พอรถตู้ถึงหน้าตึกบริษัท เด็กชายก็ดันก้นลงไปยืนอยู่พื้น ไหว้ธนาอย่างนอบน้อม ท่านประธานสุดหล่อมองเห็นชื่อจริงที่ปักอยู่บนเสื้อยืดคอวีของเด็กชายแล้วถึงกับชะงัก ‘ธนาธิป เปี่ยมบุญงาม’
ในหัวของธนาเต็มไปด้วยความสงสัย ทำไมลูกของทักษพรถึงได้ชื่อ ธนาธิป? หากว่าเธอตั้งชื่อลูกชายตามชื่อของบิดา...ชื่อของผู้ชายคนนั้นก็น่าจะมีชื่อคล้ายๆ เขาหรือเหมือนเขา ธนารู้สึกตัวเองคล้ายจะปวดหัวขึ้นมาหน่อยๆ
“นี่เสื้อของน้องพืชเองเหรอครับ?”
“ครับคุณลุง เราจะใส่เสื้อเพื่อนไม่ได้นะครับ เดี๋ยวคุณครูดุเอา”
ธนาขมวดคิ้วหันไปมองหน้าแม่เด็กน้อย ทักษพรหลบตาเขาวูบ เธอหวังว่าเขาจะไม่สงสัยชื่อของลูกที่ช่างคล้ายกับชื่อของเขา
“ถึงบริษัทแล้ว ขอบคุณท่านประธานมากนะคะที่กรุณามาส่งพวกเรา” เสียงของพราวพรายดังขึ้นขัดจังหวะความสงสัยของธนาพอดี
วรภัทรเดินมาช่วยเปิดประตู ทักษพรถือกระเป๋าเป้ใบเล็กของลูกชายลงไป เธอกำลังหันมาจะอุ้มน้องพืช แต่วรภัทรก็ยื่นมือมาหาเ้าตัวกลมเสียก่อน
“มาๆ ลุงภัทรอุ้มลงรถเอง”
ธนานั่งนิ่งมองดูวรภัทรที่อุ้มเด็กน้อยไปส่งให้ทักษพรที่ยืนรออยู่ด้านหลัง คนอื่นๆ ทยอยลงจากรถ
“ขอบคุณนะครับ” วรภัทรค้อมศีรษะให้กับธนา
“ทุกคนทำงานให้บริษัท เป็หน้าที่ผมที่ต้องดูแลอยู่แล้วครับ” ธนายิ้มน้อยๆ สายตาเขาเลยไปยังเด็กชายที่กำลังใช้สองมือกุมหน้ามารดา
วรภัทรเห็นธนาให้ความสนใจลูกชายของทักษพรเขาก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ การแวะรับน้องพืชอาจไม่ใช่ความบังเอิญ สองปีที่ผ่านมาวรภัทรแอบกำจัดคู่แข่งที่พยายามเข้ามาเกาะแกะทักษพรอยู่เงียบๆ ผู้ชายพวกนั้นหลายคนใจเสาะ แค่รู้ว่าเธอมีลูกติดก็ถอย อีกส่วนหนึ่งพอรู้ว่าเขาคอยดูแลเธออยู่ก็ไม่กล้าก้าวเข้ามาเป็คู่แข่ง แต่หากเป็ธนา ศราวุฒิกุลคนนี้ วรภัทรรู้สึกคล้ายตนเองจะหายใจติดขัด ได้แต่ภาวนาว่าธนาจะไม่มองผู้หญิงที่อยู่คนละสังคมอย่างทักษพร
‘ผู้ชายที่ร่ำรวยระดับธนา ไม่น่าจะสนใจแม่ม่ายลูกติดฐานะธรรมดาอย่างผัก ผู้หญิงรอบตัวของเขามีคนสวยและการศึกษาดีเยอะแยะ คงจะแค่สงสารที่ผักต้องเลี้ยงลูกคนเดียว’
วรภัทรพยายามปลอบใจตัวเอง เขาเคยได้ยินมาว่าธนาเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ หลังจากรักษามาเกือบสองปีนิสัยของเขาก็เปลี่ยนไป กลายเป็คนขี้โมโห บรรดาผู้หญิงที่เคยมาเกาะแกะก็ทนไม่ไหวค่อยๆ หายหน้าไป ธนาจึงขึ้นชื่อเื่การเป็ผู้ชายที่บ้างานและไม่ยอมมีสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่สายตาของธนาในวันนี้ ทำให้วรภัทรรู้สึกหวาดหวั่น
พอรถตู้จากไป วรภัทรก็หันมายิ้มให้สองแม่ลูก “คุณผักแวะไปรับน้องพืชมาเหรอครับ? ผมกำลังจะออกไปรับให้น้องพืชพอดี วันหน้าไม่ต้องรบกวนท่านประธานนะครับ”
“พอดีกลับเร็ว ท่านประธานก็เลยให้จอดรถแวะรับน้องพืชค่ะ” ทักษพรตอบอ้อมแอ้ม เธอไม่อยากรบกวนทั้งธนาและวรภัทร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยง
วรภัทรได้ยินก็หน้าเสีย เขารู้สึกว่าธนาทำแบบนี้เหมือนกับจะไม่อยากให้เขาไปรับลูกชายของทักษพร แต่ธนาไม่ได้แสดงท่าทีเชิงชู้สาวหรือเอ่ยคำพูดเป็ทำนองชอบพอในตัวทักษพร วรภัทรจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ
เมื่อรถตู้วิ่งห่างออกมาจากหน้าบริษัทสกายกิฟต์พอสมควร ธนาก็สั่ง ณัฐวุฒิทันที “โปรแกรมที่เราจะออกตรวจทำเล ให้เพิ่มเป็สัปดาห์ละสี่วันเว้นแค่วันศุกร์ เย็นนี้รีบส่งอีเมล์แจ้งพวกเขาแต่เช้า สัปดาห์หน้าเขาจะได้เตรียมตัวไปกับเรา”
“ครับ” ณัฐวุฒิรับคำแล้วหันไปสบตากับเนตรดาว
พอถึงบริษัท ณัฐวุฒิก็รีบดึงเนตรดาวไปหลังรถ “คุณดาว ช่วยสืบเื่คุณผักที ผมอยากรู้ว่าเธอกับคุณภัทรชอบพอกันอยู่หรือเปล่า?”
“ดาวก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ บอสเราก็เหมือนจะสนใจคุณผักด้วยนะคะ คุณณัฐเห็นเหมือนดาวไหม?”
“ครับ” ณัฐวุฒิขมวดคิ้วมุ่น “คุณดาวก็รีบสืบเร็วๆ เข้าก็แล้วกัน ผมไม่ให้อยากบอสมีปัญหาเื่ผู้หญิง”
ธนาพักอยู่บนคอนโดมิเนียมหรูหราคนละยูนิตกับธเนศ หลังจากที่น้องชายฝาแฝดจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากต่างประเทศก็เข้ามาช่วยดูแลบริหารงานในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ
“หนูนา ฉันทำกับข้าวรอแกนะ เย็นนี้มากินด้วย”
“เออ” ธนาได้แต่รับคำอย่างเอือมๆ เขาบอกน้องชายหลายครั้งแล้วว่าอย่าเรียกชื่อเล่นนี้ของเขาอีก
ประตูห้องด้านหน้าถูกกดรหัสหกตัวติดกัน ธเนศก็ยิ้มรอ พี่ชายฝาแฝดเดินหน้าตึงมานั่งที่โต๊ะอาหาร
“ฉันบอกแกหลายครั้งแล้วว่าให้เลิกเรียกหนูนา คนอื่นได้ยินเข้าเสียภาพพจน์ฉันหมด”
ธเนศยิ้มประจบ “แกยกตำแหน่งให้ประธานบริษัทให้ฉันก็สิ้นเื่ ตอนนี้ฉันก็ทำงานแทนแกแทบหมดทุกอย่างอยู่แล้วนะหนูนา”
“ยัง ยังอีก นี่ฉันเป็พี่แกนะ หนูเนศ”
“ทำไม? อันที่จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ฉันเกิดก่อนแกตั้งหลายวินาทีนะ แต่คุณแม่ก็ย้ำอยู่นั่นล่ะว่าฉันเป็น้องเพราะแกเสียสละให้ฉันมาเกิดก่อน”
“แกเถียงคุณแม่ไม่ชนะหรอก ก้มหน้าก้มตาเป็น้องต่อไปเถอะหนูเนศ”
“โบราณๆ เอะอะก็บอกว่าคนโบราณเชื่อแบบนั้น จะได้หลอกผีสางไม่ให้มาเอาตัวพวกเราสองคน”
ธนาหัวเราะพอใจ ทุกครั้งที่ธเนศ้าให้เขาตามใจก็จะยกเื่นี้มาพูด ธเนศเกิดก่อนเขาก็จริงแต่ยายและแม่ก็ย้ำเสมอว่าธนาเป็พี่เพราะเป็ผู้เสียสละผลักให้น้องชายมาเกิดก่อน
“กินกันเถอะ ฉันอุตส่าห์ทำเมนูใหม่”
“ก็ได้ หิวแล้วเหมือนกัน” ธนาก้มลงมองกับข้าวสามอย่างบนโต๊ะ “ฝีมือแกพัฒนาขึ้นนะ ถ้าคุณแม่มาเยี่ยมครั้งนี้แล้วแกทำให้กิน คงจะปลื้มจนรีบโอนเงินให้หลายล้านเลยล่ะ”
ธเนศยิ้ม “ก็ดี จะได้เอาไปซื้อคอนโดเพิ่มอีกสักแห่งสองแห่ง”
“เออ อีกหน่อยแกก็คงจะกลายเป็เ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ั้แ่กลับมานี่ได้ยินว่าซื้อคอนโดไปหลายที่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“แกจะลงทุนกับฉันด้วยไหมล่ะ? ครั้งที่แล้วทำกำไรหลายล้านอยู่นะ”
ธนาส่ายหัว “นั่นทางแก ไม่ใช่ทางฉัน” เขาเริ่มลงมือตักแกงป่าปลาดุกที่น้องชายทำใส่ปากคำหนึ่ง “อร่อยมาก อร่อยเหมือนร้านอาหารป่าที่ฉันไปกินคราวก่อนเลย”
“เชื่อเถอะว่าอร่อยทุกอย่าง” คนน้องยิ้มกว้างแล้วรีบตักกับข้าวอีกสองอย่าง คะยั้นคะยอให้พี่ชายลองชิม
พอกินกันอิ่มแล้ว ธเนศก็ไปหยิบเอาเบียร์วุ้นในตู้เย็นมารินเอาใจธนา
“ดื่มกันคนละแก้วสองแก้วพอได้นอนหลับสบายก็แล้วกันนะ”
ธนามองดูแก้วเบียร์แล้วนึกถึงเื่ที่ข้องใจ สีหน้าของเขาทำให้น้องชายฝาแฝดต้องเอ่ยถาม
“นา แกมีเื่ไม่สบายใจเหรอ?”
“อืม ฉันเจอเื่ประหลาดใจมา” ธนาเล่าถึงทักษพรให้น้องชายฟัง “รู้สึกคุ้นหน้าแต่ไม่รู้ว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน? ฉันไม่กล้าถาม กลัวเขาคิดว่าฉันจะไปจีบเขาเสียภาพพจน์หมด”
“ภาพพจน์อีกแล้ว แกจะรักษาหน้าตาไปถึงเมื่อไหร่?”
“นี่ฉันเป็ผู้บริหารนะเว้ย จะให้ไปเต๊าะพนักงานมันสมควรที่ไหน?”
“เออ จริงด้วย” ธเนศยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ “ั้แ่แกผ่าตัด ความจำบางส่วนก็หายไป เป็ธรรมดาที่แกจะนึกไม่ออก แกมีรูปพนักงานคนนั้นไหม?”
“น่าจะมีอยู่ในเว็บบริษัท” ธนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดหน้าเว็บไซต์ของสกายกิฟต์ พอเปิดถึงรูปกิจกรรมเขาก็ยื่นให้กับธเนศ “คนยืนริมสุด”
ธเนศขยายรูปขึ้นดูก็ร้องออกมา “อืม ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ถ้าแกไปพูดแบบนั้นล่ะก็ เขาคิดว่าแกคิดจะจีบเขาชัวร์”
“ผู้หญิงคนนี้เป็แม่เลี้ยงเดี่ยวนะ มีลูกชายคนหนึ่งอายุสามขวบ”
“นี่แกไปสนใจเื่ส่วนตัวเขาด้วยเหรอ?”
************
