หลังจากเดินดูตลาดก็เตรียมตัวกลับเพราะใกล้มืดแล้ว ดยุกเดินมาหยุดที่หน้าฉันก่อนจะมองข้อมือฉันแล้วพูดเสียงเรียบว่า
“เ้าน่ะ มานั่งม้ากับข้า ข้ามีธุระจะคุยด้วย”
“ธุระอะไรหรอคะ”
ฉันถามด้วยความสงสัยดยุกไม่ตอบอะไร ก่อนจะคว้ามือฉันและจูงไปอย่างไว จนท่านชายมองตามแบบงงๆ
“เอ่อออ ท่านพี่คะ…”
ยัยคุณหนูมองฉันตาปริบๆ
“ข้ามีธุระจะคุยกับนาง ต้องขออภัยคุณหนูที่ต้องแลกม้าด้วยนะครับ”
“...ค่ะ”
คุณหนูมองตาขวางใส่ฉันก่อนจะปึงปังเดินไปหาพี่ชายตัวเองและบ่บมุบมิบอะไรไม่รู้
“ขึ้น”
จู่ๆ ท่านชายก็บอกให้ขึ้น ขึ้นอะไรยะเห็นชั้นเป็วัลเดอร์วูเม้นรึไง
“ฉันขึ้นเองไม่เป็ค่ะ”
“อ่อออ.. เมื่อกี้เห็นระริกระรี้สอนกันนึกว่าเป็แล้ว”
ดยุกพูดแซะฉันก่อนจะอุ้มฉันขึ้นม้าและโดดขึ้นมาอยู่หลังฉันพร้อมเอามือมาโอบเอวและดึงฉันเข้าไปชิดกับลำตัวเขาอย่างแรง
“อะไร อะไรอีก เป็บ้าเรอะ”
ฉันแอบบ่นอุบอิบด้วยความหงุดหงิดอีตาดยุกบ้านี่
“ข้าได้ยินนะ”
ดยุกกระซิบที่ข้างหนูฉัน พร้อมเป่าลมเข้าหูจนฉันขนลุกไปทั้งตัว
“เราจะเดินทางกลับกันแล้วนะครับพยายามอย่าเดินออกเส้นทางและรักษาระยะห่างไว้ในดีนะครับ”
ดยุกควบม้านำทางรอบกลับอาจจะเร็วกว่ารอบมาหน่อยเพราะต้องทำเวลาแข่งกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า
ฉันเกาะเชือกม้าแน่นเพราะกลัวตกต้องใจแป้วกว่าเดิม เนื่องจากดยุกจอมโวยบังคับม้าด้วยมือข้างเดียวเพราะอีกข้างกอดเอวฉันไว้แน่นไม่ปล่อย
“ปะ ปล่อยเอวฉันก็ได้นะคะท่านขับม้าด้วยมือข้างเดียว มัน…”
ฟึ่บ
โอ้ย ไอ้บ้าเอ้ย ดยุกดึงเอวฉันไปแน่นกว่าเดิมจนแทบจะนั่งบนลำตัวเขาแล้ว
“ทำไม กลัวคนของเ้า เข้าใจผิดหรอ”
‘คนของเ้า’ หมายถึง ใครหรอ
ท่านชายหรอ รึโจอาน ...อะไร หึงงั้นหรอรึประสาทไปเอง
ฉันที่เริ่มหงุดหงิดตาดยุก ก็เริ่มเสียงแข็งใส่
“หึ ก่อนจะห่วงคนของฉัน คุณไปห่วงคนของคุณเถอะค่ะมองฉันอย่างกับจะกินไส้”
ฉันว่าแซะดยุกไปดยุกก็เงียบไปตอบ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องช็อคโลก คือฉันรู้สึกได้ถึงดุ้นอะไรสักอย่างแข็งๆ ดันก้นฉันอยู่
กระดูกหลังม้าหรอหรืออะไรน่ะ ทำไมมันรู้สึกแข็งขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเจ็บ พอคิดแบบนั้นฉันก็เริ่มหน้าแดงขึ้น เพราะมีอีกอย่างที่คิดว่าน่าจะใช่ คือ ‘สิ่งนั้น’ของท่านดยุก
บะ บ้าหรอ บนหลังม้านี่นะ ใครมันจะไปมีอารมณ์กัน
ฉันที่ตัวแข็งจนไม่กล้าขยับได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอของดยุก
“เพราะเ้านั่นแหละ”
“อะ เอ๋ ฉันทำอะไรคะ”
“เพราะเ้าชอบขยับ…”
“.... >\\\<”
ไอ้บ้า เขากำลังยอมรับว่ามีอารมณ์บนหลังม้าจริงๆ หรอ แถมเพราะฉันอีก กรี๊ดดดด เจอคนโรคจิตค่าาา
เราทั้งคู่เงียบอยู่แบบนั้นจนถึงคฤหาสน์ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ั้แ่ลงม้า ดยุกก็รีบดิ่งเข้าห้องโดยไม่สนใจแขกเหลื่อเลย
สงสัยอายมั้ง
ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงก็เขินอายจนหน้าร้อนผ่าว ว่าไอ้ดุ้นที่ทิ่มก้นฉันเมื่อเย็น มันคือ ‘สิ่งนั้น’ทำไมดยุก …อ่อนไหวง่ายขนาดนั้นนะ
เช้ามาทุกคนรีบจัดแจ้งเพราะต้องเตรียมส่งแขก ข้าวของถูกเรียงรายขึ้นรถม้าแล้ว ดยุกยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ล่ำลากับยัยคุณหนูนั่นอยู่
“ข้าสนุกมากเลยค่ะท่านพี่…ไว้โอกาสหน้าจะมาใหม่นะคะ”
ไม่ต้องมาย่ะ ไม่ต้องม๊าาาาาา ฉันบ่นในใจ
“ยินดีครับ ข้าในฐานะเ้าบ้าน ต้องขออภัยทุกท่าน หากเกิดข้อผิดพลาดหรือเื่ที่ทำให้ลำบากใจด้วยนะครับ”
ดยุกโค้งคำนับเป็เชิงขอโทษ
“ลำบากอะไรกันครับ สนุก…มากเลยต่างหาก”
ท่านชายพูดพร้อมมองฉันแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินมาหาและคว้าข้อมือฉันไปกุม
“สร้อยข้อมืออันนี้ รักษาให้ดีล่ะเป็มิตรภาพระหว่างเรานะ”
ท่านชายพูดและขยิบตาข้างเดียวให้ฉัน ขนลุกชะมัด
“แหะๆๆ ขอบคุณมากนะคะ ขอให้เดินทางปลอดภัยค่ะ”
“แหมๆ มีข่าวดีอะไร ที่ข้าพลาดไปไหมเนี้ย มาแค่2-3 วัน ท่านจะหาพี่สะใภ้ให้ข้าซะแล้วหรือ ท่านพี่”
แล้วสองพี่น้องก็หัวเราะกันเหมือนเป็เื่ขบขัน
“อะแฮ่มม เอาล่ะ ข้าคงมารบกวนเ้าเท่านี้คงพบกันอีกทีในงานฉลองราชย์”
“ครับ … เดินทางปลอดภัยครับ”
เราส่งแขกเสร็จ ดยุกก็หันหลังกลับทันที
“วันนี้ข้าจะไม่ทำงานอะไรทั้งนั้น” ดยุกหันไปบอกโจอาน
“ส่วนเ้า ซาลิน่า ตามข้ามาที่ห้องมีงานจะคุยด้วย”
“งะ งานหรอคะ…”
อะไรกันเมื่อกี้ยังสั่งว่าวันนี้จะไม่ทำงาน ละนี่จะเรียกฉันไปคุยเื่งาน เพื่อออออ....ฉันรับคำสั่งแล้วคอตกเดินตามดยุกไป