บทที่ 40 ข่าวลือ
"เถาเถาเรื่องที่ลูกไปสอบคัดเลือกเข้าทำงานนั่น ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปากโป้งเอาไปพูดต่อ พวกนั้นมันชอบอิจฉาคนอื่นที่ได้ดีกว่าตัวเองน่ะ
ลูกอย่าไปฟังพวกเขานะลูกแค่ไปลองสอบเล่น ๆ เอง จะให้เทียบกับคนที่ตั้งใจไปสอบจริง ๆ น่ะ มันไม่ได้อยู่แล้ว สอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ ถึงสอบไม่ได้เถาเถาของแม่ก็ยังเป็นเชฟฝีมือดีของร้านอาหารของรัฐ เอาให้พวกนั้นอิจฉาจนอกแตกตายไปเลย!"
เมื่อสวีเถาเถากลับมาถึงบ้าน จ้าวซิ่วหลานก็มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
สวีเถาเถาส่งผักที่ซื้อกลับมากับให้สวีลี่ลี่เธอยังตกอยู่ในความงุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่
"มีคนไปสอบคัดเลือกเข้าทำงานตั้งเยอะแยะไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวสักหน่อย เห็นก็เห็นไปสิ ไม่เห็นจะเป็นไร"
จ้าวซิ่วหลานอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ
พี่ชายคนที่สองของสวีก็สีหน้าไม่ดีเช่นกัน
"น้องเล็ก เธอไม่เข้าใจหรอก ไม่รู้ว่าพวกนั้นไปได้ยินมาจากไหนว่าเธอคุยไปโวไว้ว่าจะต้องสอบได้แน่ ๆ ถ้าสุดท้ายเธอสอบไม่ได้ พวกเขาก็ต้องหาว่าเธอโม้แล้วก็จะต้องหัวเราะเยาะเธอแน่!"
"ถ้าเป็นแบบนั้น ชื่อเสียงของน้องเล็กต้องเสียหายแน่ ๆ สำหรับผู้หญิงแล้วชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าชื่อเสียงเสียหาย ต่อไปถ้าอยากได้ครอบครัว สามีดี ๆ ก็คงยาก"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีเถาเถาจึงเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวกังวลใจ
ที่แท้ก็มีคนแอบปล่อยข่าวลือว่าเธอจะต้องสอบติดอย่างแน่นอน
มันก็เหมือนกับการตั้งธงไว้ล่วงหน้า ถ้าเธอสอบไม่ติด นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการตบหน้าเธออย่างแรง
ไม่มีความสามารถแต่กลับกล้าคุยโวโอ้อวดเมื่อถึงเวลานั้นคนนอกก็ต้องหัวเราะเยาะเธอและครอบครัวสวีเป็นแน่
แผนการที่ร้ายกาจที่ได้ผลชะงัดแบบนี้ เธอไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนคิด แต่ก็แอบคิดไว้แล้วแหละว่าต้องเป็นคนที่ไม่ถูกกับเธอหรือไม่ก็เป็นคนที่มีความแค้นกับเธอแน่นอน
ตระกูลหวังที่เธอเกือบจะลืมไปแล้วงั้นเหรอ?
ไม่น่าใช่หรอกมั้ง สวีเถาเถาส่ายหน้า พวกตระกูลหวังจอมขี้ขลาดโดนเธอเล่นงานจนกลัวไปหมดแล้ว คงไม่กล้ามายุ่งกับเธออีก
หรือว่าจะเป็นครอบครัวลุงใหญ่?
สวีเถาเถาส่ายหน้าอีกครั้งคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เหมือนกัน
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวสวีเถาเถานึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกคนหนึ่ง
แต่ตอนนี้เธอยังไม่มีหลักฐาน เธอจึงพูดปลอบใจครอบครัวไปก่อน
"ผลสอบคัดเลือกยังไม่ออกเลย ใครบอกว่าฉันจะสอบไม่ผ่านล่ะและถึงฉันจะสอบไม่ผ่านขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็จะต้องหาตัวคนปล่อยข่าวนี้ให้เจอ แต่ฉันไม่รีบหรอกรอให้ผลสอบออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากันก็ได้"
ครอบครัวสวีก็ดูเหมือนว่าจะเห็นด้วยรอให้ผลสอบออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ลูกสาวคนเล็กของพวกเขาเก่งขนาดนั้น บางทีอาจจะสอบผ่านก็ได้
"ใช่แล้ว! ลูกสาวของฉันฉลาดขนาดนั้น ถ้าอยากสอบก็คงสอบผ่านได้สบาย ๆ อยู่แล้ว!"
"ใช่ไหมล่ะ!"
แม้ว่าปกติแล้วพี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองจะชื่นชมน้องสาวคนเล็กอยู่เสมอก็ตาม แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าผลการเรียนของน้องสาวคนเล็กเป็นยังไง แตกต่างจากพ่อแม่และลี่ลี่ที่มั่นใจในตัวของเถาเถามาก
พี่ชายทั้งสองมองหน้ากันเมื่อเห็นพ่อแม่และน้องสาวคนโตดูมีความสุข แล้วสลับไปมองน้องสาวคนเล็กที่มีท่าทีเฉยเมย
แอบหนักใจอยู่เหมือนกัน
ถึงจะหนักใจแค่ไหนก็ต้องกินข้าว วันนี้เถาเถาเอาเนื้อหมูตุ๋นและต้มหัวปลาใส่วุ้นเส้นมาฝากที่บ้าน ซึ่งเป็นอาหารจานเด็ดทั้งสองอย่าง
แม้ว่าช่วงนี้ครอบครัวตระกูลสวีจะได้กินอาหารฝีมือเถาเถาบ่อย ๆ แต่พอทั้งสองจานนี้ถูกยกขึ้นมาวางไว้โต๊ะ ทุกคนก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
"การได้ทำงานที่ร้านอาหารของรัฐนี่ดีจริง ๆ น้องเล็ก ฉันเองก็อยากไปทำงานที่ร้านอาหารของรัฐบ้างจัง!"
ลี่ลี่พูดพลางตักข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว มองอาหารที่สวีเถาเถาเอามาจากร้านอาหารของรัฐด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
ไม่ต้องพูดถึงหมูตุ๋นเลย อร่อยจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป ส่วนต้มหัวปลาใส่วุ้นเส้นทั้งเผ็ดทั้งอร่อยวุ้นเส้นถูกคีบกินจนหมดเกลี้ยง เนื้อปลาก็ยังนุ่มมาก สุดท้ายก้างหัวปลาก็ถูกสวีต้ากวงดูดกินพร้อมเหล้าจนหมดเกลี้ยง
มื้อนี้กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญเลย
ตอนเช้าระหว่างไปทำงาน สวีเถาเถาได้เจอกับฉินเหม่ยฟางภรรยาของนักบัญชีเฉิน
"เถาเถา ข่าวลือข้างนอกนั่นน่ะ มีคนคิดร้ายกับเธอใช่ไหม?"
ฉินเหม่ยฟางกระซิบกระซาบกับสวีเถาเถาด้วยความเป็นห่วง "เรื่องแบบนี้ไม่มีใครโง่มาพูดกันตรง ๆ หรอก ฉันว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ร้ายกาจมากเลยนะ นี่เป็นการทำลายชื่อเสียงของเธอในย่านบ้านพักคนงานชัด ๆ เลยนะ! เถาเถา เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้นะ!"
หลังจากที่ทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกันมากขึ้นเพราะเรื่องเครื่องในหมูตุ๋นฉินเหม่ยฟางก็มักจะแวะมาคุยกับจ้าวซิ่วหลานอยู่บ่อย ๆ บอกได้เลยว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวดีมาก
สวีเถาเถารู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยของฉินเหม่ยฟางเป็นอย่างมาก
"ป้าฉินไม่ต้องห่วงนะคะ ใครก็ตามที่แอบปล่อยข่าวลือจนทำให้ฉันต้องเสียหาย ฉันจะหาตัวเธอให้เจออย่างแน่นอน คนที่คิดแผนแบบนี้ออก จิตใจของเขาคงบิดเบี้ยวมากแน่ ๆ ฉันไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรอกค่ะ"
ฉินเหม่ยฟางแสดงความเห็นอกเห็นใจ "ใช่แล้ว! ต้องไม่ปล่อยให้คนแบบนี้ลอยนวลไปเด็ดขาด!"
"ป้าฉิน งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ หนูต้องไปทำงานแล้ว"
"อ๋อ งั้นเดินทางดี ๆ นะ"
เมื่อสวีเถาเถาเดินจากไป ฉินเหม่ยฟางก็หันไปชนเข้ากับคนคนหนึ่งพอดี
เธอกุมหน้าอกพลางพูดว่า "ซ่งต้าเหมย คิดจะฆ่าฉันหรือไง เดินไม่ดูตาม้าตาเรือฉันตกใจหมด!"
คนที่ชนฉินเหม่ยฟางคือภรรยาของตระกูลเหอที่อาศัยอยู่ที่บ้านอีกฝั่งหนึ่งของบ้านสวีเถาเถา เธอคือซ่งต้าเหมย ภรรยาของลุงเหอ
ซ่งต้าเหมยอุ้มกะละมังเหมือนกำลังจะไปซักผ้า เธอมองฉินเหม่ยฟางด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"โถขวัญอ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ เมื่อกี้ฉันยังเห็นเธอคุยกับลูกสาวครอบครัวสวีอย่างสนุกสนานอยู่เลยทำไมล่ะไม่รังเกียจสาวน้อยขี้เหร่คนนั้นแล้วเหรอ อยากได้เป็นลูกสะใภ้งั้นสิ?"
ฉินเหม่ยฟางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดจาเลอะเทอะขนาดนี้ จึงทำแค่แค่นเสียงหึใส่อีกฝ่ายไปอย่างเย็นชา
"ปากไม่มีหูรูดเลยนะ! จะมาพูดเรื่องชื่อเสียงของลูกสาวคนอื่นตามใจชอบได้ยังไงกัน! ฉันว่าเธอต้องโดนสั่งสอนบ้างแล้วละ ลองไปพูดเหลวไหลต่อหน้าซิ่วหลานดูสิ!"
ซ่งต้าเหมยมองคนที่เดินจากไปแล้วถ่มน้ำลายลงพื้น
"คงประจบสอพลอจนชินสินะ! แล้วยังจะมาทำการแสดงต่อหน้าฉันอีก!"
"แม่ ทำไมแม่ถึงต้องไปทะเลาะกับป้าเหม่ยฟางด้วยล่ะ"
เหอเฉียวอวี้เห็นแม่ของเธอถ่มน้ำลายใส่ฉินเหม่ยฟางทันทีที่เดินออกมา จึงถามด้วยความไม่พอใจ
ซ่งต้าเหมยมองลูกสาวที่แสนดีของเธอแล้วก็รู้สึกโมโห จึงใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากลูกสาวอย่างแรง
"ลูกก็เข้าข้างมันอีกแล้ว! ยังไม่ทันไรก็ผลักไสกันแล้วเหรอ! แม่บอกให้เขียนจดหมายถึงเฉินปิงให้กลับมาเยี่ยมบ้านแล้วจะได้หมั้นหมายกัน เฉินปิงว่ายังไงบ้าง?"
ใบหน้ากลม ๆ ของเหอเฉียวอวี้พลันแดงระเรื่อขึ้นมา
"แม่ เฉินปิงบอกว่าจะทำตามที่หนูว่าทุกอย่าง เขาจะกลับมาตอนปีใหม่"
เฉินปิงเป็นลูกชายคนโตของฉินเหม่ยฟางทั้งสองคบหากันแบบลับ ๆ มาสองปีแล้ว
เพียงเพราะฉินเหม่ยฟางไม่ชอบซ่งต้าเหมย จึงพลอยไม่ชอบเหอเฉียวอวี้ไปด้วย เฉินปิงจึงไม่กล้าเปิดเผยเรื่องของเขากับเหอเฉียวอวี้ต่อหน้าพ่อแม่
ตอนแรกซ่งต้าเหมยก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกสาวของเธอสามารถควบคุมเฉินปิงได้อย่างอยู่หมัด แต่เมื่อไม่นานมานี้ เธอสังเกตเห็นว่าฉินเหม่ยฟางกับลูกสาวตระกูลสวีเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
สัญชาตญาณของเธอมันบอกได้ในทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงสั่งให้ลูกสาวเขียนจดหมายไปหา
โชคดีที่เฉินปิงเป็นคนมีความรับผิดชอบ ซ่งต้าเหมยพอใจมาก จึงแนะนำลูกสาวว่า "เฉินปิงเองก็เป็นคนดีลูกต้องรักษาเขาไว้ให้ดีนะ ไม่ต้องไปกลัวแม่ของเขาหรอก"
ลูกสาวของเธอเป็นคนซื่อ ๆ ส่วนลูกสาวตระกูลสวีตอนนี้ยิ่งโตยิ่งสวย หน้าที่งานการก็ดี ไม่แน่ว่าไอ้หนูเฉินปิงอาจจะฟังคำแม่ของเขาก็ได้ จะไม่ให้ซ่งต้าเหมยจะระแวงได้ยังไง
เหอเฉียวอวี้หน้าแดงยิ่งขึ้น ดึงแขนซ่งต้าเหมยพลางออดอ้อน "แม่คะ!"
"ฮัดเช้ย!"
เพิ่งจะก้าวข้ามประตูเพื่อมาในร้านอาหารของรัฐ สวีเถาเถาก็จามเสียงดัง
"แม่ครัวสวีอากาศช่วงนี้เย็นลงนะ คุณต้องรักษาสุขภาพหน่อยแล้ว" พี่ก่วงซุ่นพูดพลางแบกกระสอบแป้งเข้ามา
"ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ" สวีเถาเถามองไปที่กระสอบแป้งบนพื้นแล้วถาม "แผนกจัดซื้อส่งมาวันนี้เหรอคะ มีกี่กระสอบล่ะ?"
พี่ก่วงซุ่นหัวเราะ "จะมีกี่กระสอบล่ะ ก็มีแค่กระสอบเดียวนี่แหละ พอแป้งมาถึง สำนักงานใหญ่ก็เอาไปหมดเลย ยังดีที่ผู้อำนวยการเก๋อยังพอเห็นแก่หน้าคุณบ้าง ถึงได้แบ่งมาให้ร้านเราสองกระสอบ!"