอย่าลืมแวะไปนะ จะแนะนำสมาชิกให้รู้จัก รับรองว่าเธอจะต้องใแน่ๆ"
วิเวียนหันไปบอกโนเอลที่ยังคงหันหน้าหนี แก้มแดงๆ จากการดึงยังคงมีรอยจางๆ อยู่
"ช...เชิญค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่ชมรม"
"ดีมาก"
วิเวียนยกนิ้วให้อย่างเป็กันเองสุดๆ ก่อนจะลากเซรินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้โนเอลนั่งเคว้งอยู่ในห้องคนเดียว เธอนั่งเหม่อสักพัก ั้แ่เกิดมายังไม่เคยเจอใครที่กำแพงน้ำแข็งที่สร้างไว้ปกป้องตัวเองถูกทำลายง่ายๆ แบบนี้
โนเอลที่พยายามสงบใจครู่หนึ่ง ก่อนจะแตะแก้มตัวเองเบาๆ ด้วยรู้สึกแปลกๆ โนเอลไม่ได้รู้สึกต่อต้านหรือรังเกียจที่วิเวียนที่ทำแบบนี้
กลับรู้สึกถึงมิตรภาพที่วิเวียนมอบให้อย่างเป็กันเอง
"แบบนี้ก็..ไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่"
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไออุ่นจากมือของวิเวียนยังติดอยู่บนแก้มราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ััทางกาย แต่เป็ััทางใจที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน
โนเอลเผลอยิ้มออกมานิดหน่อย เธอกลับรู้สึกว่าหลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัยใหม่และชมรมวรรณกรรมที่เข้าไป อาจจะเปลี่ยนเธอไปบ้างก็ได้
เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึก..............
โนเอลฟุบหน้าลงกับโต๊ะพร้อมกับความรู้สึกสับสน
"ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ ที่ทุกท่านสละเวลามาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ หวังว่าปีนี้จะทำกิจกรรมชมรมได้อย่างราบรื่นตามที่คุยกันไว้นะคะ"
การกล่าวปิดจบการประชุมชมรมที่ประธานและรองประธานชมรมจะต้องเข้าร่วม และนำเสนอแผนการดำเนินกิจกรรม ผ่านทางสภานักศึกษาที่ต้องควบคุมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยให้เป็ไปอย่างที่ควรจะเป็
ไม่อยากนั้นอาจจะมีบางชมรมที่ทำกิจกรรมแปลกๆ ก็ได้
เซรินและวิเวียนที่กำลังเดินอยู่ในอาคารเรียน ตอนนี้เป็เวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
อากาศข้างนอกเริ่มเย็นและเงียบลงราวกับทุกคนกลับบ้านกันหมด เหลือเพียงแสงอาทิตย์สีส้มอ่อนๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในตัวอาคารเรียน
เซรินเดินเคียงข้างกับวิเวียนในทางเดินโล่งๆ เสียงรองเท้าของทั้งคู่สะท้อนก้องกับพื้นกระเบื้องเงียบๆ
เซรินที่ยืดกล้ามเนื้อเล็กน้อยหลังจากที่นั่งประชุมร่วมชั่วโมงกว่า
"เหนื่อยเหรอไง"
"ฉันแค่นั่งเฉยๆ เอง ส่วนใหญ่เธอก็เป็คนพูดหมดเลย คิดว่าทำได้ดีเลยในฐานะประธานชมรมครั้งแรก"
วิเวียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"ถือเป็คำชมจากเซรินที่ไม่ค่อยชมใครละกัน"
"ก็นะ..."
เซรินหยักไหล่เบาๆ ถึงวิเวียนจะชอบทีเล่นทีจริงกับเขา เวลาทำงานก็ดูไว้ใจได้จริงๆ
"ต้องขอบคุณการร่างแผนกิจกรรมของเซรินแหละ อุตส่าสละเวลาหยุดปิดเทอมจัดการให้ด้วย"
"ช่วยไม่ได้ ถ้าให้เธอเป็คนทำมีหวังคิดอะไรแผลงๆ แน่นอน"
"ฮ่าๆ รู้ทันอีก ยังไงก็ขอบคุณนะ"
"เราเป็เพื่อนกันน่า เื่แค่นี้เอง"
วิเวียนมีแววตาแปลกๆ วูบหนึ่งก่อนจะกลับเป็ปกติ ก่อนจะยิ้มให้แล้วขยี้ผมเซรินเบาๆ
"นั่นสิ เซรินเป็เพื่อนรักของฉันนี่น่า ฉันขอให้ช่วยอะไรก็ไม่ขัดเลย"
"นี่...วิเวียน ฉันมีเื่อยากจะถามหน่อย"
เซรินที่ทำเสียงจริงจังเรียกชื่อของวิเวียนออกมา
วิเวียนสะดุ้งเล็กน้อยทำให้มือที่ลูบขยี้ผมอยู่ชะงัก ก่อนจะหันไปมองหน้าเซรินที่ทำหน้านิ่งๆ ดวงตาสีดำที่หันมามองจริงจังจนเธอไม่สามารถหนีมันได้
"ฉันเป็คนที่เข้าถึงยากขนาดนั้นเลยเหรอ…"
คำพูดที่ไม่คาดคิดเอ่ยถามออกมาตรงๆ เสียงรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงลมหายใจเบาๆ ที่แทรกผ่านริมฝีปากเขา วิเวียนหยุดเดินก่อนจะเมินหน้าไปทางหน้าต่าง
วิเวียนนิ่งเงียบอย่างผิดปกติ ประโยคนั้นทำให้เธอถึงกับต้องกลั้นหายใจ ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เธอกลับรู้สึกเข้าใจความหมายของเซรินทันที
สายลมอ่อนๆ พัดผ่านมาทางกระจกที่เปิดค้างไว้ เกิดความเงียบสงบราวกับเวลาหยุดเดินไปครู่หนึ่ง วิเวียนพยายามควบคุมน้ำเสียงถามกลับไป
"ทำไมจู่ๆ ...ถึงถามแบบนี้ล่ะ"
“ฉันไม่เก่งเื่เข้าหาคนอื่น เลยเลือกที่จะอยู่เงียบๆ มาตลอด…ฉันคิดว่าอยากจะลองฝึกเข้าหาคนดูบ้างจะดีไหมนะ......"
"ไม่เอา!!"
เสียงที่มันดังพอจะทำให้ความเงียบรอบตัวแตกกระจาย โชคดีที่รอบๆ ไม่มีใครอยู่ แต่ก็ทำให้เซรินใและแปลกใจในความผิดปกติในน้ำเสียงของวิเวียน เหมือนกับความไม่พอใจก่อตัวขึ้นมาภายในใจเงียบๆ ของวิเวียน
เซรินเองก็ใไม่น้อย เพราะไม่เคยได้ยินน้ำเสียงของวิเวียนแบบนี้มาก่อน
"วิเวียน...เป็อะไรไป ท่าทีเธอแปลกๆ ไปนะ ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า"
เซรินมองไม่เห็นสีหน้าวิเวียน ทำให้ไม่รู้ตอนนี้คิดอะไรอยู่
และการบอกว่า 'ไม่เอา' มันหมายความว่ายังไง
ถึงแม้อย่างนั้นความรู้สึกบางอย่างที่บอกเขาว่าไม่ควรจะถามออกไป
เซรินเลยเลือกที่จะเงียบไว้
ความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมอย่างผิดแปลก เซรินที่รู้สึกถึงความไม่พอใจที่ไม่น่าจะออกมาจากวิเวียน ทั้งที่ปกติจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ
วิเวียนหลบตา มือกำชายเสื้อแน่นเหมือนพยายามควบคุมตัวเอง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาช้าๆ และเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เคยคุ้น
ก่อนจะหันหน้ามามองเซรินด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ราวกับเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดอะไร
ป๊าบบบบ
เธอตีหลังเขาเบาๆ
"เป็อะไรเนี่ย! แล้วจะตีหลังฉันทำไม"
บรรยากาศเฉพาะตัวของวิเวียนกลับมาอีกครั้ง จนเกือบ....เป็ปกติ
"ฮ่าๆ นึกว่าเื่อะไร คิดว่าฉันใช้เวลามากขนาดไหนการที่เราสองคนจะเป็เพื่อนรักกันแบบนี้ได้"
"น่าจะประมาณหนึ่งปี"
เซรินที่เห็นวิเวียนกลับมาเป็ปกติก็คิดว่า 'สงสัยจะคิดไปเอง' ละมั้ง ก่อนจะนึกถึง่เวลาเข้าปีหนึ่ง ที่ได้รู้จักกับวิเวียน
"ใช่ไหมล่ะ หุหุ ขนาดฉันยังใช้เวลานานขนาดนี้กับการเป็เพื่อนรักเซริน คิดว่าเข้าถึงยากไหมล่ะ ถ้าเป็คนอื่นคงใช้เวลาทั้งชีวิตเลยมั้ง"
"ก็น่าจะยากเอาเื่ แต่แบบนั้นก็เว่อร์เกินไป"
เซรินที่เริ่มคิดจะยอมแพ้ในการฝึกเข้าหาคนอื่น เพราะยังไงก็มีไอลีนที่ค่อยเป็คนประสานงานต่างๆ ให้เขาตลอดเวลา ทำให้เขาสามารถเป็นักเขียนได้อย่างสบายใจ
วิเวียนเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวก่อนจะหันมามองเซรินด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
"เพราะฉะนั้น...เซรินก็เป็เซรินเหมือนเดิมไปดีแล้วล่ะ เซรินก็มีข้อดีหลายๆ อย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่ฉันมองเห็นทุกอย่างที่เป็ข้อดีเซริน"
วิเวียนพูดประโยคนี้เป็ครั้งแรก ทำเอาเซรินที่เริ่มจะเขินเล็กน้อยเมื่อถูกชมแบบไม่ตั้งตัว
"ง...งั้นเหรอ"
เซรินตะกุกตะกักเล็กน้อย
วิเวียนที่เห็นท่าทางของเซรินก็อดที่อดที่จะอมยิ้มไม่ได้
"เื่เข้าฝึกเข้าสังคมปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติเถอะ ถ้าหากฝืนตัวเองจะกดดันเปล่าๆ"
"อือ ขอบคุณนะวิเวียน ฉันดีใจที่มีเธอเป็เพื่อนแบบนี้"
"เพราะงั้นไปเลี้ยงชานมไข่มุกฉันแก้วหนึ่ง! แทนคำขอบคุณ"
"ได้เลย จะเพิ่มไข่มุกให้พิเศษสุดสำหรับเธอคนเดียวเลยล่ะ"
เซรินเดินนำไปข้างหน้า วิเวียนที่มองแผ่นหลังของเซรินด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะตบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
'ฉันเองก็เห็นแก่ตัวมากเกินไปเหมือนกันแฮะ'
"จะไปไหมวิเวียน เดี๋ยวโรงอาหารก็ปิดหรอก"
พอเห็นว่าวิเวียนไม่เดินตามมาเซรินก็เรียกทันที หญิงสาวยิ้มกว้างก่อนจะวิ่งเข้าไปคล้องแขนอย่างเป็ธรรมชาติทำตัวเหมือนเดิมตามปกติ
"ขอสองแก้วแล้วเลยละกัน"
"จ้าๆ โลภมาจริงๆ เลยเธอเนี่ย เดี๋ยวก็อ้วนหรอก ว่าแต่...ข้อดีของฉันมีอะไรบ้างอ่ะไม่เห็นรู้ตัวเลย"
"ไม่บอกหรอก แบร่"
เซรินอดไม่ได้ที่จะจ้องใบหน้าน่ารักของวิเวียนทำกำลังแลบลิ้นอยู่ ในที่สุดเขาก็โล่งอกที่บรรยากาศกลับมาเป็อย่างปกติ เมื่อกี้ทำเอาเขาใจเสียไม่น้อย และมีความรู้สึกผิดเล็กๆ ที่เข้าไม่รู้ว่าทำอะไรให้วิเวียนไม่พอใจ แต่กลับมาเป็เหมือนเดิมก็โล่งใจ
วิเวียนที่แม้จะมีสีหน้าอารมณ์ดี เธอหันไปมองเซรินก็กระชับอ้อมแขนไว้แน่น ราวกับจะไม่อยากปล่อยมือออกไป
'ก็ใช่นะสิ ฉันมันคนโลภและเห็นแก่ตัวสุดๆ นี่น่า'