แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงใจกลางกรุงเทพฯยามค่ำคืน ทอดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงานอันเงียบสงัดของ อาภพภายในสำนักงานใหญ่ บรรยากาศรอบตัวมืดสลัวมีเพียงแสงไฟดวงเล็กจากโทรศัพท์มือถือที่คอยนำทางร่างระหงของ รินรดา
หญิงสาวเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าภาพเขียนสีน้ำมันบานใหญ่ที่แขวนเด่นอยู่บนผนังห้องทำงานหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความกังวลและหวาดกลัวนี่เป็ครั้งแรกที่เธอใช้สถานะความเป็หลานสาวของตระกูลหลอกพนักงานรักษาความปลอดภัยว่าแวะมาเอาเอกสารสำคัญให้อาภพกลางดึก
"พี่นนท์คะ...รินอยู่หน้าภาพวาดในห้องทำงานคุณอาแล้วค่ะ"รินรดากระซิบผ่านสายหูฟังบลูทูธที่ต่อตรงถึง นนทพัทธ์ซึ่งสแตนด์บายรออยู่ในรถใต้ตึก
(“ดีมากครับรินค่อย ๆ เลื่อนกรอบรูปออกซ้ายหรือขวาก็ได้ครับด้านหลังนั้นจะมีตู้เซฟนิรภัยฝังผนังอยู่”) เสียงทุ้มของนนท์คอยประคองสติให้เธอ
รินรดาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับขอบกรอบรูปไม้สลักก่อนจะออกแรงเลื่อนมันไปทางขวา เสียงเฟืองครูดกับผนังเบา ๆและเื้ัภาพเขียนนั้น... คือบานประตูตู้เซฟเหล็กกล้าฝังจมลงในผนังปูนจริง ๆตามที่ทนายหนุ่มสืบทราบมา
ทว่า...รหัสผ่านล่ะ?
รินรดาคุกเข่าลงข้างตู้เซฟเหล็กกล้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกหญิงสาวคลี่กระดาษแผ่นเล็กที่นนทพัทธ์ให้ไว้ออกด้วยมือที่สั่นเทาบนนั้นมีลายมือขีดเขียนตัวเลขไว้ทั้งหมด 3 ชุด
‘จำไว้นะครับริน...เรามีโอกาสแค่สามครั้งเท่านั้น ถ้ากดผิดครบสี่ครั้ง ระบบจะล็อกตัวเองทันทีห้ามเสี่ยงเดาเองเด็ดขาด’
คำเตือนของทนายหนุ่มดังก้องอยู่ในหัวรินรดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งสติแล้วใช้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบไปแตะบนหน้าปัดปุ่มกดดิจิทัลของตู้เซฟเสียงไฟหน้าจอติดขึ้นพร้อมเสียงสัญญาณ ติ๊ด เบา ๆ ที่ทำเอาเธอขวัญผวา
[ครั้งที่1: วันสถาปนาบริษัท] รินรดาไล่สายตามองตัวเลขชุดแรกบนกระดาษแล้วบรรจงกดลงไปทีละตัว... 0 - 5 - 0 - 8 เธอกลั้นหายใจ ลุ้นผลลัพธ์บนหน้าจอ
ติ๊ด...ติ๊ด... ตื้ด! หน้าปัดดิจิทัลขึ้นไฟสีแดงพร้อมข้อความ ‘ERROR’
"บ้าจริง..."หญิงสาวพึมพำ เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผมและฝ่ามือ รหัสชุดแรกผิด!เธอเหลือโอกาสอีกเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
[ครั้งที่2: วันเกิดของอาภพ] รินรดาปาดเหงื่อที่หน้าผาก ขยับกระดาษเข้ามาใกล้สายตามากขึ้นตัวเลขชุดที่สองคือวันเดือนปีเกิดของอาภพนิ้วเรียวสั่นระริกขณะจรดลงบนแป้นพิมพ์... 1 - 9 - 1 - 1
ติ๊ด...ติ๊ด... ตื้ด! สัญญาณเตือนความผิดพลาดดังขึ้นเป็ครั้งที่สอง!ไฟสีแดงบนหน้าจอเตือนกระพริบถี่ขึ้น ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่ความล้มเหลว
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มลำคอแห้งผากด้วยความกลัวขั้นสุด ความลังเลแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อก...นี่คือโอกาสครั้งสุดท้าย! ถ้าตัวเลขชุดที่สามยังผิดอีก เราจะกดรหัสไม่ได้อีกและความพยายามทั้งหมดรวมถึงความเสี่ยงที่เธอลงทุนลงแรงไปจะสูญเปล่า!
‘ถ้าชุดที่สามยังไม่ใช่...ให้ถอยออกมาทันที’ คำสั่งของนนทพัทธ์แล่นเข้ามาในความคิด
[ครั้งที่3: วันเสียชีวิตของพ่อคุณอคิน] รินรดาเพ่งมองตัวเลขชุดสุดท้ายบนกระดาษ...มันคือวันที่พ่อของพี่อคินเสียชีวิตวันที่อาภพใช้เป็จุดเริ่มต้นในการทยอยยึดอำนาจในอัครเดชโภคินหญิงสาวหลับตาลงตั้งจิตอธิษฐาน รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วบรรจงกดตัวเลขสี่ตัวสุดท้ายลงไป... 2 - 4 - 0 - 6
ตึ่ก...
เสียงกลไกภายในตู้เซฟปลดล็อกดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณไฟสีเขียวที่สว่างวาบ!
รินรดาถอนหายใจออกมาเฮีอกใหญ่ด้วยความโล่งอกมือที่สั่นเทาเอื้อมไปดึงบานประตูเซฟหนักอึ้งให้เปิดออกช้า ๆเผยให้เห็นกล่องไม้กำมะหยี่สีดำสนิทวางเด่นอยู่ตรงกลางรินรดารีบหยิบมันออกมาเปิดดู แสงไฟจากมือถือส่องกระทบ‘เครื่องเซ็นลายเซ็นระบบแรงดันหมึกสำเนาอัตโนมัติ’ และบล็อกซิลิโคนที่จำลองลายเซ็นชื่อ'ธวัชชัย' ไว้อย่างประณีต!
"เจอแล้ว...เจอแล้วค่ะพี่นนท์! มันอยู่ตรงนี้จริง ๆ..." รินรดาร้องบอกเสียงตื่นเต้นระคนสับสนเมื่อความจริงได้รับการเฉลย น้ำตาแห่งความเสียใจก็เริ่มไหลอาบแก้มรินรดาพร้อมความจริงที่ตอกย้ำว่าอาแท้ๆ คือคนชั่วร้ายที่ทำลายทุกชีวิต!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...เสียงสัญญาณเตือนภัยของระบบลิฟต์ผู้บริหารด้านนอกกลับดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟทางเดินหน้าห้องทำงานที่สว่างวาบ รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความใใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงประตูด้านหน้าถูกผลักออกพร้อมเสียงไม้เท้าหัวสิงห์กระทบพื้นหินอ่อน
ตึก...ตึก... แก๊ก!
"ใครแอบเข้ามาในห้องของฉัน!"เสียงทรงอำนาจและแหบพร่าของ อาภพ ดังขึ้น ชายวัยกลางคนเกิดสังหรณ์ใจแปลก ๆเื่ทนายหน้าใหม่จนต้องวนรถกลับเข้ามาเช็กหลักฐานสำคัญด้วยตัวเอง
รินรดาตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกอดกล่องไม้กำมะหยี่ไว้แนบอกแล้วรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังผ้าม่านผืนหนาตรงมุมมืดของห้องทำงาน ทันใดนั้นอาภพก็ก้าวเข้ามาในห้อง สายตาเรียวรีตวัดมองรอบ ๆก่อนจะพุ่งตรงไปที่ภาพเขียนสีน้ำมันที่ถูกเลื่อนเปิดทิ้งไว้แววตาของจอมบงการพลันวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดและคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นตู้เซฟเปิดอ้าและของข้างในหายไป
"แก!ไอ้ทนายหน้าจืด! แกแอบมาขโมยของของฉันใช่ไหม!" อาภพตวาดลั่นห้องคิดว่าเป็ฝีมือของนนทพัทธ์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าร่างที่สั่นเทาของหลานสาวแท้ ๆกำลังยืนหลบอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
ในนาทีวิกฤตนนทพัทธ์ที่เห็นความผิดปกติผ่านสัญญาณจีพีเอสระบบความปลอดภัยของตึกได้แอบโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์ภายในห้องทำงานของอาภพทันที
กริ๊งงงงงง!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานที่ดังขึ้นกระทันหันทำให้อาภพหันขวับละสายตาจากผ้าม่านแล้วเดินไปรับสายด้วยความหัวเสีย "ใครวะ!"
เมื่อเสียงฝีเท้าของอาภพเบนความสนใจไปที่โต๊ะทำงานรินรดารีบก้าวออกจากหลังผ้าม่านอย่างเงียบเชียบที่สุดหญิงสาวกระชับกล่องหลักฐานในอ้อมแขนแน่นก่อนจะรีบวิ่งออกไปทางประตูด้านหลังห้องซึ่งเป็ทางเชื่อมสำหรับแม่บ้านอย่างรวดเร็ว
เกมหน้ากากทลายลงแล้วหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะกระชากหัวใจพญามารให้หลุดพ้นจากความมืดมิดบัดนี้ตกอยู่ในมือของฝั่งผู้บริสุทธิ์เป็ที่เรียบร้อย !