เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 พากลับไปปิดปากหรือ

            “เจ้าวางใจเถิดข้าไม่เป็นไร” ฮองเฮาเชิดคางขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาเป่า

            “ผู้ที่เกิดเรื่องคือน้องสาวของเจ้าข้าคิดว่าถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน จึงให้แม่นมชิวไปพาตัวเจ้ามา”

            ไป๋หว่านหนิงดูราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้วก็ไม่ปานนางนั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น ศีรษะค้อมต่ำ ไม่พูดไม่จาใดๆ ทั้งสิ้น

            ทว่าฮั่วหมิงเชินกลับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นไป๋เซี่ยเหอเขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย “ไป๋เซี่ยเหอ เหตุใดเจ้าถึงกลับมาอีก?”

            สตรีที่เฉลียวฉลาดย่อมไม่โผล่หน้ามาเป็นสักขีพยานในเรื่องที่สามีทำงามหน้าเป็นอันขาดแล้วนี่จะให้เขาเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน?

            แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้แต่งงานกันทว่าก็มีกระดาษหมั้นหมายแผ่นหนึ่งอยู่ในมือ ดังนั้นนางจึงไม่ควรปรากฏตัวที่นี่

            ไม่ทราบว่าสกุลไป๋อบรมสั่งสอนบุตรีอย่างไรทั้งคู่เป็นบุตรีของสกุลไป๋เหมือนกัน ทว่าคนหนึ่งไม่รู้ความส่วนอีกคนอ่อนโยนเอาใจใส่

            ฮองเฮาปรายตามองฮั่วหมิงเชินด้วยสีหน้ามืดครึ้ม“ข้าให้นางมาเอง เจ้าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของข้าหรือ?”

            ฮั่วหมิงเชินไม่กล้าต่อต้านฮองเฮามีผู้ใดบ้างไม่ทราบว่าเสด็จพ่อโปรดปรานฮองเฮา? ทว่าบุรุษที่มีความสามารถจะถูกสตรีบงการได้อย่างไร?

            เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มแหย“ลูกมิกล้า เพียงแต่สงสัยที่ไป๋เซี่ยเหอมาเร็วปานนี้เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอนั่งเยื้องลงมาจากฮองเฮาและอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับฮั่วเยี่ยนไหว เพียงแต่ฮั่วเยี่ยนไหวนั้นหลับตาลงและงีบหลับตลอดเวลาราวกับต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรอย่างนั้น

            “หม่อมฉันอยู่ในวังพอดีเมื่อได้ยินว่าฮองเฮาทรงเรียกหา จึงรีบมาเพคะ”

            “อยู่ในวังหรือ?”

            แววตาของฮั่วหมิงเชินเป็นประกายราวกับฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้เขากล่าวด้วยความโกรธเคืองโดยไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ “เป็นเจ้านี่เอง!เจ้าใส่ร้ายไท่จื่อผู้นี้ใช่หรือไม่? ไป๋เซี่ยเหอ เจ้ามันใจจืดใจดำจริงๆ!”

            ตอนนั้นเขาเห็นเงาที่นอกหน้าต่าง

            ไป๋เซี่ยเหอทราบว่าเขาคงเดาได้คร่าวๆแล้วว่าคนที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างก็คือนาง เพียงแต่นางจะไม่ปฏิเสธและจะไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน

            “ใส่ร้ายหรือ?เหตุใดหม่อมฉันถึงต้องใส่ร้ายไท่จื่อด้วยเพคะ?”

            ความสงบนิ่งของนางแตกต่างจากความโกรธเคืองของไท่จื่ออย่างเห็นได้ชัด

            เพียงแต่ความสงบนิ่งของนางนั้นดูเสแสร้งในสายตาของฮั่วหมิงเชิน

            เขาเผยสีหน้าเหยียดหยาม ก่อนจะพยายามวางอำนาจ“เจ้าสะกดรอยตามหนิงเอ๋อร์เข้าวัง เมื่อเจ้าเห็นนางเข้ามาในตำหนักของข้า เจ้าก็อิจฉาริษยาและหึงหวงจากนั้นก็วางเพลิงเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน”

            แม้ว่าเขาจะพึงพอใจกับทักษะด้านการแพทย์อันโดดเด่นของนางทว่าเขาไม่ชอบสตรีขี้อิจฉา

            ผู้ที่เขาต้องการรับเป็นภรรยาต้องเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและมีความเอาใจใส่ไม่ใช่หมอหลวง!

            ดูราวกับว่าเขากำลังคิดหาเหตุผลที่จะยกเลิกการหมั้นหมายกับไป๋เซี่ยเหอ

            “ถูกต้อง! เป็นดังที่ไท่จื่อกล่าวมาทุกประการพ่ะย่ะค่ะ”

            น้ำเสียงอันน่าเกรงขามและเคร่งขรึมดังมาจากข้างนอกฟังดูราวกับเสียงระฆังใบใหญ่ก็ไม่ปาน

            ไป๋เสียนอันเดินเข้ามาเขาสวมชุดคลุมยาวสีเกาลัด แบกไม้หวายไว้ข้างหลัง

            “กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาทฮองเฮา เซ่อเจิ้งอ๋อง และไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ”

            จากนั้นเขาก็พูดต่อทันที“กระหม่อมรู้ว่าตนเองมีความผิดที่เลี้ยงบุตรสาวอย่างไป๋เซี่ยเหอมาไม่ดีดังนั้นวันนี้จึงแบกไม้มารับโทษ[1]พ่ะย่ะค่ะ”

            “เรื่องที่เจ้าจะรับโทษเอาไว้คุยกันวันหลังเรามาพูดเรื่องในวันนี้ก่อน” ฮ่องเต้ถลึงตามองไป๋เสียนอันจากนั้นชี้ไปที่คนสองคนบนพื้น

            “ใต้เท้าไป๋เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

            ไป๋เสียนอันค้อมตัวคำนับ“กระหม่อมสั่งสอนไป๋เซี่ยเหอไม่ดีเอง ทำให้นางกระทำเรื่องที่สวรรค์ไม่อาจให้อภัยได้ฝ่าบาทโปรดทรงให้กระหม่อมพานางกลับไปด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

            “พากลับไปปิดปากหรือเจ้าคะ?”

            ใบหน้าอันงดงามของไป๋เซี่ยเหอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความขุ่นเคืองจนถึงขีดสุดท่าทีอันดื้อรั้นชวนให้ปวดร้าวจนถึงกระดูก

            ลำเอียงออกนอกหน้าไม่ฟังไม่ถามอะไรก็ผลักบุตรสาวคนโตออกมารับโทษแทนทันทีเพื่อปกป้องบุตรสาวคนรอง

            สีหน้าของไป๋เสียนอันดูอัปลักษณ์สุดขีดบุตรีอกตัญญูสมควรตาย นางกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร?

            แน่นอนว่าเขาโกรธเพราะไป๋เซี่ยเหอเดาความคิดของเขาถูก

            หากดูจากสถานการณ์ในตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดคือสังหารไป๋เซี่ยเหออย่างลับๆ จากนั้นตำแหน่งไท่จื่อเฟยก็จะตกเป็นของไป๋หว่านหนิง

            สุดท้ายแล้วตำแหน่งไท่จื่อเฟยก็เป็นของบุตรีเขาอยู่ดี

            มิสู้มอบตำแหน่งนี้ให้บุตรีที่เชื่อฟังและใช้งานได้แทนจะดีกว่า

            เดิมทีเขาก็ไม่มีความผูกพันกับไป๋เซี่ยเหออยู่แล้วกอปรกับนางไม่รู้ว่ารูปภาพนั้นอยู่ที่ใด เพราะฉะนั้นเก็บนางไว้จะมีประโยชน์อันใด?

            เป็นเพียงเศษสวะไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้นทิ้งได้ก็ทิ้ง!

            ไป๋เสียนอันอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ฝ่าบาท นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของกระหม่อม ฝ่าบาทโปรดทรงอนุญาตให้กระหม่อมจัดการด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

            “ความหมายของแม่ทัพไป๋คือไท่จื่อเป็นคนในครอบครัวของเจ้าหรือ?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวหลับตาอยู่ เขาไม่ได้ลืมตาเพียงแต่เอ่ยแทรกในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

            คำกล่าวของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึงทันที

            แต่ไหนแต่ไรฮั่วเยี่ยนไหวมักปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมใน‘ความครึกครื้น’ เช่นนี้มาโดยตลอด

            หลังจากหายประหลาดใจ ไป๋เสียนอันก็ตอบสนองด้วยการคุกเข่าลงกับพื้น“กระหม่อมมิกล้า กระหม่อมไม่ได้หมายความเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มองบุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างพินิจพิเคราะห์

            จากนั้นก็ตอบไป๋เสียนอันเพียงคำว่า“อืม” ด้วยท่าทีเฉยเมย

            ไป๋เสียนอันปาดเหงื่อบนศีรษะเขาลุกขึ้นยืนด้วยเนื้อตัวสั่นเทิ้ม พลางเกิดความสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆเซ่อเจิ้งอ๋องถึงได้พูดแทนไป๋เซี่ยเหอ

            เนื่องจากมีไป๋เสียนอันอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันฮั่วหมิงเชินจึงยืดหลังตรงและยืนกรานว่าไป๋เซี่ยเหอใส่ร้ายเขา

            “ลูกมิได้มีเจตนากล่าวหานางทว่ายามที่ลูกอยู่ในตำหนักกลับพบว่ามีคนแอบมองอยู่นอกหน้าต่างตลอดเวลา จึงปามีดบินออกไปทันทีผู้ใดจะรู้ว่านางจะหนีไปเสียอย่างนั้น”

            “ไป๋เซี่ยเหอ เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นบุตรีของข้าจริงๆเรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้เจ้ายังทำได้!”

            ฮั่วหมิงเชินกับไป๋เสียนอันนั้นคนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับโยนความผิดทั้งหมดไปไว้ที่ไป๋เซี่ยเหอ

            ฮ่องเต้มุ่นคิ้วราวกับปวดศีรษะเล็กน้อยเขาถามไป๋เซี่ยเหอ “ไป๋เซี่ยเหอ เจ้าจะว่าอย่างไร?”

            ไป๋เซี่ยเหอวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะจากนั้นก็คุกเข่าลงและยืดหลังตรงเบื้องหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้

            “ในเมื่อพวกเขาบอกว่าเป็นเช่นนั้นก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเพคะ ฝ่าบาทโปรดทรงประหารชีวิตหม่อมฉันเถิดเพคะ”

            “เสด็จพ่อ ท่านดูสินางยอมรับแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮั่วหมิงเชินรีบโยนความผิดทันที

            “หุบปาก!”ฮ่องเต้ทรงกริ้ว ช่างน่าขายหน้าจริงๆ “เจ้าดูสิว่าเจ้ามีท่าทีของไท่จื่อตรงไหนกัน?”

            ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าอย่างถ่องแท้มัวแต่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ

            ฮองเฮาเดินลงไปจับมือของไป๋เซี่ยเหอให้ลุกขึ้นมาอย่างทนดูไม่ไหวก่อนจะเอ่ยด้วยความอ่อนโยน “เด็กโง่ อย่าประชดประชันสิ ควรพูดอย่างไรก็พูดอย่างนั้นข้าอยู่ที่นี่แล้ว อย่ากลัวไปเลย”

            ความรู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อยเกิดขึ้นกับไป๋เซี่ยเหออย่างอธิบายไม่ได้ส่วนความซาบซึ้งใจก็ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอกของนาง

            ความอ่อนโยนของฮองเฮาราวกับมารดาที่กำลังทะนุถนอมลูกสำหรับไป๋เซี่ยเหอแล้ว นี่เป็นความรู้สึกอันน่ามหัศจรรย์ที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

            “เพคะ”

            ไป๋เซี่ยเหอหลุบตาลงนางสูดจมูกด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและเสียใจอย่างหนัก

            “สิ่งที่ไท่จื่อตรัสนั้นฟังไม่ขึ้นเลยเพคะ”

            นางทำสีหน้าจริงจังก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง“ประการแรก ที่ไท่จื่อตรัสว่าหม่อมฉันสะกดรอยตามน้องรองนั้นไม่เป็นความจริงเลยเพคะน้องรองสวมชุดนางกำนัล เห็นได้ชัดว่าแอบลอบเข้ามาโดยไม่ได้ถูกเรียกตัวแต่หม่อมฉันเข้าวังมาถวายการตรวจชีพจรแก่ฮองเฮาอย่างมีเกียรติเพคะ”

            ไป๋หว่านหนิงคิดว่าเมื่อไป๋เสียนอันมาแล้วสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีจึงตัดสินใจรออยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

            ทว่าในเวลานี้ ยิ่งนางแสดงท่าทีขี้ขลาดก็ยิ่งกระตุ้นโทสะของฮ่องเต้และฮองเฮามากขึ้นเท่านั้น

            ฮองเฮาผงกศีรษะ “ถูกต้องข้าเป็นพยานได้”

            “ประการที่สอง ที่ไท่จื่อตรัสว่าคนผู้นั้นหลบมีดบินของไท่จื่อเห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่ อย่างน้อยต้องเป็นบุคคลที่มีวรยุทธ์เลิศล้ำ หม่อมฉันดูเหมือนมีวรยุทธ์อย่างนั้นหรือเพคะ?”

            ------------------------

            [1] แบกไม้มารับโทษเป็นสำนวน หมายถึง ออกตัวยอมรับความผิดก่อนถูกลงโทษ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730