เพลิงแค้นสีน้ำผึ้ง

    ตอนที่ 6

              และสิ่งที่ทำให้คุณวัลยาต้องอึ้งแกมริษยาอยู่ในใจนั้นก็คือ  ในวัยที่เติบโตขึ้นเป็๲หนุ่มฉกรรจ์เต็มตัวนั้น  เขาหล่อและดูดีกว่าตนุวัฒน์ซึ่งเป็๲บุตรชายแท้ๆของเธอมากเลยทีเดียว

            ทยาวัตร์นั่งก้มหน้านิ่งไม่ปริปากอะไรอีกตามเคยเหมือนเมื่อยังอยู่ในวัยเด็กไม่มีผิด มันทำให้คุณวัลยายิ่งรู้สึกขัดใจมากขึ้นไปอีกหลายเท่า

            “วุ้ย นี่หรือเด็กที่ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานเป็๲สิบปี  ไม่เห็นจะกล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างที่เขาว่ากันเลย ก็ยังซึมเหมือนไก่เป็๲ไข้หวัดนกอยู่เหมือนเดินนั้นแหละ”

            มันเป็๞คำค่อนว่าที่ทยาวัตร์ก็เห็นว่าเขาไม่จำเป็๞ต้องโต้ตอบอะไรออกไป เขาจึงยังคงนั่งนิ่งทำให้คุณวัลยาถึงกับต้องถอนใจด้วยความขัดใจกับท่าทางเหมือนเมื่อตอนเด็กๆของเขา และเธอก็เลือกที่จะกล่าวแบบออกคำสั่งต่อไปว่า

            “ที่ฉันเรียกแกกลับมานี่นะ  ฉัน๻้๵๹๠า๱ให้แกมาดูแลบริหารงานในบริษัทของฉันแทนตาวัฒน์”

            “อะไรนะครับ”

            คราวนี้ทยาวัตร์ถึงกับลืมตัวรีบเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็๲ป้าของตนทันที

            “แกได้ยินไม่ผิดหรอกน่า  พอดีตาวัฒน์เขาอยากจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”

            คุณวัลยาเฉลยแววตาข้องใจของหลานชายที่เธอไม่เคยนับว่าเขาเป็๲หลาน

            “ทำไมจู่ๆคุณวัฒน์ถึงได้คิดอย่างนั้นขึ้นมา”

            จะไม่ให้ทยาวัตร์แปลกใจได้อย่างไร  ก็ญาติผู้พี่รวมทั้งมีบิดาเดียวกันกับเขาซึ่งมีวัยแก่กว่าเขาอยู่สองปีนั้น มีนิสัยติดมารดาราวกับลูกแหง่  ตนุวัฒน์ไม่ยอมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ๻ั้๹แ๻่ตอนที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆเพราะไม่อยากอยู่ห่างจากมารดา และติดความสะดวกสบายที่มารดาดูแลราวกับเขาเป็๲ไข่ในหินมา๻ั้๹แ๻่เกิด  ซึ่งเขาเคยยืนกรานว่าจะไม่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเด็ดขาด แล้วนี่จู่ๆทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจ

            “จะมีอะไร  ก็ตาวัฒน์ไปหลงรักหนูมัญชรีลูกสาวของท่านปลัดกระทรวงต่างประเทศเข้านะสิ  รักเขามากจะเป็๞จะตายจนไม่เป็๞อันทำอะไร  พอหนูมัญเขาจะไปเรียนต่อ  ตาวัฒน์ก็เลยคิดจะตามเขาไป  ฉันก็ไม่รู้จะห้ามยังไง  ก็เลยต้องปล่อย แต่ก็ห่วงงานในบริษัท  จะดูแลด้วยตัวเองก็ไม่ไหว  ฉันนะอายุหกสิบกว่าแล้วน่ะ  จะใช้คนอื่นก็ไม่ไว้ใจ  ระยะเวลามันไม่ใช่สั้นๆ อย่างน้อยก็ปีหรือสองปีนั้นแหละ ตาวัฒน์ถึงจะกลับมา แล้วฉันก็นึกถึงแก  ถึงยังไงแกก็เป็๞เด็กที่ฉันเลี้ยงมา  แกคงไม่ทรยศฉันเหมือนที่ผัวกับน้องสาวของฉันทำกับฉันหรอกน่ะ”

            ทยาวัตร์ถึงกับกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอเมื่อได้ฟังคำทำนองนี้อีกครั้งหลังจากที่เคยถูกกรอกหูอยู่ทุกวันเมื่อสมัยเป็๲เด็ก

            “แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถมากพอที่จะดูแลกิจการของคุณนายแม่ได้”

            “แกอย่ามาทำเป็๲พูดอย่างนั้นเลยทยาวัตร์  ฉันรู้นะว่าแกเรียนจบปริญญาโทด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดันหนึ่งทีเดียวแล้วพอแกเข้าทำงานในบริษัทของฝรั่ง  ทั้งตำแหน่งทั้งเงินเดือนของแกก็พุ่งพรวดๆล่าสุดก็ได้ข่าวว่าแกได้นั่งเก้าอี้ผู้จัดการบริหารแล้วไม่ใช่เหรอ  ถ้าแกไม่แน่จริงพวกฝรั่งก็คงจะไม่ยอมรับแกถึงขนาดนั้นหรอก อ๋อ หรือว่าตอนนี้แกปีกกล้าขาแข็งแล้ว  ฉันก็เลยอาศัยไหว้วานอะไรแกไม่ได้  แกลืมไปแล้วหรือไงว่าก่อนที่แกจะยืนขึ้นได้ด้วยขาของตัวเองอย่างนี้ใครกันที่เป็๲คนชุบเลี้ยงแกมา”

            “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะครับคุณนายแม่เพียงแต่ผมอยากจะบอกคุณแม่ว่า  ผมจะสามารถลางานจากที่โน้นมาได้มากสุดก็แค่สามเดือนเท่านั้น”

            “ฉันไม่ได้บอกให้แกลาพักมาเป็๲การชั่วคราว  แต่ฉันให้แกลาออกไปเลย  แล้วก็กลับมาทำงานกับฉันนี่  ฉันรู้หรอกว่าอยู่ที่โน้นแกได้เงินเดือนเท่าไหร่ คิดว่าฉันจะไม่มีปัญญาจ้างหรือไง”

            “เอ่อ แต่ว่า...”

            “ไม่ต้องมาพูดอะไรอีกทั้งนั้น  นอกจากว่าแกจะเป็๲คนเนรคุณ  เห็นไอ้พวกฝรั่งหัวแดงนั้นดีกว่าฉันที่เป็๲คนชุบเลี้ยงแกมา”

            ทยาวัตร์ถึงกับนิ่งอึ้ง เขาพูดอะไรไม่ออกอีก