“จะบังเอิญอะไรอย่างนี้ ฉันกำลังจะซื้อตั๋วเครื่องบินสองใบ แต่ดันมาสะดุดที่ในบัญชีไม่มีเงินเหลือ เธอก็โอนมาให้พอดี” จางฮ่าน พูดไปหัวเราะไป
“อ่อ.....อื้อ” จางลี่ถามอย่างสงสัย “ซื้อตั๋วเครื่องบิน? พี่ หรือว่าพี่...”
“ถูกแล้ว ฉันจะไปที่อื่น” จางฮ่านบอก
“ในที่สุดพี่ก็ยอมออกจากเมืองหลวงแล้ว?” จางลี่ น้ำเสียงสั่นเครือ แฝงไปด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว ตามที่เธอพูดนั่นแหละ ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปคงหาเบาะแสอะไรไม่ได้ รอฉันมีความสามารถ เื่ทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง” จางฮ่าน พูดพลางหัวเราะ
“พี่คิดได้ก็ดีแล้ว” จางลี่ ถาม “พี่คิดจะไปที่ไหน?”
“เซียงเจียง” จางฮ่านตอบ “เธอจัดการเื่ทางนั้นให้เรียบร้อย แล้วค่อยมาอยู่ด้วยกันกับฉันที่ เซียงเจียง "
“ฉันก็อยู่ที่ เซียงเจียง นี่แหละ” จางลี่บอกกับเขา
“เหรอ พรุ่งนี้ฉันไปเที่ยวบินรอบหกโมงเย็น สามทุ่มก็ถึงสนามบิน พอเวลานั้นเธอมารับฉันแล้วกัน” จางฮ่าน บอก
จางลี่ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบ “ตกลง แต่เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้พี่บอกจองตั๋วเครื่องบินสองใบ พี่มากับใคร?”
“ไปกับลูกสาว”
โพล้งเพล้ง โครม
เสียงโทรศัพท์ตกพื้น จางลี่ อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ “พี่ว่าอะไรนะ? ลูกสาวพี่?”
“ใช่แล้ว ลูกสาวฉัน หลานของเธอ” จางฮ่านยิ้มพลางส่ายหัว
“จะเป็ไปได้ไง? ทำไมฉันไม่รู้เื่อะไรเลย? เื่จริงหรือโกหก? พี่ไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ย?” จางลี่ ยิงคำถามเป็ชุด
“จริงแท้แน่นอน ขนาดตัวฉันเองยังใเลย” จางฮ่าน ตอบ
“์ นี่...ฉันเป็อาแล้วเหรอ?” จางลี่ สับสน
“พรุ่งนี้เจอกันเธอก็รู้เองแหละ”
“ไม่ได้ ฉันจะดูให้เห็นเดี๋ยวนี้ ฉันจะวิดีโอคอลไปเดี๋ยวนี้แหละ” จางลี่ พูดเสร็จก็ตัดสายโทรศัพท์
แล้ววิดีโอคอลผ่านมาทางวีแชท
หลังต่อสัญญาณ เมื่อ จางลี่ เห็นการแต่งตัวสะอาดสะอ้านในแบบคุณชายของ จางฮ่าน น้ำตาก็เริ่มไหลออกจากตาทั้งสองข้าง
“พอแล้ว โตขนาดนี้แล้ว ยังจะร้องเป็เด็กๆ ” จางฮ่าน ปลอบ
“จะโตยังไงก็ยังเป็น้องสาวของพี่ไม่ใช่หรือยังไง ฉันดีใจที่เห็นพี่ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง” จางลี่ปาดน้ำตา สงบสติอารมณ์แล้วพูดต่อ “ไหนหลานสาวฉัน? ให้ฉันเห็นเขาหน่อย”
จางฮ่าน หยิบโทรศัพท์เดินตรงไปที่เตียง หันกล้องไปด้านสาวน้อยที่ยังคงหลับสนิท
“เป็เด็กที่ทั้งสวย ทั้งน่ารัก” จางลี่ พูดอย่างอ่อนโยน “พี่ แล้วพี่สะใภ้คือใครล่ะ? ถึงได้มีลูกสาวออกมาสวยได้ขนาดนี้ เธอต้องสวยมากเลยใช่มั้ย?”
“เอ่อ...” จางฮ่าน กลัวจะทำให้ เิเิ ตื่น จึงพูดเบาๆ “ไว้เจอกันแล้วจะเล่าให้ฟังนะ”
ราวกับเธอได้ยินเสียงนั้น สาวน้อยบิดตัว เตะผ้าห่มหลุดออกจากตัว โผล่ให้เห็นขาเล็กๆ เธอยังคงใส่ผ้าอ้อมนอน
จางฮ่านค่อยๆ ห่มผ้าให้เธออีกครั้ง เดินออกมาอีกทางด้านหนึ่งคุยกับจางลี่อยู่เกือบชั่วโมงถึงจะตัดสายไป
กลับมาที่เตียง จางฮ่าน ถอดเสื้อวางไว้อีกทางด้าน มองดูเ้าหญิงตัวน้อยๆ แล้วผล็อยหลับไป นี่เป็คืนที่เขาหลับเต็มตาที่สุด
วันถัดมาฟ้าเพิ่งเริ่มสาง จางฮ่าน ถูกปลุกด้วยเสียงร้องไห้
ฮือออ ๆ ~
เขาใจนพูดไม่เป็คำ รีบลืมตาดู เห็นเด็กสาวกำลังร้องไห้อยู่ข้างๆ
“เป็อะไรไป ไม่ร้องนะไม่ร้อง มาให้พ่ออุ้มมา” จางฮ่าน รีบอุ้มเด็กสาวขึ้นมา
“ฮือๆ ๆ ...Dad..dy มีสัตว์ประหลาดไล่ตามหนูมา หนูกลัว” เิเิ น้ำตานองหน้า
จางฮ่าน พอได้ฟังก็เข้าใจ แล้วพูดเบาๆ “เิเิ แค่ความฝันน่ะลูก ลูกฝัน”
“ฮือๆ ....กลัว...”
จางฮ่านปลอบอยู่นาน ไม่เห็นว่าดีขึ้น อยู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ คว้าเอามือขวาของเด็กสาวมากุมเอาไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ!
“เิเิ ไม่กลัว สัตว์ประหลาดนั้นมันทั้งโง่ทั้งหน้าตาน่าเกลียด หนูคอยดูพ่อจะจัดการมัน ฮึ่ย ดูหมัดนี้ดีๆ นะ โป้ง พ่อต่อยมันซะจมูกบี้เลย เห็นนิ้วคู่นี้มั้ย ฮ่า จิ้มตามันทะลุ ดูฝ่ามือนี่ให้ดีนะ พั๊วะ โดนไปถึงกับสิ้นสติเลยทีเดียว!”
พอเห็นว่าเด็กหญิงหยุดร้องไห้ด้วยท่าทางพิลึกของเขา จางฮ่าน ค่อยโล่งใจขึ้นมา “เห็นมั้ย สัตว์ประหลาดถูกพ่อจัดการไปแล้ว”
“ว้าว~ Daddy เก่งจังเลย” เิเิ น้ำตายังคลอ แต่เธอหยุดร้องไห้แล้ว พูดด้วยท่าทางชื่นชม
“ของมันแน่อยู่แล้ว พ่อของหนูเก่งที่สุดอยู่แล้ว” จางฮ่าน ยกหางตัวเอง
“Daddy หิว อยากกินนม”
“พ่อจะไปชงนมให้เดี๋ยวนี้แหละ” จางฮ่าน ลุกขึ้นไปชงนมให้เด็กหญิง
พอชงเสร็จรู้สึกว่ากลิ่นนมนั้นแทบไม่มี จางฮ่าน มองดูนมในขวด แล้วพูดเล่นๆ ว่า “เิเิ รอให้อะไรๆ ลงตัวกว่านี้ พ่อจะหาวัวนมมาเลี้ยงสักตัว หนูจะได้มีนมสดๆ ให้ได้ดื่มทุกวันเลย”
จางฮ่านพูดจบ ก็ยื่นขวดนมในขวดให้ เิเิรับขวดนมมาก็ดูดจ๊วบๆ ใหญ่ สงสัยจึงถามไปว่า
“อะไรคือวัวนมเหรอ?”
“วัวนมก็คือวัวที่ผลิตน้ำนมได้ยังไงล่ะ” จางฮ่าน อธิบาย “นมผงที่หนูดื่มนั้นก็ทำมาจากนมวัวยังไงล่ะ เป็เด็กต้องดื่มนมเยอะๆ ถึงจะโต เพราะนมวัวมีคุณค่าทางโภชนาการ”
“หนู... หนูไม่ใช่โตได้เพราะว่าดื่มนมแม่หรอกเหรอ” เิเิ สงสัย
“นมของแม่หนูคือนมที่หนูดื่มตอนอายุไม่ถึงขวบ พอหลังจากหนึ่งขวบก็ดื่มนมวัว” จางฮ่าน ตอบ
ดีว่านี่เป็ลูกในไส้ของ จางฮ่าน หากเป็คนนอกหรือลูกคนอื่น คำถามเยอะขนาดนี้ จางฮ่านคงทนรำคาญไม่ไหว จนพูดออกมาว่า
ข้า หานหยางเซียน มีหน้าที่ต้องมาตอบคำถามวุ่นวายของพวกเ้าอย่างนั้นเรอะ? รีบๆ ไสหัวไปซะ
แต่พอต้องเผชิญหน้ากับลูกสาวของตัวเอง จางฮ่าน กลับตอบคำถามอย่างมีความสุข ต่อให้คำถามที่แม้์ก็ไม่รู้คำตอบ ก็ทำได้แต่ยอมรับมัน
เวลาเก้าโมงเช้า ผู้จัดการเว็บไซต์ขายรถมือสองก็มาหาตามนัด หลังเสร็จการซื้อขาย จางฮ่าน ปฏิเสธคำชวนทานอาหารของผู้จัดการ
พอกลับถึงโรงแรม เขาเอาบัตรเอทีเอ็มทิ้งไปทั้งหมด เหลือไว้แค่บัตรที่เพิ่งเปิดบัญชีฝากเงิน 2 ล้านเอาไว้
บัตรหลายใบผูกบัญชีตัดยอดอัตโนมัติ จางฮ่าน ไม่คิดที่จะใช้ต่อไป เขาใช้เวลาที่เหลือ อยู่ที่โรงแรมเพื่อรอเวลาไปสนามบิน เพื่อที่จะบินไป เซียงเจียง
โดยปกติ การเข้าไปที่เซียงเจียงจำเป็ต้องทำวีซ่า อีกทั้งยังไม่สามารถอยู่ที่นั่นเป็เวลานานได้ แต่ จางฮ่าน ไม่จำเป็ต้องทำเื่น่าเบื่อพวกนั้น ไม่เพียงมีบ้านที่เซียงเจียง เขายังได้สิทธิ์อาศัยอยู่ที่นั่นได้ตลอดชีวิต อดีตคนระดับคุณชายตระกูลใหญ่ ถ้าเื่แค่นี้ยังไม่ได้ คงน่าขันน่าดู
พวกเขาทานอาหารง่ายๆ ที่โรงแรมในตอนเที่ยง จางฮ่าน มองไปที่อาหารแสนอร่อยพวกนั้น พลางนึกในใจว่าอยากไดู้เาซักลูก เอาไว้เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ที่จะใช้เป็อาหาร ต้องดีกว่าภัตตาคารทั่วไปหลายขุม
“เิเิ อยู่ในวัยกำลังโต ต้องได้รับอาหารที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ กินอาหารที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ แต่ดูเหมือนว่าเื่นี้จะทำได้ก็แค่คิด”
ตอนนี้ทุกเื่ราวที่ จางฮ่าน คิดนั้นเริ่มต้นที่ เิเิ เป็อันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากที่เขามีลูกสาว จิตใจของเขาก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
บ่ายสี่โมงกว่าๆ จางฮ่าน อุ้มเอาสาวน้อย และเรียกรถไปสนามบิน ถึงสนามบินตอนห้าโมง ขณะรอขึ้นเครื่องบิน เด็กสาวเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
เป้าหมายการไปเซียงเจียงของจางฮ่านในครั้งนี้ก็คือ ห้องทำงานของ บริษัท ไดนาสตี้ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็บริษัทลูกในเครือ ไดนาสตี้ กรุ๊ป
“พี่เหยียน พี่ไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอก เพิ่งจะยื่นเื่เสนอไปเอง การแข่งขันกับบริษัทอื่นก็ยังดุเดือด เวลาสั้นๆ ทำอะไรไม่ได้หรอก” สาวไว้ผมหางม้าพูดกับ จื่อเหยียน
“ฉันรู้”
คนที่นั่งอยู่บนโซฟาริมหน้าต่างนั่นคือ จื่อเหยียน ตอนนี้สีหน้าของเธอดูอิดโรย สายตาของเธอมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่าง พูดตอบพลางส่ายหัวเล็กน้อย
“แต่ถ้ารอให้บริษัทจัดการต้องรอถึงครึ่งปีเชียวนะฉันถึงจะมีละครเล่น ฉันประโคมข่าวออกไปซะขนาดนี้ ถ้าภายในครึ่งปียังไม่มีอะไรเป็รูปเป็ร่าง แฟนๆ คงจะผิดหวังน่าดู”
“พรุ่งนี้คุณชายหลี่นัดคุณเข้าร่วมรับประทานอาหารเย็น พ่อของเขาเป็กรรมการบริษัท ถ้าเขายอมเอ่ยปากขอ เื่ละครคงไม่มีปัญหาอะไร” หญิงสาวพูด
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” จื่อเหยียน อึดอัดใจ ถอนหายใจเฮือกใหญ่
วงการบันเทิงนั้นซับซ้อน ที่คุณชายหลี่นัดทานข้าววันนี้ เป้าหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าถ้ารับปากอะไรเขาสักเื่ เื่นักแสดงก็ไม่มีปัญหา แต่แบบนี้เหรอผลลัพธ์ที่ฉัน้า
จื่อเหยียน ปฏิเสธการแลกเปลี่ยนแบบนี้มาตลอด ตอนที่ทำสัญญาห้าปีในตอนนั้น เธออาศัยรูปร่างหน้าตาบวกกับเสียงอันไพเราะของเธอ เธอใช้ความพยายามในบริษัทถึงสามปีกว่าเธอจะมีชื่อเสียง
“ในปีที่สี่มีการแข่งขันหานักร้อง นักแสดงอย่างไม่ขาดสาย ชื่อเสียงของฉันยิ่งโด่งดังขึ้น ถึงได้มีโอกาสส่งชื่อเข้าร่วมรับรางวัลในต้นปีที่ห้า แต่ในปีที่ห้านี้ฉันดันมามีข่าวกับจางฮ่านซะก่อน”
เดิมที ตอนที่ จื่อเหยียน อุ้มท้องเธอคิดจะออกจากวงการอย่างลับๆ แต่บริษัทไม่อนุญาต เธอไม่มีทางเลือกได้แต่ยอมละเมิดข้อตกลงสัญญากับบริษัท ถึงหลบไปคลอดลูกอยู่ที่อเมริกาเหนือ ห้าปีต่อมา วงการบันเทิงก็ไม่เหมือนเดิมซะแล้ว
เธอต่อสัญญาสามปีกับทางบริษัท แต่การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไรเธอเลย เพราะถึงอย่างไรคนเข้าคิวรอที่จะเป็ดาราก็มีอยู่ถมไป เป็แค่ดาราหลงยุคยังคิดจะแซงคิว?
โดยเฉพาะในบริษัท คนมากมายคอยซุบซิบนินทาเธอลับหลัง ตลอดเวลามีแต่คำว่า ‘หลงยุค ‘ลอยวนอยู่ในหัว นี่คือเื่ที่ จื่อเหยียน กล้ำกลืนฝืนทนมาเนิ่นนาน เธอรอที่จะแสดงความสามารถเพื่อยืนยันตัวเอง
“พี่ ดื่มให้ใจเย็นลงก่อน พวกเราค่อยๆ หาวิธี ยังไงก็ต้องทำได้ ฉันเชื่อในตัวพี่” สาวผมหางม้าพูด
“ขอบใจเธอมากนะ เสี่ยวเฟย” จื่อเหยียน ยิ้มบอก
สาวผมม้าที่อยู่ข้างๆ มีชื่อว่า โจวเฟย กำพร้าั้แ่เด็ก พอโตขึ้นมาก็ทำงานเป็นายหน้าที่บริษัทแห่งหนึ่ง เธอโดดเดี่ยวไม่น้อย เธอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นใกล้ชิด หลังจากที่เธอได้มาพบกับ จื่อเหยียน นับแต่ตอนนั้นเธอก็คอยติดตามรับใช้มาตลอด แม้กระทั่งตอนที่ จื่อเหยียน หลบไปเก็บตัวที่อเมริกาเหนือ
ทุกวันนี้เธอไม่เพียงแต่เป็ผู้จัดการส่วนตัวของ จื่อเหยียน ทั้งยังเป็ผู้ช่วย เป็พี่เลี้ยงเด็ก เธอดีด้วยเฉพาะ จื่อเหยียน กับคนอื่นแล้วเธอค่อนข้างปากร้าย
“กับฉันพี่ยังจะเกรงใจอะไรอีก อย่างมากก็แค่ออกอัลบั้มใหม่ พี่ลองไปปรึกษาเจ๊เหม่ยดู คิดว่าเขาน่าจะเลือกพี่นะ ยังไงพี่ก็ดังมาจากการร้องเพลง”
“เื่นี้ไว้ค่อยว่ากันอีกที”
จบตอน