28
ครอบครัว
เรือนดาราล้อม
“มี่เอ๋อร์!!!!!!”
“ท่านแม่สาม!!!!พี่รอง!!!” เมื่อสิ้นเสียงร่างบางรีบวิ่งออกมาจากเรือนเพื่อมาหาเเม่สามและหานิซานพร้อมกับถือชุดเครื่องประดับมาให้ด้วย ส่วนเฟยหงก็รีบเดินตามมา
“ของฝากของท่านแม่สามเ้าค่ะ”นางพูดพร้อมกับยื่นของในมือให้ไป๋หลัน
“แล้วของพี่เล่า!?”หานิซานถาม
“ของพี่รองน้องฝากไว้ที่เรือนใหญ่เ้าค่ะเป็อะไรไปดูเดี๋ยวรู้เอง” อิงมี่ตอบยิ้มๆ แล้วก็นึกได้
“คารวะท่านแม่สามกับพี่รองเ้าค่ะ”แล้วนางก็ย่อตัวลง
“คารวะแม่ยายสามและพี่รองขอรับ”เฟยหงพูดพลางย่อตัวตาม
“เพิ่งนึกได้รึอิงมี่?” ไป๋หลันพูด แล้วหันมาทางเฟยหง
“ลูกเขยของแม่ดีจังที่เ้ามาด้วยได้ แล้วก็มิต้องเรียกข้าว่าแม่ยายหรอก เรียกแม่เถอะ”
“ขอรับ”เฟยหงรับคำ
“ท่านแม่ลำเอียง”อิงมี่พูดพลางทำหน้าเง้างอน เรียกรอยยิ้มจากทุกคน
“ลูกสาวของข้าเป็อย่างไรบ้างเฟยหง?นางปรนนิบัติเ้าดีหรือไม่?”
โธ่ ท่านแม่สาม ไยท่าถามเช่นนี้เล่าเ้าคะข้าควรตอบไปดีไหมว่าข้ายังมิเคยปรนนิบัติเขาสักครั้งเลยเ้าค่ะ... อิงมี่คิดในใจ
“ดีมากขอรับไม่เคยเจอสตรีผู้ใดดีเท่านางมาก่อนนนน” เฟยหงตอบพลางลากเสียงยาวอิงมี่ฟังก็รู้ว่าเขาประชด ส่วนแม่สามพี่รองต่างหัวเราะชอบใจ
“เช่นนั้นก็ดีมีหลานให้ข้ากับท่านแม่อุ้มไวๆ ล่ะ” พี่รองเอ่ยฟังแล้วอิงมี่รู้สึกอยากจะเอาหัวโหม่งเขาจริงๆ
ส่วนสามี (ทางนิตินัย) ของนาง ก็ไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่ยิ้มท่าเดียวน่าตีชะมัด
“น้องเขยสุดที่รัก”พลันหานิซานก็เรียกเฟยหง
“ขอรับท่านพี่รอง”
“เรามาดวลหมากกันดีหรือไม่?รอบที่แล้วข้ากับเ้าพากันรุมนาง รอบนี้ข้าจะแข่งกับเ้าตัวต่อตัวดูว่าใครจะเก่งกว่ากัน”
“ยินดีขอรับตอนไหนดี”
“ตอนนี้!”หานิซานท้า และเฟยหงก็รับคำท้า
“งั้นข้ากับน้องเขยจะไปเดินหมากกันส่วนเ้าไปเย็บผ้ากับท่านแม่ละกัน”
แล้วหานิซานก็ลากแขนเฟยหงไป โดยที่อิงมี่ยังงงๆหลังจากที่สองคนนั้นเดินมาด้วยกัน เฟยหงก็ถามหานิซานไปตามตรง
“พี่เขยคงไม่ได้อยากเเค่เดินหมากกับข้ากระมัง”
“หึๆฉลาดสมกับเป็แม่ทัพจริงๆ” หานิซานยอมรับแล้วพูดต่อว่า
“ข้าอยากรู้ว่านางรู้เื่ทั้งหมดหรือยัง?”เมื่อเขาพูดจบ คำตอบที่ได้รับคือน้องเขยของตนส่ายหน้า
“โธ่แล้วเ้าไม่ยอมเล่าให้นางฟังหรือไง แต่งงานกันมาขนาดนี้แล้ว” หานิซานพูดด้วยความเซ็ง
“นางมิจำเป็ต้องรู้”เขาตอบเสียงเรียบ
“แล้วพวกเ้า...เอ่อ...”หานิซานพยายามจะถามแต่ก็นึกไม่ออกว่าเขาควรถามเช่นไรดี ไม่ให้เป็การเสียมารยาทอันที่จริง...
เขาก็ไม่ควรพูดออกไปั้แ่แรกนี่หว่า!
“แน่นอน...ไม่เคย...”เฟยหงตอบ เพราะเขาพอจะรู้ว่าหานิซาน้าถามอะไร
“ข้าไม่เคยบังคับฝืนใจใครถ้านางไม่เต็มใจข้าก็ไม่บังคับ”
“โธ่!แล้วชาตินี้ข้าจะได้อุ้มหลานมั้ยเนี่ย” หานิซานโอดครวญ
“สุดแล้วแต่น้องสาวท่านพี่”เฟยหงตอบพลางทำหน้ากวนๆ
“เอาเถิดเื่ของคนสองคนข้ามิควรยุ่ง แต่เื่เดินหมากกับเ้าข้าก็จริงจัง ถึงข้าจะฝีมือสู้น้องสาวไม่ได้แต่ข้าก็สู้น้องเขยได้แหละหวา”
“เช่นนั้นก็จัดมาเถิด!ท่านพี่เขย!”
---------------------------
อีกด้านหนึ่ง
อิงมี่กำลังช่วยแม่สามหรือเม่ยไป๋หลันเตรียมอุปกรณ์เย็บผ้าอยู่
“ผ้าสองพับนี้แม่ตั้งใจเลือกเองกับมือเ้าชอบหรือไม่?”
“ชอบเ้าค่ะท่านแม่สามเนื้อผ้าเรียงกันสวยเป็ระเบียบดี” นางตอบ
“ดีใจที่เ้าชอบเพราะแม่ตั้งใจซื้อมาเย็บชุดให้เ้า...”
“ให้ข้าหรือเ้าคะ?”อิงมี่ถามซ้ำด้วยความประหลาดใจ
“และให้สามีของเ้าใช้เป็ผ้าพันคอคู่กัน”
เม่ยไป๋หลันพูดด้วยแววตาเป็ประกาย พลางนึกถึงตอนที่ตนเย็บผ้าเสร็จแล้วลูกเขยกับลูกสาวเอาไปใส่คู่กัน
อา...แค่คิดก็อยากเย็บให้เสร็จเสียวันนี้พรุ่งนี้เลย อิงมี่อมยิ้มเมื่อเห็นแววตาของแม่สามแต่ไม่พูดอะไร
“เดี๋ยวแม่ทำเองแม่อยากทำ” ไป๋หลันบอกตอนเห็นนางพยายามจะช่วยตัดผ้า
“ถือว่าเป็ของรับขวัญพวกเ้าทั้งสองคน”พูดจบก็ยิ้มอย่างมีความสุข
...จนกระทั่งยามโหย่วทุกคนก็มานั่งกินข้าวร่วมกันที่เรือนเคียงภูผาอิงมี่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีชุนฮวาและไป๋หลันนั่งขนาบข้าง ส่วนหานิซาน เฟยหงและหลี่หลุนก็นั่งถัดออกมา
“กินเยอะๆนะลูก” แม่สามพูดพลางคีบเป็ดพะโล้ใส่ในจานของอิงมี่หลายชิ้น
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านแม่รอง”
“นี่ด้วยๆ”แม่สามพูดพลางตักเนื้อไก่ดำตุ๋นโสมที่นางตั้งใจทำใส่ถ้วยแล้วส่งให้นาง
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านแม่สาม”
“นี่ด้วย”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
“นั่นด้วย”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
“กินเยอะๆร่างกายจะได้แข็งแรง”
“เ้าค่ะ”
“่นี้เ้าต้องหมั่นบำรุงร่างกายไว้หนา”
“เ้าค่ะ”
บทสนทนาของทั้งโต๊ะก็มีแค่แม่รองและแม่สามช่วยกันดูแลลูกสาวโดยมีสามบุรุษนั่งมองตาปริบๆ
“แล้วข้าล่ะน้องหญิงทั้งสอง”หลี่หลุนพูดพลางทำหน้าน้อยใจ ที่ฮูหยินทั้งสองไม่สนใจตนเลย
“โธ่!ท่านพี่ ท่านก็อยู่กับพวกเราอยู่แล้ว นานๆ ทีบุตรสาวของพวกเราจะมาข้าก็ขอดูแลนางหน่อยมิได้หรือเ้าคะ”
“ใช่ฮวาเอ๋อร์พูดถูก วันนี้ท่านจัดการตนเองไปก่อนละกันนะเ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวบุตรชายกับบุตรเขยสองคนนี้จะดูแลท่านพ่อเองขอรับ”หานิซานพูดพลางสบตากับเฟยหงแล้วพยักหน้า ก่อนจะช่วยกันคีบอาหารใส่จานหลี่หลุน
“อ้อเฟยหงได้ข่าวว่าเ้าไปรบกับเผ่ากงเมื่อเดือนก่อนๆ”
“ใช่ขอรับท่านพ่อตา”
“ได้ข่าวว่าได้รับชัยกลับมาด้วยเก่ง...เก่งมาก”
“ท่านพี่เก่งจริงๆเ้าค่ะท่านพ่อ ขนาดไปรบในฤดูที่ไม่ควรยกทัพ เพราะพระราชโองการพิลึกนั่น...”
“แต่น้องก็ทำสิ่งที่พิลึกกว่าพระราชโองการมิใช่รึ”หานิซานพูดหมายความถึงตอนที่นางวิ่งแร่เข้าวังไปขอพระราชโองการออกรบความคิดของพระเ้าตาเทียนว่าแปลกแล้ว แต่น้องสาวเขาช่างแปลกประหลาดยิ่งกว่า
หลังหานิซานพูดจบ ทั้งโต๊ะก็หัวเราะขึ้นมาด้วยความเอ็นดูส่วนคนที่ถูกกล่าวถึงค้อนใส่พี่ชายตน แล้วกินข้าวต่อ
“ข้าเซี่ยเฟยหงมิกล้ารับความชอบไว้คนเดียวที่ชนะได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากรองแม่ทัพและการวางแผนของฮ่องเต้”
“การวางแผนของฮ่องเต้หรือเ้าคะ!?” อิงมี่ทวนคำด้วยความสงสัย
“ใช่...ถึงพระองค์จะดูเป็คนที่ไม่สนใจอะไร แต่จริงๆแล้วความคิดความอ่านของพระองค์ล้ำเลิศยิ่งนักขอรับทรงวางแผนทุกอย่างไว้ราวกับรู้ล่วงหน้า” เฟยหงพูด
จนเขาก็มิอาจรู้ได้ว่า ภายใต้ใบหน้าของคนที่ทรงพระสรวลตลอดเวลาแท้จริงแล้วคิดสิ่งใดอยู่ แต่เขาขอเป็คนหนึ่งที่ไม่ไปทำอะไรขวางพระทัยจะดีกว่า
หลังจากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันเื่สัพเพเหระต่างๆบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข จนกระทั่งยามห้ายทุกคนจึงแยกย้ายกันไปนอน...