คุณเชื่ออะไรครับระหว่างเื่ ‘บังเอิญ’ ‘โลกกลม’ หรือ ‘พรหมลิขิต’
ถ้าคุณถามผม...ผมตอบได้เลยว่าผมเชื่ออย่างหลังมากกว่า...เพราะอะไรน่ะเหรอครับ...ก็เพราะ...
...ผมเจอคนที่ทำให้เชื่อในพรหมลิขิตแล้วน่ะสิ...
ผมเจอเธอคนนั้นครั้งแรกเมื่อตอนอยู่มอสอง (อย่าหาว่าผมแก่แดดเลยนะครับ เพราะความรักมันไม่ได้กำหนดอายุไว้นี่ครับว่าจะมาทักทายเราเมื่อไร) ตอนนั้นผมเป็เด็กแสบที่อยากโตเป็ผู้ใหญ่จนเกินวัยจึงพยายามทำอะไรที่เกินตัวเสมอ อย่างเช่นการแอบเอารถเวสป้าคันงามของพ่อออกไปแว้นทั่วกรุงจนเกิดอุบัติเหตุที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ตอนนั้น...ผมกำลังจะหมดสติและนอนเืท่วมอยู่บนพื้นถนน ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนักหน่วง ผมคิดว่าคงไม่มีใครผ่านมาหรืออาจจะมองไม่เห็นผมด้วยซ้ำเพราะสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ในขณะที่ความสิ้นหวังและสติที่กำลังจะดับลงเข้าครอบงำ แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นช่วยดึงผมออกจากสติที่ดำมืดด้วยสิ่งแรกที่ผมเห็น...
...ใบหน้าสวยหวานของผู้หญิงคนหนึ่งที่เปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน แต่เธอก็ยังสวยจนผมลืมความกลัวไปเลย...เธอส่งยิ้มให้ผมพร้อมบอกว่า ‘ไม่ต้องกลัวและให้ผมอดทนไว้’
ผมยังจำน้ำเสียงแสนอบอุ่นที่ะโแข่งกับสายฝนเย็นเฉียบได้ดีเลยละครับว่าเธอหมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ ความกลัวของผมจึงเบาบางลงอย่างน่าประหลาด แต่ความอดทนของผมมีน้อยไปหน่อย สติของผมจึงดับวูบลงอีกครั้ง...
ผมตื่นขึ้นอีกครั้งที่โรงพยาบาลแต่กลับไม่พบนางฟ้าแห่งโชคชะตาของผมเลย มีเพียงไอ้เตี๋ยวที่นั่งร้องไห้เป็เผาเต่าและครอบครัวของผมที่บอกว่าหน่วยกู้ภัยไปรับผมมาโรงพยาบาลได้ทันเวลา โดยมีพลเมืองดีหลายคนเข้ามาช่วยชีวิตผมไว้ ผมจึงได้รู้ว่ามีคนอื่นเห็นเหตุการณ์และเฝ้ามองผมอยู่แต่ผมกลับไม่เห็นหรือได้ยินเสียงของคนอื่นเลย
ั้แ่นั้นผมก็พยายามหาข้อมูลของผู้ช่วยชีวิต แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ให้เบอร์ติดต่อไว้เพราะเป็คนช่วยโทรตามหน่วยกู้ภัย สุดท้ายผมก็ไม่ได้รู้ตัวตนของนางฟ้า แต่บอกได้เลยว่าผมจำหน้าพี่สาวคนนั้นได้แม่นยำ
จนกระทั่งผมอยู่มอสาม...วินาทีที่ทั้งโลกหยุดหมุนเพราะผมได้พบเธออีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เธอเปล่งประกายสะกดสายตาของผมเหมือนที่พี่ธิวสะกดความสนใจของเพื่อนรักของผมนั่นแหละ เพราะทั้งคู่เดินควงกันออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัย มาด้วยกันในฐานะ...เพื่อนสนิทและแฟนของพี่ธิว
ผมจำได้ว่าวันนั้นไอ้เตี๋ยวช็อกมากจนมันไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ในขณะที่ผมได้แต่ถามตัวเองว่าเื่ทั้งหมดนั้นคือความบังเอิญหรือเป็เพราะโชคชะตากันแน่ แต่ด้วยอายุอันน้อยนิดของผมกับศักยภาพที่ห่างไกลพี่ธิวมากโข ทำให้ผมเป็เหมือนหมาเห่าเครื่องบินเท่านั้นแหละครับ ผมจึงตัดใจเลิกเพ้อฝันเื่พวกนี้และตอบตัวเองว่ามันเป็แค่เพียงความบังเอิญเท่านั้น
แม้ว่าผมจะไม่เชื่อเื่โชคชะตาอะไรแล้วแต่ผมก็ยังเชื่อในความรักนะครับ เชื่อว่าคนเรามีความรักได้หลายหนและกับหลายคน ผมมีความรักมากมายหลายครั้งในชีวิต ผู้หญิงหลายคนเข้ามาในชีวิตและผ่านไปเหมือนเื่ปกติธรรมดา แต่มันน่าประหลาดใจตรงที่พวกเธอมักมีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกับนางฟ้าของผม จนผมรู้ตัวเองว่าได้เอาพี่สาวคนนั้นมาเป็สเปกสาวในอุดมคติไปซะแล้ว แต่มันจะแก้ไขยังไงได้ในเมื่อความบังเอิญไม่เกิดขึ้นซ้ำสองหรอก นอกจากมันจะเป็อะไรที่มากกว่าความบังเอิญ...
ความคิดที่ผมได้เรียนรู้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนว่าความบังเอิญไม่มีจริง...
เื่ราวเริ่มต้นเมื่อคลินิกเสริมความงามร้านประจำของผมดันปิด และมันก็ฉุกเฉินมากด้วยในวันที่ผมแพ้ครีมบางตัวอย่างหนัก การรักษาออร่าความหล่อไว้ใช้ในอนาคตเป็สิ่งสำคัญพอกับคะแนนไฟนอลนั่นแหละ ผมก็เลยต้องเลือกร้านที่ใกล้ที่สุดในตอนนั้น ที่ซึ่งทำให้ผมได้เจอกับ ‘พี่หมออุ่น’ หลังจากที่ไม่ได้เจอเธอมานานหลายปี แต่ผมกลับจำเธอได้ดีไม่เคยเปลี่ยน...
...ใบหน้าเรียวเล็กได้รูป ดวงตากลมโตรับกับจมูกโด่งเป็สัน และริมฝีปากบางแดงระเรื่อตัดกับสีผิวขาวผ่อง เหมาะกับการเป็เ้าของคลินิกเสริมความงาม มีเพียงผมตรงสลวยในวันวานที่เปลี่ยนไปเป็ผมหน้าม้าปรกหน้าผากรับกับผมยาวดัดลอนอ่อน
ความสวยที่ทำให้ผมใจเต้นได้อย่างเคยั้แ่เด็กยันโต ซึ่งเป็สิ่งย้ำเตือนว่าการที่ผมได้มาพบเธออีกครั้งและความรู้สึกเ่าั้ไม่เคยเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เื่บังเอิญหรอกแต่มันคือ...พรหมลิขิตสำหรับผม
ั้แ่นั้นผมก็กลายเป็ลูกค้าประจำของคลินิกจนสนิทกับพนักงานทุกคนยกเว้น...เ้าของคลินิก แม้ว่าพี่หมออุ่นจะเป็คุณหมอคนสวยใจดีกับลูกค้าแต่นอกเวลางานเธอไม่เคยเปิดโอกาสให้หรอกครับ ผมจึงกลายเป็เด็กหนุ่มที่ตามหม้อคุณหมอคนสวยเหมือนลูกค้าใจกล้าหน้าด้านรายอื่น แต่เพราะผมมีพรหมลิขิตเป็ต่อผู้ชายทั้งหลาย จึงทำให้ผมได้ตัวช่วยที่ทำให้โอกาสมากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่คาดคิดนั่นก็คือ...พี่หมอธิว
ผมเจอพี่หมอธิวอีกครั้งหลังจากที่เขาหายไปจากชีวิตเพื่อนซี้ของผม การโผล่มาตอนที่ผมกำลังโดนมาร์กหน้าชุดใหญ่อยู่จนไม่มีโอกาสทักทาย แต่กลับทำให้ผมได้โอกาสอย่างอื่นเข้ามาแทนที่ โอกาสที่ได้รู้ว่าพวกเขาเป็แค่เพื่อนรักกัน เพื่อนรักที่รู้ทุกอย่างของกันและกัน แม้แต่เื่เพื่อนซี้ของผมที่มีประเด็นความรู้สึกต่อกันอยู่ การพูดคุยหยอกล้อที่แฟนเก่าคนสวยจะดูยินดีปรีดาเหลือเกินกับการคิดไม่ซื่อของพี่ธิวที่มีต่อไอ้เตี๋ยวซึ่งคนฉลาดอย่างผมรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ปกติ
ผมจึงต้องทุ่มเวลากับการหาข้อมูลเชิงลึกโดยการใช้เพื่อนรักเป็เหยื่อล่อ ผมเข้าหาพี่อุ่นด้วยคำนิยามใหม่ว่า ‘เพื่อนรักของก๋วยเตี๋ยว’ และมันก็ได้รับความสนใจจากพี่อุ่นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพราะเธอตั้งอกตั้งใจเป็แม่สื่อแม่ชักให้กับแฟนเก่าเพื่อให้มีรักใหม่กับไอ้เตี๋ยวเหลือเกิน จนผมได้รู้เื่ราวมากมายของพี่ธิวคนที่กลับมาเพราะหัวใจที่แตกสลาย และนางฟ้าของผมเชื่อเหลือเกินว่าไอ้เตี๋ยวจะช่วยทำให้หัวใจของเพื่อนรักดีขึ้น
แม้จะเห็นอกเห็นใจเพื่อนซี้ที่อาจจะต้องตกที่นั่งลำบาก แต่ผมก็คิดว่ามันควรได้ปรับความเข้าใจกับพี่ชายคนนี้เสียที ไม่ว่าสุดท้ายมันจะเลือกทางไหนก็ตาม ั้แ่นั้นผมจึงจำใจต้องเริ่มแผนการ ‘ขายเพื่อน’ เพื่อพรหมลิขิตของตัวเอง
แหม...ถึงผมจะเชื่อว่ามันเป็พรหมลิขิตแต่ถ้าผมไม่ลงมือทำอะไรเลย หมาก็มาคาบไปแดกได้นะครับ
ผมสู้อุตส่าห์วางแผนขายเพื่อนใส่พานให้พี่หมอธิว และยอมร่วมมือกับคิวปิดแสนสวยที่ลงทุนเป็สื่อรักให้เพื่อนสนิทที่สร้างภาพว่าเป็แฟนเก่า แต่แท้ที่จริงแล้วนางฟ้าของผมเป็คนที่กุมความลับเื่หัวใจของผู้ชายแสนสมบูรณ์แบบอย่างพี่ธิวไว้ต่างหาก ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรจากผมที่เก็บความลับของไอ้เตี๋ยวกับพี่ธิวไว้เหมือนกัน นับแต่นั้นแผนการ ‘หมอกินก๋วยเตี๋ยว’ จึงเริ่มขึ้น
เริ่มจากการยุยงส่งเสริมให้พี่ธิวไปอยู่บ้านไอ้เตี๋ยว ส่วนผมก็ทำหน้าที่ขายเพื่อนด้วยการผลักดัน เปิดโอกาส ออกอุบายแเีมากมายเพื่อช่วยพี่ธิว เพียงเพื่อหาโอกาสให้ตัวเองได้จัดการกับพรหมลิขิตของตัวเองบ้าง
ผมแน่ใจว่าถ้าไอ้เตี๋ยวรู้เื่ทั้งหมดนี้มันคงจะฆ่าผมโบกปูนแปดชั้น ทั้งที่ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันได้ผัวมากกว่าได้เมีย แค่คิดว่ามันควรได้ปรับความเข้าใจกับพี่ชายสุดที่รักของตัวเองก็เท่านั้น แต่กลายเป็ว่ามันดันอกหักรักคุดจากคนรัก ผมก็เลยลองยุยงให้มันเปิดใจให้พี่หมอธิวซะเลย แม้ว่ามันจะมีโอกาสเป็ไปได้แค่หนึ่งในร้อยก็ตาม
แต่พรหมลิขิตก็คือพรหมลิขิตครับ เพราะไอ้เตี๋ยวดันเลือกเป็หนึ่งเปอร์เซ็นต์นั้น ทำให้ผมได้หน้าได้ตาและได้โอกาสจากพี่หมออุ่นไปโดยปริยาย ในเมื่อเราตกลงกันไว้แล้วว่าถ้าพี่ธิวได้โอกาสจากไอ้เตี๋ยวผมก็จะได้โอกาสจากพี่หมออุ่นเหมือนกัน โชคดีเหลือเกินที่ไอ้เตี๋ยวเปิดใจให้พี่หมอธิวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยได้อานิสงส์จากการขายเพื่อนได้สำเร็จ
ทั้งหมดทั้งมวลที่สาธยายมาส่งผลให้ตอนนี้ผมได้มาอยู่ที่ร้านอาหารบรรยากาศดีที่นัดกับพี่หมออุ่นไว้ แม้ว่าผมจะมาก่อนเวลานัดเป็ชั่วโมง แต่ผมก็ไม่ใส่ใจเพราะตั้งใจมาก่อนเพื่อเป็ข้ออ้างเร่งให้พี่อุ่นออกมาก่อนเวลา ผมจะได้ใช้เวลาเดตแสนน้อยนิดนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อย
ผมเดินเข้าไปในร้านเพื่อมองหาที่นั่งมุมสบายในการรอพี่หมออุ่น แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับใบหน้าสวยหวานแสนคุ้นเคย ซึ่งนั่งอยู่กับชายหนุ่มดูดีมาดอบอุ่นแถมยังพูดคุยหัวเราะกันอย่างเปิดเผย
ไอ้หมอนั่นคงไม่ได้กำลังจีบพี่หมออุ่นหรอกใช่ไหม...หรือว่าจะเป็เพื่อนที่บังเอิญเจอกันพอดีวะ...
ก่อนที่ผมจะคิดเตลิดไปไกลกว่านี้ ผมควรเดินเข้าไปแสดงตัวั้แ่ตอนนี้เลยดีกว่าว่าเป็คู่เดตของพี่หมอคนสวย ถ้าพวกเขาเป็เพื่อนกันผมก็จะได้โอกาสแนะนำตัวไปในที แม้ว่าผมจะสนิทกับเพื่อนซี้ของพี่อุ่นอยู่แล้ว แต่ถ้าผมได้แรงสนับสนุนมากกว่าเดิมมันก็ยิ่งดี
แต่ถ้าหากเป็อะไรที่มากกว่าเพื่อน...ผมก็จะได้แสดงตัวเพื่อเขี่ยคู่แข่งออกไปั้แ่เนิ่น ๆ คนอย่างผมมีประสบการณ์เื่ผู้หญิงมาสูง เพราะฉะนั้นการเดินเกมครั้งนี้ผมต้องเป็คนนำครับไม่ใช่คนตาม
“สวัสดีครับ” ผมเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของพี่หมออุ่น ซึ่งหันมามองผมด้วยความแปลกใจเล็กน้อยที่ผมมาก่อนเวลานัด “พี่มาถึงก่อนแล้วก็น่าจะโทรบอกผมสิครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งรอคนเดียว” ผมบอกด้วยรอยยิ้มโปรยเสน่ห์แบบประจำตัว
“เอ่อ...คือพี่มีนัด่เช้ากับพี่แทนน่ะเลยไม่ได้บอกคิว ไหน ๆ ก็มาแล้วพี่แนะนำให้รู้จักเลยแล้วกันนะ นี่พี่แทนเป็ลูกชายของเพื่อนแม่ ส่วนน้องคนนี้คือน้องคิว...คนที่เล่าให้ฟังน่ะค่ะ”
คำแนะนำสถานะที่ผมไม่ชอบใจเลย...ก็พี่หมออุ่นเรียกผมว่าน้องทุกคำเหมือนจงใจอย่างนั้นแหละ ในเมื่อเราตกลงกันแล้วว่าห้ามเรียกผมว่าน้อง แต่ตอนนี้กลับมาเรียกผมว่าน้องคิวต่อหน้าไอ้ผู้ใหญ่มาดผู้ดีนี่อีก
“สวัสดีครับน้องคิว”
“สวัสดีครับ” ผมส่งยิ้มมารยาทให้ไอ้พี่แทน แม้ว่าข้างในใจจะเริ่มไม่ค่อยชอบคนตรงหน้าแล้วเพราะทำให้พี่อุ่นเปลี่ยนคำสรรพนามของผมได้
“พี่รู้ว่าน้องคิวนัดกับไออุ่นไว้่บ่าย...ไม่รู้ว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ยังไงน้องคิวช่วยนั่งรอก่อนได้ไหมครับ”
“อือ...นั่งรอก่อนแล้วกันนะ พี่ขอคุยธุระกับพี่แทนก่อน”
“อ๋อ...ได้ครับ ไม่มีปัญหา” ผมแสร้งตอบด้วยรอยยิ้มมารยาทอีกเช่นเคย ทั้งที่ในใจเริ่มคุกรุ่นเพราะเหมือนว่าผมจะกลายเป็ส่วนเกินของทั้งสองคนมากกว่าที่จะเป็คู่เดต
“ไปนั่งตรงโน้นก่อนสิ พี่จะคุยธุระน่ะ” พี่อุ่นบอกผมที่กำลังจะหย่อนก้นลงนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขา
“ฮะ? ให้ผมไปนั่งคนเดียวเหรอครับ”
“อืม...อีกแค่ชั่วโมงเดียวเอง หรือถ้าเบื่อก็ไปที่อื่นก่อนก็ได้นะ พี่รอที่นี่แหละ”
แม่ง! นี่ผมโดนไล่ทางอ้อมหรือเปล่าวะ รู้สึกเสียหน้าชะมัด!
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมรอที่นี่แหละ ตามสบายนะครับ” ผมวางมาดผู้ชายใจเย็นแบบสุด ๆ เพราะถ้าผมโวยวายก็คงดูเป็เด็กไม่รู้กาลเทศะ ในขณะที่ไอ้พี่แทนมันดูเป็ผู้ชายมาดนิ่งสุขุมนุ่มลึกแบบที่สาว ๆ วัยพี่หมออุ่นต้องชอบแน่ ฉะนั้นผมไม่อยากโดนเปรียบเทียบหรอก แม้ว่าสองคนนี้จะเป็แค่คนรู้จักกันก็เถอะ
ผมเลือกออกมานั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุดเพื่อใช้เวลานั่งมองพี่หมออุ่นแบบเพลิน ๆ จนกระทั่งพี่แทนลุกออกจากโต๊ะและหันมาส่งยิ้มลาให้ผมที่นั่งมองอยู่ไกล ๆ ผมก็เลยได้แต่พยักหน้าพร้อมยิ้มมารยาทให้อีกที
“เป็เด็กดีนะเนี่ย คิดว่าจะโวยวายซะอีก” พี่อุ่นทักเมื่อนั่งลงตรงข้ามผม
“ผมโตเป็ผู้ใหญ่แล้วนะครับพี่...ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว” ผมวางท่าเป็ผู้ใหญ่ทั้งที่คิดในใจว่าโชคดีเหลือเกินที่ผมเชี่ยวชาญเื่สาว ๆ ถึงได้จับทางถูก
“อ๋อ งั้นก็คุยกันแบบผู้ใหญ่ได้น่ะสิ”
“ครับแน่นอน ว่าแต่...พี่แทนเขาเป็แค่ลูกของเพื่อนแม่จริง ๆ เหรอครับ”
“ใช่”
“รู้จักกันมานานแล้วเหรอครับ”
“ั้แ่พี่เด็ก ๆ แล้ว...ทำไมเหรอ”
“อ๋อ ก็ตอนแรกผมคิดว่าเป็ผู้ชายในร้านที่เข้ามาจีบพี่น่ะสิ รู้แบบนี้ก็โล่งใจครับ”
“พี่ก็สนิทกับพี่แทนนะ...แม้จะไม่ได้มองอะไรกันแบบนั้น แต่ตอนนี้ผู้ใหญ่ก็จับคู่ให้พี่กับพี่แทนอยู่เหมือนกัน”
“ฮะ!”
ว้อทททท!
นี่มันคู่แข่งนี่หว่า!
“อืม...ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ พอดีพี่กับพี่แทนไม่มีใครกันทั้งคู่ ก็เลยว่าจะลองศึกษากันดูก่อนแต่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรหรอก”
“ศึกษา! พี่จะบ้าเหรอพี่อุ่น!”
“เฮ้ย...โวยวายทำไมเนี่ยคิว อายคนอื่นเขา” พี่อุ่นเงยหน้าจากรายการอาหารขึ้นมาดุผมที่โวยวายกับเื่ที่เพิ่งได้ยิน
“ผมไม่อายหรอก! นี่พี่จะบ้าเหรอ ผมเพิ่งมาเดตกับพี่นะครับ แต่พี่กลับตกลงจะไปศึกษาดูใจกับคนอื่นได้ไง!”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ พี่เดตกับคิวตามสัญญาแล้วนี่...ส่วนความสัมพันธ์ของพี่กับพี่แทนก็เป็เื่ส่วนตัว”
“มันเื่เดียวกันนั่นแหละครับพี่! ผมจีบพี่อยู่นะ ผมก็ต้องหวังว่าจะได้เป็คนรักของพี่สิ พี่จะแค่มาเดตกับผมแต่ไปศึกษาผู้ชายคนอื่นได้ไงล่ะ!”
“นี่...ทำอย่างกับนายไม่คุยกับผู้หญิงคนอื่นระหว่างที่ตามจีบพี่เลยนะ” พี่หมออุ่นมองผมด้วยสายตารู้ทันแต่คนอย่างผมเหรอครับจะยอมแพ้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีหลักฐานอย่าหวังว่าผมจะยอมสารภาพบาปเลย
“ผมไม่ได้คุยน่ะสิ! พี่รู้ไหมว่าผมต้องไปจ้างผู้หญิงมารายวันเพื่อหิ้วเข้าห้องตัวเอง เพียงเพื่อจะไล่ไอ้เตี๋ยวกลับบ้านไปหาพี่ธิว แต่พี่กลับไม่ไว้ใจผมเนี่ยนะ!” บทดราม่าต้องมาครับ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็โอกาสมันคืองานถนัดของนายไอศูรย์อยู่แล้ว
“พี่ก็ตอบแทนด้วยการเดตแล้วไง”
“ผมอยากให้พี่เดตกับผมด้วยความรู้สึกจากใจไม่ใช่เพื่อตอบแทนนะครับ และผมก็อยากให้พี่ศึกษาผมแค่คนเดียวด้วย!”
“อ้าว...งั้นก็งานยากแล้วแหละคิวเพราะว่าพี่ก็มีตัวเลือกอื่นเหมือนกัน”
“ตัวเลือก! ผมไม่ใช่ตัวเลือกของพี่นะพี่อุ่น!”
“อย่าโวยวายได้ไหม เฮ้อ...พูดตรง ๆ เลยแล้วกันนะ พี่ว่านายก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเราต่างกันแค่ไหน ทั้งอายุ สังคม การใช้ชีวิต แล้วก็ --”
“แล้วไอ้พี่แทนนั่นมันมีตรงไหนที่ดีกว่าผมล่ะ เขาถึงได้เหมาะกับพี่มากกว่า” ผมถามพี่อุ่นอย่างจริงจัง
“พี่แทนอายุสามสิบ ชายโสด จบการศึกษาจากอังกฤษ เป็เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทางภาคใต้ นิสัยดี ไม่เ้าชู้ มีความเป็ผู้นำสูง ใจเย็น สุขุมรอบคอบ พี่ไม่ได้บอกว่าพี่แทนเขาดีกว่าคิว แต่เขาพร้อมกว่าคิวทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เพราะฉะนั้นถ้าคิวยังอยากจะเดตกับพี่วันนี้...พี่ว่าเราเลิกคุยกันเื่นี้ดีกว่า”
“ผมว่ายกเลิกเดตของเราไปเลยน่าจะง่ายกว่านะครับ ผมไม่อยากบังคับใจใครและไม่อยากทำให้พี่ลำบากใจทั้งที่พี่ไม่เชื่อใจผมเลยสักนิด” ผมพูดออกไปด้วยความโมโหล้วน ๆ เพราะผมแพ้ไอ้พี่แทนนั่นทุกตรง แต่เื่อะไรที่ผมต้องยอมรับออกไปดัง ๆ ด้วยล่ะครับว่าผมมีดีไม่เท่ามัน แค่พี่อุ่นรอผมอีกไม่กี่ปีรับรองว่าผมต้องมีดีแซงไอ้พี่แทนนั่นได้แน่
“งั้นก็ตามใจ...แต่พี่ขอเตือนด้วยความหวังดีนะคิว พี่ไม่ได้เดตกับใครง่าย ๆ หรอกรู้ไว้ด้วย ถ้าอยากให้พี่มองนายแค่คนเดียวนายก็ควรจะทำแบบนั้นด้วยเหมือนกัน ไปเคลียร์ตัวเองให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน พี่ไม่ได้เป็พวกผู้หญิงสวยแต่โง่หรอกนะ ไอ้มุกจีบหญิงของนายมันไม่ได้เนียนขนาดนั้นหรอก” พี่อุ่นพูดรวดเดียวหมดและลุกออกจากโต๊ะไปแบบที่ผมไม่ทันได้ตั้งสติที่จะห้ามพี่อุ่นเลย
ผมได้แต่นั่งนิ่งเป็หมาโดนเครื่องบินพุ่งชนแถมชนแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย นี่ผม...กะล่อนไม่เข้าขั้นถึงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ทั้งที่ผมหลบหลีกผู้หญิงมานักต่อนักแต่พี่อุ่นกลับพูดออกมาได้ตรงอย่างกับตาเห็น
ผมยอมรับก็ได้ว่ามีสาว ๆ ไว้เป็ตัวเลือกแม้แต่ตอนที่กลับมาเจอรักแรกของผม แต่มันก็แค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้นเอง ตอนนี้ก็มีแค่เพื่อนข้ามคืน...ตื่นมาก็แยกย้ายเพราะผมไม่มีวันปล่อยพรหมลิขิตของตัวเองไปอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ผมกลายเป็ตัวเลือกของพี่อุ่นแทน ทั้งที่ั้แ่เกิดมาคนอย่างไอ้คิว ไอศูรย์ ไม่เคยต้องเป็ตัวเลือกของใครเลยนะครับ
นี่มันเป็เวรเป็กรรมของผมงั้นเหรอที่ขายเพื่อนให้ไปมีผัว ผมถึงต้องมารับกรรมแบบนี้ทั้งที่ผมจริงจังกับพี่อุ่นแบบไม่เคยเป็กับใครมาก่อนเลยนะ ผมทำทุกอย่างแบบที่เรียกได้ว่าแทบจะเอาไอ้เตี๋ยวแก้ผ้าอุ้มไปนอนบนเตียงให้พี่ธิวแล้วนะครับ แต่ผมก็ยังเป็ได้แค่เด็กที่เป็ตัวสำรองเท่านั้นเอง ผมต้องทำให้ไอ้เตี๋ยวได้กับพี่ธิวจนออกลูกออกหลานเลยหรือเปล่าวะ ผมถึงจะมีโอกาสได้หัวใจพี่หมออุ่นเนี่ย
ในเมื่อตกอยู่ในวิกฤติขนาดนี้ ผมก็คงต้องยอมเสียสละเพื่อนสุดที่รักมากกว่านี้...
ด้วยเกียรติของคนคิวต์บอย...ผมสาบานเลยว่าจะทำให้ไอ้เตี๋ยวไม่รู้จักความบังเอิญไปตลอดชีวิต เพราะผมจะทำให้มันรู้สึกว่าพี่ธิวเป็พรหมลิขิตของมันเลยคอยดู!
ทีนี้พี่หมออุ่นที่รักเพื่อนยิ่งชีพจะเอาอะไรมาปฏิเสธคนที่บันดาลเมียให้เพื่อนตัวเองได้ล่ะครับ...จริงไหม