[3 กุมภาพันธ์]
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณดิจิทัลที่คุ้นเคยดังกังวานขึ้นในความมืดมิด ปลุกกระชากสติของ 'อคิน' ให้หลุดพ้นจากห้วงนิทราอันไร้ความฝัน
เปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดขึ้น
สิ่งแรกที่ปะทะประสาทััคือไอเย็นะเืของคอนกรีตที่แทรกซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเก่าๆ
และกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ผสมปนเปกับฝุ่นผงในอากาศ
อคินสูดหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายของเขาตื่นตัวเต็มที่ในเสี้ยววินาที... ราวกับเครื่องจักรที่เพิ่งถูกสับสวิตช์
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนลอยเด่นขึ้นในม่านตา ฉายแสงเรืองรองทาบทับผนังโลหะของห้องนิรภัย
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น.ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์]
"แปดชั่วโมง..."
อคินพึมพำเสียงแหบพร่า
เขาขยับนิ้วมือที่แข็งเกร็ง สังเกตเห็นแสงสีฟ้าจางๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ิัชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไป
"เวลางานเริ่มแล้วสินะ"
เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายเบาหวิวและเปี่ยมด้วยพลังอย่างน่าประหลาด
ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนก้อนหินเมื่อสิบวินาทีก่อนหายไปเป็ปลิดทิ้ง
เขาเชื่อมั่นว่านี่คือผลพวงจากค่าสถานะของ 'คลาสนักรบ' ที่ระบบมอบให้ แม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้าต่างยืนยันคลาสนั้นจริงๆ ก็ตาม
"หงิง..."
เสียงขู่ต่ำๆ ดึงความสนใจของเขาไปที่มุมห้อง
'โบ้' สุนัขพันทางตัวใหญ่ที่เขาเก็บมาเลี้ยงเมื่อหลายวันก่อน ยืนตัวแข็งทื่อ ขนแผงคอตั้งชัน หางลู่ลงต่ำจนชิดหว่างขา
มันไม่ได้เห่า แต่มันกำลังจ้องเขม็งไปยังประตูห้องนิรภัยเหล็กหนาที่ปิดสนิท
"มีอะไรโบ้?"
อคินกระซิบ มือคว้าชะแลงเหล็กคู่กายขึ้นมาถือไว้อย่างคล่องแคล่ว
โบ้ไม่ตอบรับ มันยื่นจมูกที่เปียกชื้นไปดมฟุดฟิดที่ช่องว่างใต้ประตู
ก่อนจะถอยกรูดและส่งเสียงคำรามในลำคอดังขึ้นกว่าเดิม
อคินขมวดคิ้ว สัญชาตญาณร้องเตือนภัยเงียบๆ เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ
เงียบเกินกว่าที่มนุษย์สวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ควรจะทำได้ ไปที่ประตู เขาแนบหูฟัง... ความเงียบสงัด
คลิก...
เสียงปลดล็อกกลอนประตูดังลั่นในความเงียบ
เขาแง้มประตูออกทีละนิด แสงจันทร์ซีดเซียวสาดส่องเข้ามาในโกดังร้าง เผยให้เห็นฝุ่นผงที่ลอยคว้างในอากาศ
และที่พื้นหน้าประตูนั่นเอง... คำตอบของท่าทีหวาดกลัวของโบ้ก็ปรากฏชัด
บนพื้นปูนที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ มีรอยเท้าประทับอยู่เต็มไปหมด
มันไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ ไม่ใช่รอยเท้าสุนัข และไม่ใช่รอยตีนอสูรขนาดใหญ่
แต่มันเป็รอยเท้าขนาดเล็กจิ๋ว... เล็กราวกับเท้าเด็กทารก
แต่มีรอยเล็บแหลมคมขูดขีดเป็ทางยาวนับร้อยรอย วนเวียนอยู่หน้าประตูห้องนิรภัยราวกับฝูงมดที่รุมทึ้งก้อนน้ำตาล
อคินทรุดตัวลงนั่งยองๆ ปลายนิ้วััรอยขูดขีดลึกบนประตูเหล็กด้านนอก
รอยบุบเบี้ยวจากการถูกทุบตีด้วยของแข็ง... ร่องรอยของความพยายามที่จะ 'บุกรุก'
"ระบบ!"
เขาะโเรียกในใจ หัวใจเต้นรัวเร็ว
"นี่มันรอยกอบลินนี่? เกิดอะไรขึ้นตอนที่ฉันหลับ?"
หน้าต่างข้อความเด้งขึ้นมาทันที ราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว
[แจ้งเตือน: ตรวจพบร่องรอยของ 'กอบลิน' ใน่เวลากลางวัน]
[กอบลิน: อสูรขนาดเล็ก, อยู่รวมเป็ฝูง, มีสติปัญญาต่ำแต่เ้าเล่ห์, มักออกหากินในเวลากลางวัน]
"กลางวัน...มิน่าล่ะ...หลังจากคลื่นอสูรก็แทบไม่พบเจอพวกมันอีกเลย"
อคินทวนคำ ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ภาพจินตนาการอันน่าสยดสยองฉายวาบเข้ามาในหัว...
ร่างของเขาที่นอนหลับใหลไร้สติอยู่หลังประตูบานนี้ เปราะบางราวกับเด็กแรกเกิด
ในขณะที่ห่างออกไปเพียงแผ่นเหล็กกั้น ฝูงอสูรนับร้อยกำลังพยายามงัดแงะเข้ามา... ตลอด 16 ชั่วโมงที่เขาไม่รับรู้อะไรเลย
"พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่"
อคินกัดฟันแน่น ความกลัวเปลี่ยนเป็ความโกรธ และความโกรธเปลี่ยนเป็แรงขับดัน
"ถ้าพวกมันเข้ามาได้... ฉันตาย... โบ้ตาย"
เขาหันไปมองรอบโกดัง แววตาเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว
"เราต้องเตรียมรับแขก... พวกมันต้องกลับมาอีกแน่ พรุ่งนี้"
อคินเริ่มลงมือทันที เขาไม่มีเวลาให้เสียแม้แต่วินาทีเดียว
เป้าหมายแรกคือชั้นวางของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ยังคงมีชิ้นส่วนเครื่องยนต์วางอยู่ เขาใช้ชะแลงงัดฐานของมัน
"ฮึบ!"
กล้ามเนื้อแขนปูดโปน ร่างกายส่งแรงขับมหาศาลที่เกินกว่ารูปร่างภายนอกจะอำนวย
ครืดดดดดด!
เสียงเหล็กเสียดสีคอนกรีตดังสนั่น
เขาไสมันมาขวางประตูหน้าโกดังที่เป็จุดอ่อนที่สุด น้ำหนักหลายสิบกิโลของมันคือป้อมปราการด่านแรก
แต่แค่นั้นยังไม่พอ... เขา้าระบบเตือนภัย
อคินปีนขึ้นไปบนชั้นวางของด้วยความคล่องแคล่วว่องไว
ปลายเท้าแตะและดีดตัวขึ้นไปบนคานสูงสามเมตรราวกับไร้น้ำหนัก
เขาผูกโซ่ร้อยกระป๋องสีเปล่าและเศษเหล็กเข้าด้วยกัน แขวนมันไว้เหนือแนวป้องกัน
"ถ้าพวกมันปีนข้ามมา... เสร็จแน่"
ด่านสุดท้าย... กับดักสังหาร
เขาคว้าพลั่วและเสียม ออกไปที่ลานดินหน้าประตูม้วนที่พังเสียหาย
อคินขุด... ขุด... และขุด... ความมืดและความหนาวเย็นไม่ใช่อุปสรรค
เขาขุดหลุมพรางกว้างหน้าทางเข้า นำเหล็กเส้นที่หักเป็ท่อนปลายแหลมคมปักลงไปที่ก้นหลุม
ปลายแหลมชี้ขึ้นฟ้าเตรียมพร้อมเสียบทะลุทุกสิ่งที่ตกลงไป
เวลาผ่านไปจนเกือบหมดคืน อคินปาดเหงื่อที่ชุ่มโชกหน้าผาก
เขามองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ กับดักสามชั้น: สิ่งกีดขวาง, สัญญาณเตือนภัย, และหลุมสังหาร
"เหลืออย่างสุดท้าย..."
เขาเดินไปที่ราวตากเนื้อด้านหลังโกดัง นำเนื้อหมาป่าทมิฬและหนูั์ที่ชำแหละไว้มาแขวนตากลม
"ตากไว้ตรงนี้น่าจะดี ลมโกรก และกลิ่นไม่เข้าไปในห้อง... พวกกอบลินมันมาตอนกลางวัน ตอนกลางคืนคงไม่มีอะไร"
เขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ นี้... คือความผิดพลาดมหันต์
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]
"หมดเวลาแล้ว"
อคินถอนหายใจ เขาเรียกโบ้กลับเข้าห้องนิรภัย ล็อกประตูแ่า และทิ้งตัวลงนอน
ความกังวลยังคงเกาะกุมจิตใจ แต่ความเหนื่อยล้าก็ฉุดดึงเขาสู่ความมืดมิด
[4 กุมภาพันธ์]
เฮือก!
อคินสะดุ้งตื่นสุดตัว ร่างกายดีดผึงขึ้นมาจากที่นอนราวกับสปริง
ความรู้สึกแรกที่กลับมาไม่ใช่ความสดชื่น แต่เป็ความตื่นตระหนก... และความเงียบที่ผิดปกติ
เขารีบกวักมือเรียกหน้าต่างระบบ
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:12 น.ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์]
"สิบสองนาที!?"
อคินะโลั่นห้อง ดวงตาเบิกกว้าง
"ระบบ! ทำไมวันนี้เลทไปสิบสองนาที! นายตื่นสายเหรอวะ!?"
ปกติระบบจะตรงเวลาเสมอ เป๊ะยิ่งกว่านาฬิกาปรมาณู
การหายไป 12 นาทีในโลกที่ทุกวินาทีคือความเป็ความตายทำให้เขาใจหายวาบ
'หรือว่าระบบเริ่มรวน? ถ้าระบบพัง... ชีวิตของฉันจะเป็ยังไงนี่'
โฮ่ง! โฮ่ง!
เสียงเห่ากรรโชกของโบ้ดังขัดจังหวะความคิด อคินหันควับ
คราวนี้โบ้ไม่ได้แค่ขู่ แต่มันเห่าเสียงดังลั่นไปทางประตู และ... เสียงของอะไรบางอย่างที่กำลัง 'ฉีกกระชาก' ดังมาจากด้านนอก
อคินคว้าขวานด้ามยาวแทนชะแลง
"มาแล้วเหรอ? เร็วกว่าที่คิดนี่!"
เขาพุ่งตัวออกจากห้องนิรภัย โบ้วิ่งนำหน้าไปติดๆ
เมื่อมาถึงโถงโกดัง กลิ่นคาวเืคละคลุ้งปะทะจมูกทันที... แต่มันไม่ใช่กลิ่นเืเน่าของซอมบี้ มันคือเืสดๆ!
อคินส่องไฟฉายไปที่หลุมพรางที่เขาขุดไว้
ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องกลั้นหายใจ
ในหลุมนั้น... มีร่างของกอบลินสองตัวนอนตายคาที่ ร่างกายถูกเหล็กเส้นเสียบทะลุ
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ... ซากกอบลินตัวที่สามที่นอนอยู่นอกหลุม
สภาพของมันเละเทะ ร่างกายท่อนบนฉีกขาดหายไปราวกับถูกกัดกินด้วยสัตว์ร้ายที่มีขนาดปากมหึมา
"ไม่ใช่กอบลิน..."
อคินกระชับด้ามขวานแน่น
"ตัวที่ฆ่าไอ้นี่... ไม่ใช่กอบลิน"
ทันใดนั้น ลมกระโชกแรงพัดผ่านช่องโหว่ของกำแพง นำพากลิ่นสาบสางที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมเข้ามา
อคินนึกขึ้นได้ทันที... เนื้อตากแห้ง!
เขารีบวิ่งไปดูทางด้านหลังโกดัง... และพบเพียงราวตากผ้าที่ว่างเปล่า
"บัดซบ! มันกินเนื้อไปหมดแล้ว!"
แกรก...
เสียงกรงเล็บขูดกับพื้นคอนกรีตดังมาจากเงามืดเหนือศีรษะ
อคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง แสงไฟฉายสาดส่องไปบนคานเหล็กสูง
ดวงตาสีแดงก่ำสามคู่สะท้อนแสงไฟวาวโรจน์
ร่างสีดำทมึนขนาดมหึมาค่อยๆ ย่างสามขุมออกมาจากเงามืด น้ำลายเหนียวหนืดหยดลงมาจากเขี้ยวคมกริบ
หมาป่าทมิฬ... และไม่ได้มาแค่ตัวเดียว
"โบ้! ถอยมา!"
อคินะโ
แต่ไม่ทันกาล,ไม่ทันการณ์จ่าฝูงที่ตัวใหญ่ที่สุดกระโจนลงมาจากคานสูงราวกับสายฟ้าฟาด
เป้าหมายของมันคือกิน 'เ้าของ' เนื้อที่บังอาจมาแย่งอาหารมัน
โครม!
อคินกลิ้งตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ร่างกายของเขายืดหยุ่นและบิดตัวกลางอากาศได้ราวกับแมวที่ตกจากที่สูง
เขาตั้งหลักและดีดตัวลุกขึ้นทันที
"อยากกินเนื้อนักใช่ไหม! กินขวานไปก่อนแล้วกัน!"
การต่อสู้ปะทุขึ้น!
หมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่โบ้ เสียงเห่าและเสียงคำรามดังระงม
อคินพยายามจะเข้าไปช่วย แต่จ่าฝูงและลูกสมุนอีกตัวขวางทางเขาไว้
หมาป่าตัวรองพุ่งเข้ากัดที่ขา อคินะโลอยตัวขึ้นสูงอย่างเหลือเชื่อ เขาเหยียบลงบนหัวของมันแล้วใช้เป็ฐานส่งตัวพุ่งเข้าหาจ่าฝูง
ขวานในมือถูกง้างจนสุดแขน
"ตายซะ!"
ฉับ!
คมขวานฝังลึกเข้าที่หัวไหล่ของจ่าฝูง เืสีเขียวปนดำพุ่งกระฉูด
มันร้องโหยหวนและสะบัดตัวอย่างแรง กรงเล็บของมันตะปบเข้าที่แผ่นหลังของอคิน
"อ๊ากกก!"
ความเ็ปแล่นปราด อคินเสียหลักล้มลง
จ่าฝูงอ้าปากกว้างเตรียมขย้ำคอหอย
ในวินาทีความเป็ความตาย อคินเห็นเศษเหล็กเส้นจากกับดักที่เขาสร้างเมื่อวานวางอยู่ใกล้มือ
เขาคว้ามันแล้วแทงสวนขึ้นไปสุดแรงเกิด!
ฉึก!
เหล็กแหลมเสียบทะลุใต้คางของจ่าฝูงจนทะลุออกกลางกะโหลก ร่างั์กระตุกเกร็งและล้มทับร่างของเขา
อีกด้านหนึ่ง โบ้กำลังเสียท่า มันถูกหมาป่าอีกตัวกัดเข้าที่ขาหน้า
อคินผลักซากจ่าฝูงออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"อย่า... แตะ... หมา... กู!!"
เขาพุ่งตัวเข้าใส่หมาป่าตัวสุดท้ายด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน ไม่ใช่ความเร็วของมนุษย์... แต่เป็ความเร็วของนักล่า
เขาใช้ขวานจามเข้าที่กลางหลังของมันจนขาดสองท่อนในครั้งเดียว
ความเงียบกลับมาปกคลุมโกดังอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของหนึ่งคนกับเสียงครางของหนึ่งตัว
อคินคลานเข้าไปหาโบ้ เืจากแผลที่หลังของเขาไหลซึมเสื้อเชิ้ต
"โบ้... ทนไว้นะลูก"
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาเตือนถี่ยิบ
[คำเตือน: เืออกรุนแรง]
[แนะนำ: ใช้สกิล ปฐมพยาบาล โดยด่วน]
"รู้แล้วน่า!"
อคินตะคอก เขาวางมือสั่นเทาลงบนแผลเหวอะหวะของโบ้
ในหัวของเขาจินตนาการถึงแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ของพรีสต์ หรือนักบวชที่เขาเคยเห็นในเกม
" [ปฐมพยาบาล] !"
วูบ...
แสงสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือ... แต่มันไม่ใช่สีขาว
มันเป็ แสงสีส้ม... สีส้มอ่อนๆ อบอุ่นและนุ่มนวล ราวกับแสงของดวงอาทิตย์ยามเย็น... หรือสีขนของแมวส้มที่เขาคุ้นเคย
"สีส้มอีกแล้ว?"
อคินขมวดคิ้วทั้งที่ยังเ็ป
"ทำไมสกิลฮีลถึงเป็สีส้ม? ช่างเถอะ..."
เขาไม่มีเวลาสงสัย แสงสีส้มนั้นทำงานได้อย่างดีเยี่ยม าแของโบ้เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อถักทอกันใหม่ราวกับเวทมนตร์
เมื่อเห็นว่าโบ้ปลอดภัย เขาจึงหันมารักษาตัวเอง แสงสีส้มโอบล้อมแผ่นหลังของเขา ความเ็ปทุเลาลงจนเหลือเพียงความคันยิบๆ
อคินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองซากหมาป่าสามตัวและกอบลินอีกสามตัว
"โปรตีน..."
แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็ประกาย นี่คือเสบียงชั้นดี
เขาเหลือบมองเวลา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:20:00]
"ยี่สิบนาที... ไม่ทันชำแหละแน่"
เขากัดฟันคิด
"แต่จะทิ้งไว้ข้างล่างไม่ได้ พวกกอบลิน... หรือตัวอะไรก็ตามจะมาขโมยไปอีก"
อคินรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เขาคว้าเชือกไนลอนและรอกที่หาได้จากกองวัสดุ ปีนขึ้นไปบนโครงหลังคาเหล็กที่สูงที่สุด
เขามัดซากหมาป่าและกอบลินทีละตัว แล้วชักรอกดึงพวกมันขึ้นไปแขวนห้อยต่องแต่งอยู่ใต้หลังคาโกดัง สูงจากพื้นกว่าสิบเมตร
"เอาสิ!"
เขาะโก้อง เสียงสะท้อนไปทั่วโกดัง
"อยากกินก็บินขึ้นมาเอา!"
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เขาลากสังขารอันอ่อนล้ากลับเข้าห้องนิรภัยพร้อมกับโบ้
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงผนัง มองดูตัวเลขเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่ศูนย์
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05]
เขายังคงคาใจ...
"สิบสองนาทีนั่น... มันหายไปไหน?"
"แล้วทำไม... ตอนที่ะโเมื่อกี้... ฉันรู้สึกเหมือนตัวฉัน... ไม่ใช่ตัวฉัน?"
คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว แต่สติของเขาเริ่มเลือนราง
แสงสีส้มจากสกิลเมื่อครู่ยังคงติดตา... มันทำให้เขานึกถึง 'แต้ม' แมวส้มจอมหยิ่งที่เขาเลี้ยงไว้
"ป่านนี้แกจะเป็ยังไงบ้างนะ..."
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
โลกทั้งใบดับวูบลง พร้อมกับความลับของกาลเวลาและตัวตนที่แท้จริงของเขา...
ที่ยังคงถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดในความมืดมิดของราตรีกาล