แสงแดดยามเย็นทอดเงายาวผ่านชานเรือนไม้ไผ่ ‘ธรรม’ นั่งจัดระเบียบจิตจนเข้าสู่สภาวะ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' ที่ลึกซึ้งและกว้างขวาง คลื่นสมองเทตาปรับแต่งระบบประสาทส่วนหน้าให้คมกริบ เขากำลังวิเคราะห์แผนผังพฤติกรรมศาสตร์ชุดใหม่ที่เก็บข้อมูลมาจาก ‘หน้างานจริง’ ในตลาดชุมชน มันคือวงจรปิดของกลุ่มคนที่ร่วมกันสร้าง ‘ขยะความคิด’ จนพังทลายสุขภาพ
"ลุงเกริกครับ..." ธรรมลืมตาขึ้นเมื่อเห็นวิศวกรเฒ่าเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาสมุนไพร "ผมเพิ่งถอดรหัสพฤติกรรมของเคสใหม่กลุ่มหนึ่ง เป็บทละครแห่งวิบากกรรมที่ขยายวงกว้างออกไปในรูปแบบ ‘ผู้เอาเปรียบและผู้สมรู้ร่วมคิดทางอารมณ์’ (The Gossip and Complicit Matrix)"
"ลองกางพิมพ์เขียวความคิดให้ลุงดูหน่อยซิ" เกริกนั่งลงฝั่งตรงข้าม
ธรรมเปิดหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังสายพานความคิด:
"เคสนี้คือ ‘ป้าตุ่ม’ วัย 52 ปี แม่ค้าขายปลา แกเป็คนอมทุกข์ มีพิมพ์เขียวจิตใจที่เต็มไปด้วย ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดนินทา จับผิด และริษยา’ ทุกวันแกจะรับบทเป็ **‘ผู้เอาเปรียบทางวาจา (นักล่า)’** คอยพ่นวาจาสาดอารมณ์ลบ นินทาว่าร้ายคนอื่นเพื่อสร้างอัตตาให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า โดยมี ‘เ้านัท’ วัย 24 ปี พ่อค้าขายผัก และ ‘พี่แอน’ วัย 35 ปี แม่ค้าเสริมสวย รับบทเป็ **‘ผู้ถูกเอาเปรียบและผู้สมรู้ร่วมคิด (เหยื่อ)’** ที่มีพิมพ์เขียวชนิด ‘คิดลบ สมยอม ขาดสติ และชอบมุง’... สามคนนี้รวมกลุ่มกันทีไร จะเกิดกิจกรรมทุจริตทางจิตใจและวาจาร่วมกันทันที ป้าตุ่มจะเริ่มสาดน้ำเสีย เ้านัทกับพี่แอนก็จะผสมโรงด่าทอ ซ้อมบทละครนินทาอุบาทว์นี้ซ้ำ ๆ ทุกวัน ผลลัพธ์คือ สุขภาพป้าตุ่มพังพินาศ ความดันพุ่ง 145/95 mmHg ผิวแห้งตกสะเก็ด ลมหายใจเหม็นฉุน ส่วนเ้านัทและพี่แอนก็เกิดอาการสมองตื้อเครียดสะสม นอนหลับไม่ลึก ระบบกลิมฟาติกไม่ทำงานเพราะรับเอาขยะความคิดเข้าสู่จิตใต้สำนึกทุกวัน"
เกริกพยักหน้าลึกซึ้ง "แล้วนายใช้ระบบวิศวกรรมสติของ Mindset Engineer เข้าไปถอดสลักเปลี่ยนบทละครกลุ่มนี้อย่างไร?"
"ผมเข้าไปคุยกับเ้านัทและพี่แอนก่อนครับ" ธรรมขยายความ "ผมชี้ให้เห็นว่า การที่พวกพี่นั่งฟังและผสมโรงนินทา ไม่ใช่เื่สนุก แต่พวกพี่กำลังเปิดประตูให้ ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดขยะ’ ของป้าตุ่มเข้ามาสับสวิตช์วางยาพิษทำลายหลอดเืและสมองตัวเอง วิธีรับมือคือ ทันทีที่ป้าตุ่มเดินเข้ามาเริ่มบทละครนินทาสาดอารมณ์ลบ ให้พวกพี่ทำ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ ดักจับอาการแน่นหน้าอกและใจสั่นให้ทันใน 3 วินาทีด้วยลมหายใจ 4-2-5-2 ตัดวงจรอารมณ์ทิ้ง เปลี่ยนทัศนคติจากร่วมมือลงมาสู่ ‘ความเฉยและเข้าใจกลไกกรรม’ มองป้าตุ่มเป็เพียงฟันเฟืองที่ชำรุดและกำลังสร้างวิบากกรรมให้ตัวเอง แล้วตัดบทด้วยความสุภาพ นิ่งสนิท หรือเดินเลี่ยงออกไปหน้างานของตัวเอง"
"แล้วผลลัพธ์หน้างานเป็อย่างไร?" เกริกยิ้ม
"ได้ผลเกินคาดครับลุง! วันต่อมาพอป้าตุ่มเริ่มตั้งวงนินทา เ้านัทกับพี่แอนกลับนิ่งเฉย หายใจลึกยาว ไม่เออออไม่ผสมโรงด้วย ป้าตุ่มกระตุกสะดุดลัดวงจรทันที แกแสดงบทเดิมต่อไม่ได้เพราะไม่มี ‘ผู้สมรู้ร่วมคิด’ คอยรับส่งบท วงจรอุบาทว์ทุจริตทางอารมณ์กลางตลาดแตกสลายทันควัน! ผ่านไปสองสัปดาห์ ดีกรีของจิตใจเ้านัทและพี่แอนพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ นอนหลับลึกชะล้างสมองโปร่งสบาย ส่วนป้าตุ่มเมื่อไม่มีคนฟัง แกก็เริ่มลดพฤติกรรมลง ความดันแกเริ่มนิ่ง ผิวพรรณมีเืฝาดขึ้น ทัศนคติของทุกคนเปลี่ยนมาเป็ ‘การคิดตามกลไกมีที่มาที่ไปตามกรรม’ มองคนรอบข้างเป็กระจกเงาสะท้อนผลของการกระทำ... ระบบวิศวกรรมคิดตัวนี้รีเซ็ตสังคมตลาดสดให้กลายเป็พิมพ์เขียวพลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับลุง!"