“เป็นไงบ้าง ไปเที่ยวมาสนุกไหมลูก?” พ่อถามลูกสาวที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน เพราะเมื่อเธอกลับมาถึงบ้านแล้วก็เผลอหลับไปจนถึงตอนนี้อาจจะเพราะความเหนื่อยที่เล่นน้ำกับสกายเกือบชั่วโมงได้
“สนุกมากค่ะพ่อ สวยด้วย”เธอหาวก่อนที่จะตอบแล้วเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม และสายตาจะไปหยุดที่จานมะม่วงสุกเดินไปหยิบกินอย่างไม่ลังเล
“อันนี้อะไรหรอคะแม่”เธอหันไปหยิบกล่องสีเขียวที่มีตัวอักษรภาษาจีนข้างกล่องเต็มไปหมด
“ชาจ้ะลูก ป้าหน่อยเอามาฝากเมื่อวาน”แม่ที่กำลังล้างผลไม้ในมือหันมาตอบป้าหน่อยเป็นเพื่อนบ้านของเราตั้งแต่เธอจำความได้ เพราะด้วยความที่บ้านติดกันเวลามีอะไรก็มักจะนำติดไม้ติดมือมาฝากอยู่เสมอ
หลังจากที่เธอจัดการมะม่วงในจานจนหมดเกลี้ยงเธอเดินไปนั่งดูทีวีข้างๆ พ่อ ขณะนี้เวลาสองทุ่มนิดๆ เป็นเวลาของพ่อที่กำลังนั่งดูข่าวแต่หากว่าละครเรื่องโปรดของแม่มาเมื่อไหร่ ก็ต้องยอมมอบรีโมตให้แม่แต่โดยดี
“พรุ่งนี้ไปกินข้าวนอกบ้านนะลูก”
“ฉลองอะไรหรอคะ?” เธอยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่เพราะเมื่อไหร่ที่ออกไปกินนอกบ้าน มักจะมีเหตุการณ์สำคัญเสมอ
“จะฉลองอะไรซะอีก พรุ่งนี้ลุงกล้ากับป้านิ่มจะมาธุระก็เลยจะแวะมาหาจ้ะ”แม่พูดแล้วยิ้ม พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตไปที่พ่อ ยื่นมือไปหาพ่อที่เห็นแบบนั้นถึงกลับหน้าหงอยไปในทันที แล้วยื่นรีโมตสีดำวางไว้ที่มือแม่เหมือนคนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ศึกยังไม่เริ่ม ไนร่าที่แอบขำกับท่าทีของพ่อและแม่ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน
ตุ้บเสี่ยงไนร่ากระโดดขึ้นเตียงที่นุ่มๆ หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเธอหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดโทรหาสกาย
“คิดถึงจัง”ประโยคแรกของเธอกับการทักทายเขาเด็กหนุ่มถึงกับยิ้ม
“พี่คิดถึงมากกว่าอีก”สกายตอบเธอและก็มีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวเล็ดลอดสายมา
“พี่สกายอยู่ไหนคะ” เธอถามเขาด้วยความสงสัยเพราะดูผ่านจากจอมือถือแล้วไม่น่าจะใช่บริเวณบ้านของเด็กหนุ่ม
“พี่อยู่บ้านไอ้ก้อง วันนี้วันเกิดมันพี่กลับดึกหน่อยนะครับนอนเลยไม่ต้องรอ” เธอพยักหน้าตอบรับ
“ไม่ต้องห่วงนะ พี่ไม่นอกลู่นอกทางอยู่แล้วครับ”เขาพูดออกมาเพื่อให้เธอมั่นใจ
“อ้อ! พี่สกายรู้หรือเปล่าคะว่าพรุ่งนี้ผู้ใหญ่นัดเจอกัน” สกายทำหน้างงหนักเข้าไปใหญ่
“ไม่นะ จริงสิ แม่พี่โทรมาแต่ยังไม่ได้โทรกลับเลย”
“แปบนะไนร่า” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจอแล้ว แม่พี่ส่งข้อความมาบอก”
“งั้นพรุ่งนี้แสดงว่าเราต้องเจอผู้ใหญ่ อย่าเพิ่งพูดอะไรนะคะ” เธอย้ำเขา ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับแล้วยิ้มออกมา
“ไนร่าจะนอนแล้ว พี่สกายอย่ากลับดึกมากนะคะ”
“ครับผม ฝันดีนะครับ”
“พี่รักไนร่านะ”
“ไนร่าก็รักพี่สกายนะคะ”
“ขับรถกลับบ้านดีๆ ด้วย” ทั้งสองส่งยิ้มกันก่อนที่จะกดวางสายไนร่าหาวออกมาอีกครั้ง เธอวางมือถือไว้ที่หัวเตียง แล้วเดินไปปิดไฟ และเดินขึ้นเตียงดึงผ้าห่มหนาขึ้นมาคลุมร่างตัวเองแล้วหลับไป
เช้าวันต่อมาไนร่างัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเจ้านกกระจิบตัวเก่าที่ส่งเสียงร้องประหนึ่งกำลังแกล้งไนร่าให้ลุกจากที่นอนเธอหาวออกมาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ใช้มือดึงเชือกผ้าม่านมามัด แล้วผลักหน้าต่างออก
พรืดเสียงเจ้านกกระจิบตกใจเสียงไนร่าที่เปิดหน้าต่าง ทำให้รีบบินหนีอย่างไว ไนร่าหลุดยิ้มออกมาเมื่อแกล้งนกได้สำเร็จหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเก่าที่แขวนไว้มุมเดิม เดินมุ่งไปที่ห้องน้ำเมื่อทำภารกิจของตัวเองเสร็จก็เดินลงมาที่ชั้นล่าง
“ว้าว! นี่ใช่แม่หนูไหมคะ ทำไมวันนี้สวยขึ้นเยอะเลย”เธอมองไปที่แม่แล้วเอ่ยชม
“แม่ของลูกก็สวยทุกวันแหละ”พ่อหันมาบอกลูกสาวแล้วยิ้ม ทำเอาแม่ที่นั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆถึงกับเขินและใช้มือที่ไปที่ไหล่ของพ่อเบาๆ ก่อนจะชวนกันขึ้นรถเพื่อเดินทาง
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ไนร่าเดินตามหลังพ่อและแม่เข้ามาในร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ภายในร้านมีโต๊ะอาหารวางเรียงอย่างเป็นระเบียบเมื่อพนักงานเห็นพ่อและแม่เขาจึงเดินเข้ามาทักทาย และเดินนำเข้าไปในห้องรับรองอีกห้องที่ครอบครัวของสกายได้จองไว้แล้ว
“ไม่เห็นต้องจองห้องใหญ่เลยไอ้กล้าเอ้ย” พ่อเมื่อเห็นหน้าลุงกล้าก็บ่นใหญ่แล้วหัวเราะ
“นานๆ มาทีต้องจัดพิเศษหน่อยสิ” ไนร่าที่เดินตามหลังพ่อยกมือขึ้นมาทักทายลุงกับป้าแล้วหันมายิ้มให้สกาย
“ไนร่ามานั่งนี่สิ” สกายดึงแขนไนร่าไปนั่งใกล้ๆ เขา
“เบาๆ น่า เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็จับได้หรอก” เธอหันไปดุเขาแต่เขาหัวเราะออกมา
“หนูไนร่าสบายดีนะลูก” ป้านิ่มหันมาถามไนร่า
“สบายดีค่ะป้า” เธอยิ้มตอบ
“เด็กๆ เค้าสนิทกันเหมือนเราเลยนะ”พ่อหันไปคุยกับลุงกล้า
“สัปดาห์ก่อนก็ไปเที่ยวด้วยกันมา ไปตั้งหลายคน”แม่พูดขึ้นมาแล้วหันไปหาป้านิ่ม
“จริงหรอเนี่ย ลูกชายแอบเที่ยวมาไม่ยอมบอกแม่เลยนะ”ป้านิ่มหันไปทำหน้าน้อยใจใส่สกาย
“เห็นเด็กๆ สนิทกันแบบนี้ก็ดีแล้ว” พ่อเอ่ย
“ถ้าสองคนนี้คบกันจะเป็นยังไงนะ”ลุงกล้าพูดแล้วขำลั่น ทำเอาสกายกับไนร่าที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักออกมาพร้อมกัน
“สองคนนี้เป็นอะไรไป” ป้านิ่มพูด
“แต่ถ้าได้ไนร่าเป็นสะใภ้ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันอยากมีลูกสาว” ป้านิ่มหันไปยิ้มกับแม่ ทั้งสี่คนนั่งยิ้มแล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุขสกายที่นั่งยิ้มเมื่อผู้ใหญ่เริ่มพูดเห็นดีเห็นงาม ถึงแม้จะเป็นการแอบแซวเล่นก็ตามแต่ไนร่าถึงกับนั่งหน้าบึ้งให้กับสกายที่เขาเอาแต่นั่งยิ้ม
“เอาน่าปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็กๆ เรื่องนี้พวกเราไม่ต้องไปยุ่งหรอก” ลุงกล้าพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง
“แต่ถ้าคบกันจริงๆ ก็ดีนะ”ลุงกล้าที่เหมือนจะจริงจังแต่ก็แอบเล่นใหญ่นี่เอง
ทุกคนหัวเราะที่แอบแกล้งเด็กๆได้
“พอได้แล้วค่ะ” ไนร่าที่พูดแล้วแอบเขิน
“หยุดแกล้งเด็กๆ กันได้แล้ว เดี๋ยวจะอายไม่กล้ากินข้าวกัน” ป้านิ่มพูดแล้วใช้มือของตัวเองมากุมมือของไนร่า แล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กัน
“ที่จริง ผมกับไนร่าคบกันอยู่ครับ” อยู่ดีๆสกายก็พูดขึ้นมาทุกคนในโต๊ะต่างหยุดอยู่ในความเงียบและหันไปมองที่ต้นเสียง
“พี่สกาย!” ไนร่าเรียกชื่อเขา
“นี่ลูกพูดจริงๆหรอ?” ลุงกล้าถามสกาย
“จริงหรอไนร่า?” พ่อหันมาถามไนร่า
“ครับ” สกายตอบแล้วยิ้ม
“ค่ะ” ไนร่าตอบแล้วรีบก้มหน้าทันทีอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
พ่อแม่ ลุงกล้าและป้านิ่ม ทั้งสี่คนหันมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาด้วยความดีใจทำเอาทั้งสกายและไนร่าอยู่ในความงวยงงว่าเกิดอะไรขึ้น
“กว่าจะยอมพูดออกมา” พ่อหัวเราะ
“นั่นน่ะสิ” ลุงกล้าพูดเสริม
“เดี๋ยวนะครับ ทุกคนไม่ตกใจกันหรอ?” สกายถามด้วยความสงสัย
“รู้มาสักพักแล้วละ ใช่ไหม” ลุงกล้าหันไปมองหน้าพ่อ เพราะพ่อของไนร่าเริ่มสังเกตเห็นอะไรหลายๆอย่าง จึงอยากลองใจทั้งสองดู
“โห หนูเขินนะ” ไนร่าพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
“พวกเราไม่ว่าทั้งสองคนหรอกนะจ้ะ โตกันแล้ว” ป้านิ่มพูด
“มีอะไรก็พูดก็คุยกันดีๆ มีเหตุผลกันเข้าไว้นะลูก” แม่เสริม
“ฉันต้องเริ่มดูแลตัวเองแล้ว เดี๋ยวถึงวันแต่งงานสองคนนี้เดี๋ยวจะไม่หล่อ”ลุงกล้าพูดเสร็จแล้วเอามือขึ้นไปเสยผม
“คุณนี่ก็คิดไปไกลเลยนะ”ป้านิ่มเอ็ดลุงกล้า แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
เมื่อทั้งสองเห็นว่าผู้ใหญ่ต่างก็เปิดทางให้ทั้งสองคบกันก็ต่างแสดงสีหน้าที่โล่งออกมา นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเขาสองคนก็ไม่มีอะไรที่ค้างคาใจอีกแล้ว