ผมเป็เพียงแค่เด็กบ้านนอกคอกนาอาศัยอยู่กับสองตายาย 'โต' คือชื่อเล่นของผมซึ่งตาเป็คนตั้งให้ แกเคยบอก ที่ต้องตั้งชื่อว่า 'โต' นี่ก็เพราะว่าตัวผมเนี้ยมีร่างกายสูงผอมมากจนดูเก้งก้างผิดกับส่วนหัวที่ดูโตไม่สมตัว ผมไม่ได้พิการนะแค่เด็กบ้านนอกหน่ะ ใครมันจะไปมีดีกินดีอิ่มหนํ่าครบทุกมื้อกันทุกคนแต่ก็อีกแหละ เวลาเข้าแถวหน้าเสาธงผมเป็คนแรกที่ต้องได้ยืนหัวแถวทุกๆ ปี เพราะตัวผมเนี้ยสูงกว่าเด็กทุกคนในหมู่บ้านนี้
~~~~~~~~~~
ปิดเทอมฯ ใหญ่ผ่านมาแล้ว 7 วัน สำหรับผมเหมือนโรงเรียนพึ่งให้หยุดเมื่อวานนี้เอง ทำไมเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วจังทีตอนเรียนอยู่มันไม่เร็วอย่างงี เบื่อเวลาเจอพวกชอบแกล้งนั่นเป็อะไรกับเราหนักหนาพวกครูนี่ก็อีกคน ฟ้องไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นเลย แถมยังเอาอะไรมาสอนก็ไม่รู้ง่ายชิบ ส่วนดีส่วนเดียวในโรงเรียนที่ชอบนะ คือได้หาหนังสือทดลองวิทยาศาสตร์ในห้องสมุด ซึ่งนานน๊านน..จะมีมาเพิ่ม แล้วนี่อะไรเอาแต่หนังสือแปลกๆ มา เื่ลี้ลับ มิติพิศวง แต่พอลองเปิดใจดูแล้ว...
"เอ้...มันมีอะไรอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านะ อยากรู้จังแฮะ"
เื่ราวของสามเหลี่ยมปีศาจ ว่ากันว่าทั้งเครื่องบินและเรือเล็กใหญ่ที่ขับผ่านแถวนี้จะชอบหายกันไปบ่อยๆ บ้างก็ว่าเจุ์ต่างดาว เจอยานอวกาศ ย้อนเวลาไปอดีตอนาคตบ้าง อย่างกับหลุดไปอีกมิติหนึ่ง ยิ่งคิดมันยิ่งชวนให้ดำดิ่งเลยจริงๆ
"ทำไงดีน้าา...อยากได้หนังสือแบบนี้มาอ่านอีก เราจะต้องไปหาที่ไหนดี? " พูดพลางเกาคิ้วตัวเองพลาง
หลังจากเดินเท้าเปล่าข้ามทุ่งออกห่างกระต๊อบมาไกลเพื่อพาควายเพียงตัวเดียวมากินนํ้ายามบ่ายๆ ต่อให้ต้องทำแบบนี้ทุกวันก็ไม่เบื่อหรอก หน้าแล้งมีแหล่งนํ้าไม่กี่ที่ๆ เดินหาแล้วเจอนํ้าแบบแอ่งนํ้านี้ มันดีที่ผมไม่ต้องอยู่ใกล้ตาเป็เวลานานๆ นี่แหละโคตรจะดีถึงได้บอกว่าไม่เบื่อ
~~~~~~~~~~
ข้ามพ้นคูดินเนินใหญ่ไปเหล่านกน้อยโผบินโฉบผิวนํ้าจากกิ่งไม้หนึ่งสู่อีกกิ่งไม้หนึ่ง จากลมร้อนพัดไอดินแห้งแตกและฝุ่นทรายกลับกลายเป็เย็นฉํ่า กลิ่นโคลนไอนํ้าระเหยชุ่มชื้นรบเร้าให้เด็กชายวัย 9 ขวบ กระโจนลงนํ้าเสียหายอยากซะ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวจะโดนด่าซึ่งภายใต้ไอ้คำว่าด่าเนี้ยมันมากกว่าดุด้วยวาจาปากนะ
"ไปเลย 'ดั๊กดุ๋ย' ลุย"
"มอ.." เ้าทุยส่งเสียงตอบรับราวกับฟังภาษาคนรู้เื่
พูดยังไม่จบ สัตว์เลี้ยงคู่กายก็วิ่งปรี่ลงเนินเล่นเอาซะเกือบปล่อยเชือกในมือไม่ทัน ไม่งั้นคงต้องโดนลากลงกลิ้งกับพื้นไม่เป็ท่าแน่
"เอ่อ.." สายตามองหาจุดพัก "เล่นนํ้าไปนะ'ดุ๊กดุ๋ย'เดี๋ยวจะหาที่นอนรอ"
ณ แอ่งนํ้าประจำหมู่บ้าน ใต้เงาร่มไม้ใหญ่เท่าเด็ก 4 โอบที่ชื่อ 'ต้นสำสา' ผมทิ้งตัวลงนอนโคนต้นตรงซอกระหว่างรากคู่หนึ่งที่เหมาะห์กับจะนอนดูวิว 'ไอ้ดุ๋ย' อาบนํ้าเพลินๆ ให้เคลิ้มหลับไป
“สบายดีจริงๆ ฮายย…”
บรรยากาศน่าหยุดเวลาไม่อยากให้ผ่านไปเร็ว ผมภาวณาภายในใจว่าขออย่าได้เปิดเรียนเลย และอะไรก็ช่างไม่อยากกลับไปเจอตาขี้โมโห ไม่อยากโดนพวกขี้อิจฉาแกล้งไม่อยากโตไปเจอกับคนพวกนี้เลย
~~~~~~~~~~
ผ่านไปสักพักไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปตอนไหน ที่จริงก็ยังไม่อยากตื่นอยากนอนต่ออีกสักงีบสองงีบ แต่ดันรู้สึกเหมือนมีอะไรไม่รู้เป็ก้อนนิ่มๆ คล้ายผลหรือดอกไม้หล่นลงใส่พุงพอดีจึงเอาไปจับ กะว่าจะหยิบออกคลํ่าไปคลํ่ามา เอ๊ะ!? ดอกไม้อะไรกลีบยืดๆ เหมือนผิวลูกโป่งแถมมีตุ่มขนตะปุ่มตะปํ่า มันส่งเสียงร้อง จิ๊บๆ ได้ด้วยแต่พอลืมตาขึ้นดู เอ่า! นี่มันลูกนกหนิลูกนกที่พึ่งเกิดได้ไม่นาน!
“เ้านกน้อย โอ๋ๆๆ ตกลงมาได้ยังไงเนี่ย? ”
ผมช้อนมืออุ้ม ‘เ้าตัวเล็ก’ ขึ้นอย่างเอ็นดู ขณะที่มันเอาแต่ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ อยู่นั้นโหยหาผู้เป็แม่ ตัวเราเองก็ช่วยมองหารังที่คิดว่ามันน่าจะใช่แน่ๆ ก็ปรากฎว่าเจอจริงๆ แต่เวรของกรรมรังดันอยู่สูงขึ้นไปมากสูงจนแทบจะเป็ยอดต้นอยู่แล้ว
“เอาไงดีเนี้ย” ผมมองดู ‘เ้าตัวเล็ก’ ในมือ
จะให้ทำยังไงดีจะหาไม้ยาวที่ไหนมาส่ง ‘เ้าตัวเล็ก’ หรือจะโยนขึ้นไปสุดแรงให้ถึงรังดี ไม่ได้มันเสี่ยงไปวิธีที่ดีที่สุดก็ต้องปีนแล้วหล่ะ ถึงอย่างนั้นกลัวก็กลัวให้ปีนต้นไม้สูงถ้าพลาดตกลงมาแขนขาจะเหลือเหรอ แล้วกับแค่เล่นนำ้ยังโดนด่า ไม่ต้องถึงกับแขนขาหักหรอกต่อให้รอดปลอดภัยลงมาถ้าตารู้เื่นี้เข้า คงต้องโดนหนักไม่ใช่น้อยเลย หรือจะวางไว้ที่พื้นแล้วปล่อยเลยตามเลยดี พอนึกภาพ ‘เ้าตัวเล็ก’ ที่พึ่งเกิดต้องมาโดนฝูงมดรุมกัดผมทำใจแข็งปล่อยมันไว้ไม่ได้ สุดท้ายแล้วจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าจะโดนด่าก็ช่างสิถ้าไม่รู้ก็ไม่โดนหรอกนะอยู่ตั้งไกล เมื่อตัดสินใจทำเื่เลวร้ายไม่ลงก็ต้องขอเป็พ่อพระให้สัตว์โลกสักวัน
“เอาวะ!! ” ผมพูดปลุกใจตัวเอง “เดี๋ยวจะพาขึ้นไปหาแม่นะ ‘เ้าตัวเล็ก’ นะ”
สิ้นประโยคปุ๊บ ปุบปับถอดเสื้อยืดกีฬาสีโรงเรียนออกมาผูกทำเป็กระเป๋าห้อยคอ ถึงจะดูไม่ใช่แต่ก็คล้ายแหละพอได้อยู่ ผมเอา ‘เ้าตัวเล็ก’ ใส่ลงไปแล้วคล้องคอห้อยไปด้านหลังอย่าระวัง จากนั้นเดินรอบต้นหาที่เหยียบจับพอให้ปีนขึ้นไปได้ โชคดีที่ต้นนี้มีตาไม้กับตอกิ่งเดิมที่มันเคยหักอยู่เหลือไว้ให้ปีนเยอะ
~~~~~~~~~~
ไม่นานผมปีนไปได้เกือบจะครึ่งต้นแล้ว ตอนนี้ขอนั้งพักที่กิ่งแรกใกล้ๆ มือนี่ก่อนมันดูใหญ่ดีน่าจะแข็งแรงพอให้นั้งได้ไม่หัก ทั้งเหนื่อยทั้งหิว 'เ้าตัวเล็ก' ก็ยังคงร้องไม่หยุดได้แต่เอานิ้วชี้ลูบหัวมันเบาๆ หวังว่านกมันจะเข้าใจวิธีแสดงออกของมนุษย์นะ
"นั้นมันยางไม้หนิ"
สายตาผมเหลือบไปเห็นวัตถุใสๆ สีนํ้าตาลเกาะอยู่เหนือหัวไปหน่อยให้พอเอื้อม เคยอ่านเจอในหนังสือแมลงว่านํ้าหวานดอกไม้เป็ของโปรดของผึงกับผีเสื้อ ส่วนยางไม้คือของโปรดของดวงกวางกับแมลงปีกแข็งพวกเดียวกัน แว๊บความคิดหนึ่งผ่านเข้ามาในสมองดอกไม้แถวนี้ก็ไม่มีตัดออกไปเลย ส่วนยางไม้หน้าตามันก็คล้ายๆ นํ้าตาลอมยิ้มที่มันละลายติดซองจัง เคยเห็นพวกเด็กขี้แกล้งมันชอบเอาอ้อยให้ดวงกวางกิน ในหนังสือเองก็บอกเอานํ้าตาลต้มนํ้าผึ้งกับกล้วยมาทาล้อจับดวง แต่นั่นมันเป็วิธีที่ 'โนบิตะ' ใช้มันจะใช้กับไทยเราได้เหรอ น่าจะได้แหละมั่ง ยางไม้มันคงหวานๆ แหละอาจจะไม่อร่อยเท่าอ้อย
"แต่ขอลองหน่อยละกัน..ฮึบ.."
พูดจบผมก็เอื้อมมือขึ้นไปหักสะเก็ดนํ้าตาลธรรมชาติ ลังเลนิดหน่อยก็มันไม่เคยกินหนินะ อํ้า..กรุบๆ
"แอะ!! แหวะ!! ตุ๋ย!! ถุดถุย..ถุยๆ!! " พ้นนํ้าลายรัวๆ "ขมปิ๊ด อะไรวะเนี้ยไม่เห็นหวานเลย" ผิดหวังอย่างแรงรสชาติสุนัขไม่ทาน ขมยิ่งกว่ากาแฟที่ตากินอีก
จู่ๆ เปลือกไม้ตามลำต้นก็ดูใหญ่ขึ้น กิ่งที่ยืนอยู่จากขนาดเท่าขาผู้ใหญ่พอรับนํ้าหนักตัวได้ ก็แผ่กว้างออกคล้ายเนินดินซึ่งมองผิวเผินดูไม่ต่างกับทุ่งหินแต่แท้จริงเป็เปลือกไม้ชิ้นใหญ่ เห้ย..ต้นไม้ไม่ได้ใหญ่ขึ้น เป็ตัวเราเองต่างหากที่หดเล็กลงเท่าฝ่ามือตอนปกติ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย!? " ผมอุทานลั่น
เอาละสิเล่นเราเข้าให้แล้วเ้าป่าเ้าต้นไม้ลูกไปทำอะไรผิดถึงได้สาปเสกลูก หรือนี่เป็แผนของมนุษย์ต่างดาว พวกนั้นรับรู้ว่าเราสงสัยมากไปเหรอถึงได้ตอบสนองความสังสัยให้กับเด็กน้อยคนนี้แบบจัดเต็ม ตายล่ะเราจะทำยังไงดีโดนมากกว่าด่าแน่เลย ระหว่างที่งุนงงสับสนอยู่นั้นเอง
"แม่จ้าๆ!! " เสียงเด็กน้อยรํ่าร้องเรียกหาแม่ดังออกมาจากทางด้านหลัง
ผมหันหาต้นเสียงซ้ายขวาก็ไม่เจอเสียงนั้นก็ยังร้องอยู่แบบนั้นเรื่อยๆ มันดังใกล้ตัวเหลือเกิน พอฉุกคิดขึ้นได้ 'เ้าตัวเล็ก' ในห่อผ้าจากที่สะพายแต่แรกนั่นแหละคือเ้าของเสียงเด็ก นกน้อยตัวโตเท่าเดิมแต่เสื้อกีฬาเราสิรัดพุงเขาเสียแน่น แปลกใจทำไมไม่เห็นรู้สึกหนักเลยแถมถึงจะสงสัยที่นกพูดภาษาคนได้ แต่ด้วยเห็นดังนั้นแล้วก็กลัวน้องเจ็บ เลยแก้มัดอุ้มน้องแกว้งไกวเบาๆ เหมือนเล่นพ่อแม่ลูก
"ซู่...โอ๋ๆ ไม่ร้องนะไม่ร้อง เดี๋ยวจะพาไปหาแม่แล้วอีกไม่นานนะ"
คล้ายว่าฟังรู้เื่หรือรับรู้ได้ว่ามีพ่อพระหวังดีจะช่วยน้อง 'เ้าตัวเล็ก' เ้าตัวเล็กเงียบเสียงลง ถึงจะคิดอย่างนั้นก็ตามขนาดตัวเองยังไม่รู้จะรอดมั้ย แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องเอาให้สุด
~~~~~~~~~~
โปรดติดตามตอนต่อไป
~~~~~~~~~~