ไป๋จงราวกับเข้าสู่ดินแดนที่ไร้ผู้คน เขากวัดแกว่งทวนปากนกทำลายการป้องกันของกองทัพจ้าว พุ่งตรงเข้าหาขุนพลกองทัพจ้าวที่อยู่เบื้องหน้า
ขุนพลผู้นั้นยกกระบี่ขึ้นต้านทานทวนไว้
'เคร้ง!'
หลังจากอาวุธของทั้งสองปะทะกัน ขุนพลจ้าวถอยหลังไปหลายก้าว เมื่อทรงตัวได้และเงยหน้าขึ้นเห็นไป๋จงกำลังจะพุ่งเข้ามาสังหารอีกครั้ง มือที่ถือกระบี่ก็สั่นเทาไม่หยุด เขารู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ จึงรีบหันหลังวิ่งหนีเพื่อรักษาระยะห่างจากไป๋จงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับะโลั่นด้วยความรีบร้อนว่า "รีบขวางเขาไว้เร็ว!"
ทหารคนสนิทหลายนายยกโล่ป้องกันขึ้นมาขวางหน้าไป๋จง และเื้ัโล่ป้องกันนั้นยังมีทวนปากนกอีกหลายเล่มยื่นออกมา โดยใช้โล่ป้องกันในการตั้งรับและใช้ทวนปากนกในการโจมตี ผสมผสานกันด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อหวังจะสกัดกั้นไป๋จงเอาไว้
"พังไปซะ!"
ไป๋จงฟาดทวนปากนกที่แทงเข้ามาจนหักสะบั้น แล้วก้าวเท้าเข้าหาโล่ป้องกันอย่างรวดเร็ว โดยใช้พลังที่ได้รับจากสภาวะคลั่ง ต่อยหมัดหนึ่งเข้าใส่โล่ป้องกันใบหนึ่ง
'ปัง!'
โล่ป้องกันแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ พลทหารจ้าวที่อยู่ด้านหลังถูกต่อยจนกระเด็นออกไปทันที
โล่ป้องกันใบอื่น ๆ ที่กำลังจะหุบเข้ามารวมกัน เพื่อขวางทางนั้นช้าไปก้าวหนึ่ง ไป๋จงพุ่งแทรกตัวเข้าไป เมื่อการป้องกันของศัตรูถูกทำลายลงเช่นนี้ คมทวนปากนกจึงตวัดหมุนวน พุ่งเข้าสังหารขุนพลจ้าวผู้นั้นต่อ
"รีบตามเขาไป ฆ่ามัน!"
นายหมู่สิบของกองทัพฉินนายหนึ่งะโก้อง พลทหารฉินจากหลายค่ายในบริเวณนั้นได้สติพร้อมกัน เมื่อเห็นไป๋จงสังหารศัตรูอย่างห้าวหาญ เืในกายของพวกเขาก็ราวกับถูกจุดไฟเผา ทั้งหมดจึงติดตามหลังไป๋จง กวาดล้างกองทัพจ้าวและสังหารศัตรูที่พยายามขวางทางจนปั่นป่วน
ขุนพลจ้าวผู้นั้นเห็นว่าการสกัดกั้นไม่สำเร็จ จึงหันหลังวิ่งหนีต่อไป ไป๋จงไม่ให้โอกาสเขาได้มีชีวิตรอด ก้าวเท้าไล่ตามอย่างกระชั้นชิด ทวนปากนกในมือตวัดฟาดฟันเข้าใส่ จนขุนพลจ้าวต้องหันกลับมาต้านทาน
ทวนและกระบี่ปะทะกันอีกครั้ง
กระบี่ของขุนพลจ้าวหลุดมือกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า ไป๋จงก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ยกเท้าถีบเข้าที่หน้าอกของขุนพลจ้าวอย่างแรง
ขุนพลจ้าวชนพลทหารจ้าวที่อยู่ด้านหลังล้มระเนระนาด เขากระอักเืคำโต ล้มลงกับพื้นและตายสนิทไม่สามารถฟื้นคืนได้
กระบี่เล่มยาวที่กระเด็นไปเมื่อครู่ตกลงมาพอดี ไป๋จงยื่นมือไปรับไว้ แล้วใช้กระบี่ฟันศีรษะของขุนพลศัตรูจนขาดสะบั้น จากนั้นจึงตัดใบหูของศัตรูที่เพิ่งฆ่าไป เพื่อใช้เป็หลักฐานความดีความชอบทางทหารในภายหลัง
ในชั่วพริบตานั้น พลทหารจ้าวที่อยู่โดยรอบ เมื่อเห็นไป๋จงฆ่าคนได้อย่างน่าสยดสยองราวกับสัตว์ป่า ก็เกิดความหวาดกลัวจนถอยร่นไปด้านหลัง ไม่มีใครกล้าเปิดฉากโจมตีอีก
"ช่างเป็นักรบที่กล้าหาญยิ่งนัก!"
ขุนพลกองทัพฉินที่เพิ่งสังหารศัตรูและตัดศีรษะเสร็จ ได้รวบรวมพลทหารบุกกลับมา และได้เห็นฉากที่ไป๋จงสังหารศัตรูอย่างบ้าคลั่งพอดี
เขาชื่อว่าหวังหลี เป็ผู้บังคับบัญชาเหนือไป๋จงในกองทัพ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองร้อย เป็หลานชายของยอดแม่ทัพหวังเจี่ยน และเป็บุตรชายของหวังเปิน
โครงสร้างทหารราบของแคว้นฉิน โดยทั่วไปจะมีนายหมู่ห้า นายหมู่สิบ นายกองหมวด นายกองร้อย ผู้บังคับกองห้าร้อย และผู้บังคับกองพัน เป็ต้น
ทว่า ไป๋จงเหลือบมองหวังหลีแวบหนึ่ง แววตาฉายความดุดัน จิตสังหารปะทุขึ้น แล้วขว้างทวนปากนกไปยังทิศทางของหวังหลีอย่างแรง
'ฟึ่บ!' เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดังขึ้น
ด้านหลังของหวังหลี มีขุนพลกองทัพจ้าวนายหนึ่งกำลังจะลอบโจมตี แต่กลับถูกทวนปากนกของไป๋จงแทงทะลุหน้าอก ตรึงติดกับพื้น
ในวินาทีที่ศัตรูปรากฏตัวจากด้านหลัง หวังหลีััได้ถึงอันตรายและกำลังจะหันไปฟันให้ตาย ไม่นึกเลยว่าไป๋จงจะลงมือได้รวดเร็วเพียงนี้ และช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทันท่วงที
"ขอบใจมาก! เหล่านักรบแห่งต้าฉิน! จงตามข้าไปสังหารศัตรู เพื่อสร้างความดีความชอบให้แก่แผ่นดิน!" หวังหลีะโก้อง
ไป๋จงมองดูศัตรูที่เริ่มล้อมเข้ามาอีกครั้ง ทุกคนล้วนเป็ความดีความชอบที่เดินได้ เขาจึงใช้กระบี่บุกทะลวงออกไปเป็คนแรก พร้อมกับเปิดใช้งานสภาวะคลั่งอีกครั้ง
เืในกายของพลทหารฉินยังไม่ทันเย็นลง ต่างพากันติดตามข้างกายไป๋จงและหวังหลีเข้าห้ำหั่น เก็บเกี่ยวศีรษะของกองทัพจ้าวอย่างต่อเนื่อง
การเข่นฆ่าในสนามรบดำเนินมาถึง่สุดท้ายอย่างรวดเร็ว ทางฝั่งกองทัพจ้าว แม้แต่ธงประจำกองทัพยังถูกทหารฉินฟันจนขาด ขวัญกำลังใจมลายสิ้น ถูกทหารฉินไล่ล่าสังหาร
"วู้ว วู้ว วู้ว..." แม่ทัพผู้สั่งการหลักของกองทัพจ้าวรู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะกองทัพฉินได้ จึงสั่งให้เป่าแตรสัญญาณถอยทัพ รีบถอนกำลังกลับเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว
เมืองแห่งนี้ชื่อว่าเมืองชื่อลี่ เป็หนึ่งในประตูทางทิศเหนือของเมืองหานตันแห่งแคว้นจ้าว มีความสำคัญต่อแคว้นจ้าวอย่างยิ่ง กองทัพจ้าวจึงต้องรักษาที่นี่ไว้ด้วยชีวิต
กองทัพฉินฉวยโอกาสไล่ตามจนถึงหน้าประตูเมือง เมื่อประตูเมืองปิดลง การจะตีให้แตกในเวลาอันสั้นนั้นเป็เื่ยาก จึงเป่าแตรสัญญาณถอยทัพเช่นกัน และนำกองทัพทั้งหมดกลับสู่ค่ายทหาร
ไป๋จงที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเื เงยหน้ามองขึ้นไปยังหอคอยเมือง แล้วก้มมองกระบี่ในมือที่ยังมีเืหยดติ๋ง ๆ พร้อมกับศีรษะห้าหัวที่ถืออยู่ และภายในเสื้อยังมีใบหูขวาของศัตรูอีกหลายสิบใบ
เขาไม่อยากจะเชื่อว่า ตนเองที่เพิ่งเป็คนธรรมดาเมื่อไม่นานมานี้ ในชั่วพริบตาต่อมากลับกลายเป็คนที่ฆ่าคนดั่งผักปลา เขาลอบกลืนน้ำลาย และพบว่าในปากมีแต่กลิ่นคาวเืที่น่าสะอิดสะเอียน
"ไปกันเถอะ!"
หวังหลีเดินเข้ามาตบไหล่เขาด้วยความชื่นชม ราวกับมองเห็นดาวแห่งขุนพลที่กำลังจะรุ่งโรจน์
"คารวะท่านนายกองร้อยหวัง!"
ไป๋จงได้สติกลับมา ตามความทรงจำที่สืบทอดมา เขารู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้บังคับบัญชาของตน ซึ่งมีชื่อว่า 'หวังหลี'
เขาจำได้ว่าหลานชายของยอดแม่ทัพหวังเจี่ยนแห่งต้าฉิน มีชื่อว่าหวังหลี
ไป๋จงพึมพำในใจ ขณะที่ได้ยินหวังหลีกล่าวต่อว่า "ไม่ต้องเกรงใจ ความดีความชอบที่ข้าได้รับในวันนี้ ครึ่งหนึ่งเป็เพราะเ้ามอบให้ข้า"
ตามกฎหมายทหารของแคว้นฉิน ความดีความชอบของนายทหาร ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับจำนวนศัตรูที่ตนสังหาร แต่ยังผูกติดกับจำนวนศัตรูที่ทั้งกองร้อยสังหารได้ด้วย
เมื่อกลับถึงค่ายทหาร พลทหารทุกคนที่เห็นไป๋จงถือศีรษะห้าหัวเดินเข้ามา และเมื่อมองดูเครื่องแต่งกายของไป๋จงที่เป็เพียงทหารทั่วไป ต่างก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและอิจฉา
ความดีความชอบจากการสังหารห้าคนติดต่อกัน แม้แต่นายกองร้อยหลายคนในกองทัพยังทำไม่ได้ แต่ไป๋จงที่เป็เพียงทหารทั่วไป กลับมีความสามารถถึงเพียงนี้!
พลทหารที่ร่วมรบกับไป๋จงยิ่งรู้สึกตระหนกในใจลึกกว่าเดิม พวกเขาเห็นความบ้าคลั่งในการสังหารศัตรูของไป๋จงกับตา ส่วนจะฆ่าไปเท่าไหร่นั้นไม่มีใครทราบ แต่แน่นอนว่าต้องมากกว่าห้าหัวนี้
"เ้ามีนามว่าอะไร?"
นี่เป็ครั้งแรกที่หวังหลีถามชื่อของไป๋จง
"ไป๋จงขอรับ!"
"เ้าสังหารศัตรูไปเท่าไหร่? ข้าจะรวบรวมความดีความชอบ เพื่อรายงานให้เ้า"
สำหรับทหารทั่วไป เื่การรวบรวมความดีความชอบจะมีนายหมู่ห้าของแต่ละกลุ่มเป็ผู้รับผิดชอบ การที่หวังหลีมาถามด้วยตนเอง เพียงเพราะอยากรู้ว่าไป๋จงจะสร้างความตกตะลึงให้เขาได้มากเพียงใด
ในตอนที่อู่อันจวินไป๋ฉี่เพิ่งเข้ากองทัพ ก็น่าจะไม่ได้สังหารศัตรูได้ดุเดือดเท่าไป๋จง พวกเขานามสกุลไป๋เหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาจมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับอู่อันจวิน หวังหลีมีความรู้สึกว่า ต้าฉินกำลังจะมีเทพแห่งการสังหารคนที่สองปรากฏตัวขึ้นในเร็ว ๆ นี้
"อยู่ที่นี่ทั้งหมดขอรับ"
ไป๋จงวางศีรษะลง และหยิบใบหูขวาของศัตรูที่ซ่อนไว้ตามตัวออกมา เมื่อเห็นใบหูเปื้อนเืกองใหญ่ถูกโยนลงบนพื้น ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างก็ตาค้าง
์!
เดิมทีคิดว่าการสังหารห้าคนติดต่อกันคือจุดสูงสุดของไป๋จงแล้ว แต่เมื่อเห็นใบหูมากมายขนาดนี้ รวมแล้วต้องมีอย่างน้อยห้าสิบคน
เขาทำได้อย่างไรกัน? แม้แต่หวังหลีที่เห็น ลมหายใจก็ยังติดขัดเล็กน้อย
"ห้าสิบสองคน!"
มีพลทหารนายหนึ่งรีบนับอย่างรวดเร็ว เมื่อรวมใบหูและศีรษะทั้งหมด สังหารศัตรูไปทั้งสิ้นห้าสิบสองคน!
ทหารใหม่สังหารศัตรูห้าสิบสองคน มันคือระดับไหน?
พวกเขาบรรยายไม่ออก
ตามระบบบรรดาศักดิ์ความดีความชอบทางทหาร สังหารศัตรูหนึ่งคนจะได้เป็กงซื่อ ห้าคนสามารถเป็ซ่างเ้า สิบคนสามารถเป็จานเหนี่ยว
สังหารศัตรูห้าสิบสองคน จะได้รับรางวัลอะไร และได้บรรดาศักดิ์ระดับไหน พลทหารหลายคนไม่ทราบและไม่รู้วิธีคำนวณ เพราะนี่ไม่ใช่ระดับที่พวกเขาจะเข้าถึงได้
"เ้าหนุ่ม เ้าสร้างความชอบครั้งใหญ่แล้ว!"
หวังหลีหัวเราะร่า การที่มีลูกน้องยอดฝีมือปรากฏขึ้น ตัวเขาเองก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อย ครั้งนี้เขาน่าจะได้เลื่อนขั้นเป็ผู้บังคับกองห้าร้อยแล้ว