ราชรถัฟ้าของราชวงศ์พุ่งทะยานผ่านผืนป่าและขุนเขาด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่ เมืองชิงไห่ ฐานที่มั่นสำคัญของตระกูลหลินสายย่อย ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด เย่เทียน นั่งหลับตานิ่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก กลิ่นอายรอบตัวเขาเย็นเยียบและหนาแน่นขึ้นทุกขณะ รอยสักปีกปีศาจที่แผ่นหลังขยับไหวไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"เย่เทียน... อีกเพียงหนึ่งชั่วยามจะถึงเขตเมืองหลวงชิงไห่" หลงชิงเย่ว เอ่ยขึ้นเบาๆ พลางมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เคร่งขรึมของชายหนุ่ม เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธขรึมขนาดนี้มาก่อน "ข้าได้ส่งหน่วยสอดแนมล่วงหน้าไปแล้ว พบว่าหลินเจิ้ง ผู้นำตระกูลหลินสายย่อย ได้รวบรวมยอดฝีมือไว้รอรับมือพวกเรามากมาย"เย่เทียนลืมตาขึ้น ั์ตาสีม่วงทองส่องประกายอำมหิตจนองค์หญิงหงส์เพลิงต้องเบือนหน้าหนี "ยอดฝีมืองั้นเหรอ? ในสายตาของฉัน... พวกมันก็แค่เศษใบไม้ที่รอวันร่วงโรย"
"อย่าประมาทไปนัก" เหลิ่งลั่วเสวี่ย เ้าสำนักเหมันต์เอ่ยแทรก เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความกังวล "ตระกูลหลินสายย่อย 'อสูรพิทักษ์ประตู' ที่สืบทอดมาจากยุคโบราณ มันคือ พญาราชสีห์เกล็ดนิล ระดับยอดปรมาจารย์อสูร ขั้นที่ 9 ซึ่งมีความแข็งแกร่งเกือบจะก้าวเข้าสู่ระดับราชันย์"เย่เทียนยกยิ้มที่มุมปากอย่างเ็า "ระดับยอดปรมาจารย์ ขั้นที่ 9... นั่นแหละคือหินลับดาบชั้นดีที่จะทำให้ฉันก้าวเข้าสู่ระดับถัดไป"[ติ๊ง! ภารกิจหลัก: ทำลายรากฐานตระกูลหลินสายย่อย][รางวัล: ปลดล็อกความทรงจำชาติที่ 3 'วิชาหมื่นิญญาสังหาร' และเลื่อนระดับสู่ ยอดปรมาจารย์ ขั้นที่ 2 (สมบูรณ์)]เมื่อขบวนราชรถมาถึงหน้าประตูเมืองชิงไห่ในยามค่ำคืน ท้องฟ้าพลันมืดดับลงราวกับน้ำหมึกที่เทลงบนแผ่นดิน แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยหมอกสีดำทมิฬที่แผ่ออกมาจากร่างของเย่เทียน เขาก้าวลงจากรถช้าๆ ในมือกระชับ กระบี่นิรันดร์รัตติกาล ที่แผ่กลิ่นอายความตายออกมาจนต้นไม้รอบข้างแห้งเหี่ยวในพริบตา"ใครกล้ามาบุกรุกเขตแดนตระกูลหลิน!" เสียงคำรามดังกึกก้องพร้อมกับการปรากฏตัวของอสูรร่างั์สูงกว่าสิบเมตร ิัของมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทดั่งเหล็กกล้า ดวงตาสีโลหิตจ้องมองเย่เทียนด้วยความอาฆาต มันคือพญาราชสีห์เกล็ดนิลที่เหลิ่งลั่วเสวี่ยเอ่ยเตือน"หลีกไป... ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนแกให้กลายเป็กองกระดูก" เย่เทียนเอ่ยเสียงเรียบพญาราชสีห์ไม่ฟังคำเตือน มันพุ่งเข้าใส่เย่เทียนพร้อมกรงเล็บที่แฝงด้วยพลังธาตุอัคคีคราม แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นดินรอบตัวเย่เทียนยุบตัวลง ทว่าเย่เทียนกลับเพียงแค่สะบัดกระบี่เบาๆ"หนึ่งดาบสยบหมื่นมาร... กระบวนท่าที่ 2: รัตติกาลสูบิญญา!"คลื่นดาบสีม่วงดำพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บอสูร เสียงะเิดังกึกก้องไปทั่วเมืองชิงไห่ แต่สิ่งที่น่าใคือเกล็ดเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดกลับถูกตัดขาดอย่างง่ายดายราวกับเศษกระดาษ เย่เทียนเคลื่อนที่พริ้วไหวดุจเงาพราย เขาปรากฏตัวอีกครั้งเหนือหัวของอสูรั์แล้วปักกระบี่ลงไปกลางกะโหลกอย่างแม่นยำโฮกกกกก!อสูรระดับยอดปรมาจารย์ร้องโหยหวน พลังชีวิตของมันถูกกระบี่ดูดกลืนกลายเป็พลังงานบ่มเพาะไหลเข้าสู่ร่างของเย่เทียนอย่างบ้าคลั่ง[ติ๊ง! ดูดซับแก่นอสูรระดับยอดปรมาจารย์... ความก้าวหน้า 50%... 100%!][ยินดีด้วย! ท่านบรรลุระดับ ยอดปรมาจารย์ ขั้นที่ 2 (สมบูรณ์)]เย่เทียนสะบัดเือสูรออกจากกระบี่ สายตาของเขาจับจ้องไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลินที่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งบัดนี้หลินเจิ้ง ผู้นำตระกูลหลินสายย่อย กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่บนยอดตึกด้วยความหวาดกลัว"เย่เทียน! แกมันไม่ใช่คน! แกคือปีศาจ!" หลินเจิ้งะโด้วยเสียงสั่นเครือ"ปีศาจงั้นเหรอ?" เย่เทียนเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง โดยมี ไป๋หลิง, หานปิงเยี่ย และ หลงชิงเย่ว เดินตามหลังราวกับขบวนเสด็จของาา "ถ้าการช่วยแม่และน้องสาวต้องทำให้ฉันเป็ปีศาจ... ฉันก็จะถล่มเมืองหลวงนี้ให้กลายเป็นรกเพื่อพวกนาง!"เขายกกระบี่ขึ้นชี้ไปที่หลินเจิ้ง "บอกมา... เย่หลันเอ๋อร์ อยู่ที่ไหนในเมืองหลวง! ถ้าแกพูดช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะให้แกตายอย่างทรมานยิ่งกว่าอสูรตัวนี้!"ไอสังหารของเย่เทียนครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองชิงไห่ บัดนี้ไม่มีใครในตระกูลหลินสายย่อยที่กล้าสบตาเขาอีกต่อไป ความตายที่แท้จริงได้มาเยือนพวกเขาแล้ว!
จบตอนที่10 ครับ
ฝากติดตามด้วยนะครับ
(^^)