ตอนที่ 1 (2)
เมื่อมองไปที่หลินฉิงไห่ซึ่งร่างกายอ่อนเปลี้ยและจิตใจล่องลอยเพราะเพิ่งจะแตะไปถึงจุดสุดยอดเต็มขั้น ั์ตาคู่นั้นปิดสนิท เห็นเพียงแพขนตาสั่นระริก เฉินเซ่ากังก็โน้มตัวลงไปไล้เลียน้ำตาที่ไหลไปตามผิวแก้มของเขาด้วยความพอใจ
“สบายใจได้ ฉันไม่มีทางเทนายหรอก ต่อให้ฉันแต่งงาน ก็ยังจะเก็บนายไว้อยู่ดี” เฉินเซ่ากังยืดตัวตรง ลูบไล้ท้ายทอยของหลินฉิงไห่แล้วลงแรงกดโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ทำให้ใบหน้าของเขามาจ่อกับหว่างขาโป่งนูนของตัวเอง
หลินฉิงไห่ลืมตาที่เพิ่งร้องไห้จนบวมเล็กน้อยขึ้น จากนั้นจึงใช้ปากรูดซิปกางเกง ปลดปล่อยแก่นกายใหญ่โตให้เผยตัว เขาคว้าสิ่งนั้นมาจ่อที่ริมฝีปาก แล้วเริ่มไล้เลียด้วยอาการสั่นระริก ้าคือลมหายใจอันหนักหน่วงของชายคนนั้น
“ตอนฉันแต่งงาน นายมาเป็เพื่อนเ้าบ่าวให้ฉันด้วย” เฉินเซ่ากังสั่งอย่างเ็า ไม่มีการถามถึงความสมัครใจ ทั้งยังไม่เหลือโอกาสให้หลินฉิงไห่ปฏิเสธ
หลินฉิงไห่หลับตาด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง
นอกจากกลิ่นคาวของความเป็ชาย ปลายจมูกเขายังได้กลิ่นฟีโรโมนจางๆ ของชายคนนั้นด้วย นี่ปลุกเร้าความปรารถนาส่วนลึกของเขาในฐานะ Omega ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลิ่นที่ว่านั้นคือกลิ่นไม้จันทน์ที่หอมเย็นเหมือนกับรูปลักษณ์เฉยชาและท่าทางสงบของชายคนนี้
เพียงแต่อาจารย์ของเขาไม่มีทางจะได้สูดกลิ่นดอกพุดซ้อนอันอบอวลที่เสมือนความจริงจังในความรักของเขา
ถูกต้อง คนที่เขาชอบ ไม่เคยชอบเขาเลย
...
เสียงนาฬิกาปลุกที่เสียดหูปลุกหลินฉิงไห่จากห้วงฝัน
เขาฝันถึงอดีตที่ผ่านมาเนิ่นนาน หลินฉิงไห่บิดมุมผ้าห่ม ลุกขึ้นนั่งอึ้งอยู่บนเตียงอีกพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง
แจกันบนโต๊ะเล็กมุมห้องอันเดิมที่เคยประดับด้วยกุหลาบขาวเบ่งบาน ตอนนี้เหลือเพียงแจกันว่างเปล่าที่ไม่เหลือสิ่งใดอยู่ในนั้น
ห้องที่เดิมมีเสื้อผ้าเพียงน้อยนิดมาั้แ่แรก กลายเป็ห้องโล่ง สีที่หกเลอะเทอะบนพื้นหายไปพร้อมกับการทำความสะอาดห้องเมื่อหลายวันก่อนราวเจ็ดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
ด้านล่างของอพาร์ตเมนต์เก่าโทรมเป็ตลาดสดที่มีผู้คนคับคั่ง เพียงฟ้าเพิ่งเริ่มสาง แผงร้านค้าต่างๆ ก็ส่งเสียงเรียกลูกค้ากันอื้ออึง ฝนเพิ่งตกไป่กลางดึก พื้นยังเปียกชื้นอยู่บ้าง หลุมน้ำน้อยๆ มากมายพากันกระเซ็นขณะรถเข็นสินค้าเคลื่อนผ่าน ทั้งยังส่งเสียงน้ำกระเซ็นยากจะสังเกต
หลินฉิงไห่ชงชาร้อนให้ตัวเอง นั่งลงติดริมหน้าต่าง ฟังเสียงผู้คนทางด้านล่างที่เริ่มจอแจขึ้นเรื่อยๆ พร้อมมองท้องฟ้าสลัว กระทั่งฟ้าสว่าง เขาจึงยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้น กดหมายเลขประจำลำดับแรกของสมุดรายชื่อ ซึ่งเบอร์นี้คือหนึ่งในรายชื่อผู้ติดต่อเพียงไม่กี่คนของเขา
เสียงรอสายจากอีกด้านส่งเสียงะเืแก้วหูและหัวใจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่รู้ว่าสาเหตุเป็เพราะความคาดหวัง ความประหม่า หรือเพราะอะไร ทั้งที่เป็เบอร์ซึ่งต้องโทรหาอยู่ทุกวัน แต่การโทรครั้งนี้กลับเหมือนการต่อสายเป็ครั้งแรก กระทั่งมือที่กำลังกุมโทรศัพท์มือถือยังเปียกเหงื่อจนชื้น
‘ว่าไง ฉิงไห่เหรอ มีธุระอะไร’ ในที่สุดสายก็ต่อติด จากนั้นเสียงทุ้มต่ำและมากเสน่ห์ที่เหมือนกับเพิ่งตื่นนอนของชายคนหนึ่งก็ดังมาจากปลายสาย
หลินฉิงไห่กัดริมฝีปากล่างซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาจำเป็ต้องยอมรับว่าเวลาได้ยินน้ำเสียงงัวเงียเพราะเพิ่งตื่นอย่างนี้ ท้องน้อยมักจะเกิดอารมณ์อย่างไม่เอาไหน เขาพยายามสงบใจ ไม่อยากให้คนทางปลายสายจับสังเกตจากเสียงของเขาได้ว่าเขากำลังเกิดอารมณ์อย่างชัดเจน
“ไม่มีธุระครับ...อาจารย์ คือ ผมจะไปแล้วนะ” หลินฉิงไห่เอ่ยอีกครั้ง แต่เสียงกลับแห้งผาก มิหนำซ้ำน้ำเสียงยังแฝงแวววิงวอนอยู่เจือจาง
ปลายสายชะงักครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตอบ ‘ฉันรู้แล้ว นายก็ดูแลตัวเองด้วยละ ถ้าอะไรๆ เข้าที่เข้าทางแล้วฉันจะติดต่อนายไปเอง’
หลินฉิงไห่ยังไม่ทันตอบอะไร สายสนทนาก็ถูกตัดไป
เขานิ่งมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ว่างเปล่าเพราะถูกตัดสาย ภาพพักหน้าจอแสดงภาพกำไลประคำที่ทำจากไม้จันทน์ ขณะมองภาพอยู่ก็นึกถึงกลิ่นอายของชายคนนั้น ทั้งความเ็าและความเก่งกาจของเขา
ก่อนที่สายสนทนาจะตัดไป เขาได้ยินเสียงผู้หญิงแทรกจากทางปลายสาย เสียงนั้นกำลังถามชายคนนั้นว่าใครโทรมา และถามว่ามื้อเช้าจะกินอะไรดี
ดวงตาสีอ่อนฉายความมืดมน ไร้ซึ่งประกาย ความเศร้าหมองถูกปกปิดอยู่ภายใต้แพขนตายาวหนา หลังจากหลินฉิงไห่ค่อยๆ วางโทรศัพท์มือถือลงอย่างเชื่องช้า ทั่วทั้งห้องก็เงียบงัน
“ผมก็แค่...ผมก็แค่หวังว่าอาจารย์จะรั้งผมสักนิด แค่นิดเดียวเท่านั้น ขอแค่หวงผมสักนิดก็ยังดี...” เขาฝังใบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้างเนิ่นนาน น้ำตาไหลหยดไปตามร่องนิ้วมือ แต่กลับไร้ซึ่งเสียงสะอื้น
วันนี้หลินฉิงไห่ยกเลิกสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์หลังเก่าที่เขาอาศัยอยู่มานานหลายปี เพื่อมุ่งหน้าไปทำตามทะเบียนสมรสของตัวเองพร้อมกับกระเป๋าเดินทางเพียงไม่กี่ใบ
ทะเบียนสมรสที่ว่าคือทะเบียนสมรสจอมปลอม เขากำลังจะแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักซึ่งเรียกว่าคู่ครองตามทะเบียนสมรส และเป็คนที่ไม่มีวันจะเป็คนที่เขารัก