ตอนที่24 อู๋คังมิน
หลางหลินเปิดเวย์ปั๋วด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้มีคนติดตามเขาหนึ่งแสนคนภายในเวลาไม่นาน เป็นจำนวนที่มากเกินกว่านักเขียนทั่วไปจะได้รับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอบคุณหนังสือจากต่างมิติ ถ้าไม่ใช่เพราะมันเขาก็คงไม่มีเงินแบบนี้
"ฉันควรที่จะบอกพวกเขาว่าจะส่งพรุ่งนี้ ก่อนอื่นก็ถ่ายภาพหนังสือที่ไดัมาก่อน" หลางหลินนำหนังสือมาวาง 3 เล่ม เขาวางเรียงรายกันเป็นภาพสวยงาม ปกหนังสือจะต้องโดดเด่นและสันของมันเองก็เช่นกัน หลางหลินเปิดหนังสือออก หนังสือสามเล่มนี้เป็นเล่มที่เขาขอให้อู๋ซีเฉินทำเกินมา เพื่อที่จะถ่ายลงเวย์ปั๋ว
ตัวหนังสือสีดำชัดเจน กระดาษก็ไม่หนาหรือบางจนเกินไป เปิดอ่านหน้าต่อไปได้อย่างง่ายดาย
"วัสดุดีเยี่ยม สมกับเป็นมืออาชีพจริงๆ" ว่าแล้วเขาก็ถ่ายภาพหนังสือ 3 เล่ม พร้อมกับโพสต์ลงเวย์ปั๋ว
"ตอนนี้หนังสือเสร็จแล้ว ผมจะรีบส่งมันในวันพรุ่งนี้ หวังว่าจะสนุกกับนิยายของผมนะครับ ส่วนออเดอร์ต่อไปผมจะเปิดรับอีกครั้ง หลังจากที่ส่งหนังสือล๊อตนี้เสร็จ" กรึ้กๆ เสียงนิ้วพิมพ์ลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานภาพของหนังสือ 3 เล่มก็ปรากฏบนเวย์ปั๋วและข้ความ
คอมเมนต์ยังคงมาเร็วเช่นเคย
หมาเสือเปา "โอ้พระเจ้า! ฉันละอิจฉาคนที่ได้อ่านหนังสือจริงๆ ถึงแม้ฉันจะซื้ออีบุ๊คแล้วก็ตาม แต่ฉันก็อยากได้หนังสือ ไม่ว่ายังไงครั้งนี้ฉันก็ต้องคว้ามันมาไว้ให้ได้!
นักรักหรือนักเท "ว้าว หนังสือสวยมาก ไม่ว่ายังไงครั้งนี้ฉันก็ต้องได้!
คุณหนูไฮโซ "เล่มสวยมากเลยค่ะ ฉันอยากได้มันจัง"
พ่อเลี้ยงหมู "ฉันชอบหนังสือของคุณ ตอนนี้ฉันอ่านอีบุ๊คของคุณจบแล้ว และต้องการหนังสือนั่น!"
ปรมาจารย์แห่งเขาหมาป่า "โอ้ว..ไรท์ที่รัก คุณรู้มั้ยว่าคุณทำให้ผมรักคุณ"
เฉินเจียนเหว่ย "ผมได้ซื้ออีบุ๊คของคุณอ่านแล้ว ผมชอบมันมากเลย และต้องการติดต่อคุณโดยด่วน! คุณรู้มั้ยว่านิยายของคุณมันสนุกมากแค่ไหน เมื่อถูกทำเป็นซีรีย์มันจะโด่งดังขนาดไหน เพราะงั้นเซ็นสัญญากับบริษัทผมเถอะ"
"หืม? มีทั้งผู้ชายที่มาชอบและคนติดต่อไปทำซีรีส์ด้วยเหรอ? แต่ว่าผู้ชายที่บอกชอบฉันนี่มัน....เหอะเหอะ" หลางหลินส่ายหน้า ไม่ว่ายังไงทุกคนก็คือลูกค้า และลูกค้าเขาก็มีทุกเพศและทุกวัย
ส่วนการทำซีรีส์นั้น เขาไม่ได้ใส่ใจนักตามความคิดของเขา นิยายที่เอามาจากต่างมิติมันจะต้องทำเงินได้มากพอที่จะทำซีรีส์เองได้ แล้วทำไมเขาจะต้องง้อพวกมันด้วย?
ตอนนี้เขามีเงิน มีสิ่งที่อยากทำมากมาย เขาเองก็อยากจะเลือกนักแสดงและอยากจะเล่นเป็นผู้ร้ายกับพวกเธอเหมือนกันนะ ถึงแม้ความคิดนี้จะเลวทราม แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของวงการมายา
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารับรู้ล้วนเป็นมายา!
สิ่งไหนจริงหรืออันไหนหลอก ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาอยากให้เราเห็น หลางหลินคิดว่าตัวเขาสามารถทำอย่างไรกับพวกเธอก็ได้ เพื่อที่จะผลักดันไปในเส้นทางมายา
แม้แต่ร่างกายพวกเธอก็จะมอบให้กับเขา แต่ก็ได้แค่คิดสิ่งที่จำเป็นก็คือเงินในการสร้างบริษัทและอำนาจ หากมีแค่เงินแต่ไม่มีอำนาจ หลางหลินก็จะเป็นแค่หมูรอให้ถูกเชือดเท่านั้น!
"เปา!" หลางหลินเรียกจางเปาเข้ามา ตอนนี้จางเปาใบหน้าอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผิดกลับตอนแรกที่มีแต่กล้าม แต่ตอนนี้เพียง 1 อาทิตย์ก็เปลี่ยนไปขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพราะอะไร
"ครับบอส"
"มาเริ่มงานกัน" หลางหลินชี้ไปที่กองหนังสือ "เอาหนังสือห่อกันกระแทกจากนั้นก็ใส่กล่องและปิดสก๊อตเทปและมัดด้วยเชือก แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย?"
"ได้ครับบอส แค่นี้ถือว่าสบายมาก" จางเปาพูดพร้อมกับควงหมัดไปมา
หลางหลินส่ายหน้าเล็กน้อย เจ้านี่คิดว่าตัวเองเป็นนักมวยปล้ำหรือไงกัน "โอเค ฉันต้องการให้เสร็จภายในวันนี้"
"ได้เลยครับบอส!"
หลางหลินไม่ได้เข้าไปช่วยจางเปา เรื่องแค่นี้ถือเป็นงานง่ายๆ ปล่อยให้จางเปาทำคนเดียวก็ได้ เพราะถึงอย่างไรทุกวันจางเปานอกจากกินแล้วก็นอน แทบจะไม่ได้ทำอะไรอีกเลย
เพราะงั้นให้มันขยับร่างกายซะบ้างเถอะ
แน่นอนว่าการส่งครั้งแรกจะมีอะไรผิดพลาดไม่ได้ ไม่งั้นชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมา ก็จะมลายหายไปเหมือนกับสายน้ำ เขาต้องยืนคุมจางเปาตั้งแต่ต้นจนจบ
ถึงจะบอกว่ายืนคุมแต่จริงๆ แต่เขาก็แค่นั่งดูบนเก้าอี้เท่านั้น
งานเสร็จเรียบแล้วภายในวันเดียวจริงๆ
จางเปาไม่บ่นว่าเหนื่อยแม้แต่น้อย ที่เขารู้จักมีแต่อาหารเท่านั้น
วันรุ่งขึ้น หลางหลินฝึกฝนเทคนิคการหายใจในน้ำเหมือนเคย หลังจากนั้นก็กินข้าวเช้าก่อนจะโทรหาอู๋ซีเฉิน
"มีอะไรงั้นเหรออาหลิน หรืออยากสั่งพิมพ์หนังสือเพิ่ม?" อู๋ซีเฉินที่อยู่ปลายสายถามด้วยความคาดหวัง
"เปล่าหรอกครับ ตอนนี้รถบรรทุกของลุงว่างหรือเปล่า"
"ว่างสิ นอกจากเอาไปส่งของให้เธอเมื่อวานแล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอก มีอะไรงั้นเหรอ?....หรือว่าเธอต้องการให้ไปขนหนังสือที่ใส่กล่องแล้วไปที่ไปรษณีย์?" นอกจากเรื่องหนังสือที่ต้องส่งแล้ว อู๋ซีเฉินก็นึกไม่ออกว่าจะมีเรื่องอะไรอีก นอกซะจากเรื่องนี้เท่านั้น หลางหลินไม่มีรถและเมื่อต้องการส่งของ เขาก็ต้องมาเอารถของเขา แล้วแบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาจะได้เงินอีก!
"ใช่ครับ ผมให้หนึ่งร้อยหยวน"
"โอเค เดี๋ยวลุงจะบอกพนักงานไปจัดการ อ๋อ...แล้วอีกอย่างนะเมื่อเธอไปถึงไปรษณีย์ให้ส่งของที่ช่องหมายเลขแปด"
"หมายเลขแปด?"
"ใช่! ช่องหมายเลขแปดเป็นช่องสำหรับธุรกิจมันจะสะดวกกว่าเมื่อส่งของจำนวนมาก บอกพวกเขาว่ามาจากโรงพิมพ์อู๋แล้วพวกเขาจะบริการเธออย่างดี" อู๋ซีเฉินแนะนำ เมื่อก่อนลูกค้าส่งของแบบนี้หลายคน และก็เป็นเขานี่แหละที่แนะนำ ไม่งั้นหากส่งช่องธรรมดา คนที่รอก็ต้องบ่นอย่างแน่นอน เพราะของที่พวกเขาส่งมีแค่กล่องเดียว แต่ถ้าเราไปส่งหลายร้อยกล่อง แล้วจะไม่ให้พวกเขาสติแตกได้ยังไง
"ขอบคุณครับลุงอู๋ ช่วยผมได้เยอะเลย" หลางหลินวางสายและครุ่นคิด "ตอนนี้ฉันมีเงินมากแล้ว การที่จะซื้อรถบรรทุกสักคันไว้ส่งเองก็สะดวกดี มันจะไม่เป็นการดีที่ใช้บริการลุงอู๋บ่อยๆ ถึงแม้มันจะเป็นเงินร้อยหยวนก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ต้องการเสียมันไป"
หลางหลินไม่ลืมว่าตัวเองเคยจน เพราะงั้นถึงเขาจะมีเงินก็ค่อนข้างตระหนี่
ไม่นานนักรถบรรทุกของลุงอู๋ก็มา พร้อมกับชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ชายคนนี้เป็นคนที่มาส่งของก่อนหน้านี้กับอู๋ซีเฉิน
เขาชื่อว่ากัวซูป๋ายเป็นคนหนุ่มที่ขยันเลยทีเดียว เขาค่อนข้างที่จะสนิทกับจางเปา เมื่อทั้งสองมาเจอกันก็กอดกันด้วยความคิดถึง ก่อนจะยกกล่องทั้งหมดขึ้นรถไป
หลางหลินขึ้นรถพร้อมกับคนทั้ง 2 รถบรรทุกเบาะค่อนข้างกว้าง สามารถนั่ง 3 คนได้อย่างสบาย
รถวิ่งออกจากหมู่บ้านเข้าสู่เมืองหลี่หมิง ไปรษณีย์อยู่ไม่ไกลนักเพียงไม่กี่นาทีรถก็วิ่งมาถึง
หลางหลินและจางเปาเดินเข้าไปในไปรษณีย์ ส่วนกัวซูป๋ายอยู่เฝ้ารถ
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายจึงไม่ค่อยมีคนนัก หลางหลินเดินไปที่ช่องบริการหมายเลข 8 ตามที่อู๋ซีเฉินบอก เขาไม่จำเป็นต้องกดบัตรคิวเพราะที่นี่ไม่มีคน
เมื่อพนักงานเห็นคนเดินเข้ามา เขาก็รู้ว่าลูกค้าคนนี้ต้องส่งของมากแน่ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีทางเดินมาที่ช่องธุรกิจ
หลางหลินพูดคุยกับพนักงานและบอกจำนวนของที่ต้องการส่ง เมื่อพนักงานได้ยินว่าส่งถึง 500 กล่องเขาก็ไม่เชื่อ
หลางหลินเห็นว่ามันน่ารำคาญจึงบอกว่าอู๋ซีเฉินแนะนำให้มาที่นี่ เมื่อพนักงานรู้ว่ามาจากโรงพิมพ์ของอู๋ซีเฉิน เขาก็พูดสุภาพและบอกว่ารอสักครู่ก่อนจะไปตามผู้จัดการ
เมื่อผู้จัดการออกมา เขาก็ต้อนรับกลางหลินอย่างดี ไม่ใช่เพราะอู๋ซีเฉินให้อะไรเขาหรือมีอำนาจพอที่จะสั่งการ แต่เพราะเขาเป็นน้องชายของอู๋ซีเฉินนั่นเอง
ชื่อของเขาอู๋คังมิน เขาไม่รู้จักกับหลางหลินเพราะเมื่อก่อน เขาเรียนที่เมืองอื่นและไม่ค่อยได้กลับมานัก ไม่แปลกที่จะไม่รู้
"สวัสดี......พี่ชายผมบอกให้คุณมาที่ช่องนี้งั้นเหรอ?" อู๋คังมินถาม
"คุณเป็นน้องชายของลุงอู๋งั้นเหรอ?" อู๋ซีเฉินมีน้องชายเนี่ยนะ? เป็นไปได้ไงทำไมถึงไม่เคยรู้
"ใช่ฉันเป็นน้องชายของเขา ไม่แปลกที่จะมีคนคิดว่าเขาเป็นลูกคนเดียวเพราะฉันก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านสักเท่าไรตั้งแต่เด็กๆ ฉันก็เรียนอยู่ที่อื่น.... แล้วที่เธอเรียกเขาว่าลุง? แสดงว่าเธอค่อนข้างที่จะสนิทกับเขา? " อู๋คังมินถามด้วยความสงสัย
"ต้องบอกว่าสนิทมากเลยต่างหาก..ผมชื่อว่าหลางหลิน" หลางหลินยื่นมือออกไปด้วยรอยยิ้ม
หลางหลิน? ชื่อนี้ฟังดูคุ้นๆ อู๋คังมินนึกย้อนกลับไป พี่ชายเมื่อก่อนก็เคยพูดถึงชื่อนี้บ่อยๆ และชายคนนั้นที่เป็นเพื่อนกันอีก ดูแล้วน่าจะเป็นลูกบุญธรรมท่าจำไม่ผิด เมื่อจำได้เขายื่นมือออกไปจับเช่นกัน"ฉันจำได้แล้วเธอเป็นเด็กที่พี่ชายฉันมักพูดถึงบ่อยๆ บ้านของเธอยู่ท้ายหมู่บ่านและมีพ่อ.....โอ้ฉันเสียใจด้วยฉันไม่ควรพูดถึงมัน"
"ไม่เป็นไร. .....เรามาพูดถึงเรื่องของเรากันดีกว่านะครับ ผมต้องการส่งพัสดุห้าร้อยกล่อง"