ไม่เพียงแต่การปรุงยาและการกระตุ้นพลังปราณแม้แต่การปลุกอาวุธก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเค้า ผู้เฒ่าหลวนซานคิด พวกหนิง หลงกำลังจะจากไปเค้าเรียกให้คนเดินพาทั้งคู่ออกไปส่ง ขณะที่หนิงหลงเดินมาถึงทางออกเป่ยซานได้วิ่งตามออกมามอบของสิ่งหนึ่งให้กับเค้านั้นคือเข็มกลัดสีทองประดับไปด้วยแกนสัตว์อสูรสีเขียวนางอธิบายว่าสิงนี้คือเครื่องยืนยันว่าท่านคือสมาชิกระดับสูงของหอการค้าและเป็แขกของผู้าุโระดับสูงหลวนซานมันจะทำให้ท่านใช้บริการด้านหอการค้าได้สะดวกขึ้นและถ้าหากท่านใช้เข็มกลัดกรีดเืของท่านเพื่อเปิดใช้งานมันจะทำการสร้างกระเป๋าเก็บของขนาดย่อยขึ้นมาและจะมีเพียงเ้าของเท่านั้นที่จะเปิดใช้งานมันได้ได้ยินดังนั้นเค้าจึงทำตามและพบว่าตรานี้ส่องแสงออกมาก่อนที่เค้าจะสัมพัสได้ว่าในนี้มีพื้นที่ว่างที่เค้าสามารถหยิบจับได้หนิงหลงกล่าวขอบใจนางและเดินจากไป
ขณะเดินมาได้ไม่นานเค้าก็กล่าวกับจ้าวเฟ่ยว่าเห็นที่เราต้องเดินอ้อมเสียหน่อยแล้วเพราะของที่นางให้เรามาไม่ใช่ของที่สถานะเราตอนนี้จะรับโดยไม่ระวังได้เมื่อพ้นที่พักอาศัยพวกเค้าเดินผ่านป่า เสียงผู้คนที่ดังมาจากในเมืองเริ่มเงียบเหลือเพียงแต่เสียงสายลมกระทบพื้นใบไม้พัดปลิวยามค่ำคืนเสียงนกร้องที่มาพร้อมกับเสียงดาบวาดผ่านอากาศก่อนมาหยุดที่คอเค้า “เ้าเป็ใครทำมัยต้องปลอมเป็นายน้อย และนายน้อยตัวจริงอยู่ที่ไหรระวังคำตอบของเ้าด้วยเพราะชีวิตเ้าตอนนี้ขึ้นอยู่กับคำตอบ”เสียงของจ้าวเฟ่ยดังขึ้นพร้อมกับกดดาบลงบนคอ หนิง หลง
เค้าคิดอยู่แล้วว่าเื่นี้ต้องเกิดขึ้นสักวันแต่ที่เค้าทำทุกอย่างภายในหอการค้าอีกเป้าหมายหนึ่งก็เพื่อเร่งให้จ้าวเฟ่ยเกิดความสงสัยในตัวเค้า “ท่านอาชีวิตข้านอกจากแม่ก็มีแค่ท่านที่ยอมรับกระบี่แทนข้า”หนิงหลงกล่าวบัดนี้แรงกดบนดาบเริ่มเบาลงเค้าหันหน้ามามองไปยังจ้าวเฟ่ยก่อนจะพูดต่อไป“ท่านอาจจะลืม แต่ข้าไม่เคยลืมแผ่นไม้ชิ้นนั้นที่เคยมอบให้ท่านข้ายังจำสัญญาได้เสมอหากข้ายิ่งใหญ่เหมือนท่านพ่อ ข้าจะซื้อแผ่นป้ายทองคำและให้ช่างมีฝีมื้อสลักคำว่าหลง ลงไป “ บัดนนี้ดาบที่เคยกำแน่น ที่ไม่เคยหวาดหวันตอนนี้กลายเป็คนที่หมดแรง และไม่อาจจะถือดาบต่อไปได้ เค้าล้วงมื้อไปหยิบแผ่นไม้เก่าๆที่ร้อยด้วยผ้าที่เก่าไม่แพ้ตัวไม้ บนแผ่นไม้มีลอยสลักด้วยลายมื้อที่อ่านยากว่าหลง ครั้งที่หนิงหลงป่วย จ้าวเฟ่ยได้พาหนิงหลงไปหาหมอแต่ไม่มีที่ใดจะยอมรักษาให้ เนื่องจากพวกเค้าไม่มีเงินแม้แต่น้อยเค้าจึงใช้ป้ายเงินที่แสดงถึงฐานะแลกกับการรักษาหนิงหลงป้ายเงินนั้นเป็สิงเดียวที่เ้านายของเค้า คือพ่อของหนิงหลงทิ้งไว้แม้จะมีค่ามากแค่ไหนก็ไม่อาจมากไปกว่าชีวิตของหนิงหลงได้ เมื่อครั้งหนิงหลงหายป่วยเค้าก็ได้ใช้แผ่นไม้แอบแกะสลักเพื่อที่จะเอามาทดแทน และให้สัญญาว่าหากวันใดเค้ายิ่งใหญ่ขึ้นมาเค้าจะให้ช่างแกะสลักเป็ป้ายทองเพื่อนำมาคืนแต่ระหว่างนี้ขอให้เค้าช่วยอยู่ข้างๆและค่อยปกป้องแม่ของเค้าก่อนได้มัยจ้าวเฟ่ยยิ้มและสัญญาว่าหากชีวิตเค้ายังมีลมหายใจจะขอติดตามหนิงหลงไปตลอดชีวิตบัดดนี้เค้ากลับคิดจะทำลายสัญญาที่ให้ไว้ซะเอง“นายน้อย แม้จะเพียงชั่วครู่แต่ข้าคิดที่จะฆ่าท่านความผิดนี้ข้าขอชดใช้ด้วยชีวิต”กล่าวจบจ้าวเฟ่ยหยิบดาบขึ้นมาหมายจะปลิดชีพตนหนิงหลงดีดหินใส่มือของเค้าจนดาบหลุดมือ
“ท่านอาท่านเป็คนรักษาคำพูด ข้าอดทนยอมรับการดูถูกมากมาย เพื่อที่ผู้อื่นจะได้ไม่คิดว่าข้าเป็ภัยจนบัดนี้ข้าอายุครบพอที่จะได้เข้ารับการทดสอบเข้าเป็ศิษย์สำนักใหญ่แต่ท่านจะทิ้งภาระที่ให้สัญญากับข้าด้วยการที่จะจากข้าไปยังงันหรือ “ หนิงหลง กล่าว จ้าวเฟ่ยได้สติและสัญญาว่าเค้าจะเชื่อฟังหนิงหลง ไปจนตาย
“ตอนนี้ท่านไปรวบรวมคนของเราที่แยกย้ายไปทำงานกลับมาก่อนเื่นี้ถือเป็เื่สำคัญ หากข้าจะเปิดเผยถึงพลังที่แท้จริงของข้าข้าเชื่อว่าเ้าเมืองและตระกูลต่างๆภายในเมืองต้องไม่อยู่เชยแน่ข้า้ากำลังคนให้มากที่สุด ตอนนี้ข้า้าให้ 13 ดาบกลับมาและข้าจะทำให้ไม่มีใครกล้าดูถูกพวกเราอีก เวลามีไม่มากอยากให้ท่านรีปจัดการ” หนิงหลงกล่าว
หนิงหลงกลับถึงบ้านในเวลาไม่นานเค้าไม่คิดว่าจะเสียเวลานานขนาดนี้แม้ทุกอย่างเค้าจะคิดวิธีแก้ปัญหาเอาไวบ้างแล้วแต่สิ่งที่ได้มาโดยไม่คาดคิดมันเกือบทำให้เค้ายอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อที่จะกลับมายังที่พักในขณะที่เค้ากำลังรักษาให้กับเป่ยซานและช่วยนางเดินพลังเค้ากลับพบว่าตัวเองถูกดึงเข้าไปยังหอแห่งตำราแม้จะเพียงชั่วครูแต่เค้ายังจำหน้าปกเล่มนั้นที่ลอยลงมาได้นั้นคือวิชาท่าร่างพายุเหมันต์แต่ตอนนั้นเค้ามิอาจจะทิ้งสมาธิออกจากการรักษาได้ และเมื่อเค้าทดลองช่วยเ้าเฟ่ยเดินลมปราณเค้ากลับไม่พบว่าตัวเองจะถูกดึงเข้าไปยังหอตำราสิ่งที่แตกต่างมีเพียงอย่างเดียวคือเค้าได้ถ่ายเืและลมปราณเข้าไปในตัวเป่ยซานก่อนที่จะดึงออกมาและวิเคราะห์แยกพลังปราณที่เสียออก สิ่งนี้อาจทำให้เค้าสามารถเข้าถึงตำรายุทธได้
หนิงหลงนั้งขัดสมาธิ และพยายามนึกถึงความรู้สึกตอนที่พบกับวิชาท่าร่างพายุเหมันต์ แต่รู้สึกถึงได้แต่ความว่างเปล่าเวลาผ่านไป จากหูที่ยินเสียงนกร้อง ใบไม้สันไหว ทุกอย่างเริ่มเกิดความว่างป่าวภาพต่างๆค่อยๆหายไป ความเย็นจนขั้วหัวใจหนาวสั่นเมื่อเค้าลืมตาขึ้นมาแม้จะเป็หอตำราที่เค้าคุ้นเคยแต่ตัวเค้ากลับถูกห้อมล้อมไปด้วยพายุหิมะ ต้นเหตุน่าจะมาจากตำราที่ลอยอยู่ตรงหน้าเค้ารวบรวมสมาธิเพื่อที่จะดูดกลืนตำรา แต่ครั้งนี้กลับไม่ง่ายดายเหมือนที่ผ่านมา ครั้งนี้หนิงหลงต้องเจอกับลมหนาวเย็นสุดขัวและเมื่อทำการดูดกลืนพายุหิมะก็ซัดกระหนำใส่เค้าจนตามร่างกายเกิดเป็าแแต่แผลเพียงเท่านี้ไม่อาจหยุดเค้าได้“ชีวิตข้าเคยเฝ้ามองมันมาทั้งชีวิตไม่อาจทำอะไรได้ บัดนี้ข้ามีโอกาสไขว่คว้ามันต่อให้ยากเพียงใดข้าก็ไม่อาจย้อมแพ้ เข้ามาเลยขอพร้อมที่จะให้เ้าทดสอบ” หนิงหลงะโออกมาหมายลดความเ็ปตามร่างกายและเร่งการดูดกลืนขึ้นพายุก่อตัวรุนแรงกว่าเดิมจากสายลมที่แหลมคมกลายเป็ศรน้ำแข็งนับไม่ถ้วนพุงตรงใส่เค้าหนิงหลงร้องออกมาด้วยความเ็ปแต่ก็ไม่แม้แต่จะลดการดูดกลืนลงแม้เ็ปจนแทบสลบแต่สายตาของเค้ากลับมีแต่ความมุ่งมันที่มากขึ้นพายุที่มากขึ้นความเ็ปที่มากขึ้นการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีทีว่าจะหยุด ในที่สุดเคล็ดวิชาก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเค้าที่เต็มไปด้วยเืไม่รู้เลยว่าเค้าจะตายก่อนรึจะดูดกลืนได้สำเร็จก่อนกันกันแน่