เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 36 ขอเพียงสงบใจ

            คำพูดนั้นปลุกให้กล้าได้สติ เด็กหนุ่มจึงเห็นคมดาบที่ฟาดเข้ามาอย่างชัดเจน  ซึ่งห่างจากลำคอเพียงสามนิ้วเท่านั้น   


    “ อึบ…..” กล้าถีบตัวไปข้างหลังสุดกำลัง ทำให้รอดพ้นจากคมดาบอย่างหวุดหวิด  แต่ด้วยความที่ออกแรงหนักไปหน่อย เลยทำให้เด็กหนุ่มล้มกลิ้งไม่เป็นท่า 


    “ เฮ้…คุณเซย่าเป็นอะไรมั้ย ไหวหรือเปล่า….” เสียงของโยเฮดังมาตามสาย กระแสฟังดูร้อนรน  เพราะถ้ากล้าพ่ายแพ้ เขาคงไม่แคล้วโดนบอสสั่งเก็บโทษฐานทรยศ  ดังนั้นจึงถือว่าดวงชะตาของทั้งสองได้ผูกติดกัน 


    “ อ้า….ยังรอดตัวอยู่ครับ แต่ก็เกือบไปแล้ว  ดีที่ผมหายกลัวซะก่อน เป็นเพราะได้ยินเสียงของคุณโดยแท้ ” กล้าตอบแผ่วๆ ในใจยังนึกสยองไม่หาย  ด้วยถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาได้กลายเป็นผีหัวขาดไปแล้ว 


    “ ฟู่…..ได้ยินแบบนั้น ก็ค่อยยังชั่วหน่อย  และผมขอบอกว่าไม่ต้องกลัว ต่อให้เกราะเหล็กของบอสจะแกร่งแค่ไหน  ขอเพียงคุณเซย่าปล่อยหมัดลำแสงนั่นใส่ รับรองว่าเละอย่างแน่นอน ” โยเฮรีบให้กำลังใจ แต่น่าจะไปไม่ถึงหู  เพราะกล้ามัวแต่หลบคมดาบที่บอสเหวี่ยงใส่ 


    “ หน็อย….หลบไวนักนะ และถ้าเจอนี่ล่ะ  จะพริ้วได้อีกมั้ย” โนบุโระเริ่มโกรธ  เลยยกมืออีกข้างขึ้นเล็งไปที่กล้า พริบตาต่อมา  เพลิงอัคคีก็พุ่งออกจากท่อที่ติดบนท่อนแขน 


    “ ซูม…….” 


    “ อ้าก……..” ด้วยความที่การจู่โจมนี้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ กล้าเลยโดนเข้าไปเต็มๆ  แต่โชคดีที่มีคอสโม่และครอธเพกาซัสหุ้มกาย เลยทำให้ดาเมจในครั้งนี้เป็นแค่ปวดแสบปวดร้อนเท่านั้น   


    “ อู้ว….อ้า…อืม…..” กล้ารีบพลิกกายไปตามพื้น  เพื่อดับไฟที่ลุกติดตามตัว  ไม่นานก็ทำสำเร็จ แต่ก็เหลือรอยแดงและแผลพุพองเล็กน้อย


    “ ฮึ่ม….ขนาดโดนไฟเผา ก็ยังไม่ตาย  แกเป็นตัวอะไรกันแน่ฟะ” ดวงตาของหุ่นยนต์ผสมเกราะเหล็กฉายประกายแดงก่ำ  ทำให้ดูน่ากลัวขึ้นมาอีกหลายระดับ  แต่กล้าไม่สนอะไรแล้ว เพราะไฟโทสะกำลังลุกโชนอยู่ในใจ  จึงเริ่มโวยดัง 


    “ นี่คุณ….ทำไมถึงโหดร้ายแบบนี้ ใจคอคิดจะเผากันทั้งเป็นเลยรึไง ” 


    “ ก็ใช่น่ะสิโว้ย  พวกเราคือแก๊งนักเลงที่โลดเเล่นในโลกใต้ดินนะ  ไม่ใช่บอยแบรนด์ที่ร่ายรำอยู่บนเวทีการแสดง” บอสใหญ่ตอบกลับแบบเจ็บๆ  พร้อมปล่อยคลื่นไฟกองใหญ่ใส่กล้าอีกครั้ง แต่เด็กหนุ่มไหวทัน  และหลบหลีกได้ 


    “ ฮึ่ม….ชักมีน้ำโหแล้ว อภัยให้ไม่ได้  รับไปซะ  เพกาซัสหมัดดาวตก ” พอฉากมาอยู่ที่ด้านข้าง กล้าก็เร่งพลังคอสโมให้สูงขึ้น  แล้วปล่อยท่าเด็ด 


    “ ปึก  ปัง ปั้ก  ตูม…..”  

               


            ลำแสงสีฟ้าหลายสิบเส้นพุ่งออกจากปลายหมัดของกล้า  จากนั้นก็วิ่งไปปะทะบอสใหญ่อย่างรุนแรง ส่งผลให้อริร้ายกระเด็นไปชนกำแพง 


    “ เย้……สำเร็จแล้ว อ่า….แต่…บอสจะเป็นอะไรมั้ยนะ” กล้ารีบร้องเฮด้วยความดีใจ  แต่อีกเสี้ยวหนึ่งของดวงจิตกลับแอบเป็นห่วงศัตรูซะอย่างงั้น 

                


            ทว่าความหวังของกล้าก็พังทลาย  ด้วยโนบุโระไม่ได้แน่นิ่งอย่างที่คิด แถมยังดันตัวออกจากกำแพง  แล้วกลับมายืนตระหง่านดังเดิม ที่สำคัญหมัดดาวตกไม่อาจสร้างร่องรอยใดๆบนเกราะเหล็ก


    “ อ้า….แย่แล้ว ทำไงดี  คุณโยเฮ  หมัดดาวตกทำอะไรบอสไม่ได้เลย  เกราะเหล็กนั่นแข็งเกินไป” กล้ารีบฟ้อง  แต่กุนซือวัยเก๋าขาดการติดต่อไปแล้ว เพราะหูฟังเล็กจิ๋วได้ถูกคลื่นความร้อนของเพลิงอัคคีทำลายวงจรจนใช้งานไม่ได้ 


    “ เอ๋….ทำไมเสียงหายไป คุณโยเฮพูดอะไรบ้างสิ  เฮ้…ได้ยินมั้ย ” กล้าเริ่มกลับมาเสียขวัญ  เนื่องจากโยเฮเป็นเพื่อนคู่คิดเพียงหนึ่งเดียว  และคอยให้กำลังใจเขามาตลอด 


    “ หึ  หึ หึ  ทีนี้จะเอายังไง  หมัดของแกทำอะไรข้าไม่ได้ล่ะสิ ” พอโนบุโระเห็นกล้าหน้าเสีย เขาก็ลงมือข่มขู่  มือขวากระชับดาบคม มือซ้ายคอยหาจังหวะปล่อยเปลวเพลิงที่ร้อนแรง 


    “ เหวอ….ทำยังไงดีนะ ซวยแล้ว ” กล้ายืนขาสั่นอยู่อึดใจ เขาก็พลันได้คิด 


    “ แล้วทำไมเราไม่ลองปล่อยหมัดดาวตกให้สุดแรงล่ะ” 

                 


          พอกล้าได้มติ  ความหวาดกลัวก็สูญสลายจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงสมาธิที่ตั้งมั่น  สองมือจึงเริ่มขยับไปตามตำแหน่งของกลุ่มดาวเพกาซัส ที่เด็กหนุ่มท่องจำจนขึ้นใจ 


    “ อ้าว…เฮ้ย….ทำไมทำท่าแบบนั้น  แกกำลังร่ายรำเพื่อขอขมาข้ารึไง” บอสใหญ่นึกสงสัย  แต่แล้วหัวหน้าแก๊งก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อพบว่ามีออร่าสีฟ้าอ่อนพวยพุ่งออกจากกายของกล้าอย่างต่อเนื่อง 


    “ ไม่ได้การแล้ว  ออร่าประหลาดที่หุ้มกายของมันเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ  คล้ายกับว่าไอ้เด็กนั่นกำลังรวบรวมพลังให้มากขึ้น และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป  เราคงม้วยมรณา” 

             


           บอสใหญ่จึงตัดสินใจพุ่งเข้าใส่  โดยฟาดดาบคมลงมาเต็มแรง หวังฟันให้ขาดสองท่อนในทีเดียว  ทว่ากลับได้แต่จั่วลม เพราะกล้าฉากหลบได้ไม่ยาก  กระนั้นโนบุโระก็ยังตามติดด้วยการปล่อยเพลิงใส่อีกระลอก 


    “ ซูม…….” คลื่นเพลิงปะทะกายสันทัดเข้าอย่างจัง จากนั้นก็ขยายขอบเขตจนลุกไหม้ไปทั่วทั้งร่าง 


    “ ฮ่า  ฮ่า ฮ่า  สุดท้าย  แกก็หนีไม่รอด  โดนไฟคลอกตายจนได้ ” บอสใหญ่หัวเราะร่า  ราวกับคนบ้า  ซึ่งเขาก็ควรจะดีใจถึงขั้นนี้  เพราะเพิ่งสังหารนักสู้เหนือมนุษย์มาหมาดๆ แต่ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนมาอ้าปากค้าง  เมื่อพบว่ากล้ายังคงยืนสงบนิ่งดุจเดิมในตอนที่เปลวเพลิงจางหายไป 


    “ อะ….เฮ้ย ทะ….ทำไมแกถึงยัง……อยู่…..” 

             


           กล้าไม่ได้ตอบคำใด  สองมือยังคงร่ายรำไปตามตำแหน่งกลุ่มดาว จิตเงียบสงบอย่างประหลาด  พร้อมรู้สึกถึงพลังคอสโม่ที่พลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ 


    “ ทำไมเราถึงดูนิ่งจัง  มันเหมือนไร้ความรู้สึกหรืออารมณ์ใดๆในสมอง  และสิ่งเดียวที่ต้องมุ่งไป ก็คือล้มศัตรูตรงหน้า ” ดวงตาของกล้าโฟกัสไปที่โนบรุโระ ก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็นเงื้อหมัดขวาไปข้างหลัง  แล้วต่อยออกมาเต็มเหนี่ยว 


    “ เพกาซัส  หมัดดาวตก” 

           


           ลำแสงสีฟ้าหลายเส้นพุ่งจากหมัดขวาของกล้าอีกครั้ง  คราวนี้มันดูใหญ่และเข้มกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  แถมจำนวนก็มากมาย  นับคร่าวๆน่าจะแตะหลักร้อยเสียด้วยซ้ำ และทุกดอกล้วนเข้าเป้าทั้งสิ้น 


    “ เปรี้ยง  ปัง โป้ง……” 


    “ หึ  หึ หึ  จะพยายามแค่ไหนก็ไร้ผล  เกราะนี้ทนทานได้แม้กระทั่งปืนลูกซอง  หมัดห่วยๆจากกระบวนท่าเห่ยๆของแกไม่มีความหมายหรอก” โนบุโระยืนกางแขนรับการจู่โจม  ประดุจดังฝรั่งที่กรีธาทัพมารับแสงอาทิตย์จากประเทศเขตร้อน แต่โดนไปไม่กี่หมัด  เกราะที่แสนภาคภูมิก็เริ่มแตกร้าว 


    “ อ้าว…เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้  ไม่น่าเชื่อ….” 

              


           สำนึกแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองของบอสก็คือ……กูไม่น่าอวดเก่ง ยืนรับหมัดเลย  แต่ก็ช้าไปเสียเเล้ว เพราะวินาทีต่อมา  รอยแตกร้าวบนชุดเกราะไฮเทคก็เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับพลังหมัดที่รุนแรงเป็นเท่าทวี  สุดท้าย หัวหน้าแก๊งจอมห้าวก็ต้องกระเด็นไกล 


    “ อ้าก…….ไม่ไหวแล้ว” 


    “ โครม……” 

              


          บอสกระเด็นไปชนกำแพงจนพังทลาย  ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่ง ชุดเกราะเหล็กบนกายแตกหักไปกว่าครึ่ง  แม้กระทั่งส่วนหน้ากากก็กระจุยจนเห็นใบหน้าที่โชกเลือดของนายใหญ่ 


    “ อึก…..อั้ก…..” 

               


            กล้ายังคงปล่อยหมัดค้าง  สีหน้าเรียบเฉย ดวงตาไร้อารมณ์  ทุกสิ่งดูสงบ และเหมือนจะก้าวข้ามเขตของอะไรบางอย่าง  ทำให้ความตื่นกลัวและไม่มั่นใจสูญหายไป ทันใดนั้นเอง  ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างจางๆของคนผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือ…..เซย่า  พระเอกของเรื่องนี้(ล่ะมั้ง)  แน่นอนว่าเขากำลังยิ้ม 


    “ นี่แหละคือพลังแท้จริงของ….เพกาซัสหมัดดาวตก  นายจงจำความรู้สึกนี้เอาไว้” 


    “ เอ๊ะ!  คุณเซย่า….”กล้าสะดุ้งโหยง  แต่พอกะพริบตาอีกที เงาร่างจางๆของเซย่าก็หายไป 

                


           กล้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็น  เป็นเรื่องจริงหรือไม่ บางทีเขาคงจะประสาทหลอนไปเอง  และทุกเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้น เป็นเพียงจินตนาการของคนบ้า  ทว่าเด็กหนุ่มก็แอบรู้สึกยินดี 


    “ อืม…ถึงจะดูแปลกๆ แต่เราก็เพิ่งรู้ว่า…..การใช้ชีวิตโดยปราศจากความกลัว และความไม่มั่นใจ  มันดีแบบนี้เอง” แต่พอใจที่ฟูเริ่มหดตัว  กล้าก็นึกถึงบางสิ่งที่สำคัญ นั่นก็คือ…. 


    “ แย่ล่ะ….แล้วบอสจะเป็นยังไงบ้าง เขาจะถึงตายมั้ย….” กล้ารีบวิ่งไปดูอาการของโนบุโระพอก้มลงไปแตะชีพจร  ก็พบว่านายใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้เขารู้สึกโล่งอก 


    “ ฟู่…..ค่อยยังชั่ว นึกว่าบอสจะไม่รอดซะแล้ว ” 

             


           แต่ก่อนที่กล้าจะได้ทำการใด  โยเฮก็พุ่งพรวดเข้ามา พร้อมอาก้าและปืนพกอีกนับสิบกระบอก 


    “ คุณเซย่ารอก่อนนะ  ผมมาช่วยแล้ว ” 

              


           กล้ามองโยเฮที่กำลังโหวกเหวกโวยวาย  ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วโบกไม้โบกมือ 


    “ ไม่เป็นไรแล้ว  พวกเราชนะ  ผมจัดการบอสได้แล้ว ” 


    “ หา…เรื่องจริงเหรอ….”โยเฮทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ  ก่อนจะเดินเข้ามาดูซากเกราะเหล็กที่นอนแน่นิ่ง จึงพบว่าบอสกำลังอยู่ในโหมดหมดสภาพ  นักเลงวัยเก๋าเลยดีใจจนเผลอกระโดดกอดเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ตัว 


    “ เฮ….เราชนะแล้ว สุดยอดไปเลย  คุณเซย่า….” 


    “ เฮ้ เฮ้  เฮ้….ใจเย็นๆก่อน คุณโยเฮ  ผมหายใจไม่ออก….”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน