ตอนที่ 2 : กายาหลอมัตื่นรู้ ทวงคืนหนี้เื
ความเ็ปแสนสาหัสประดุจถูกฉีกกระชากิญญายังคงดำเนินต่อไปอย่างยาวนานท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลร่างของอวิ๋นเซียวที่นอนจมกองเือยู่บนพื้นโคลนหน้าจวนซอมซ่อถูกห่อหุ้มด้วยปราณสีทองเรืองรองจางๆเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างที่เคยถูกทำลายจนแหลกสลายกำลังสั่นสะท้านเคล็ดวิชากายาหลอมัระดับนภากำลังแสดงอำนาจอันพลิกฟ้าคว่ำดินมันไม่เพียงเชื่อมต่อเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นให้กลับมาสมบูรณ์ทว่ายังขยายขอบเขตของทางเดินลมปราณให้กว้างใหญ่และเหนียวแน่นทนทานประดุจเส้นเอ็นของัากระดูกทุกชิ้น กล้ามเนื้อทุกมัดถูกหลอมทำลายและสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเสียสีดำเหม็นคาวถูกขับออกจากรูขุมขนปะปนไปกับคราบเืเก่าอวิ๋นเซียวขบกรามแน่นจนเืซึมขยับตัวเข้าไปนั่งขัดสมาธิโคจรพลังอยู่ภายในเรือนอย่างเงียบงันอดทนต่อความทรมานที่คนธรรมดามิอาจทนทานได้แม้เพียงครึ่งก้านธูป จนกระทั่งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องกระทบขอบฟ้าพลังปราณฟ้าดินระลอกหนึ่งพลันหมุนวนบ้าคลั่งหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียนเสียงะเิทึบต่ำดังขึ้นภายในร่างดวงตาที่ปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นพร้อมกับประกายแสงสีทองที่วาบผ่านั์ตาพลังลมปราณอันแข็งแกร่งทะลักล้นออกมาจากร่างที่เคยอ่อนแอบัดนี้เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดทะลวงเข้าสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งเป็ที่เรียบร้อยแล้วาแฉกรรจ์ตามร่างกายสมานตัวจนหมดสิ้นทิ้งไว้เพียงคราบสกปรกและผิวพรรณที่ดูแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
ปัง!
เสียงบานประตูไม้เก่าผุพังของเรือนซอมซ่อถูกถีบจนแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวปลุกอวิ๋นเซียวให้หลุดออกจากห้วงสมาธิบ่าวรับใช้ร่างบึกบึนผู้หนึ่งสวมชุดสีเทาของตระกูลหลักก้าวอาดๆเข้ามาภายในพร้อมกับกระสอบผ้าใบใหญ่ในมือบนใบหน้าของมันประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและหยิ่งผยองมันคือบ่าวรับใช้ปลายแถวที่มักจะติดตามนายน้อยตระกูลหลักมารังแกเขาอยู่เสมอวันนี้มันตั้งใจจะมาลากศพของนายน้อยสาขานอกที่ถูกซ้อมจนปางตายเมื่อคืนไปทิ้งป่าช้าอนาถาและหวังจะรื้อค้นของมีค่าชิ้นสุดท้ายที่อาจหลงเหลืออยู่ทว่าเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมอง ท่าทีโอหังกลับชะงักค้าง รอยยิ้มแข็งทื่อไปในทันทีเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มที่ควรจะกลายเป็ซากศพเย็นชืดไปแล้วกลับกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้เก่าๆั์ตาสีดำขลับจ้องมองมาที่มันด้วยความเย็นเยียบประดุจมองดูคนตาย
"ขยะอย่างเ้า...เหตุใดยังไม่ตายไปอีก!"บ่าวรับใช้แค่นเสียงด่าทอเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในใจมันสังเกตเห็นคราบเืแห้งกรังบนเสื้อผ้าของอวิ๋นเซียวจึงปักใจเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงแค่ฝืนทนรอดตายมาได้แต่อย่างไรเสียก็เป็เพียงคนไร้ค่าที่ชีพจรพิการไม่มีทางต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งอย่างมันได้"ในเมื่อ์ยังไม่รับตัวเ้า เช่นนั้นบิดาจะสงเคราะห์ส่งเ้าลงนรกไปเองถือเสียว่าช่วยประหยัดเวลาข้า จะได้รีบเอาของมีค่าของเ้าไปขึ้นเงิน!"สิ้นเสียงคำราม บ่าวรับใช้พุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับง้างหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังปราณซัดตรงเข้าใส่ใบหน้าของอวิ๋นเซียวอย่างโเี้ หมายจะปลิดชีพในหมัดเดียว
อวิ๋นเซียวมิได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดร่างกายของเขายังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงทว่าในเสี้ยวลมหายใจที่หมัดนั้นกำลังจะกระแทกถึงตัวแขนขวาของเด็กหนุ่มพลันเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบมือที่ดูเรียวบางทว่าแฝงด้วยพละกำลังแห่งกายาหลอมัคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของบ่าวรับใช้อย่างแม่นยำพลังปราณที่แผ่พุ่งมาพร้อมกับหมัดถูกสลายไปในพริบตาบ่าวรับใช้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันพยายามออกแรงดึงแขนกลับสุดหล้าทว่ามือของอวิ๋นเซียวกลับบีบรัดแน่นราวกับคีมเหล็กกล้าที่ไม่อาจสั่นคลอนั์ตาของเด็กหนุ่มทอประกายเหี้ยมเกรียม ก่อนที่เขาจะออกแรงบิดข้อมือนั้นเพียงเล็กน้อย
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกหักดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบแขนท่อนล่างของบ่าวรับใช้บิดเบี้ยวผิดรูปจนกระดูกสีขาวแทงทะลุิัออกมาเืสดๆ สาดกระเซ็น เสียงร้องโหยหวนดั่งสุกรถูกเชือดดังระงมไปทั่วเรือนบ่าวรับใช้ร่างั์ทรุดเข่ากระแทกพื้นดังก้อง ความเ็ปแล่นริ้วจนหน้าซีดเผือดน้ำมูกน้ำตาไหลพราก ความจองหองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของอวิ๋นเซียวมันโขกศีรษะลงกับพื้นไม้อย่างบ้าคลั่ง เืผสมน้ำตานองหน้า "นายน้อยอวิ๋น!นายน้อยอวิ๋น! โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ข้าน้อยถูกบังคับมาโปรดละเว้นชีวิตสุนัขตัวนี้ด้วยเถิด!"
"ไสหัวไป"น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นะเืดังก้องในโสตประสาทของบ่าวรับใช้ มันไม่รอช้ารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากเรือนราวกับเห็นผีสางทิ้งรอยเืหยดเป็ทางยาว อวิ๋นเซียวทอดสายตามองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนจะสะบัดคราบเืออกจากมือเบาๆ
"ชิ! จัดการได้อ่อนหัดยิ่งนักหากเป็ข้าในยุคา สุนัขรับใช้พรรค์นี้คงถูกเผาเป็เถ้าถ่านไปแล้ว!"เสียงแหลมเล็กทว่าเย่อหยิ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'หลิงทง'ัจิ๋วเกล็ดสีนิลประกายทองที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศมันอ้าปากหาวหวอดก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองอวิ๋นเซียว"อย่าเพิ่งได้ใจไปนักเ้าหนูแม้กายาหลอมัจะช่วยฟื้นฟูชีพจรและทำให้เ้าก้าวสู่ขั้นรวบรวมปราณได้แต่เจดีย์หมื่นวิถีหลอมภพมิใช่ของฟรี มันคือหลุมดำที่กลืนกินทรัพยากรมหาศาล!หากเ้าหวังจะทะลวงขั้นต่อไปหรือเปิดใช้เตาหลอมสรรพสิ่ง เ้าต้องหาหินิญญาจำนวนมหาศาลมาสังเวยให้มันมิเช่นนั้นเ้าก็เป็ได้แค่ัแห้ง นอนรอวันตายอยู่ดี!"
อวิ๋นเซียวได้ยินคำเตือนของหลิงทงก็มิได้สะทกสะท้านเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูเรือนที่พังทลายสายฝนด้านนอกหยุดตกแล้ว แสงตะวันยามเช้ากำลังสาดทอไล่ความมืดมิดั์ตาสีดำสนิททอดมองไปทางทิศที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลหลักอันโอ่อ่ากลางเมืองเมฆาคล้อยมุมปากพลันยกขึ้นเป็รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและเคียดแค้นในอีกสามวันข้างหน้าจะถึงกำหนดการ 'งานประลองตระกูลสาขา'ซึ่งเป็ธรรมเนียมประจำปีรางวัลสำหรับผู้ชนะคือหินิญญาระดับล่างจำนวนมากและโอสถเสริมปราณซึ่งมากพอที่จะปลุกพลังของเจดีย์ในขั้นต้นได้งานประลองนี้ตระกูลหลักจัดขึ้นเพื่อเหยียบย่ำตระกูลสาขาให้จมดินและแสดงอำนาจบาตรใหญ่ทว่าบัดนี้... อวิ๋นเซียวตัดสินใจแล้วว่า เขาจะใช้เวทีนองเืแห่งนี้เป็ก้าวแรกในการกระชากหน้ากากและเหยียบย่ำความจองหองของพวกตระกูลหลักให้แหลกลาญอยู่แทบเท้า!