จนพวกเขาทั้งคู่เงียบงันไปหลายเสี้ยวอึดใจ ก่อนน้ำเสียงหลางเทียน จะกล่าวพูดขึ้นมา “งั้นเรามาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งๆ หน้า ดีหรือไม่?”
เสียงถ่มน้ำลาย เด็กสาวดังขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายใกล้เข้ามา “ถุย!! เ้าหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้เด็กบ้า ทำเช่นนั้น ข้าก็เสียเปรียบเ้านะซิ”
“แล้วเ้าจะเอาเช่นไรแม่นางสุ่ยเยว่ กลางวันนี้ เราต้องไปงานเลี้ยงสังสรรค์ คงไม่ว่างมานั่งหยั่งเชิง อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ตลอดทั้งวันเช่นนี้ หรอกกระมัง?”
สุ่ยเยว่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันออกมาเล็กๆ แต่ก็จริงอย่างที่เ้าเด็กบ้าหลางเทียนว่ากล่าว ก่อนนางจะเอ่ยพูดขึ้นมา เมื่อเห็นฉากกั้นมีช่องว่างเล็กๆ อยู่ขอบมุม “เ้าเห็นฉากกั้นที่มีช่องว่าง พอจะสอดมือเข้ามาได้ เรามาแลกเปลี่ยนกัน แต่ข้าขอย้ำอย่าแอบดูข้าเชียว”
หลางเทียนที่กวาดสายตา เขาก้าวเดินเนิบช้า ไปอยู่บริเวณนั้นทันที ก่อนพวกเขาจะยื่นเสื้อผ้าสลับกัน ทว่าก็ยังแฝงไว้ด้วยความไม่ไว้ใจกันเล็กๆ กว่าจะแลกเสื้อผ้ากันได้ ก็ยื้อยุดฉุดกระชาก แยกเขี้ยวใส่กันไม่น้อย
ครั้นพวกเขาได้เสื้อผ้าของตนมาต่างก็รีบสวมใส่ แล้วเดินออกมา จากการต่อสู้กันในคราวก่อน ทำให้พวกเขาไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน
หลางเทียนมั่นใจ หากเขาส่งชุดให้สตรีนางนี้ นางต้องเล่นแง่อะไรกับเขาแน่ๆ เมื่อทั้งสองสบตากัน ต่างก็เดินกระทืบเท้ากลับที่พัก ไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องไปทางเดียวกันอยู่ดี อย่างไรก็หนีหน้ากันไม่พ้น แถมเตียงที่พักรวมพวกเขา ยังอยู่ใกล้กันอีก ริมฝีปากพวกเขา จึงเผยอขึ้นแยกเขี้ยวใส่กันเล็กๆ
“เ้ามองอะไร” สุ่ยเยว่นางกล่าวพูดขึ้นมาทันที ทว่าไอ้เด็กหนุ่มหลางเทียนผู้นี้ พอเห็นมันใส่ชุดผ้าฝ้ายอย่างดี มันเหมือนคุณชายเ้าสำราญไม่น้อย ทำให้นางไม่สบอารมณ์ ขึ้นมาเล็กๆ
หลางเทียนที่เห็นแหวนมิติเก็บของ เป็ครั้งแรก ของแม่นางสุ่ยเยว่ เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่า มันจะเก็บของใหญ่ๆ อย่างโต๊ะเครื่องแป้งไว้ได้ แม้หลางเทียนจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง ทว่าราคาของมันแพงเอาเื่
“เ้าไม่เคยเห็นซินะ แหวนมิติเก็บของ เด็กบ้านนอกอย่างเ้า ไม่เคยเห็นของสิ่งนี้ ย่อมไม่ใช่เื่แปลก หากเ้าอยากได้ข้ายกมันให้กับเ้าก็ได้นะ… ได้ก็โง่แล้วเ้าเด็กบ้า” สุ่ยเยว่ ที่เห็นดวงตาหลางเทียนเป็ประกาย นางอดไม่ได้ ที่จะแกล้งหยอกล้อ เ้าหลางเทียนขึ้นมา
เสี่ยวเฉา ชายหนุ่มที่อยู่ภายในห้องพักรวม ไม่ห่างมากนัก กล่าวพูดขึ้นมาทันที “น้อยคนนัก จะมีแหวนมิติเก็บของ ถือว่าเป็ของหายาก เกรงว่าแม่นาง จะเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ซินะ แม้แต่แม่นางเจียงจือ กงม่อซือพวกเขายังไม่มีมัน”
เจียงจือนางมีสีหน้าไม่พอใจเล็กๆ แต่ก็ต้องพยักหน้ายอมรับคำของ เ้าเสี่ยวเฉา “ตระกูลเจียงของข้าสามารถซื้อแหวนมิติเก็บของได้ แต่การจะหาคน เอาแหวนมิติเก็บของ ออกมาวางขาย นี่สิที่หายากยิ่งกว่า”
สุ่ยเยว่ พยักหน้าออกมาเล็กๆ เหมือนว่านางจะเล่นใหญ่เกินไปแล้ว “มันเป็แหวนมิติเก็บของ ท่านปู่ข้า พวกเ้าอย่าคิดอะไรมากเลย” พวกเขาได้ยิน ต่างก็พยักหน้าออกมาอย่างเข้าใจเด็กสาว
ก่อนทางด้าน เจียงจือที่เห็นว่าเวลาเข้าใกล้่เที่ยงของวัน นางจะเอ่ยพูดขึ้นมา “ใกล้จะถึงเวลาแล้ว... พวกเราไปรอห้องอาหาร จัดงานเลี้ยง เ้าคฤหาสน์เซียงหยางกันเถอะ ป่านนี้คงน่าจะมีคนทยอยไปรวมตัวกันที่นั่นแล้ว”
พวกเขาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเจียงจือ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงที่พัก สืบฝีเท้าเดินลัดเลาะ ตามกันเข้าไป ภายในคฤหาสน์เซียงหยางชั้นใน ซึ่งเป็ที่จัดงานเลี้ยง
...ทว่าใครจะไปคาดคิด เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนสวมชุดสีเขียว ร่วม20ชีวิตที่พวกเขาคุ้นตา ถูกคัดออกไปก่อนหน้านี้ จะมาอยู่ภายในห้องโถงอาหารขนาดใหญ่ พร้อมรอยยิ้มกว้างของพวกเขา ส่งออกมาให้พวกหลางเทียน
ด้านหลางเทียนกล่าวพูดพึมพำออกมาเล็กน้อย “นั้นมันกลุ่มคน ที่ไม่ผ่านการทดสอบไม่ใช่หรือ?” คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าออกมา ด้วยความใเช่นกัน
เจียงหยางภายในกลุ่มคนสวมชุดสีเขียว โบกไม้โบกมือออกมาหา พี่สาวของเขาทันที “ท่านพี่!!” พร้อมสายตาบางคนสวมชุดสีเขียว จับจ้องสายตามาที่พวกหลางเทียน ด้วยสายตาอยากเอาชนะพวกเขา
ทำให้หลางเทียนกับคนอื่นๆ รับรู้ได้ทันทีว่า การแข่งขัน ยังไม่จบเสียทีเดียว หลางเทียน มองลงไปที่เข็มกลัดสีเหลือง ติดอยู่บริเวณหน้าอกตนเอง “เกรงว่า มันจะเป็การแบ่งอันดับ ชนชั้นซินะ ข้าไม่ชอบสิ่งนี้เลย”
สุ่ยเยว่ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดพึมพำของหลางเทียน “มันเป็เื่ปกติของโลกโหดร้ายแห่งนี้ พร์ ศักยภาพคือทุกสิ่ง เ้าควรชินชากับมันได้แล้ว เ้าเด็กบ้า”
เสี่ยวเฉา กงม่อซือ เจียงจือ พวกเขาเองก็พยักหน้าออกมา กับคำพูดของแม่นาง สุ่ยเยว่ แม้แต่ผู้มาใหม่สวมชุดสีฟ้า ยังพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของสตรีนางนี้
“แม่นางกล่าวพูดถูกต้อง” ถงอี้ศิษย์หัวกะทิ ลำดับที่2ของเ้าคฤหาสน์เซียงหยาง กล่าวพูดพร้อมกลั้วยิ้มออกมากว้าง มองเด็กสาวเบื้องหน้า อย่างไม่กะพริบตา
หลางเทียนพูดสวนขึ้นมาทันควัน ด้วยความหนักแน่น “คนธรรมดาไร้พร์ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่มี ทางเดิน บนเส้นทางฝึกยุทธ์ได้ หากได้เพียรพยายาม มากเพียงพอ”
ถงอี้ครั้นได้ยินเขาห่างคิ้วสั่นกระตุก ขึ้นมาน้อยๆ ทันที เห็นแวบแรก เขาก็ไม่ชอบขี้หน้า ไอ้เด็กนามว่าหลางเทียนผู้นี้แล้ว ครั้นคิดจะเอาเื่เด็กใหม่ เขาก็ต้องหยุดมือ เมื่อเห็นศิษย์หัวกะทิ คนอื่นๆ มาพร้อมหน้ากันอย่างครบครัน