หลังจากค่ำคืนที่บ้านพักกลางป่า ที่ซึ่งเอเดนและเมโลดี้ได้สารภาพความรู้สึกและตกลงคบกันอย่างเป็ทางการ โลกของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสงสว่างแห่งความรักได้ส่องนำทางให้หัวใจของพวกเขาทั้งสองกลับมามีชีวิตชีวาอย่างเต็มเปี่ยม ความเ็ปจากอดีตได้จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสุขที่แท้จริงและอบอุ่น
วันเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความหวานชื่นและความเข้าใจ เอเดนและเมโลดี้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็ที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเอเดน ที่คลินิกของเมโลดี้ หรือแม้แต่การไปเที่ยวพักผ่อนในสถานที่ต่างๆ ที่พวกเขาไม่เคยไปมาก่อน
ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากความโรแมนติกที่เร่าร้อนเหมือนในนิยาย แต่เริ่มต้นจากความเ็ป ความเข้าใจ และการเยียวยาซึ่งกันและกัน และเมื่อความรักได้เบ่งบานขึ้น มันก็เป็ความรักที่อบอุ่น อ่อนโยน และมั่นคง
เอเดนไม่ได้เป็ชายหนุ่มผู้หม่นหมองและปิดกั้นตัวเองอีกต่อไปแล้ว เขากลับมาเป็เอเดนคนเดิมที่เคยเป็ แต่เพิ่มเติมด้วยความอ่อนโยน ความเข้าใจ และความเข้มแข็งที่มากขึ้น ใบหน้าของเขาดูสดใสขึ้น มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าบ่อยครั้ง และดวงตาที่เคยหม่นหมองก็กลับมามีประกายแห่งความสุขอย่างเต็มเปี่ยม อาการซึมเศร้าที่เคยกัดกินเขามานานได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมโลดี้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเอเดนอย่างชัดเจน เธอรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเขามาก การได้เห็นคนที่เธอรักกลับมามีความสุขอีกครั้ง เป็ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ
ในแต่ละวัน พวกเขาจะเริ่มต้นด้วยการส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ให้กัน ข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง เอเดนมักจะส่งรูปดอกลิลลี่สีเพลิงที่เขาปลูกไว้ในกระถางที่ร้านไปให้เมโลดี้ดู ส่วนเมโลดี้ก็จะส่งรูปท้องฟ้าสวยๆ หรือภาพวาดที่เธอชอบไปให้เอเดนดูบ้าง
เมื่อเมโลดี้มาที่ร้านของเอเดนหลังจากเลิกงาน เอเดนมักจะเตรียมชาสมุนไพรอุ่นๆ ไว้ให้เธอเสมอ พวกเขานั่งคุยกันถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เื่งาน เื่ชีวิตประจำวัน และเื่ความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริง
“วันนี้มีลูกค้าคนหนึ่งเอาไวโอลินเก่ามาซ่อมครับ” เอเดนเล่าขณะที่กำลังรินชาให้เมโลดี้
“เขาบอกว่าไวโอลินตัวนี้เป็ของพ่อเขา แล้วก็อยากจะซ่อมมันให้กลับมาเล่นได้อีกครั้ง”
เมโลดี้ยิ้ม “ฟังดูอบอุ่นจังเลยนะคะ”
เอเดนยิ้มตอบ “ครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ การได้ซ่อมเครื่องดนตรีให้คนอื่น ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากเลยครับ”
เมโลดี้เอื้อมมือไปจับมือของเอเดนเบาๆ “ฉันดีใจที่คุณมีความสุขนะคะเอเดน”
ความรักของพวกเขาแสดงออกผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ เอเดนมักจะเตรียมอาหารกลางวันไปให้เมโลดี้ที่คลินิกเสมอ เมโลดี้ก็มักจะนำขนมที่เธอทำเองมาให้เอเดนที่ร้าน พวกเขาทานอาหารกลางวันด้วยกันในร้านซ่อมเครื่องดนตรีเล็กๆ แห่งนั้น แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็กันเอง
“คุณเมโลดี้ทำอาหารเก่งมากเลยนะครับ” เอเดนกล่าวขณะที่กำลังทานแซนด์วิชที่เมโลดี้ทำมาให้
“อร่อยที่สุดเลยครับ”
เมโลดี้หัวเราะเบาๆ “คุณเอเดนก็พูดเกินไปค่ะ ก็แค่พอทานได้เอง”
เอเดนยิ้ม “ไม่เกินไปหรอกครับ ผมพูดจริง”
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ เอเดนมักจะโอบกอดเมโลดี้ไว้แน่น แล้วจูบหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน จูบนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความรู้สึกขอบคุณที่เธอเข้ามาในชีวิตของเขา
“ผมรักคุณนะครับเมโลดี้” เอเดนกระซิบข้างหูเมโลดี้
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันก็รักคุณค่ะเอเดน”
พวกเขาจูบกันบ่อยขึ้น จูบที่อ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน จูบที่บ่งบอกถึงการยอมรับ การให้อภัย และการเริ่มต้นใหม่ ทุกครั้งที่ริมฝีปากของพวกเขาแตะกัน เอเดนรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังจะะเิออกมาด้วยความสุข ไม่มีเงาของความรู้สึกผิด ไม่มีเสียงตำหนิจากอดีต มีเพียงความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของความรักที่กำลังเบ่งบาน
เมโลดี้เองก็หลงใหลในรสจูบของเอเดน มันเป็จูบที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย รู้สึกเป็ที่รัก และรู้สึกเหมือนได้เติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเธอ เธอรู้ว่าความรักที่พวกเขามีให้กันในตอนนี้ ไม่ได้เป็การทรยศต่อความทรงจำของลูน่าเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือการสานต่อความปรารถนาสุดท้ายของลูน่า ที่้าให้คนที่เธอรักได้มีความสุข
พวกเขาชอบไปเดินเล่นด้วยกันที่สวนสาธารณะใกล้ๆ คลินิกของเมโลดี้ ใน่เย็นยามพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มอ่อนๆ สาดส่องลงมาต้องต้นไม้และดอกไม้ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและอบอุ่น
เอเดนจะจับมือเมโลดี้ไว้แน่นขณะที่เดินเคียงข้างกันไป พวกเขาพูดคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย ทั้งเื่งาน เื่ชีวิต เื่ความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริง และเื่อนาคตที่กำลังจะมาถึง
"คุณเมโลดี้ครับ" เอเดนพูดขึ้นมาในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
“ผมมีความสุขมากเลยนะครับที่ได้อยู่กับคุณ”
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันก็มีความสุขมากเหมือนกันค่ะเอเดน”
เอเดนหันมามองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะกลับมามีความสุขได้อีกครั้งครับ”
เมโลดี้เอื้อมมือไปััแก้มของเอเดนเบาๆ “ฉันดีใจที่คุณได้พบความสุขอีกครั้งนะคะเอเดน”
เอเดนค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้เมโลดี้ แล้วจูบริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน จูบนั้นยาวนานและลึกซึ้ง มันเป็การยืนยันความรักที่พวกเขามีให้กัน และเป็การบอกเล่าเื่ราวของความสุขที่แท้จริงที่พวกเขาได้ค้นพบ
พวกเขายังคงหยอดคำหวานให้กันบ่อยๆ เอเดนมักจะพูดคำว่า “รัก” กับเมโลดี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็ตอนเช้า ตอนกลางวัน หรือตอนกลางคืน เมโลดี้เองก็เช่นกัน เธอจะตอบกลับด้วยคำว่า “รัก” และรอยยิ้มที่สดใส
“คุณเมโลดี้ครับ คุณรู้ไหมว่าคุณเหมือนแสงอาทิตย์เลยนะครับ” เอเดนพูดขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารเช้าด้วยกัน “คุณทำให้ชีวิตของผมสดใสขึ้นมากเลยครับ”
เมโลดี้หัวเราะเบาๆ "คุณเอเดนพูดเวอร์ไปไหมคะ"
“ไม่เกินไปหรอกครับ” เอเดนยิ้ม “ผมพูดจริง คุณเหมือนพระอาทิตย์ที่คอยส่องแสงมาที่ตัวผม ทำให้ชีวิตของผมมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยคิดที่จะมี”
ความรักของพวกเขาไม่ได้เป็เพียงแค่ความรู้สึกที่สวยงาม แต่ยังเป็แรงผลักดันให้พวกเขาก้าวเดินไปข้างหน้า เอเดนทุ่มเทกับการขยายร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขามากขึ้น เขาเริ่มเปิดคอร์สสอนซ่อมเครื่องดนตรี และมีนักเรียนมาสมัครเรียนมากมาย ร้านของเขาเริ่มเป็ที่รู้จักในวงกว้าง และชื่อเสียงของเขาก็เริ่มแพร่กระจายออกไป
เมโลดี้เองก็ทุ่มเทกับการวางแผนที่จะเปิดศูนย์บำบัดทางจิตเวชที่ใหญ่ขึ้น เธอเริ่มติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มองหาสถานที่ที่เหมาะสม และเริ่มเขียนแผนงานอย่างละเอียด เธอแบ่งปันความคืบหน้าให้เอเดนฟังเสมอ และเอเดนก็ให้กำลังใจเธอในทุกย่างก้าว
วันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเขามักจะไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันในสถานที่ต่างๆ ที่เงียบสงบและสวยงาม บางครั้งก็เป็ทะเลสาบที่รายล้อมด้วยูเา บางครั้งก็เป็เมืองเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การเดินทางเหล่านี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ ได้สร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่สวยงาม และได้เรียนรู้ถึงแง่มุมต่างๆ ของกันและกันที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ในคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งดูดาวอยู่หน้าบ้านพักกลางป่าที่พวกเขาเคยมาเที่ยวด้วยกัน เอเดนก็เอื้อมมือไปจับมือของเมโลดี้ไว้แน่น
“เมโลดี้ครับ” เอเดนพูดเสียงแ่
“ผมมีความสุขมากเลยนะครับที่ได้อยู่กับคุณ”
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันก็มีความสุขมากเหมือนกันค่ะเอเดน”
เอเดนหันมามองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของผมจะกลับมามีความสุขได้ขนาดนี้”
เมโลดี้เอื้อมมือไปััแก้มของเอเดนเบาๆ
“ฉันดีใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งในความสุขของคุณนะคะเอเดน”
พวกเขาต่างเงียบงัน ปล่อยให้ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจ แต่ในความเงียบนั้น ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมก็เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ความเชื่อมโยงที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวังที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
Alice คนชอบทะเล