ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 108 ฝีมือการแพทย์ที่น่าทึ่งของต่งเสี่ยวเสี่ยว

            พูดจบเขาก็รีบตามพยาบาลอีกคนไปยังห้องผ่าตัด

            หัวหน้าพยาบาลกวาดสายตามองต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งแต่หัวจรดเท้าแม้จะรู้สึกอคติอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ชีวิตคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นแถมหมอเผยก็พูดมาขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องลองดูสักตั้ง

            "คุณต่ง เชิญทางนี้ค่ะ!"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองหัวหน้าพยาบาลเธอไม่ได้พูดอะไรมาก รีบเปลี่ยนชุด ฆ่าเชื้อโรคทุกขั้นตอนก่อนจะเข้าไปในห้องผ่าตัด

            มีพยาบาลหลายคนรออยู่ในห้องผ่าตัดแล้วหัวหน้าพยาบาลลงมือช่วยเหลือต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยตัวเอง

            พอต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นคนที่อยู่บนเตียงผ่าตัดก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าการพบกันครั้งที่สองของพวกเขาจะเกิดขึ้นด้วยวิธีนี้

            คนคนนี้คือ เสิ่นเหล่าลิ่วที่มาซื้อหม่าล่าทั่งเมื่อวาน

            ตอนนี้เสิ่นเหล่าลิ่วหายใจรวยรินสีหน้าดูเลื่อนลอย เขามองไปที่หมอผ่าตัด ไม่รู้ว่าเพราะใกล้ตายหรือเปล่าถึงได้เริ่มเห็นภาพหลอนเห็นหญิงสาวที่เมื่อวานยังตั้งร้านขายหม่าล่าทั่งอยู่หน้าประตู

            ฤทธิ์ยาชาค่อยๆ ออกฤทธิ์เสิ่นเหล่าลิ่วก็ค่อยๆ หมดสติไป

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรวบรวมสติและเริ่มทำการผ่าตัด

            "คีม"

            "มีดผ่าตัด"

            "สำลี"

            ในห้องผ่าตัดมีเพียงเสียงที่นิ่งสงบของต่งเสี่ยวเสี่ยว และเสียง 'ติ๊ดๆ' ของเครื่องมือแพทย์เท่านั้น

            หัวหน้าพยาบาลที่คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆถึงกับตะลึงกับฝีมือของต่งเสี่ยวเสี่ยว

            ดูท่าคงเป็นเธอเองที่คิดตื้นไปไม่คิดว่าคุณต่งที่อายุน้อย จะมีฝีมือทางแพทย์ที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้

            ครั้งที่แล้วตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาลหัวหน้าพยาบาลกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นอยู่ เลยไม่ได้เจอหน้าต่งเสี่ยวเสี่ยว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวผ่าตัดได้อย่างคล่องแคล่วเด็ดขาด ชำนาญ และไม่พลาดแม้แต่นิดเดียว ฝีมือระดับนี้ ใครเห็นก็ต้องตกตะลึง

            คนที่ตกใจไม่ได้มีแค่หัวหน้าพยาบาล แต่ยังมีเซี่ยจวินหวา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ยืนดูอยู่หลังกระจกอีกบาน

            เนื่องจากจำนวนคนไม่พอแถมเขายังได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยอาการวิกฤตอีกรายที่ไม่มีใครดูแลเซี่ยจวินหวาจึงรีบมาดู พอฆ่าเชื้อโรคต่างๆ เสร็จแล้วก็ได้รับแจ้งว่ามีคนดูแลผู้ป่วยแล้ว เป็นเด็กสาวที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

            เซี่ยจวินหวาจ้องมองต่งเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังผ่าตัดอยู่ในห้องผ่าตัดด้วยความตกตะลึงเธอผ่าตัดได้อย่างคล่องแคล่ว การเคลื่อนไหวราบรื่น และใจเย็นเป็นอย่างมาก

            ต่อให้เป็นเขาแล้วต้องทำการผ่าตัดขนาดใหญ่แบบนี้ ก็คงจะไม่สามารถใจเย็นได้ขนาดนี้หรอก

            แถมการนำเศษชิ้นส่วนออกจากอวัยวะภายในผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าโอกาสสำเร็จมีสูงมาก

            เวลาผ่านไปช้าๆโดยไม่รู้ตัวก็ผ่านมาห้าชั่วโมงแล้ว

            ในที่สุด ตอนหกโมงครึ่งต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จบการผ่าตัดที่ยาวนานถึงห้าชั่วโมงได้เสียที

            หลังจากส่งคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้นเธอก็ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า และหายใจหอบอย่างหนัก

            ไม่ได้ทำการผ่าตัดขนาดใหญ่แบบนี้นานเกินไปร่างกายนี้รับไม่ไหวจริงๆ 

            "คุณต่ง คุณโอเคไหมคะ?"

            หัวหน้าพยาบาลเป็นห่วงต่งเสี่ยวเสี่ยวเล็กน้อยสายตาที่มองมาไม่ได้เต็มไปด้วยความสงสัยเหมือนเมื่อก่อนแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความชื่นชม เธอค่อยๆ พยุงต่งเสี่ยวเสี่ยวขึ้นจากพื้นและพาไปนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า และยิ้มออกมา"ฉันยังไหว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"

            "หิวแล้วใช่ไหมคะเดี๋ยวฉันให้คนไปเอาข้าวจากโรงอาหารมาให้ กินอะไรหน่อยจะได้มีแรง" หัวหน้าพยาบาลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าตอนนี้เธอหมดแรงแล้ว คงต้องพักสักหน่อย

            เผยเห่อรู้ว่าผู้ป่วยถูกส่งไปที่ห้องพักฟื้นแล้วก็รีบมาทันที เขาเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดนั่งพักอยู่

            "คุณต่ง!"

            ตอนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไรแล้วเธอทำได้แค่ยิ้มให้เผยเห่อเพื่อทักทาย

            คนที่มากับเผยเห่อด้วยคือ เซี่ยจวินหวา

            "ท่านนี้คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลครับ"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดทักทาย"สวัสดีค่ะคุณผู้อำนวยการ"

            "สวัสดีครับ สวัสดีครับ!"

            เซี่ยจวินฮวายิ้มบางๆแล้วนั่งลงข้างต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างเป็นกันเอง ไม่พูดอะไร ไม่รังเกียจไม่เร่งรัดอะไร แค่นั่งอยู่เงียบๆ แบบนั้น จนกระทั่งเห็นสีหน้าเธอดีขึ้นเขาถึงจะเริ่มพูดขึ้นมา

            "ไม่ทราบว่าคุณหมอสนใจที่จะมาทำงานที่โรงพยาบาลไหมครับ?"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า"ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ"

            พอได้ยินแบบนั้นเซี่ยจวินหวาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย "น่าเสียดายจริงๆคุณต่งที่มีพรสวรรค์ทางการแพทย์ขนาดนี้ กลับไม่มีที่ให้ได้แสดงฝีมือคงจะทำให้ความสามารถถูกฝังกลบไปบ้าง"

            พูดตามตรงหากต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ทำงานในโรงพยาบาลนี้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยจากการผ่าตัดของโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

            ฝีมือการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้แม้แต่เขาที่เป็นผู้อำนวยการก็ยังรู้สึกละอายใจ

            เผยเห่อพูดเสริม"ก่อนหน้านี้ผมก็เคยถามคำถามเดียวกันกับคุณต่งมาแล้วครับแต่โชคดีที่วันนี้ได้เจอกับคุณต่ง ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง!"

            คำถามที่ต้องเลือกระหว่างสองสิ่งที่มีความสำคัญเท่ากัน

            ผู้ป่วยที่เขาดูแลแม้ว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่การผ่าตัดง่ายกว่าของต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่สองชั่วโมงเขาก็ออกมาแล้ว

            สามชั่วโมงที่เหลือเขาคอยอยู่กับเซี่ยจวินหวา สังเกตความสามารถในการผ่าตัดที่ยอดเยี่ยมของคนตรงหน้าถึงกับทำให้เขาตกตะลึง

            ครั้งที่แล้วเขาคิดไปเองว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นแมวตาบอดเจอเนื้อ[1]แต่สิ่งที่เห็นด้วยตาในวันนี้ เขานับถือเธอจากใจจริง

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้วเธอจึงพูดว่า "ฉันขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"

            ทั้งตัวมีแต่กลิ่นคาวเลือดแถมชุดยังรัดจนอึดอัด เธอหายใจไม่ออก

            "ครับ" เซี่ยจวินหวายิ้มแย้มตอบ

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าชุดเดิมพอออกมาก็เจอหัวหน้าพยาบาล เธอถือกล่องข้าวมาหลายกล่อง

            "คุณต่งคะวันนี้โรงพยาบาลทำปลาผัดซอส แล้วก็หมูเปรี้ยวหวาน ฉันไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไรเลยเอามาให้หมดเลย"

            พูดจบ เธอก็ยิ้มก่อนจะส่งกล่องข้าวให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับมา ตอนนี้เธอกำลังหิวต้องเติมพลังสักหน่อย เธอไม่อยากจะเลือกอะไรมาก แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆถือกล่องข้าว กินอย่างเอร็ดอร่อย

            แม้จะกินเร็วแต่ทุกท่าทางกลับไม่หยาบคายเลยแม้แต่น้อย

            แต่สายตาสามคู่จ้องมาที่เธอทำให้รู้สึกอึดอัด ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลืนปลาผัดซอสลงไป แล้วพูดอย่างแห้งๆ ว่า"พวกคุณจะกินอะไรหน่อยไหมคะ?"

            เซี่ยจวินหวานั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาอ่อนโยนจ้องมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสายตาเป็นประกาย แล้วยิ้มตอบ"ผมกับหมอเผยทานแล้วครับ"

            หัวหน้าพยาบาลก็เสริม"เมื่อกี้ฉันก็ทานที่โรงอาหารแล้วค่ะ!"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยว“…”

            เธอแค่อยากจะเตือนว่าอย่าจ้องเธอขนาดนี้มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

            แต่ในตอนนี้ สำหรับเซี่ยจวินหวาแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่า ก็เลยอดจะเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดไม่ได้

            พอเห็นว่าพวกเขายังคงแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ปล่อยเลยเลยตามเลย เธอกินข้าวต่อไป ตราบใดที่เธอไม่อึดอัดคนที่อึดอัดก็คือคนอื่น

            ต้องบอกว่าอาหารของโรงพยาบาลอร่อยจริงๆครั้งที่แล้วทำไมเธอถึงไม่รู้สึกว่าอาหารของโรงอาหารโรงพยาบาลดีขนาดนี้กันนะ?

            พอต่งเสี่ยวเสี่ยวกินอิ่มเซี่ยจวินหวาก็ยื่นซองแดงหนาๆ มาให้ เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะพูดขึ้นมา

            เชิงอรรถ

             [1] แมวตาบอดเจอเนื้อ หมายถึงคนที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีทักษะเลยแต่บังเอิญโชคดีทำอะไรสำเร็จขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน