ตุบ!!! ไม่มีแรงแม้จะยืนขึ้นด้วยซ้ำ
เขาจะทรมานกันไปถึงไหน กรกิจตะปบแขนเขียวช้ำลากไปโยนไว้ในห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นราดรดคนตัวเล็ก เอาแต่ร้องไห้ถดถอยคนโมโหร้าย เขายืนดูว่าเมื่อไหร่เชลยสาวจะอาบน้ำเสียที
“อ้อ... รึจะให้ผัวอาบให้” เขาเน้นคำชัดถ้อยชัดคำให้สาวน้อยรู้ว่าเธอไม่ใช่ตัวเปล่าราวเปลือยเหมือนก่อนอีก ยิ่งตอกยิ่งย้ำให้หัวใจดวงน้อย ๆ เจ็บร้าวจวนเจียนจะขาดใจลง
“รีบ ๆ อาบเข้า !! ฉันหิวแล้ว”
ใช่ั้แ่เมื่อวานเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย จวบจนวันนี้
เธอพอใจชื้นอยู่บางที่เขาไม่ปล่อยให้เธออด อาบเสร็จพาตัวออกมาโยนเสื้อผ้าหยาบที่เข้าขอมาจากแม่บ้าน สวมใส่เร่งรีบมือไม้สั่นเทาอีกฝ่ายตวาดเสียงดุดัน เสื้อผ้าตัวใหญ่ไปสำหรับเธอต้องทนใส่ไปก่อน
“อืม!! ใช้ได้เธอนี่ใส่ของพวกนี้แล้วดูดี นะว่าไหม!! เขาเยาะเย้ยถากถางให้ร่างแน่งน้อยเจ็บใจเล่น เธอเหนื่อยหน่ายอิดโรย ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก พูดไปก็เข้าเนื้อเก็บปากเก็บคำ คิดหาวิธีหนีไปจากนรกขุมนี้จะดีกว่า
“ไหน...นายบอกจะกินข้าว ไปสิ” ท่าทางอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แม่นิ่มแม่บ้านถือถาดอาหารมาวางบนโต๊ะกลางห้อง ยิ้มอ่อนให้กับหญิงสาวคนใหม่ของนาย เธอพนมมือไหว้อย่างผู้เจริญเขาทำ ยิ้มหวานั์ตาเศร้าหมอง คนมองยังรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย
“พอจะใส่ได้ไหมจ๊ะหนู... เอ่อชื่ออะไรล่ะ ป้าจะได้เรียกถูก”
“ต้นอ้อ... เรียกอ้อก็ได้ค่ะ ป้า”
“นิ่มจ้ะ”
“ค่ะ ... ป้านิ่ม ...”
“อีกนานไหมครับป้า ...ผมหิว!! ชายหนุ่มตัดบทไปดื้อ ๆ หมั่นไส้เ้าหล่อนทำเป็ลอยหน้าลอยตาพูดคุยอย่างสนิทสนมคุ้นเคยกันมานานแสนนาน ทั้งที่พึ่งเคยเจอเป็ครั้งแรก
“จะคุยข้ามหัวกันอีกนานไหมหา!! ฉันหิว ป้าครับผมขอความเป็ส่วนตัวนิดนึง”
เธอมองผู้เป็นาย ก่อนถอยออกมาอย่างหวาดเกรง เขาหันไปต่อว่าหญิงสาวที่นั่งตักข้าวเข้าปาก
“เป็บ้าอะไรของเธอ ... ... นึกเหรอว่าป้านิ่มจะช่วยเธอได้เขานะไม่มีวันทรยศฉันหรอก”
ไม่สนเขาพูดอะไรในเมื่อหนีจากที่นี่ไม่ได้เธอก็ต้องกินให้อิ่มจะได้มีแรงสู้รบกับเขาต่อไป กรกิจกระชากแขนจนช้อนตักข้าวหกกระจายเต็มตัว มืออีกข้างยังมีให้หยิบใส่ปากทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ได้...!! อยากลองดีกับฉันมากนักใช่ไหม จัดให้” !!!! ลากคนตัวเล็กเหวี่ยงขึ้นเตียง ต้นอ้อไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะหนีและต่อสู้
“ปล่อยไอ้คนป่าเถื่อน ... แกมันเลว ขอให้แกไม่ตายดี ปล่อยเจ็บ...” ผลักถีบหน้าท้องแกร่ง
“มีแรงแค่นี้...!!!”
กระชากเสื้อผ้าขาดกระจุยกระจายไม่เป็ชิ้นดี แก่นกายร้อนพุ่งสู่ช่องทางรักอย่างรุนแรงกระแทกคนใต้ร่างนอนดิ้นพล่าน เขาไม่ได้แม้แต่จะเล้าโลม ความเจ็บจุกกึ่งกลางความสาวเจ็บร้าวระบมเืไหลมาพร้อมกับน้ำรักขุ่นขาวหยดหน้าขาเปรอะเปื้อน เขาไม่หยุดยังคงเร่งเครื่องตามแรงกำหนัดไม่สนร่างบางร้องไห้หนักแค่ไหน
ความดิบเถื่อนมันฝังไปทุกอณูยามเขาเคลื่อนกายผ่าน จบลงเสียที บทรักอันแสนร้ายกาจ เขานอนหอบหายใจแรง ๆ คนนอนข้างไม่มีแรงจะขยับกายไปไหนขนาดกลืนน้ำสายยังเจ็บไปทั้งปาก
“อย่ามาอวดดีกับคนอย่างฉันอีกเป็อันขาด เข้าใจไว้ซะด้วย” พูดจบเขาลุกพรวดหายเข้าไปชำระล้างร่างกาย หญิงสาวสลบไปแล้วเพราะพิษไข้ กรกิจแตะตัว
“มีไข้...รึวะ อ่อนแอจริง!! เขาสบถ หัวเสีย เขาต้องคอยเช็ดถูตามเนื้อตัว จนกว่าไข้ลด
“ตัวไม่ร้อนแล้ว!!” ดีใจมากที่เธอรู้สึกตัวลืมตา เบี่ยงหน้าหลบสายคมหวาดหวั่นกลัวเขาพยายามฝืนตัวพยุงกายลุกหนี เขากดร่างเล็ก ๆ ให้นอนอยู่กับที่
“หยุด นอนซะฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า รึไม่แน่นะ” ต้นอ้อกุมผ้าห่มเอาไว้แน่นกลัวเขาจับจิต ท่าทางเขาไม่น่าไว้ใจ มือน้อย ๆ สั่นสะท้านยามที่เขาแตะต้อง
“เดี๋ยวค่ะ ...เอ่อ... นาย...ชื่อ...อะไร” เสียงติด ๆ ขัด ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ ในที่สุดถามก็ออกไป ชายหนุ่มลอบยิ้มหันมาบอกกวน ๆ
“กรกิจ จ๋าเมีย” จ๋าหรือ กรสั่น ๆ !!ในใจทำไม่รู้สึกว้าวุ่นใจอย่างไรบอกไม่ถูก ทำไมรู้สึกดีกับคนอย่างนี้ได้
"มองนานแล้ว หรือจะเอา อีกสักยก ต่อให้ได้”
คำพูดแต่ละคำ ไม่พ้นจากขอบเตียงเลยสักนิดสินะ
เธอนอนตะแคงหันหลังใส่เมินเฉย เจ็บกายไม่เท่าใจที่บอบช้ำ กัดฟันโกรธแค้นบอกกับตัวเอง อย่าให้ถึงทีฉันบางไอ้ชั่วบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
กรกิจปล่อยให้เธอพักผ่อน เดินออกไปในไร่สั่งงานตรวจตราดูคนงานทำงาน เสียงเอะอะของคนงานที่มุงดูกันเขาเข้าไปใกล้ ชักปืนขึ้นฟ้ายิง เตือนสติคนทั้งสองและคนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปให้หมด เพราะกลัวอารมณ์โกรธที่ขึ้น ๆ ลง ๆ และความเกรี้ยวกราดที่เพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวัน
"พวกแกสองคนมีเื่อะไรกัน... วะฮะ!! อย่าให้ฉันเห็นเราสองคนชกต่อยกันอีกไม่งั้นอั้วไม่เลี้ยงลื้อสองคนไว้แน่”
พูดจบเขาพลันหันหลังกลับมาที่เรือนไม้สองชั้นสาวเท้าเร่งรีบ ขึ้นมาดูต้นอ้อให้แน่ใจไม่ได้ตายคาเตียง เปิดไฟพบที่นอนว่างเปล่า สายตาเขาฉายแววดุดันกระชากผ้าห่มเหวี่ยงอย่างบ้าคลั่ง
"โอ๊ย!!! เป็ไรของนายอีก...โยนมาได้คนยิ่งเจ็บ ๆ ผีเข้าหรือไง” เธอไปเข้าห้องน้ำไม่นาน หรือเขาคิดว่าเราจะหนีเอาหัวแม่ตีนที่ไหนคิดแค่ย้ายร่างลงมานี้ได้ก็แทบคลาน จะออกไปก็โดนจับกลับมาอยู่ดี
“หายไปไหนมาหา!!!” กระชากแขนเขย่าถามจนหัวสั่นหัวคลอน ผละตัวต้นอ้อแทบล้ม แข้งขาไม่มีแม้แต่แรงพยุงกาย เขาโผเข้าหาก่อนจะล้มลงไปด้วยกัน ช้อนร่างลอยขึ้นวางบนเตียงที่มีร่องรอยคราบสวาทเขากับเธอ มือหยาบลูบแก้มเนียนต้นอ้อสะบัดหน้าหนีนิ้วหนาหยาบกร้าน
"เบา ๆ ฉันเจ็บ เอามือสกปรกของนายออกไปให้พ้น ๆ ฉันขยะแขยง” เธอโพล่งออกไปไม่ทันคิดว่าคนตัวโตจะโกรธมากมายขนาดไหน ถึงรู้เธอไม่สน เขากัดกรามโกรธขึ้งไม่พอใจอย่างรุนแรง ยังทำเป็นิ่งเฉยเหยียดยิ้มพูดจาทิ่มแทง
"เราต้องอยู่กันไปอีกนานเมียจ๋า ไอ้เื่พวกนี้นะ ผัวไม่ถือ...ขอกันเอามากกว่านี้อีกนาน” เธออยากฟาดปากกับอะไรสักอยากให้หายปากหมาสักที รู้ดีแก่ใจแต่ทำไม่ได้
กุมผ้าปูที่นอนขยำจนเป็รอยย่นระบายความอัดอั้นตันใจ มีหรือเธอจะยอมให้เขาพูดจาประชดประชันอยู่ฝ่ายเดียว
“ค่ะ ดิฉันก็ว่างั้นแหละค่ะ...ทำทานกับสัตว์บางจำพวกนี้ มันเปลืองเนื้อเปลืองตัวบ้างอะไรบ้าง ก็นึกว่าเอาบุญ !!!! จริงไหมคะ!!!”
มองอีกฝ่ายไม่ยิ้ม ทั้งที่ตัวเองมีแต่เสียเปรียบ อะไรที่เสียไปเอากลับคืนมาไม่ได้แต่อย่าหวังคนอย่างเธอจะยอมให้เขาทำอะไรได้ง่าย ๆ
"เธอกล้าด่า...ฉันปากดีมากไปแล้ว อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากห้องนี้แบบเป็ ๆ ฉันจะจัดชุดใหญ่เธอแทบกระอักเื จนต้องขอร้องอ้อนวอนให้เธอตายจำเอาไว้!!!”
เข้าห้องไปแล้ว ไม่นานกลับมาใหม่ถือน้ำมาตั้งหัวเตียง ขึ้นคร่อมหยิบขวดน้ำเทกรอกใส่ปากอย่างไม่ปรานี เธอสำลักออกมาเปียกที่นอน เขาไม่แยแสแค่ได้เห็นคนตัวเล็กทรมานเขาขอเพียงได้ความสะใจ รอเวลามันเริ่มทำปฏิกิริยาสนองตอบร่างกายหญิงสาววูบวาบไปทั้งร่าง
“ร้อน... นะ...ในนะ...น้ำมีอะไร...แกทำไรฉะ...ฉัน” เสียงเธอขาดหายพูดไม่ค่อยรู้เื่ กรกิจยิ้มเหี้ยมปราศจากใจกรุณา ต้นอ้อกระถดถอยหนี กระวนกระวายด้วยอะไรบางอย่างที่อยู่ในน้ำนั่น เท่าที่มีแรงเหลือ ทำไมร่างไม่เชื่อฟังที่สมองสั่งมันทำตรงกันข้ามไปเสียหมด
“อะไร ๆ ที่ทำให้เราสนุกไงจ๊ะ... คนสวย"
“ไอ้เลว... แก ๆ ๆ” สติหญิงสาวเริ่มหลุดลอย มันมีแรงปรารถนา้าบ้าง มือเขาจับแขนที่ปัดป้องกัน
ต่อจากนั้นเธอไม่รู้เลยว่าเขาทำไปมากแค่ไหน ตื่นขึ้นมาเช้าวันใหม่ของอีกวัน ร่างกายเธอมีแต่รอยเขียวม่วงช้ำเป็จุด ๆ
ใบหน้าหวานซีดเสียวหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดเจน ร่องรักมีน้ำขุ่นปนเืจาง ๆ แห้งเกรอะกรังตามพื้นห้องอยู่ทั่วไปหมด แม้แต่โซฟาสีชมพูอ่อน เขายังนั่งรอปลายเตียง สายตากระด้างฉายแววพยาบาทมาดร้าย
เธอดึงผ้าห่มลงจากร่างที่กำลังอ่อนแรง ขยับนิดเดียวร่างทั้งแทบฉีกเป็ชิ้น ๆ ต้นอ้อปรือตามองคนปลายเตียง ขยาดกลัวพรั่นพรึงในคราเดียวกัน กอดกายมองหาเกราะกำบังตัวมีเพียงผ้าห่มพันกายเท่านั้นที่จะเป็เกราะแต่ก็นั่นแหละช่วยอะไรได้ กับสิ่งที่เขาทำ
“กล้าปากดีกับฉันอีกไหม” เขาตะคอกบีบคางมน ใบหน้าขาวซีดร้องไห้โฮ สายตามองจ้องเคียดแค้นชิงชัง อยากให้คนตรงหน้าตาย ๆ หรือให้ธรณีสูบหายไปกับตา
กรกิจเข้าไปชำระล้างผิวกายหยาบกร้านบ่งบอกว่าผ่านการตากตำจากทำงานอย่างหนัก
ชายหนุ่มโยนเสื้อชุดใหม่ กระชากตัวต้นอ้อลงมาจากเตียง
“ลุกไปอาบน้ำ แล้วออกไปพบฉันที่ข้างนอกให้เวลาห้านาที ถ้ายังไม่เสร็จเจอดีแน่นอนจำเอาไว้”
เขาประกาศกร้าวคนฟังกลัวสะท้านกอดผ้าแน่น เดินโซเซเสียงเปิดน้ำนั่นแหละถึงทำให้ชายหนุ่มออกไปรอในไร่ กรกิจชักฉุนขึ้นมาเมื่อไม่เห็นร่างบางเดินมา เขาเกรี้ยวโกรธกำมัดแน่นเตะกองฟางกระเด็นไปโดนคนงานเข้าดิ้นพล่าน คนงานไม่กล้ามองไม่กล้าหลบตา
“เป็บ้าอะไรไปอีกเนี่ย !!!” หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งก้มหน้าห้ามตาไม่กล้าสบตาเ้าของสายตาดุดันพร้อมที่จะประหัตปะาเธอให้กายเป็จุณ
“ช้า!! คนอื่นเขาทำงานกันไปถึงไหนกันแล้วหัดดูเวล่ำเวลาบ้าง อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย เคยไหมสุภาษิตไทย หา!!! ได้ยินที่ฉันพูดบ้างรึเปล่า”
เธอเอาแต่ก้มผงกหัวรับอย่างเหนื่อยหน่าย เขาฉุดกระชากให้เดินตามเขาไปติด ๆ ไม่ให้คลาดสายตา