ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 คุณอาลู่บ้าบออะไร

    บทที่ 50 คุณอาลู่บ้าบออะไร

            สถานีตำรวจไม่ได้อยู่ไกลนัก เดินไปตามถนนสองสายก็ถึงแล้ว

            เพราะก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนั้นเอาแต่พูดว่ามีพวกของตัวเองอยู่ในสถานีตำรวจสวี่จือจือจึงกังวลว่าเรื่องนี้จะถูกปล่อยผ่านไปง่ายๆ หรือเปล่า

            แต่ไม่คิดว่าตอนที่กำลังจะเดินเข้าไปในสถานีตำรวจจะเห็นรถเก๋งซานตาน่าสีดำคันหนึ่งขับเข้ามาพอดี รถซานตาน่าเบรกจนตัวโก่ง

            “จิ่งซาน ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้?”ชายวัยกลางคนในชุดตำรวจลงมาจากรถมองเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนของลู่จิ่งซานอย่างงุนงง “เด็กคนนี้เป็น...”

            เขาเพิ่งได้ยินเรื่องที่ลู่จิ่งซานแต่งงานแต่ไม่น่าจะเร็วถึงขนาดมีลูกกลับมาแล้วนี่? แถมเด็กคนนี้ดูคุ้นตาเหมือนกัน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

            ลู่จิ่งซานส่งเด็กให้สวี่จือจือแล้วเดินไปจับมือกับชายคนนั้นพร้อมกับเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างย่อๆ

            “มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย” ชายวัยกลางคนหน้าดำคล้ำ“มีพวก? ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าเป็นใครกันแน่?”

            ต่อมาสวี่จือจือถึงได้รู้ว่าชายวัยกลางคนคนนี้ก็คือเฝิงจิ้งหย่วนผู้กำกับการสถานีตำรวจ

            เมื่อรู้แบบนี้เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา

            แต่ปัญหาก็ตามมาอีก สวี่จือจือกับลู่จิ่งซานทำบันทึกประจำวันเสร็จก็รีบไปโรงพยาบาลแต่เด็กชายกลับจับเสื้อเธอไม่ปล่อย พอถามเรื่องที่บ้าน เด็กคนนี้ก็ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

            ตำรวจหญิงเอาลูกอมมาให้ก็ทำหน้าเหมือนไม่สนใจ“ผมไม่กินลูกอม กินลูกอมไม่ดีต่อฟัน”

            สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก สวี่จือจือจึงต้องพาเขามาที่โรงพยาบาลด้วย

            “ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้?” พออยู่บนถนน สวี่จือจือก็มีเวลาคุยกับลู่จิ่งซาน“วันนี้ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

            ลู่จิ่งซานถอนหายใจ “แล้วคุณกล้าไปต่อปากต่อคำกับพวกนั้นได้ยังไง?”

            ดีที่เขามาทัน ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ไม่อยากจะคิด

            “ฉันก็แค่โชคดี” สวี่จือจือหัวเราะพลางพูด“แล้วที่ตรงนั้นก็ใกล้ปากซอย ไม่น่าจะมีอะไร”

            “สวี่จือจือ” ลู่จิ่งซานมองเธออย่างจริงจัง“คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก”

            “หา?” สวี่จือจือมองเขาอย่างงุนงง

            ลู่จิ่งซานรู้สึกอยากจะเอามือไปปิดดวงตาใสแจ๋วที่มีชีวิตชีวาของเธอแต่ก็ยั้งมือไว้แล้วพูดเสียงต่ำ “ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก”

            “ครั้งนี้โชคดี” เขากล่าวอย่างเคร่งขรึม “แล้วครั้งหน้าล่ะ?”

            ถ้าวันนี้เขาไม่ได้คิดว่าจะรีบไปเร็วๆ แถมยังใช้ทางลัดมาอีกเธอจะเป็นยังไง? ลู่จิ่งซานไม่อยากจะคิด

            “นั่น...ก็ฉันจะปล่อยให้เด็กถูกลักพาตัวไปได้ยังไงล่ะ”สวี่จือจือถูกเขาดุก็รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย ดวงตาเปียกชื้นมองเขา “ต่อไปเขาอาจจะไม่ได้เจอกับครอบครัวตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ”

            เหมือนกับชาติที่แล้วของเธอ แต่เธอโชคดีได้เจอพ่อแม่อุปถัมภ์ ถึงจะยากจนไปหน่อยแต่ก็ส่งเสียให้เธอได้เรียนหนังสือ

            “ผมไม่ได้ว่าคุณ” ลู่จิ่งซานพูดอย่างอ่อนโยน“แค่ต่อไปตอนที่คุณจะช่วยคนอื่น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อน เข้าใจไหม?”

            เสียงของชายหนุ่มนุ่มทุ้มเหมือนเสียงของเชลโล่มีท่วงทำนองและมีเสน่ห์ ใบหน้าของเขามีความอดทนและอ่อนโยนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้

            เขายกมือขึ้น สุดท้ายก็ทำได้เพียงลูบผมของเธออย่างแผ่วเบา“อย่าร้องไห้เลย”

            สวี่จือจือปรายตามองเขาด้วยดวงตาแดงเรื่อ“ฉันไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย”

            ใครจะร้องไห้กัน? สวี่จือจือคนนี้ไม่มีทางร้องไห้หรอก!

            ลู่จิ่งซานส่ายหน้าอย่างจนใจ มองฝ่ามือใหญ่ของตัวเอง เหมือนว่าในมือยังคงมีอุณหภูมิและความรู้สึกของเธออยู่

            ที่แท้ผมของเด็กสาวก็ตัวนุ่มนิ่มแบบนี้นี่เอง

            “พี่สาวขี้แย” เด็กชายยกมือขึ้นลูบใบหน้าเล็กของตัวเอง“ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง”

            สวี่จือจือหัวเราะออกมา “นายต่างหากที่ขี้แย” แล้วก็ลูบใบหน้าเล็กๆ ของเขาเบาๆ

            พอถึงโรงพยาบาล คุณปู่สวี่ก็ตื่นแล้ว พยาบาลเห็นพวกเขากลับมาก็รีบพูด“พวกเธอกลับมาสักที คุณปู่ของพวกเธอวุ่นวายจะออกไปจากโรงพยาบาลแล้ว”

            ชายชรารอหลานสาวไม่กลับมานานก็เป็นห่วง เลยอยากจะออกไปตามหา

            “พวกหลานไปทำอะไรมา?” คุณปู่สวี่เห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา แล้วเห็นสวี่จือจือจูงมือเด็กชายมาด้วยก็รู้สึกสงสัย

            “จ้วงจ้วง?” ส่วนหัวหน้าพยาบาลที่เห็นหน้าเด็กชายก็ตกใจ“หนู...มาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไงเนี่ย?”

            “หัวหน้าพยาบาลรู้จักเด็กคนนี้เหรอคะ?”สวี่จือจือถาม

            “เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกชายของหมอโจวแผนกสูตินรีเวชเหรอ?”หัวหน้าพยาบาลพูดถึงตรงนี้ก็เรียกคนอื่นมาดูเพื่อยืนยัน

            คนรักของหมอโจวหงเหมยแผนกสูตินรีเวช คือชิวซูหมิงหัวหน้าสำนักงานประจำอำเภอลูกชายคนเล็กคนนี้เป็นลูกที่เธอตั้งครรภ์ตอนอายุสามสิบสี่ปี ปกติไม่ค่อยได้มาโรงพยาบาลแต่ในอำเภกเล็กๆ แห่งนี้ก็มักจะเจอกันอยู่เสมอ

            พอได้รับการยืนยันแล้ว สวี่จือจือก็ให้หัวหน้าพยาบาลรีบติดต่อหมอโจวคนนั้น

            ส่วนทางบ้านของหมอโจว โจวหงเหมยกับสามีก็ไปทำงานส่วนลูกสาวคนโตแต่งงานไปอยู่ที่เมืองหลวง ส่วนลูกสาวคนรองเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายในเมืองปกติจ้วงจ้วงก็อยู่กับคุณย่า

            ช่วงกลางวันจ้วงจ้วงบอกว่าอยากจะกินไอติมคุณนายชิวไม่ยอม พอเธอกำลังทำอาหารให้เด็กกิน เด็กที่เคยเล่นอยู่ในลานบ้านก็หายไป

            หญิงชราตกใจมาก หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เลยรีบให้คนไปบอกลูกชายกับลูกสะใภ้

            โจวหงเหมยรู้เรื่องนี้ก็แทบเป็นลม เธอมีลูกสาวสองคนแล้ว กว่าจะมีลูกชายคนนี้ได้มันยากเย็นแค่ไหนถ้าลูกชายหายไป...โจวหงเหมยไม่อยากจะคิดถึงวันข้างหน้าเลย

            ยิ่งเวลาผ่านไปนาน โจวหงเหมยก็ยิ่งใจไม่ดี

            สองสามีภรรยามองหน้ากัน ลูกชายอาจจะไม่ได้ซุกซนวิ่งเล่นไปไหนแต่เป็นไปได้ว่าลูกชายคนเดียวของพวกเขาอาจจะเจอคนค้ามนุษย์เข้า

            “พี่ชิว” โจวหงเหมยร้องไห้ “รีบ...แจ้งความเถอะ” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ โทรศัพท์ที่บ้านก็ดังขึ้น

            ชิวซูหมิงเงียบไปสักพัก โจวหงเหมยเหมือนจะคิดอะไรออก“พี่ชิว พวกเรามีลูกชายคนเดียวนะ”

            ทั้งสองคนกลัวว่าคนที่ลักพาตัวลูกไปอาจจะไม่ใช่คนค้ามนุษย์ธรรมดา ไม่งั้นคงไม่โทรมาเร็วขนาดนี้

            “โรงพยาบาล? หมอโจวอยู่ที่นี่” ชิวซูหมิงประหลาดใจเล็กน้อยแล้วส่งโทรศัพท์ให้โจวหงเหมย

            “ได้ๆๆ พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยๆ” โจวหงเหมยวางสายแล้วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “พี่ชิว ลูกไม่เป็นอะไร เจอตัวลูกแล้ว อยู่ที่โรงพยาบาล”

            ทั้งคู่ไปโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ พอไปถึงตึกผู้ป่วยก็เห็นลูกชายกำลังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังฟังเขาเล่านิทาน

            ไม่รู้เลยว่าที่บ้านวุ่นวายขนาดไหนเพื่อที่จะตามหาเขา

            “จ้วงจ้วง” หมอโจวเรียกชื่อลูกชาย

            “คุณแม่” พอจ้วงจ้วงเห็นโจวหงเหมยก็รีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งเข้าไปหาเธอ “ผมเจอคุณแม่แล้ว”

            “ลูกทำแม่ตกใจแทบตาย” โจวหงเหมยร้องไห้พลางจูบหน้าผากของลูกชาย“แม่ตกใจมาก”

            เธอคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอลูกชายอีกแล้ว

            “พี่สาวจือจือกับคุณอาลู่ไล่คนไม่ดีไป” จ้วงจ้วงพูด

            ลู่จิ่งซาน “...” คุณอาลู่บ้าบออะไร? เขาแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ? คุณอา?

            สวี่จือจือเห็นท่าทางอึดอัดของลู่จิ่งซานก็หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ

            แน่นอนว่าสองสามีภรรยารู้สึกขอบคุณพวกเขาสองคนอย่างมากโดยเฉพาะลู่จิ่งซานที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนธรรมดา

            พอโจวหงเหมยพูดเรื่องอยากจะตอบแทน สวี่จือจือกับลู่จิ่งซานก็ปฏิเสธไป พวกเขาแค่ช่วยไปเท่านั้นเอง

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390