ณ สถานที่ที่เรียกว่า น่านน้ำสีคราม มีศิลปะการต่อสู้มากมายนับไม่ถ้วน และผู้ที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แบบเดียวกันจะรวมตัวกัน และเรียกว่าสถาบัน เช่น สถาบันผู้ชำนาญการรบ สถาบันผู้ผจญภัย สถาบันผู้ใช้ดาบ สถาบันผู้ใช้ศิลปะร่างกาย ฯลฯ และยังคงเปิดสถานศึกษาเพื่อเผยแพร่และขยายสถาบันตัวเองด้วย เมื่อวันเวลาผ่านไปสถาบันต่างๆ ก็มีอำนาจมากขึ้น!!จนปัจจุบันมีอำนาจมากกว่าอาณาจักร!!!! วันนี้ อาณาจักรจันทราสิบทิศ แผ่นดินขจีจร แห่งน่านน้ำสีคราม คาคั่งไปด้วยผู้คนที่แห่แหนกันมาจากทุกทั่วหล้าสารทิศแต่ส่วนมากจะเป็เด็กรุ่นเยาว์ 14-16 ปี เพียงเพราะว่า วิญญูผ่านฟ้าสถานศึกษาที่สร้างผู้คุมส่งิญญาชั้นนำมากมายสถานศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรจันทราสิบทิศและ 6อาณาจักรข้างเคียง กำลังเปิดรับสมัครอีกครั้งในรอบ 3 ปี ฮาอิน เด็กหนุ่มวัย 15สวมกางเกงสามส่วนเสื้อกั๊กสีดำ เอวด้านซ้ายเหน็บไว้ด้วยมีดสั้นเล่มหนึ่ง สะพายย่ามเก่าๆกำลังปะปนไปกับฝูงชน แม้จะเสียงดังและอึดอัดไปบ้าง แต่ก็ถือเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากที่เดินทางอย่างเงียบสงบเป็เวลากว่าครึ่งปีหากจะตัดสินเด็กหนุ่มจากสภาพที่เห็น คงเรียกได้เพียงว่าบ้านนอก ต่างจากหญิงสาวหน้าตาหน้ารักท่าทางดูเหมือนจะสุภาพเรียบร้อยสวมชุดไทยชมพูสไบสีเงินทางขวามือและซ้ายมือเป็หญิงสาวที่งดงามดูมีความมาดมั่น เงียบขรึมแต่แอบซุกซนเล็กน้อยสวมชุดไทยฟ้าสไบสีทอง ด้วยความงามของสองสาวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเธอ สามารถทำให้อาณาจักรวุ่นวายได้ หากถูกพบเห็นโดยผู้คน แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีใครมองเห็นพวกเธอ นอกจากฮาอินเด็กหนุ่มบ้านนอกเท่านั้น ฮาอินหันไปทางหญิงสาวสไบสีทองเอ่ยขึ้น
“พานน่าเ้าคิดว่าการทดสอบของสถานศึกษาครั้งนี้จะเป็ยังไง คิดว่าข้าจะผ่านไปได้หรือไม่ ?” “..............” พานน่า
คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงหางตาที่ชำเลืองมองเพียงครึ่งวิฯเท่านั้น แต่ก็เป็ท่าทีปกติไปแล้วสำหรับฮาอิน เด็กหนุ่มจึงหันไปปรึกษากับหญิงสาวสไบสีเงิน
“แล้วพิณนี่เล่า... ?”
“นายน้อยจะต้องผ่านไปได้ไม่ว่าปัญหาจะยากเพียงใด ดิฉัน เชื่อมั่นในนายน้อยเ้าคะ นายน้อย สู้ ๆ นะเ้าค่ะ” พิณนี่ตอบด้วยรอยยิ้มที่จริงใจแม้จะช่วยอะไรมากไม่ได้ก็ตาม
ด้วยคำตอบดังกล่าวเด็กหนุ่มเพียงได้แต่ยิ้มแห้งๆ รับเท่านั้นแม้ทั้งสองจะพึ่งพาอะไรไม่ค่อยจะได้นักแต่อย่างน้อยก็ทำให้การเดินทางตลอดครึ่งปีนี้ไม่โดดเดี่ยว จากที่เด็กหนุ่มยืนอยู่ไม่ไกลนักมีประตูขนาดใหญ่ปิดอยู่และมีเสาหินมี่ธรรมดาไม่มีลวดลายอะไร ฝั่งล่ะต้นเท่านั้นไม่มีกำแพงแต่อย่างใด เพียงประตูขนาดใหญ่และสูงประมาณ10 เมตร ตั้งอยู่เท่านั้น นั่นคือทางเข้าสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้า!! แต่กลับไม่มีผู้ใดเดินอ้อมข้างประตูเข้าไป ผู้คนนับแสนกำลังรอที่จะผ่านประตูเหมือนรู้ว่าสามารถเข้าสถานศึกษาได้ทางนี้เท่านั้น? มีแต่คนมารออยู่ท่ีทางเข้า ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน??บางคนถึงขั้นมาปักหลักที่นี่ นานร่วมเดือน!!? แต่ฮาอินพึ่งมาถึงเท่านั้น ความจริงเขามาโดยไม่ได้ตั้งใจ!!? เขาแค่เห็นคนรวมตัวอยู่เยอะเลยสงสัย? พอเข้ามาถามดูเลยได้รู้!! ผู้คุมส่งิญญา!! ทดสอบเข้าสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้า!! ในเมื่อข้าไม่รู้อะไรเลย? ก็เข้าไปดูข้างในก่อนแล้วกัน!!
“แกร็กก....เอี้ยดดด” เสียงเปิดประตูพลันดังขึ้น!
“นายน้อย นายน้อยเ้าคะ ประตูเปิดแล้วเ้าค่ะ ว้าววว !!ดูสิประตูใหญ่มากๆนั่นเปิดได้ด้วยละเ้าค่ะ!? ” พิณนี่พูดด้วยท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่พึ่งออกมาเจอโลกกว้าง
“อืม...เห็นแล้วล่ะ การทดสอบครั้งนี้ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น ข้าไม่สามารถพาพวกเ้าเข้าไปด้วยได้รอข้าที่นี่แหละ พานน่าก็อย่าซนให้มากนักล่ะ” ฮาอินตอบพิณนี่และพานน่าพร้อมกับทำสัญลักษณ์บางอย่างบนต้นไม้ !?
“ได้เลยเ้าค่ะ แต่พิณนี่หิวเ้าค่ะ ” พิณนี่ยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“.......” พานน่าหน้าบึ้งเล็กน้อยคงจะเสียใจที่ไม่ได้ไปด้วยสินะ?
แม้คนธรรมดาจะมองไม่เห็นพิณนี่และพานน่าก็ตาม แต่เขารู้มาจากหัวหน้าหมู่บ้านใจดีว่า ก็แค่คนธรรมดาต่างจากผู้คุมส่งิญญา ิญญาผู้ช่วย ไม่สามารถซ่อนตัวจาก ผู้คุมส่งิญญาคนอื่นได้หากปราศจากผู้เป็นายอยู่ใกล้ๆ เด็กหนุ่มจำต้องเขียน ยันต์ซ่อนไพร ไปยังสิ่งต่างๆให้พวกเธอได้ซ่อนตัวหากพวกเธอไม่ออกมา ต่อให้โค่นต้นไม้ไปทำเขียงก็ไม่มีทางจะเห็นพวกเธอได้ เมื่อิญญาเซ่อซ่าเดินเพ่นพ่านไปมาอาจถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ได้ ! สิ่งนี้ควรระวัง!! เื่พวกนี้เขาเรียนรู้จากผู้ใหญ่บ้านใจดี!! ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มยังคงไม่ลืมเซ่นลูกอมหวานตามคำขอของพิณนี่สิ่งนี้ก็จำเป็เช่นกัน!! แล้วจึงมุ่งหน้าสู่ประตูที่จะเปลี่ยนชีวิตเขานับจากนี้ไป
เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามา กลายเป็อีกโลกที่ภาพภายนอกหายไปโดยสิ้นเชิง ภาพทิวทัศน์หลังประตูเดิมไม่มีอีกต่อไป!! มันเป็ูเาสูงมากมาย เต็มไปด้วยป่าไม้ และเสียงนกร้อง แต่มีหมอกหรือควัน!! ปกคลุมสภาพแวดล้อมที่สวยงามทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลนัก อากาศค่อนข้างเย็นแต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนาว!?ตอนนี้ทุกคนมาปรากฎที่ทุ่งกว้าง!! ข้างหน้าผู้คนนับแสนมีเวทีขนาดใหญ่ ข้างบนเวทีมีคนอยู่ 3 คนสองคนด้านหลังยืนตำแหน่งเสมอกัน ฉะนั้นคนด้านหน้าสมควรเป็ผู้นำ แม้จะดูจากสภาพภายนอกก็พอจะตัดสินได้แล้วเพราะคนผู้นี้คือชายชราที่ยืนถือไม้เท้าสั่นงันงก ดูแล้วไม่น่าจะลุกขึ้นยืนเองได้หากแม้นไม่ได้เป็ผู้นำสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้า ก็สมควรเป็ผู้าุโที่สุดล่ะนะ ?สภาพโดยรอบกลุ่มคนที่เข้ามา ยังจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็พยายามหาเพื่อนใหม่ ท่ามกลางเสียงพูดคุย เด็กหนุ่มฮาอินก็หันซ้ายมองขวา สำรวจสภาพแวดล้อมอย่างสงบแต่ในระหว่างนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกสั่นไปทั้งตัว แล้วขนทั่วร่างตั้งชัน!? เด็กหนุ่มตกมาก !! เงยหน้าขึ้นจึงได้เห็นว่าชายชรากำลังกวาดตามองผู้คนด้านล่างอยู่ไม่ว่าจะกวาดสายตาไปที่ใดทุกที่ที่ผ่านจะเงียบสงบในทันใด!!
“อะแฮ่ม....” เสียงกระแอมเบาๆของชายชราแต่กลับก้องไปทั่วทั้งบริเวณ!? หรืออาจจะเป็เพราะตอนนี้ที่นี่เงียบอย่างกับป่าช้าแล้วกันแน่ ?
“หลายคนอาจรู้จักข้าแล้วแต่ขอข้าแนะนำตัวก่อนสักเล็กน้อย ข้า เซ ปราการแดง หลายคนอาจจะเรียก ผอ.เซหรือ ผอ.ผ่านฟ้า อันนี้ก็ไม่ว่ากัน..” “พวกเ้า....พวกเ้าที่มาในวันนี้พวกเราต่างมีชะตาต้องกันพวกเ้าคือกลุ่มคนที่เลือกเดินเส้นทางเดียวกัน เส้นทางของผู้คุมส่งิญญาสิ่งที่พวกเ้าจะเห็นจากนี้ไปมีเพียงความตายตอนนี้พวกเ้าทุกคนล้วนเป็ผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดทั้งสิ้น ข้าไม่สนว่าพวกเ้าทั้งหลายจะเข้าสู่เส้นทาง แห่งผู้คุมส่งิญญา เพราะสาเหตุใด ? และข้าเองก็เกิดมานาน พอจะมีความรู้อยู่บ้าง ฉะนั้นข้าจะให้คำหนึ่งคำ คำที่ข้าจะบอกพวกเ้า จำมันให้ขึ้นใจ และควบคุมมันให้ได้หากพวกเ้าควบคุมคำนี้ได้พวกเ้าก็จะสามารถใช้ชีวิตในเส้นทางผู้คุมส่งิญญาได้อย่างราบเรียบและยืนยาว”
ผอ.เซ หยุดพูดชั่วขณะ และสูดหายใจเข้าลึกๆมองดูกลุ่ม ผู้คุมส่งิญญาฝึกหัด วัยละอ่อน ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นประหนึ่งว่ากำลังจะได้เคล็ด คาถา มนต์ วิชาที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ระดับผอ.มาให้โอวาท คงมิใช่คำง่ายๆเป็แน่ !! ซึ่ง ผอ. เซก็ชื่นชมความรู้สึกนี้มาก เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว ผอ.เซจึงแสดงใบหน้าเข้มขรึมแล้วกล่าวขึ้น
“ปรารถนา”
(โฮ่วววววว) เสียงโห่ร้องจากข้างล่างที่ดูเหมือนผิดหวังบางอย่าง
"~~~~~~" และผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดข้างล่างบางคนดูเหมือนกำลังตั้งหลักกันอยู่ ? เหมือนจะสับสนในหลายๆแง่มุม เมื่อ ผอ.เซเห็น ข้างล่างเอะอะโวยวาย เหมือนไม่มีใครสามารถบรรลุถึงคำที่ตนพึ่งสั่งสอนจึงกล่าวอธิบายด้วยใบหน้าจริงจัง
“เงียบ!! ความปรารถนาใช่พวกเ้าได้ยินถูกแล้ว มันไม่ใช่เพียงพื้นฐานแต่มันคือหัวใจหลักและเป็ความหมายที่แท้จริงของผู้คุมส่งิญญาด้วยซ้ำ พวกเ้าฟังให้ดี ในบรรดาิญญาทั้งหมดสิ่งที่ทำให้คงอยู่ได้คือความปรารถนา หากเ้าจะส่งสุคติิญญาเ้าต้องลบหรือเติมเต็มความปรารถนาเสียก่อน หากจะควบคุมิญญา เ้าก็ต้องควบคุมความปรารถนาของิญญาให้ได้เหมือนกันจะควบคุมความปรารถนาของิญญา เ้าต้องควบคุมความปรารถนาของตัวเองเสียก่อนมิเช่นนั้นพวกเ้าก็จะต้องตายอยู่บนเส้นทางที่เ้าเลือกเท่านั้น!”
ผอ.เซหยุดพูดและกวาดสายตาคมดุจเหยี่ยวไปยังบรรดาผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดนับแสนทั้งหมดเหมือนอยากจะเตือนอะไรอย่างบางอย่าง เพิ่มเติม!? แต่ไม่้าพูดออกมา สุดท้ายเพียงถอนหายใจและกล่าวเตือนอีกครั้ง
“หากใครที่ไม่ควบคุมความปรารถนาปล่อยให้มันพลุ่งพล่านไม่หยุดหย่อนคิดใฝ่ฝันจะเป็ิญญาตัวใหญ่อยากจะเป็ผีเ้าพ่อ มันผู้นั้นจะต้องเจอกับข้าแน่นอนข้าชมชอบนักในการไล่ล่าิญญาตัวใหญ่ พวกเ้าจะเจอข้าแน่นอน!”
ผอ.เซทั้งเตือนและประกาศเจตจำนงที่แน่วแน่ไม่สั่นคลอนแม้จะสั่นงันงกยืนได้ไม่ตรงแล้วก็ตามที
“เอาล่ะสิ่งที่สมควรพูดก็พูดไปแล้ว สองคนข้างหลังข้าคือรุ่นพี่พวกเ้ามีหน้าที่ควบคุมการสอบ พวกเ้าสามารถเรียกว่า รุ่นพี่ผู้คุมสอบได้ในระหว่างนี้หากสงสัยสิ่งใด พวกเ้าสามารถถามได้ อย่างที่พูดจนกว่าการสอบจะเสร็จสิ้นเรายังคงมีชะตาต้องกันอยู่แม้ข้าไม่สามารถพูดได้ว่าสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้าดีที่สุด แต่เราเก่าแก่ที่สุดแน่นอนความรู้มีมากมายให้พวกเ้าได้กอบโกย เอาล่ะข้าเองก็ไม่อยากพูดอะไรมาก มีหลายคนพอข้าเริ่มพูดแล้วหาว่าข้าบ่น ช่างเป็เด็กที่ไม่รู้จักโตนัก ? เฮ้อ... โอ้...พวกเ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะพวกเ้าต้องเรียนรู้ให้มาก ๆ พวกเ้าต้องสามารถเรียนรู้ให้ได้จากทุกย่างก้าวในเส้นทางที่เ้าเดินไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม.....”
ผอ.เซหันไปพยักหน้าและส่งยิ้มให้ 2 คนที่ด้านหลัง แล้วจึงเดินลงเวทีจากไปด้วยท่าทางสั่นงันงกเช่นเคย ฮาอินก็แอบเป็ห่วงอยู่เหมือนกันแต่ละก้าวดูเหมือนจะล้มได้ทุกเมื่อ ไม่รู้จะถ่อสังขารมาทำไม? แต่ยังไงก็เถอะ เป็คนแก่ที่ชอบบ่นอย่างที่พูดจริงๆ นั่นล่ะ ความปรารถนาเหรอ? ข้าเติมเต็มมันตลอดนั่นล่ะ!?
และตอนนี้กลุ่มผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดก็กำลังเดินทางกันอีกครั้ง เพราะสนามสอบยังต้องเดินไปอีก 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงมันคือคำพูดเมื่อ 30 นาทีก่อนของรุ่นพี่ผู้คุมสอบ กันทา ชายผู้หน้าตาโเี้ ที่บอกว่าตัวเองอายุ 20 ปีทั้งที่ใบหน้าใกล้จะถึง 40 แล้ว ผิดกับรุ่นพี่ผู้คุมสอบอีกคน เป็หญิงสาววัยผู้ใหญ่ที่ดูอ่อนหวาน และมีเสน่ห์มากรุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลี ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน ตอบคำถามอย่างอดทนเพื่อขจัดความสงสัยของผู้คุมส่งิญญาฝึกหัด ที่ห้อมล้อมกันถามอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยทางฝั่ง รุ่นพี่ผู้คุมสอบกันทา แม้หน้าตาจะไม่รับแขกแต่ก็มีคนเข้าไปถามมากมายเช่นกัน ฮาอินก็มีคำถามเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีโอกาสรุ่นพี่ผู้คุมสอบอาจจมน้ำลายตายได้ หากผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดนับแสนเอ่ยถามพร้อมกันเด็กหนุ่มผู้ไม่้าไปเบียดเสียดกับผู้คน รู้สึกว่าโอกาสหายากเล็กน้อย !! ณตอนนี้กำลังข้ามูเาลูกหนึ่ง ูเาที่เต็มไปด้วยป้ายหลุมศพทุกหนทุกแห่งถูกปักไว้ด้วยป้ายหลุมศพ แต่จากคำบอกเล่าของ รุ่นพี่ผู้คุมสอบกล่าวว่าด้านล่างป้ายหลุมศพ หาได้มีศพแต่อย่างใด ศพของแต่ล่ะคนโดนพวกลัทธิอวิชานอกรีดนำไปใช้ประโยชน์หมดสิ้นแล้ว ป้ายหลุมศพที่มีอยู่ทั่วูเาเป็เพียงสัญลักษณ์ที่หลงเหลือจากการส่งสุคติเท่านั้น อืม...มันคงจำเป็สินะ!! ที่ต้องผ่านทางนี้ ? ทั้งที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป้ายหลุมศพ จนแทบไม่มีที่จะเดิน!?
กลุ่มคนยังเดินหน้าต่อไปจนกระทั่งเกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นข้างหน้า เพราะสิ่งที่เห็นเบื้องหน้านั้นคือหน้าผาสูงชันและและผิวหน้าผาก็เรียบเหมือนมีใครตัดแบ่ง!?
กลุ่มผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดแต่ล่ะคนกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด ปรึกษากันต่างๆนาๆ เพราะรุ่นพี่ผู้คุมสอบ บอกว่านี่คือสถานที่สอบรอบแรก !! เด็กหนุ่มฮาอินก็เคร่งเครียดและใเช่นกันหากการปีนข้ามหน้าผานี่คือการสอบ??...ข้าคงต้องพาพิณนี่และพานน่ากลับบ้านนอกสินะฮะ ๆ ว่าไปนั่น กลับไปข้ามิโดนท่านพ่อไล่ตีหรือ !?