หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
สายนทีไปพบอาที่โรงพยาบาลเพราะทนการรบเร้าของแม่ไม่ไหว สีหน้าของศีตกาลผู้เป็อาเขยเพียงคนเดียวแสดงออกมาอย่างที่เขาคิดเอาไว้จริง ๆ
ชายวัยสี่สิบ อัลฟ่ายีนเด่นผู้มีผมและตาสีแดง ผิวขาวซีดสวมเสื้อกาวน์กำลังรอเขาอยู่ด้านในห้อง
“ไหน ๆ ก็มาแล้วเพราะฉะนั้นตรวจหลาย ๆ อย่างไปเลยแล้วกัน” ศีตกาลบอกกับเขาพลางหยิบเข็มออกมาเจาะเืไปตรวจ “แม่เขารู้สึกสงสัยว่านายจะมีอาการแทรกซ้อนอะไรหรือเปล่าเพราะเห็นว่าปกติไม่ค่อยเป็หวัด แล้วอีกอย่างพ่อนายก็เป็อัลฟ่ายีนเด่น ส่วนนายเป็เบต้า พวกเขาเลยสงสัยว่านายอาจจะแสดงอาการเพศรองช้าหรือเปล่า”
“ไม่ช้าไปเหรอครับ” สายนทีถามอาเพราะส่วนใหญ่แล้วเพศรองของอัลฟ่ายีนเด่นจะแสดงออกมาั้แ่เด็ก แต่ว่าตอนนี้เขาอายุจะยี่สิบแล้ว “แสงทิวาอายุแค่แปดขวบยังรู้ผลเร็วเลย”
เขาพูดถึงลูกชายของศีตกาลซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง
“มีหลายกรณีนะ อย่างของนายถ้าไม่เป็หวัดธรรมดาอาจจะเป็เพราะอยู่ใน่เริ่มแสดงอาการก็ได้” เขาถอนเข็มเจาะเืออกมาแล้วติดพลาสเตอร์ที่แขนให้คนตรงหน้า “บางทีนายอาจจะได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าจนไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ยังไม่แสดงอาการของนายก็ได้ มีแฟนสินะ”
“...” สีหน้าของสายนทีเลิ่กลั่กเพราะอาพูดจี้ถูกจุด
“เงียบแบบนี้แสดงว่าใช่” เขายิ้มมุมปาก “สามีฉันได้ข่าวคงอยากเห็นหน้าผู้โชคดีคนนั้นแล้วชวนพ่อแม่นายยกโขยงไปดูแน่ ๆ” เขาพูดถึงคิมหันต์ผู้เป็อาแท้ ๆ ของสายนที
“แค่คิดก็วุ่นวายแล้ว อย่าเพิ่งบอกอาเลยครับ” สายนทีส่ายหน้าเหนื่อยใจรอไว้ก่อน “แต่ฟีโรโมนของโอเมก้ามีผลจริง ๆ เหรอครับ”
“มีส่วนน่ะ แต่ปริมาณที่มากถึงขนาดกระตุ้นให้ยีนเด่นอัลฟ่าแสดงออกมา อืม...” ศีตกาลเลิกคิ้วมองหลานชาย “ถ้ายังไม่พร้อมรับมือกับการเลี้ยงลูกก็ป้องกันด้วยนะ”
“เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วครับ ยังไม่ถึงขั้นนั้นสักหน่อย” ทั้งหน้าทั้งหูสายนทีแดง เขารีบแก้ตัวยกใหญ่
“งั้นเหรอ” คนเป็อายิ้มมุมปากที่ได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย “เดี๋ยวผลตรวจออกมาก็รู้แล้วล่ะว่านายแค่เป็หวัดหรือกำลังเปลี่ยนสภาพ ถ้าผลออกมาเป็อย่างหลังคงต้องเรียกว่าเป็คู่ชะตาของนายล่ะมั้ง”
“...” สายนทีไม่พูดอะไรแต่ยิ้มกว้าง “คู่ชะตาเหรอครับ”
“ถึงอัลฟ่ายีนเด่นจะมีลักษณะที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่เื่บางเื่ก็ใช้โชคช่วยเหมือนกันนะ” ศีตกาลนึกถึงเื่ของตัวเองกับคิมหันต์
คู่ชะตาระหว่างอัลฟ่ายีนเด่นทั้งคู่ แม้เปอร์เซ็นที่จะผูกพันธะหรือตั้งท้องได้จะมีน้อยนิดเหมือนเป็เคสหายาก แต่สุดท้ายแล้วคิมหันต์ดันผูกพันธะกับเขาได้สำเร็จแล้วก็มีแสงทิวาเป็พยานรักโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่เรียกว่าเป็คู่ชะตาจะเรียกเป็อะไรไปได้
“วันนี้มีนัดไปหาแฟนหรือเปล่า” จู่ ๆ เขาเอ่ยปากถามหลานชาย ครั้นเห็นว่าสายนทีพยักหน้าจึงย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า “อย่าลืมป้องกันนะ ตอนพ่อกับแม่มีหลานน่ะ วุ่นวายสุด ๆ ไปเลย”
“โธ่อา...” เขายอมแพ้พลางถอนหายใจ รู้ว่าที่คนตรงหน้าพูดก็เพราะเป็ห่วงกลัวซ้ำรอยกับเื่ของพ่อกับแม่
ศีตกาลเดินเข้ามากอดเขาด้วยความเอ็นดู แล้วบอกว่า “ถ้าอาทิตย์หน้าว่าง แวะมาเล่นกับน้องหน่อยนะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับอา” สายนทีเอ่ยปากลาแล้วนั่งรถกลับ
สองชั่วโมงต่อมา
เขานัดเจอกับนรินทร์เพราะเป็เดตครั้งที่ห้า วันนี้จึงตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเล่นที่สวนสาธารณะไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ครั้นลงรถมาเรียบร้อยจึงยิ้มแป้นให้คนที่ยืนรออยู่ตรงทางเข้า
ทันทีที่เจอหน้า นรินทร์รีบถามอาการด้วยความเป็ห่วง “หมอว่ายังไงบ้างครับ”
“ผลตรวจจะออกอาทิตย์หน้าน่ะ คุณอาสันนิษฐานว่าอาจจะแค่เป็หวัดหรือไม่ก็อาการของเพศรองแสดงช้า” สายนทีอธิบายตามที่ได้ยินมา
“...” นรินทร์ขมวดคิ้ว
“เปลี่ยนจากเบต้าเป็อัลฟ่าล่ะมั้ง” น้ำเสียงของเขาดูไม่เดือดร้อนที่จู่ ๆ ตัวเองอาจจะต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่ หากวันหนึ่งไม่ใช่เบต้าอีกต่อไป
ครั้นได้ยินเช่นนั้น นรินทร์ยิ่งขมวดคิ้วชนกันมากกว่าเดิมพลางครุ่นคิดแล้วมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่รอยยิ้มบางผุดขึ้นมาเพราะคิดแล้วว่าต่อให้คนรักกลายเป็อัลฟ่า สายนทีจะยังเป็คนเดิมที่คอยดูแลและทะนุถนอมเขาไม่เปลี่ยน
“ถึงจะเป็อัลฟ่าก็ไม่เป็ไรหรอก ผมเชื่อใจพี่” เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วจับมืออีกฝ่าย
“ขอบคุณนะ” สายนทียีผมเขาเพราะมันเขี้ยว รู้สึกอยากกอดคนข้าง ๆ แต่ต้องอดใจเอาไว้ก่อนเพราะยังไม่ถึงเวลา
ทันใดนั้น นรินทร์กลับยืนนิ่งแล้วหันมาสบตาดวงตาสีน้ำเงินที่กำลังงงว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ร่างบางสูดจมูกเพราะได้กลิ่นฟีโรโมนจาง ๆ จากคนรัก “พี่บอกว่าผลตรวจยังไม่ออกแสดงว่าตอนนี้ยังไม่มีอาการของอัลฟ่าใช่ไหมครับ”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของนรินทร์ทำให้เขาเลิ่กลั่กรีบพยักหน้า
“ถ้างั้นฟีโรโมนกลิ่นเหมือนไวน์แดงที่ตัวพี่นี่ได้มาจากไหนเหรอครับ” คำถามของคนข้างกายทำให้เขาต้องรีบนึกให้ออกโดยเร็วว่าไปพบเจอใครมา
“กลิ่นอะไรนะ” สายนทีทวนซ้ำ
“ไวน์แดงครับ” สายตาเอาเื่กำลังรอคำตอบ แล้วขยับกายเข้ามาใกล้พลางดมกลิ่นที่ติดตามเสื้อผ้า “ต้องอยู่ใกล้ขนาดไหน กลิ่นถึงเต็มไปทั่วแบบนี้”
คนถูกสอบสวนนิ่งไปแวบหนึ่งพลันได้คำตอบ “อ่า ไวน์แดง กลิ่นของคุณอาน่ะ อัลฟ่ายีนเด่นกลิ่นไวน์แดง”
“แล้วทำไม...” เขาคิดจะถามต่อ
“คุณอารู้แล้วว่าพี่มีแฟน คงทำแบบนี้เพราะอยากแกล้ง” สายนทีรีบอธิบายยืดยาว “ถ้าไม่เชื่อพี่จะพาไปหาเดี๋ยวนี้เลย”
ทันใดนั้น สายนทีกลับเลิ่กลั่กมากกว่าเดิม ก่อนจะยิ้มแป้นออกมาเพราะเข้าใจว่าคนตรงหน้ารู้สึกอย่างไร นรินทร์เป็ฝ่ายโอบกอดเขาเป็ครั้งแรก เสียงอู้อี้พึมพำกับตัวเอง
“ปกติเคยเห็นแต่อัลฟ่าวางอาณาเขต นายน่ะเป็โอเมก้าไม่ใช่เหรอ นรินทร์” เขายิ้มมุมปากถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ใช่ครับ ผมหวงพี่” ร่างบางยอมรับแล้วซุกใบหน้าเข้าในอ้อมกอดของสายนที
“อ่า อยากได้กลิ่นฟีโรโมนของนายจัง” คำพูดของเขาทำให้นรินทร์หน้าแดงระเรื่อ “กุหลาบจะหอมหวานขนาดไหนกันนะ”
ตุ๊บ!
นรินทร์กำมือน้อย ๆ ทุบสายนทีไปหนึ่งครั้งเพราะเขินจนทำตัวไม่ถูก
“ตัวแค่นี้ แต่มือหนักใช่ย่อย” อีกฝ่ายกลั้นขำแล้วกอดร่างบางอย่างอ่อนโยน “อยู่แบบนี้อีกสักพักได้ไหม พี่อยากกอดนายไว้นาน ๆ”
ทั้งสองคนจึงเดินเล่นไปคุยกันไปราวกับว่าสวนสาธารณะนั้นปลอดคนอย่างไรอย่างนั้น รอยยิ้มที่มีให้กันตลอดเวลาเป็เหมือนพลังบวกที่ทำให้อีกฝ่ายเพิ่มพูนความสุขในใจมากยิ่งขึ้น
กระนั้น พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าภาพในวันนี้กำลังถูกใครบางคนถ่ายเอาไว้เพื่อส่งรายงานให้เ้านายของตัวเอง
ใครคนนั้นแสยะยิ้มหลังจากดูรูปภาพนับสิบใบ สีหน้าเดือดดาลเพราะไม่คิดว่านรินทร์จะกล้าปิดบังเื่สายนทีเอาไว้ พาลสั่งให้คนของเขาติดตามดูทั้งคู่อย่างใกล้ชิด