ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 19 สมบัติวิเศษและเรื่องราวที่สะเทือนใจ

                    ภูตินำทางอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามาจนถึงเรือนนอกที่เป็นเรือนสำหรับปาร์ตี้น้ำชาโดยเฉพาะ เรือนแห่งนี้จะตั้งอยู่ใจกลางของสวนดอกไม้สีขาวที่งดงาม ที่มีชื่อว่าดอกแห่งการเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด มันยังเป็นตัวแทนของการกำเนิดของสิ่งใหม่และการทำลายล้าง ว่ากันว่ามันคือดอกไม้ที่เกิดจากพลังกลุ่มก้อนหนึ่งที่มาจากเทพที่แท้จริงสร้างขึ้น 
                    ในเรือนน้ำชาที่ว่านี้มีชายหนุ่มรูปงามทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันอยู่ อเล็กซานดร้าที่เดินทางมาถึงมองไปยังพวกเขาแล้วกล่าวโดยที่ไม่มีคำทักทายใดๆ 
                    “พวกเจ้าเป็นใคร พาพวกข้ามาที่นี่ทำไม และยัง.....” 
                    ก่อนที่จะกล่าวจบสายตาของนางก็ตกไปที่เกรย์สัน ทำให้เขารีบกล่าวตัดบทบทไปทันที 
                    “เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้ไปทำอะไรนาง เจ้าใจเย็นลงก่อน พวกข้าแค่พาพวกเจ้ามารักษาตัวให้หายดีก่อนที่จะเข้าไปหอสมุกต้องห้าม” 
                    “ข้าจะลองเชื่อในคำพูดของเจ้าดูก็ได้ ที่นี้ก็บอกมาซิว่าพวกเจ้าเป็นใคร อย่าได้มาถามข้ากลับว่าทำไมข้าถึงไม่เอ่ยชื่อของตนเองเพราะอย่างไรก็ไม่ใช่ข้าที่ขอให้พวกเจ้าช่วย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งพวกข้าก็ไม่ตายแต่อาจต้องรักษานานหน่อยก็แค่นั้นถึงไม่มีพวกเจ้าช่วยพวกข้าก็ฟื้นฟูกลับมาตามเดิมอยู่ดี" 
                    อเล็กซานดร้ากล่าวอย่างไม่แยแส 
                    “อะ...แฮ่ม ข้ามีชื่อว่าเกรย์สัน ส่วนเขามีชื่อว่าโคลตัน พวกเราคือคนของเผ่าวิญญาณเวทย์ ได้รับหน้าที่มาให้เฝ้าสมบัติของที่นี่และรอคอยการชี้นำของผู้ที่เหมาะสมกับมันมาแล้วสองแสนสามหมื่นแปดพันเจ็ดร้อยสามปี และพวกเจ้าก็คือพวกแรกที่ผ่านบททดสอบทั้งหมดและเข้ามาที่แห่งนี้ได้จึงมีคุณสมบัติทดสอบเป็นนายเหนือของสมบัติวิเศษ....แต่ถึงจะไม่ได้รับเลือกให้เป็นนายเหนือแต่เจ้าก็สามารถเข้าไปในหอสมุดและศึกษาในนั้นได้ตลอดเลยนะและถึงแม้พวกเจ้าจะออกไปจากที่นี่แล้วพวกเจ้าก็จะสามารถเข้ามาที่นี่ได้อย่างอิสระเพียงแค่นึกถึงมันผ่านจิตใจแล้วกล่าวคำว่าเชื่อมถึงออกมา........” 
                    “นำไปสิ พาพวกข้าไปหาสมบัติที่วิเศษของพวกเจ้า” 
                    อเล็กซานดร้ากล่าวตัดบทสารทยายของเกรย์สันไปทันที 
                    โคลตันและเกรย์สันเริ่มแสดงท่าทีลำบากใจเพราะอเล็กซานดร้าดูท่าจะไม่เหมือนเด็กสาวที่เขาเจอมาทั้งชีวิตเพราะตอนนี้พวกเราราวกับเจอกับเทพธิดาน้ำแข็งที่สุดแสนจะเย็นชายิ่งกว่าเอเลน่าที่อยู่ข้างกายที่ตอนนี้นางสงบเยือกเย็นเป็นสุดยอดผู้ติดตามอย่างแท้จริง แม้แต่โคลตันและเกรย์สันที่พบผู้คนมามากมายยังไม่กล้าแม้แต่จะดูถูกพวกนาง พวกเขายอมรับจริงๆว่าพวกนางเป็นคนที่จิตใจแข็งแกร่งมากขนาดยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาที่แข็งแกร่งมากยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกมาได้อย่างเต็มที่ขนาดนี้ 
                    “ได้สิตามพวกข้ามาได้เลย” 
                    โคลตันกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้กับเกรย์สันก่อนที่พวกเขาจะนำทางต่อไปโดยมีอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเดินตามไปและรักษาระยะห่างกว่าห้าเมตร ท่าทีที่พวกนางมองว่าพวกเขากลายเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีและยังเว้นระยะห่างพวกเขาทั้งสองแทบจะสะดุดเท้าของตนเองล้มลง 
                    ผ่านไปกว่าสิบนาทีก็เดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นห้องๆหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปอีกอาจจะเรียกได้ว่าลึกที่สุดของที่นี่แล้วภายในจะมีดาบสองเล่มปักอยู่บนโขดหินก้อนกลมๆบนดาบมีโซ่สีขาวบริสุทธิ์ล่ามเอาไว้ดาบทั้งสองคือดาบที่ขึ้นสนิมไปแล้วและดูเหมือนจะเป็นดาบที่อยู่ที่นี่ไร้ซึ่งการดูแลมาอย่างยาวนานมากแล้ว 
                    “นี่น่ะหรือคือสมบัติที่ว่า......” 
                    อเล็กซานดร้ามองไปยังดาบทั้งสองเล่มภายในร่างกายของนางดาบทั้งสองเล่มที่อยู่ข้างในสั่นไหวราวกับถูกดาบสองเล่มที่อยู่ตรงหน้าดึงดูดทำให้มันออกมาปรากฏตัวยังข้างนอก 
                    โคลตันและเกรย์สันพวกเขาที่ยืนมองและกำลังจะอธิบายถึงขั้นตอนการได้รับสมบัติก็รีบถอยห่างออกทันทีเพราะพลังแปลกๆมันพุ่งเข้ามากระแทกที่ดวงวิญญาณของพวกเขาเข้าอย่างรุนแรง 
                    ดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำลอยเข้าไปใกล้ดาบทั้งสองที่อยู่บนโขดหินอย่างรวดเร็ว ตามด้วยอเล็กซานดร้าที่จูงมือของเอเลน่าเดินตามไป 
                    “ผสานรวมเป็นหนึ่งหวนกลับคืนต้นกำเนิด” 
                    เสียงของชายชราทั้งสองดังขึ้นมาภายในห้องแห่งนี้ 
                    ดาบทั้งสองที่อยู่โขดหินก็เริ่มสั่นไหวโซ่สีขาวบริสุทธิ์ก็ระเบิดออกทำให้ดาบหลุดจากการพันธนาการลอยขึ้นมาคราบสนิมที่อยู่เต็มตัวดาบไปหมดก็หายไปกลายเป็นรูปโฉมไม่แตกต่างไปจากดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำดาบทั้งสองฝั่งเหมือนกันมากราวกับเป็นการคัดลอกกันมา 
                     ‘ลักษณะ สภาวะพลัง แรงกดดันทุกอย่างเหมือนกันไม่มีผิด ต่างกันที่อีกฝั่งมีดวงวิญญาณจริงๆอยู่ด้วย และดาบสองเล่มนั้นพวกมันก็เป็นพลังส่วนหนึ่งของดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำ! ......มันไม่ต่างอะไรไปจากข้ามาเจอกับสุดยอดสมบัติแบบนี้ ตอนแรกข้ามาที่นี่อาจไม่ได้คาดหวังกับสมบัติพวกนี้แต่ตอนนี้มันไม่ต่างจากข้าได้โชคครั้งใหญ่เลยสิ ’ 
                    อเล็กซานดร้ากล่าวในใจ 
                    “ห้ะ.....นี่ เอาจริงหรือ ดาบสองเล่มที่เฝ้ามานานขนาดนี้กลับกลายเป็นแค่พลังส่วนหนึ่งของดาบของจริง ให้ตายเถอะถึงว่าทำไมพวกนางใช้ดาบนั่นออกมามันถึงได้ทำให้ข้าตะหงิดใจตั้งแต่แรก” 
                    เกรย์สันกล่าวพร้อมกับท่าทีประหลาดใจ 
                    “ใช่ข้าก็ว่ามันทำไมคล้ายๆเหมือนเคยพบที่ไหน ที่แท้พวกมันสองเล่มที่ข้าและเจ้าเฝ้ามันมาเนิ่นนานก็มีคนนำมันออกไปถึงจะแค่เอากลับไปในฐานะพลังส่วนหนึ่งก็ตามที” 
                    โคลตันเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากเกรย์สัน 
                    กระทั่งทุกคนยืนจ้องมองการเปลี่ยนของดาบทั้งสองเล่มไม่นานนักดาบเล่มที่มาจากโขดหินก็เปลี่ยนกลายเป็นพลังงานตามแบบฉบับของดาบเล่มจริงและเข้าไปหลอมรวมกันเช่นเดิม และดาบทั้งสองเล่มก็ลอยมาที่ข้างตัวของอเล็กซานดร้าและกลับเข้าไปในร่างของนางดังเดิม และเป็นเวลาที่นางพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงพลังงานปกติที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาบทั้งสองเล่มปกติมันจะต้องทำท่าทีหยิ่งทะนงและให้นางดึงดูดพลังมันมาใช้คล้ายกับการหยิบยืมพลังของพวกมัน กลับกันเมื่อดาบทั้งสองเล่มฟื้นฟูขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว พลังงานโดยรอบนั้นมันยินยอมมอบพลังให้แก่อเล็กซานดร้า  
                    เวทมนตร์ที่ไม่ใช่การหยิบยืมคำๆนี้แทบจะทำให้ทั้งโลกทั้งหลายสั่นคลอนกันได้เลยทีเดียว ย้อนกลับไปกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดเกิดมาในโลกทั้งหลายนั้นจะต้องมีอายุอยู่บนโลกถึงสิบปีแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถร่ำเรียนเวทมนตร์ได้ ถึงจะว่าเรียนรู้และใช้ได้แต่มันก็เป็นแค่การหยิบยืมมาใช้งานเท่านั้นไม่ใช่การใช้มันจริงๆ 
                    ‘สิ่งที่ข้าเฝ้าสงสัยมาโดยตลอด ตอนนี้ข้าเข้าใจทั้งหมดแล้ว ข้าถึงว่าทำไมบางครั้งดาบจะรุนแรงแต่ไม่รุนแรง จะรักษาผู้ใช้ได้แต่รักษาไม่ได้ ความสามารถที่มี มีได้แต่ก็ไม่สุด เป็นเพราะเรื่องนั้นนี่เองที่ทำให้ข้าต้องจบชีวิตในฐานะผู้กล้าหญิง’ 
                    อเล็กซานดร้าพยักหน้าให้กับเหตุผลของมัน ตัวมันเองก็ลำบากเหมือนกันสินะ 
                    “ในเมื่อเรื่องจบแล้ว ข้าและเอเลน่าขอตัวก่อน เชิญท่านปราชญ์ผู้น่านับถือทั้งสองตามสบาย พวกข้าขอตัว” 
                    อเล็กซานดร้าที่แทบจะกลายเป็นมารร้ายตัวน้อยกลับอารมณ์ดีและไม่สนใจเรื่องของโคลตันและเกรย์สันอีกทำให้นางกล่าวลาพวกโคลตันและเกรย์สันอย่างให้เกียรติระดับหนึ่ง อเล็กซานดร้าว่าจบก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป 
                    “เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าไม่สนใจหอสมุดต้องห้ามเลยหรือ คิดจะออกไปจากที่นี่.....” 
                    “ท่านต้องการอะไรกันแน่? ไม่ต้องอ้อมกล่าวมาได้เลย เวลาของพวกข้ามีค่า” 
                    โคลตันมองไปยังเกรย์พร้อมท่าทีส่ายหน้าไปมา ‘เจ้านี่นะ นางอุตส่าห์ดีใจพูดดีๆด้วยทำไมต้องไปหยุดอารมณ์ของนางที่กำลังดีด้วยนะ ไว้วันหลังค่อยไปเยี่ยมก็ได้’ 
                    “ก็ได้ในเมื่อเวลาของเจ้ามีค่า ข้าก็เช่นกันบางทีเจ้าอาจรู้จักเผ่าวิญญาณเวทย์ของข้าเป็นอย่างดีเลยสินะ” 
                    “ใช่ ก็พอเห็นในบันทึกและตำนานอยู่ว่าพวกเจ้าเป็นพวกเลือกผู้ทำพันธสัญญาและคอยชี้นำจนกระทั่งกลายเป็นเทพแท้จริง แล้วที่เจ้าหยุดพวกข้าถ้าข้าว่าไม่ผิดก็คง.....” 
                    “ใช่ ข้าอยากทำพันธสัญญากับนาง” 
                  เกรย์สันกล่าวพร้อมมองไปยังเอเลน่า 
                    “กับข้า?” 
                    เอเลน่าที่นิ่งมาโดยตลอดเดิมไม่พอใจเกรย์สันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและด้วยที่ว่าเกรย์สันเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีในสายตาของนางไปแล้วยิ่งทำให้นางอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้ายอมรับไม่ได้ออกมา 
                    “เจ้าก็เห็นแล้วนี่พวกเจ้าแสดงท่าทีเช่นไรกับพวกข้า กล้าที่มีแต่จะยืนสำรวจตรวจสอบพวกข้าตรงๆพินิจอย่างเต็มที่ขนาดนั้น เจ้าไม่คิดหรืออย่างไรว่ามันเสียมารยาท บางทีเผ่าเจ้าอาจไม่สนใจเรื่องนั้นเพราะคิดว่าตนเองวิเศษมากกว่าคนอื่นตีพวกข้าไม่ใช่พวกข้าเองก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรีที่ไม่ควรดูถูกได้ ยิ่งแล้วพวกเจ้าทำกระทั่งที่พวกข้ายังคงไม่ได้สติยิ่งเป็นการดูถูกพวกข้า” 
                    “เรื่องนั้น…..” 
                    “ไม่ต้องแล้วเกรย์สัน ข้าเอง” 
                    เกรย์สันเงียบไปทันทีที่โคลตันเดินออกมาเผชิญหน้ากับอเล็กซานดร้า 
                    “เจ้าเป็นอะไรกับ อิซาเบลล่า เพสลีย์ ซอว์เยอร์ อารีอาน่า” 
                    “ทะ.....ท่านป้า เจ้ารู้จักกับท่านป้าของข้าได้อย่างไร?” 
                    ไม่ผิดแน่ นี่มันนามต้องห้ามสำหรับจอมมารหรือท่านลุงของนาง นามนี้ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงอีกหลังจากการจากไปของนางชั่วนิจนิรันดร์และมันเป็นเหมือนกับรอยแผลที่จอมมารไม่อาจรักษาให้หายได้ 
                    โคลตันและเกรย์สันพยักหน้าเข้าใจทันทีที่แท้อเล็กซานดร้าก็เป็นหลานสาวสายเลือดโดยตรงของแม่นางน้อย 
                    “ข้าต้องรู้สิ ข้ารู้จักนางและรู้จักดีกว่าใครบนโลกทั้งหมดแห่งนี้ด้วยซ้ำไป” 
                    “ตกลงแล้วความสัมพันธ์ของพวกท่านคืออะไรกันแน่ ท่านจะบอกว่ารู้จักดีกว่าใครได้ยังไง?” 
                    “ใช่มันไม่ธรรมดา เพราะข้ากับนางคือสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง” 
                    “!!!” 
                    สามีภรรยา! เรื่องนี้มันทำให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าแทบจะตกตะลึงอย่างถึงที่สุดเพราะท่าทางและการแสดงออกของโคลตันและด้วยพลังของดาบทั้งสองเล่มที่มีความสามารถจบคำหลอกลวงนั้นก็เห็นถึงความจริงตรงหน้าทันที โคลตันไม่ได้พูดล้อเล่นขำขันแต่จริงจังและออกมาจากท่าทางการแสดงออกภายนอกเสียด้วยซ้ำไป ราวกับเป็นคนที่รอคอยการกลับมาของคนรักของตนเอง 
                    “นางเป็นเช่นไรบ้าง ไม่สิดูจากท่าทางของเจ้าแล้ว......เจ้าว่ามาเถอะเด็กน้อย ข้าเตรียมใจไว้มากแล้ว” 
                    แน่นอนว่าทันทีที่รู้ว่าโคลตันเกี่ยวข้องอย่างไรกับอิซาเบลล่าหรือท่านป้าของอเล็กซานดร้านั้น อเล็กซานดร้าก็มีสีหน้าที่หม่นหมองไปทันที 
                    “ท่านอยากจะรู้จริงๆหรือ การที่ท่านไม่รู้จากนี้ตลอดไปมันอาจดีสำหรับท่านก็ได้” 
                    โคลตันเริ่มใจไม่ดีเพราะการกล่าวของอเล็กซานดร้ามันก็แทบจะการันตีได้เลยว่าความจริงที่จะได้ฟังหลังจากนั้นต้องโหดร้ายสำหรับเขาที่สุดบางทีอาจเลวร้ายที่เกิดมาเลยก็เป็นได้ ทางด้านเกรย์สันเองก็อึดอัดมากพอกันเขารู้ดีกว่าใครว่าโคลตันและอิซาเบลล่ามีความสัมพันธ์ไปขนาดไหนกันแล้วและมันมากขนาดไหน เพราะตอนที่พวกเขายังอยู่ด้วยกันแทบจะตัวติดกันตลอดเวลาเขาเองเคยแม้กระทั่งออกห่างจากโคลตันไปหลายๆเดือนเพื่อให้พวกเขาทั้งสองได้อยู่ด้วยกันเพราะไม่อยากไปเป็นก้างขว้างคอนอกเสียจากมีเรื่องสำคัญเท่านั้น 
                    “ว่ามาเถอะ.....” 
                    อเล็กซานดร้ามองไปยังเอเลน่าก่อนที่นางจะหยักหน้าให้กัน อเล็กซานดร้าเริ่มเล่าว่านางเองก็ยังไม่เจอท่านป้าของนางหรอกไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้าแต่เป็นท่านลุงของนางเล่าให้ฟังมาโดยตลอด และเวลาต่อจากนั้นไม่นานนักอเล็กซานดร้าก็เล่าเรื่องราวของอิซาเบลล่าจนจบ 
                    พรูด 
                    โคลตันกระอักเลือดออกมาทันทีสีหน้าของเขาหม่นหมองลงไปมากและจิตใจแทบจะหลุดออกไปแล้ว 
                    “เฮ้.....ยุ่งแล้วสิ” 
                    เกรย์สันส่ายหน้าเขาเข้าใจดีว่าทั้งสองมีความรักให้กันมากขนาดไหน ขนาดว่าเขาฟังเรื่องราวด้วยแล้วยังรู้สึกรับไม่ได้ อย่างน้อยๆอิซาเบลล่าก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่สนิทกันมาก 
                    อเล็กซานดร้าเล่ามันทุกอย่างแม้แต่ลายละเอียดเล็กน้อยเพียงใดก็ตามให้โคลตันฟังถึงได้ทำให้โคลตันยืนฟังจนจบแล้วมีสภาพอย่างที่เห็น 
                    อิซาเบลล่า เพสลีย์ ซอว์เยอร์ อารีอาน่า เดิมมีศักดิ์แค่เป็นพี่สาวโดยสายเลือดของจอมมารโนอาห์แต่ จอมมารโนอาห์ยกนางให้เป็นดั่งพระแม่ของเผ่าศูนย์รวมดวงใจของเผ่าปีศาจที่มีอำนาจมากยิ่งเสียกว่าจอมมาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานั้นไม่มีใครรู้ถึงความจริงว่าจบลงด้วยอะไรแต่ตอนที่อิซาเบลล่าตัดสินใจออกไปกับเผ่ามังกรและเผ่ามนุษย์ครั้งนั้นนางไปทำไมก็ไม่มีใครรู้ เพราะเหตุผลหลังๆมันล้วนถูกสร้างขึ้นมาแต่เหตุผลหลักๆจอมมารอย่างโนอาห์ยังไม่รู้แล้วใครจะรู้ได้ 
                    การเดินทางออกจากเผ่าไปของอิซาเบลล่านั้นยาวนานถึงยี่สิบปีเศษได้ และอย่างที่ว่าไปจุดจบของนางน่าอนาถจนไม่มีใครกล้ากล่าวถึง ไม่มีใครอยากเอ่ยมันเลยถึงแม้จะไม่ใช่คำสั่งของจอมมารแต่ก็ไม่มีใครอยากเอ่ย เพราะอยากรักษาศักดิ์ศรีของอิซาเบลล่าเอาไว้ 
                    แต่ในนั้นก็ไม่มีผู้ใดที่รับรู้ถึงความจริง กระทั่งจอมมารสืบหาจนรู้ว่าที่แท้ก่อนที่นางจะสิ้นใจนางถูกพวกมนุษย์มากด้วยกามราคะทำมิดีมิร้ายจนจบชีวิตไปทั้งๆแบบนั้น ถึงจะอยากสืบหามากมายขนาดนั้นก็อย่างที่ว่าไปภายในดินแดนแห่งความมืดแน่นอนว่าสามารถสืบหาได้ง่ายๆกลับกันนอกดินแดนมันไม่ใช่แบบนั้นเลยมันยากถ้าจะหาข้อเท็จจริงสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ 
                    “ข้าเตรียมใจไว้มากแล้ว แต่.....” 
                    “เจ้าพักก่อนเถอะโคลตัน” 
                    “ได้ ข้าขออยู่คนเดียวสักพัก” 
                    อเล็กซานดร้าและเอเลน่าไม่แม้แต่จะพูดอะไรอีกเพราะสภาพของโคลตันมันคงรับฟังอะไรอีกไม่ได้แล้วนอกเสียจากโคลตันจะฟื้นสภาพกลับมาเองเท่านั้น การที่เขาอยู่คนเดียวอาจเป็นทางออกที่ดีสำหรับเขา 
                    “เฮ้อ ข้าก็คิดว่าเจ้านี่จะได้มีโอกาสมีความสุขกับเขาเสียทีแต่ไม่เลย เขาน่ะนะ.....เมื่อก่อนเดินทางล้างแค้นคู่แค้นมาทั้งชีวิต ถ้าไม่ได้เพราะถูกจำกัดให้และมีภารกิจเฝ้าที่นี่บางทีเจ้านี่อาจเดินทางเส้นทางล้างแค้นของตนเองต่อ ข้าเองก็คิดว่ามันจะดีขึ้นเพราะมีแม่นางน้อยแต่นี่.....” 
                    เกรย์สันนั่งเล่าความเป็นมาของโคลตันให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าฟัง เขาอยู่กับโคลตันมาตลอดและเป็นพยานกับทุกการล้างแค้นของโคลตัน 
                    “เรื่องที่ว่าจะทำพันธสัญญาข้าขอคิดดูก่อนก็แล้วกันในฐานะที่พวกท่านมีศักดิ์ในระดับหนึ่งในสายตาข้า” 
                    “ดีแล้วที่เจ้าคิดดูก่อนและให้เกียรติเจ้าโคลตัน ถ้ามีใครทำดีกับเจ้านี่ก็ยากแล้วแต่การให้เกียรติเจ้านี่เจ้าเป็นคนแรกเลย” 
                    “ท่านก็ว่าไป เอาเป็นว่าข้าจะรอจนกว่าจะสามารถพูดคุยกันได้” 
                    อเล็กซานดร้ากล่าวเสร็จก็พาเอเลน่าเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังเรือนที่พักแต่ไม่ได้ออกไปจากหอสมุดต้องห้าม 
                    หลังจากการไปของอเล็กซานดร้า เกรย์สันก็พึมพำออกมาราวกับรู้ถึงเรื่องราวอะไรบางอย่าง  
                    “อิซาเบลล่าข้าเตือนเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่าได้สืบค้นเรื่องนั้น แต่เจ้าดึงดันเอง.....เฮ้อ ช่างเถอะ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้นลืมไปซะ ข้าเป็นเกรย์สันไม่ใช่ใครอื่น”      
                      ……………….