และสิ่งที่ทำให้คุณวัลยาต้องอึ้งแกมริษยาอยู่ในใจนั้นก็คือ ในวัยที่เติบโตขึ้นเป็หนุ่มฉกรรจ์เต็มตัวนั้น เขาหล่อและดูดีกว่าตนุวัฒน์ซึ่งเป็บุตรชายแท้ๆของเธอมากเลยทีเดียว
ทยาวัตร์นั่งก้มหน้านิ่งไม่ปริปากอะไรอีกตามเคยเหมือนเมื่อยังอยู่ในวัยเด็กไม่มีผิด มันทำให้คุณวัลยายิ่งรู้สึกขัดใจมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
“วุ้ย นี่หรือเด็กที่ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานเป็สิบปี ไม่เห็นจะกล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างที่เขาว่ากันเลย ก็ยังซึมเหมือนไก่เป็ไข้หวัดนกอยู่เหมือนเดินนั้นแหละ”
มันเป็คำค่อนว่าที่ทยาวัตร์ก็เห็นว่าเขาไม่จำเป็ต้องโต้ตอบอะไรออกไป เขาจึงยังคงนั่งนิ่งทำให้คุณวัลยาถึงกับต้องถอนใจด้วยความขัดใจกับท่าทางเหมือนเมื่อตอนเด็กๆของเขา และเธอก็เลือกที่จะกล่าวแบบออกคำสั่งต่อไปว่า
“ที่ฉันเรียกแกกลับมานี่นะ ฉัน้าให้แกมาดูแลบริหารงานในบริษัทของฉันแทนตาวัฒน์”
“อะไรนะครับ”
คราวนี้ทยาวัตร์ถึงกับลืมตัวรีบเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็ป้าของตนทันที
“แกได้ยินไม่ผิดหรอกน่า พอดีตาวัฒน์เขาอยากจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”
คุณวัลยาเฉลยแววตาข้องใจของหลานชายที่เธอไม่เคยนับว่าเขาเป็หลาน
“ทำไมจู่ๆคุณวัฒน์ถึงได้คิดอย่างนั้นขึ้นมา”
จะไม่ให้ทยาวัตร์แปลกใจได้อย่างไร ก็ญาติผู้พี่รวมทั้งมีบิดาเดียวกันกับเขาซึ่งมีวัยแก่กว่าเขาอยู่สองปีนั้น มีนิสัยติดมารดาราวกับลูกแหง่ ตนุวัฒน์ไม่ยอมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศั้แ่ตอนที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆเพราะไม่อยากอยู่ห่างจากมารดา และติดความสะดวกสบายที่มารดาดูแลราวกับเขาเป็ไข่ในหินมาั้แ่เกิด ซึ่งเขาเคยยืนกรานว่าจะไม่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเด็ดขาด แล้วนี่จู่ๆทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจ
“จะมีอะไร ก็ตาวัฒน์ไปหลงรักหนูมัญชรีลูกสาวของท่านปลัดกระทรวงต่างประเทศเข้านะสิ รักเขามากจะเป็จะตายจนไม่เป็อันทำอะไร พอหนูมัญเขาจะไปเรียนต่อ ตาวัฒน์ก็เลยคิดจะตามเขาไป ฉันก็ไม่รู้จะห้ามยังไง ก็เลยต้องปล่อย แต่ก็ห่วงงานในบริษัท จะดูแลด้วยตัวเองก็ไม่ไหว ฉันนะอายุหกสิบกว่าแล้วน่ะ จะใช้คนอื่นก็ไม่ไว้ใจ ระยะเวลามันไม่ใช่สั้นๆ อย่างน้อยก็ปีหรือสองปีนั้นแหละ ตาวัฒน์ถึงจะกลับมา แล้วฉันก็นึกถึงแก ถึงยังไงแกก็เป็เด็กที่ฉันเลี้ยงมา แกคงไม่ทรยศฉันเหมือนที่ผัวกับน้องสาวของฉันทำกับฉันหรอกน่ะ”
ทยาวัตร์ถึงกับกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอเมื่อได้ฟังคำทำนองนี้อีกครั้งหลังจากที่เคยถูกกรอกหูอยู่ทุกวันเมื่อสมัยเป็เด็ก
“แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถมากพอที่จะดูแลกิจการของคุณนายแม่ได้”
“แกอย่ามาทำเป็พูดอย่างนั้นเลยทยาวัตร์ ฉันรู้นะว่าแกเรียนจบปริญญาโทด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดันหนึ่งทีเดียวแล้วพอแกเข้าทำงานในบริษัทของฝรั่ง ทั้งตำแหน่งทั้งเงินเดือนของแกก็พุ่งพรวดๆล่าสุดก็ได้ข่าวว่าแกได้นั่งเก้าอี้ผู้จัดการบริหารแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าแกไม่แน่จริงพวกฝรั่งก็คงจะไม่ยอมรับแกถึงขนาดนั้นหรอก อ๋อ หรือว่าตอนนี้แกปีกกล้าขาแข็งแล้ว ฉันก็เลยอาศัยไหว้วานอะไรแกไม่ได้ แกลืมไปแล้วหรือไงว่าก่อนที่แกจะยืนขึ้นได้ด้วยขาของตัวเองอย่างนี้ใครกันที่เป็คนชุบเลี้ยงแกมา”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะครับคุณนายแม่เพียงแต่ผมอยากจะบอกคุณแม่ว่า ผมจะสามารถลางานจากที่โน้นมาได้มากสุดก็แค่สามเดือนเท่านั้น”
“ฉันไม่ได้บอกให้แกลาพักมาเป็การชั่วคราว แต่ฉันให้แกลาออกไปเลย แล้วก็กลับมาทำงานกับฉันนี่ ฉันรู้หรอกว่าอยู่ที่โน้นแกได้เงินเดือนเท่าไหร่ คิดว่าฉันจะไม่มีปัญญาจ้างหรือไง”
“เอ่อ แต่ว่า...”
“ไม่ต้องมาพูดอะไรอีกทั้งนั้น นอกจากว่าแกจะเป็คนเนรคุณ เห็นไอ้พวกฝรั่งหัวแดงนั้นดีกว่าฉันที่เป็คนชุบเลี้ยงแกมา”
ทยาวัตร์ถึงกับนิ่งอึ้ง เขาพูดอะไรไม่ออกอีก