“อ๊ายหยา ถูกโบยแค่สามสิบไม้ เ้าระวังตัวไว้ให้ดี พี่ชายของคนผู้นั้น…….” หยางหนิงจินแลบลิ้นออกมาจากปาก
“เ้าเป็ใคร?”
“นี่เ้าจำข้าไม่ได้หรือ เมื่อวานพวกเราเจอกันอยู่บนถนน ข้ายังชมเ้าว่างดงามราวกับเทพธิดา อีกอย่างพวกเรายังเจอกันที่โรงหมอหยาง”
“จำไม่ได้”
“เ้ามันคนความจำสั้น ‘ข้า’ หยางหนิงจินบุตรชายอันเป็ที่รักของนายอำเภอหยาง มีท่านปู่เป็หมอเทวดา” แหงนหน้าขึ้นฟ้าเพื่อรับคำชมเชย เพียงท่านปู่เป็หมอเทวดาผู้คนก็ยกย่องนับถือเดินไปไหนมาไหนก็มีหน้ามีตา
ผัวะ!
“ผู้ใดกล้าตบหัวข้า”
“ข้าเอง ปู่ของเ้า”
“ท่านปู่ ท่านตบหัวข้าเพราะเหตุใด” หยางหนิงจินหดคอ
“ไม่ยอมไปสำนักศึกษาแต่มายุ่งอยู่ที่นี่ เ้ามันช่างเป็ผู้ใฝ่รู้อย่างแท้จริง” มีหลานชายทำตัวเสเพล แต่ละวันเที่ยวเล่นกับบ่าวรับใช้ สำนักศึกษามิค่อยไป อนาคตคงสอบได้จอหงวนอย่างแน่นอน
“ข้ายังไม่หายจากอาการาเ็เลยขอรับ”
“เสี่ยวชิง เ้าอย่าไปสนใจไอ้เด็กนี่เลย”
“เหล่าหยางมาร่วมชมการไต่สวนคดีด้วยหรือเ้าคะ”
“นานแล้วที่ข้าไม่เห็นผู้ใดมาตีกลองร้องทุกข์ เ้าระวังตัวด้วย ผู้ช่วยใต้เท้าหยางมิธรรมดา” บุตรชายตนมาเป็นายอำเภอที่นี่ยังต้องไว้หน้าผู้ช่วยหลายส่วน น้องชายถูกโบยจนเือาบแน่นอนว่าต้องสร้างความโกรธแค้น
“ขอบคุณเหล่าหยางสำหรับคำเตือน”
“ข้าเตือนเ้า ทำไมเ้าไม่ขอบคุณข้าบ้าง”
“คุณชายพวกเราไม่ได้สนิทกัน ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านหวังดี”
“ข้าอยากสนิทกับเ้า ทุกคนในอำเภอชิงเหอต่างรู้ว่าคุณชายอันดับหนึ่งคือหยางหนิงจิน หากสนิทกับข้ารับรองได้ว่าไม่มีใครกล้าทำร้ายเ้าอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณคุณชาย แต่ข้าไม่อยากสนิทกับท่าน”
จ้าวลู่ชิงเห็นสภาพคุณชายอันดับหนึ่งแล้วเศร้าใจ ในอำเภอชิงเหอไร้คนมีความสามารถแล้วหรือ อันดับหนึ่งถึงได้ตกไปเป็ของบุรุษตรงหน้า
“เ้า……” หยางหนิงจินกัดฟันกรอด นางช่างปากคอเราะร้าย
หมอหยางหัวเราะจนปวดท้อง เพิ่งเห็นหลานชายแพ้หมดท่าก็วันนี้แหละ
“ท่านปู่ข้าอยากสนิทกับนางจริง ๆ นะขอรับ”
“คนที่มีความสามารถอ่อนด้อยเช่นเ้าน่ะหรือนางจะสนใจ”
“ท่านปู่!” มองตามหลังชายชราด้วยความหดหู่
“ข้ามันไม่ได้เื่?”
บ่าวรับใช้สบตากันจากนั้นก็ส่งยิ้มประจบประแจง “ในอำเภอชิงเหอไม่มีใครเทียบกับคุณชายได้เลยขอรับ ในฉางอันยังหาคนเทียบเทียมกับคุณชายได้อยาก”
“พวกเ้ามีสายตาที่กว้างไกล รับใช้ข้าด้วยความซื่อสัตย์ข้าจะปฏิบัติกับพวกเ้าสองคนอย่างดี”
“ขอบคุณ คุณชายมากขอรับ พวกเราจะซื่อสัตย์ต่อคุณชายเพียงผู้เดียว”
หยางหนิงจินอารมณ์ดีขึ้น ให้บ่าวทั้งสองช่วยพยุงไปดูความสนุก
หรงซิ่วกับลูกน้องทั้งสองถูกโบยต่อหน้าธารกำนัล เสียงไม้ฟาดกระทบหลังดังจนทุกคนสะดุ้งหวาดกลัวไปตามกัน แผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยเืเสื้อขาดจนเผยให้เห็นแผลเหวอะหวะบนแผ่นหลัง
“ฟาดแรงอีก!”
“เอาให้แรงกว่านี้”
หญิงครองเรือนของหมู่บ้านซานเป่ยต่างส่งเสียงบอกเ้าหน้าที่ให้พาดไม้ลงบนแผ่นหลังแรง ๆ
จ้าวลู่ชิงยืนจ้องมองด้วยใบหน้าเ็า นางััได้ว่ามีคนจ้องมองด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย และนางก็รู้ว่าคนผู้นั้นเป็ใครเพียงมิสนใจเท่านั้นเอง
โม่เอินยกยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นอุดรูหูด้วยความรำคาญเสียงที่ร้องปานหมูโดนเชือด
ใบหน้าสะใจของเจียงเหมยกับคนในครอบครัวจดจ้องไม้กระทบแผ่นหลังไม่วางตา พวกนางภาวนาให้เดรัจฉานทั้งสามทนไม่ไหวสิ้นลมหายใจคาเก้าอี้
ครบสามสิบไม้ร่างที่ชุ่มไปด้วยเืหมดสติั้แ่สิบไม้แรก จ้าวลู่ชิงไม่นึกว่าผู้ที่กล้ากระทั่งคิดฆ่าผู้อื่นจะใจเสาะถึงเพียงนี้
รถม้าเคลื่อนตัวกลับหมู่บ้านซานเป่ย เ้าลู่ชิงซื้อเพียงซาลาเปาไส้เนื้อหน้าประตูเมืองแจกจ่ายให้คนละสี่ลูก สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะไม่อยากให้ถึงหมู่บ้านมืดค่ำ กลัวว่าจะถูกดักซุ่มโจมตี พวกนางเพิ่งเปิดหน้าท้าชนกับผู้ช่วยนายอำเภอที่ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
“เสี่ยวชิง พวกเราจะทำอย่างไรกันดี ถ้าหรงซิ่วมันออกจากคุกพวกเราต้องถูกพวกมันแก้แค้นอย่างแน่นอน” เจียงเหมยหวาดกลัว ภาพเหตุการณ์เลวร้ายฉายชัดในความทรงจำ
“เ้ามิต้องกังวล ใช้ชีวิตปกติ เพียงแค่ระวังตัวสักหน่อย อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป ข้าคิดว่ามันน่าจะหลาบจำมิกล้ามาวุ่นวายที่หมู่บ้านเราแล้วล่ะ หากมันเหิมเกริมอีกครั้งคงรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้”
สองแม่ลูกพยักหน้าเชื่ออย่างสนิทใจ จ้าวลู่ชิงรู้สึกว่าคนในหมู่บ้านช่างใสซื่อเกินไป รถม้าวิ่งมาส่งคนที่บ้านสกุลเจียง
ฉางซื่อกับสามีและบุตรทั้งสองต่างขอบคุณชาวบ้านที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน บ้านเจียงประกาศว่าเย็นนี้จะเลี้ยงขอบคุณสำหรับน้ำใจของทุกคน ชาวบ้านต่างตอบรับไมตรีด้วยความจริงใจ
จ้าวลู่ชิงลากลับบ้าน พวกนางตอบรับคำเชิญงานเลี้ยงขอบคุณเพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท บ้านเจียงเป็บ้านที่ร่ำรวยกว่าชาวบ้านทั่วไปเนื่องจากลูกชายคนรองของบ้านทำงานเป็หลงจู๊โรงเตี๊ยมในตำบล
“คุณหนู อย่างนี้คนในหมู่บ้านจะปลอดภัยหรือเ้าคะ” ซูเซียงรู้สึกกังวล
“พวกเราเริ่มเตรียมตัวกันั้แ่คืนนี้ ถ้าพวกมันกล้าลงมือแสดงว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ดูความเจริญของต้าถัง”
“แบบนี้ใช่ไหมเ้าคะ” ซูเซียงตบกระบี่
จ้าวลู่ชิงพยักหน้า หากเลือกได้นางมิอยากทำร้ายหรือมีปัญหากับผู้ใด นางมิใช่คนโเี้จนเห็นชีวิตผู้อื่นเป็ผักปลาที่สามารถฆ่าได้โดยไม่รู้สึกอันใด ชาติก่อนมือทั้งสองข้างของนางช่วยชีวิตคน ชาตินี้มันกลับทำร้ายคนไปหลายชีวิต ทว่าอยู่ในยุคนี้นางต้องเด็ดขาด หากพวกปองร้ายไม่ตายจะเป็นางและคนใกล้ชิดที่ต้องตาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูตระกูลจ้าวนานพอสมควร พอรับรู้สถานการณ์ของครอบครัวอยู่บ้าง
ซูเจินเงียบปากกว่าทุกครั้ง นางเห็นด้วยว่าต้องจำกัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก ในเมื่อคุณหนูเข้าไปพัวพันกับเื่นี้แล้วก็ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
เด็กน้อยสี่คนที่จ้าวลู่ชิงจ้างให้ขึ้นเขาเก็บสมุนไพร ยามนี้กำลังทำความสะอาดสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว พวกเขาใช้เวลาเก็บสมุนไพรเพียงครึ่งวันจากนั้นก็นำสมุนไพรกลับมาทำความสะอาดแล้วตากแห้ง
เรือนสมุนไพรจะมีบ่าวประจำการอยู่สองคน พอเด็กพวกนี้นำสมุนไพรมาส่งบ่าวทั้งสองจะตรวจสอบ แล้วคอยชี้แนะช่วยเหลือเด็กทั้งสี่ในการทำความสะอาดสมุนไพรแล้วนำไปตากแห้งบริเวณลานหน้าเรือน
“พวกเ้าเหนื่อยหรือไม่” จ้าวลู่ชิงย่างกรายเข้ามาสำรวจสมุนไพรที่ตากแห้งอยู่ในลาน
“ไม่เหนื่อยเ้าค่ะ” มู่เจียตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พวกนางเป็เด็กยังหาเงินได้เท่าผู้ใหญ่ มันช่างดีเหลือเกินที่ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ
“พวกเ้าเป็เด็กที่ขยันจริง ๆ ทำงานเสร็จแล้วรีบมารับค่าแรง”
“เ้าค่ะ/ขอรับ”
ลมเย็น ๆ พัดเข้ามาในศาลา จ้าวลู่ชิงนั่งเหม่อคิดถึงบิดามารดาและปู่ของนางที่อยู่อีกยุคสมัย ไม่รู้ว่าพวกท่านจะเป็อย่างไรบ้าง จะเสียใจกับการจากไปของนางจนร่างกายทรุดโทรมหรือไม่
“คุณหนูเป็อันใด เหตุใดถึงได้ร้องไห้” อี้หมัวมัวใเมื่อเห็นคุณหนูร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ยื่นผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาออกจากใบหน้างาม
“ข้ามิเป็ไร เพียงแค่นึกถึงเื่ราวบางอย่าง”
“คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะเ้าคะ วันนี้พวกเราตกต่ำภายภาคหน้าพวกเราอาจรุ่งเรืองยิ่งขึ้น” อี้หมัวมัวนึกว่าคุณหนูของนางเสียใจกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันจึงปลอบใจ
“ข้าไม่ได้คิดเื่นั้น หมัวมัวมิต้องเป็ห่วง”
ซูเซียง “เด็กเก็บสมุนไพรทำงานเสร็จแล้วเ้าค่ะ”
“เ้านี่นะ ไปเรียกผู้อื่นว่าเด็กเก็บสมุนไพรได้อย่างไร”
ซูเซียงหัวเราะคิกคัก ยกกล่องที่มีเหรียญขึ้นมาวาง เด็กทั้งสี่เข้ามารับค่าแรงในศาลา ทุกคนเปิดเหอเปาที่จ้าวฮูหยินเป็คนให้
ซูเซียงนับเหรียญต่อหน้าแล้วหย่อนมันลงไปในเหอเปาที่ถูกกางออก เด็ก ๆ ทุกคนตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ แม้นว่าจะรับค่าแรงทุกวันแต่พวกตนก็ตื่นเต้นทุกครั้ง
“วันนี้พวกเ้าเอาผูเถาเชื่อมน้ำผึ้งตากแห้งไปทานเล่นกันเถิด”
“ขอบคุณพี่สาวมากขอรับ” มู่หานรีบกล่าวขอบคุณ
มู่หานกับฮุ่ยเฟินหยิบตะกร้าสานใบเล็กกระทัดรัด กลับถึงบ้านเด็ก ๆ ต่างลองชิมสิ่งที่อยูในตะกร้า
“ท่านแม่ ทั้งหอมทั้งหวานอร่อยมากเลยเ้าค่ะ” มู่เจียเคี้ยวอย่างเพลิดเพลิน
“ั้แ่เกิดมาแม่เพิ่งเคยทานผูเถาเป็ครั้งแรก”
“ท่านแม่กับท่านพ่ออย่าทานเยอะนะเ้าคะ พี่สาวบอกว่าของหวานไม่เหมาะกับผู้ป่วย ยิ่งท่านแม่ทานของหวานเข้าไปมากจะทำให้ไอ พอไอแล้วท่านแม่จะเหนื่อย” มู่เจียจดจำคำพูดของจ้าวลู่ชิงได้เป็อย่างดี
“ลูกศิษย์หมอเทวดา เริ่มสำแดงฤทธิ์เดชแล้ว” อวี้ซื่อล้อบุตรสาวที่อายุเพียงแปดขวบแต่รู้ความยิ่งนัก
มูเจียยิ้มรับคำชม ในบรรดาเด็กสี่คนที่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรนางสามารถจดจำและแยกสมุนไพรได้ดีกว่าผู้อื่น