เฉินห่าวมองเด็กสาวผมสีดำที่แนะนำตัวว่าชื่อหลี่อิง บนใบหน้าเรียบนิ่งไม่สามารถซ่อนความรู้สึกจากสายตาของเขาได้ เด็กสาวกำลังแสดงแววตาราวกับว่าตนเองกำลังถูกหลอกจากเ้าของร้านฟิตเนส เขาจึงรีบหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้เธอจากไป
“ ถ้าเหมยลี่แนะนำมาเธอก็น่าจะเห็นผลลัพธ์แล้วนะสาวน้อย เพียงแต่ว่าเธอจะไม่สามารถเก่งปุบปับได้เหมือนเหมยลี่ ”
“ ทำไมเหรอคะ ”
“ นั่นก็เพราะว่าเหมยลี่เป็ลูกค้าคนแรกที่ช่วยฉันปลดล็อกความสามารถของอาชีพเทรนเนอร์ ฉันลองให้ลูกค้าคนที่สองทดลองเหมือนเหมยลี่แล้วปรากฎว่าทำไม่ได้ ฉันไม่สามารถอัดฉีดชั่วโมงการออกกำลังกายให้เกิน 3 ชั่วโมงต่อวันได้เหมือนเหมยลี่ เพราะงั้นถ้าเธออยากจะเพิ่มค่าสถานะ 10 หน่วยเธอจำเป็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนออกกำลังกายที่นี่ แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีลัด ทว่ามันกลับ…. ”
เฉินห่าวแสดงสีหน้าลำบากจนหลี่อิงอดไม่ได้จำเป็ต้องถาม เขาจึงอธิบายต่อ
“ มันต้องใช้เงินเพิ่มมากกว่าเดิมราว 1 - 2 เท่าเพื่อลดชั่วโมงในการออกกำลังกาย จากเดิม 1 ชั่วโมงจะได้ค่าสถานะ 0.1 หน่วย ถ้าหากซื้อโปรตีนเสริมจากทางร้านจะทำให้ได้ค่าประสบการณ์ 0.2 หน่วย จากเดิมต้องใช้เวลา 1 เดือนก็จะลดเหลือครึ่งเดือน ”
“ ฉันโอเคค่ะ ” ไม่มีการต่อรองแต่อย่างใด เฉินห่าวจึงทำตาเป็ประกาย การเสนอขายให้กับลูกหลานตระกูลใหญ่ภายในเขตนับว่าง่าย ไม่ต้องเปลืองน้ำลายจูงจมูกเหมือนเ้าหน้าที่หยาง ถึงแม้จะได้เงินน้อยกว่าเ้าหน้าที่หยาง การที่หลี่อิงเข้าและออกร้านจะค่อยๆเปลี่ยนเื่อื้อฉาวของผู้คนภายในเขต X ไปทีละน้อย
“ งั้นฉันขอบอกราคาทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งก็แล้วกัน เลเวลของเธออยู่ใน่ 11 - 20 ค่าบริการต่อครั้งจะอยู่ที่ 10,000 เหรียญ ถ้าเธอ้าลดระยะเวลาการเล่นจะต้องซื้อโปรตีนเสริมราคา 20,000 เหรียญ โปรตีน 1 ชุดจะกินได้แค่ 1 ครั้งและจะแสดงผลเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แนะนำให้กินพร้อมกับใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย รวมแล้วเธอจะต้องจ่าย 30,000 ต่อการออกกำลังกาย 1 ครั้งเพื่อให้ได้ค่าสถานะ 0.2 หน่วย เธอรับได้ใช่ไหม ”
“ ฉันรับได้ค่ะ ” สายตาของเด็กสาวกลับมาเป็จริงจัง ไม่แสดงความหวั่นไหวกับราคาแต่อย่างใด
“ ส่วนค่าคอร์สฉันจะลดให้เหลือ 1,000,000 เหรียญเพราะเธอยังเลเวลน้อย การปลุกพร์จึงง่าย ไม่เหมือนเ้าหน้าที่หยางคนนั้น ”
เฉินห่าวเห็นคิ้วของเด็กสาวขมวดเข้าชนกัน เขาจึงลังเลเพราะกลัวว่าจะคิดราคาสูงเกินไป อย่างไรเขาต้องทำใจแข็งเพราะการปลุกพร์คือหนึ่งในหนทางที่จะทำให้ฮันเตอร์แข็งแกร่ง
หลี่อิงได้ยินราคาคอร์สเธอไม่ได้ใเพราะแพง เธอใที่สามารถเข้าใกล้การปลุกพร์ได้ด้วยราคาแสนถูก
ครอบครัวของเธอจ่ายเงินเกินร้อยล้านแล้วเพื่อซื้อยาและสมุนไพรหายากมาให้เธอดูดซับเพื่อกระตุ้นพร์ เพียงแต่มันไม่ยอมตื่น
“ คุณทำให้พร์ตื่นขึ้นได้จริงๆเหรอคะ ”
“ แน่นอน แค่เธอลงคอร์สแล้วต้องทำตามคำแนะนำของฉันทุกๆอย่าง ต่อให้ฉันจะบอกให้เธอเลียเสาทุกต้นทั่วเมืองเธอก็ต้องทำ เธอคิดว่าไง ”
“ ทำไมต้องเลียเสาด้วยคะ ”
“ ฉันมีสกิลที่จะช่วยปลดล็อกให้พร์ตื่นขึ้น แต่การปลดล็อกน่าอายไม่น้อย เธอเห็นเหมยลี่ไหม ไม่รู้สึกสงสัยเหรอว่าเธอสวมเสื้อผ้าเยอะแยะไปทำไม หนอนสีเขียวอีก ไม่รู้สึกสงสัยเหรอว่าทำไมมันเอาแต่เลียพื้นตลอดเวลา ”
ใบหน้าของหลี่อิงแสดงความไม่อยากเชื่อออกมาเมื่อรู้ว่าการปลุกพร์จะต้องใช้วิธีที่น่าอาย เธอกลัวว่าตนเองจะได้แก้ผ้ายืนเต้นอยู่ข้างถนน
เฉินห่าวเห็นใบหน้าอีกฝ่ายจึงเรียกสติกลับคืนมา เด็กสาวตรงหน้าไม่ต้องไปทำเื่น่าอายเพื่อปลุกพลัง แต่มันกลับยุ่งยาก ต้องอาศัยการล่าเข้าช่วย
“ ฉันจะต้องทำยังไงคะถึงจะปลุกพร์ ”
“ อย่าใจร้อนไปแม่หนู ฉันรับประกันว่าเธอจะปลุกพร์ได้แน่ ถ้าทำไม่ได้ฉันจะคืนเงินทั้งหมด เอาล่ะเริ่มเลยไหม ดัมเบลเหลือ 1 คู่ถ้ามีลูกค้าคนใหม่มาเธอจะต้องรอ ”
หลี่อิงพยักหน้ารับ เธอจ่ายเงินให้เ้าของร้านทันทีเป็จำนวนเงิน 1,030,000 เพื่อสมัครคอร์สและจ่ายค่าโปรตีน
เฉินห่าวจึงบอกให้เด็กสาวรอก่อน เขายังไม่มีโปรตีนจึงต้องรอให้พนักงานมาส่งของ
ในระหว่างรอ หลี่อิงใช้โอกาสนี้มองดูชายผมขาวที่กำลังยกดัมเบลด้วยท่าทางทรมานราวกับว่าเขาจะตายได้ทุกเมื่อ
เธอกลับไม่เห็นเืจากร่างกายของอีกฝ่าย สิ่งที่น่าประหลาดใจคือดัมเบลลูกเล็กๆกลับทำให้ชายตรงหน้าแสดงท่าทางเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างมาก เธอจึงคิดว่ามันน่าจะมีพลังงานบางอย่างซ่อนเอาไว้จนทำให้ชายคนนี้แสดงท่าทางเ็ปราวกับกำลังยกตึก
ตึง!
ดัมเบลทั้งสองวางเอาไว้ด้านข้าง ชายที่นอนกระตุกอยู่บนพื้นยืนอยู่ในท่าตรงหลังจากดัมเบลบังคับร่างของเขาให้ลุกยืนเพื่อจบโปรแกรมการฝึก
หลี่อิงใช้โอกาสนี้สำรวจร่างกายของชายผมขาวอย่างละเอียด เธอแยกแยะความต่างไม่ออกเพราะเลเวลสูงกว่าจึงพยักหน้าเรียกพ่อบ้านให้ตามเข้ามาในตึก
“ เถ้าแก่ วันนี้หมดโควต้าแล้วฉันไปล่ะ ”
“ ไปแล้วเหรอพี่หยาง ไปดีมาดีพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ หรือจะมาหลังเที่ยงคืนก็ได้นะผมจะเปิดประตูรอ ถ้าไม่เห็นใครก็ไม่ต้องเรียกหาพี่สามารถเล่นดัมเบลต่อได้เลย ”
“ โอเค ฉันจะแวะมาใหม่ก็แล้วกัน ”
เฉินห่าวเปิด 24 ชั่วโมงนั่นก็เพราะว่าเขากลัวผู้คนจะออกันในตอนเช้า หลังจากมีข่าวคุณหนูหลี่อิงเข้ามาใช้งานเขาไม่รู้ว่าจะมีผู้คนมากน้อยแค่ไหน แต่ละคนใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงในการเล่น เขามีดัมเบลเพียง 2 คู่เท่านั้น มันจึงไม่เพียงพอเขาจึงเปิด 24 ชั่วโมงเผื่อจะมีคนมาเล่นรอบดึก
“ ซื้อเพิ่มดีไหมนะ ”
เงินในบัญชีที่แยกเอาไว้ใช้กับร้านฟิตเนสมีมากถึง 13,030,000 เหรียญ ดัมเบล 1 คู่ใช้เงิน 1,000,000 เหรียญและคะแนน 1,000 เหรียญ เขามีคะแนนจากภารกิจ 2,000 คะแนน สามารถสร้างดัมเบลได้อีก 2 คู่
“ ระบบ ดูเหมือนว่าคะแนนจะหายาก ฉันต้องทำยังไงเพื่อให้ได้คะแนนเยอะกว่านี้ ”
[ โฮสต์อยู่ใน่ปรับตัวเข้ากับระบบ มีระยะเวลา 7 วัน คะแนนจึงถูกจำกัดให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม หากเวลาปรับตัวจบลง ภารกิจเต็มรูปแบบจะเปิดขึ้นเพื่อให้โฮสต์หาคะแนน นอกจากนั้นโฮสต์สามารถรับคะแนนจากการใช้งานของสมาชิกได้ ทุกครั้งที่สมาชิกใช้อุปกรณ์โฮสต์จะได้รับ 20 คะแนน หากสมาชิกที่ลงคอร์สโฮสต์จะได้คะแนน 40 คะแนน ]
“ โอเค ฉันพอเข้าใจแล้ว ”
เฉินห่าวไม่เร่งรีบ ดัมเบล 2 คู่ยังคงเพียงพอ เขาจึงไม่สร้างดัมเบลออกมาเพิ่ม ทว่าเขากลับสงสัยหนึ่งอย่างจึงสอบถามเพราะเห็นอุปกรณ์เลเวล 1 หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็บาร์เบล จักรยานปั่นและลู่วิ่งไฟฟ้า เขาอยากรู้ความต่างเมื่อใช้งานมัน หากค่าสถานะเพิ่มถึง 10 หน่วยแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้จะเพิ่มอะไร
“ ระบบ ถ้าฉันเล่นบาร์เบลจะได้อะไรจากมันกัน ”
[ ผลลัพธ์หลักในการใช้งานอุปกรณ์คือการเพิ่มค่าสถานะ ผลลัพธ์รองลงมาคือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้งาน ]
“ งั้นก็ไม่แปลกที่ฉันจะรู้สึกได้ว่าแขนส่งแรงได้มากกว่าขา ถ้าหากว่าฉันอยากจะให้ขาแข็งแรงเหมือนแขนก็ต้องเล่นอุปกรณ์ที่ใช้กล้ามเนื้อขา แล้วค่าสถานะล่ะ ”
[ อุปกรณ์เลเวล 1 มีขีดจำกัดเหมือนกันทั้งหมด โฮสต์สามารถเพิ่มค่าสถานะได้ 10 หน่วย หลังจากนั้นจะเป็การปรับบาลานซ์ร่างกายให้แข็งแกร่งเทียบเท่ากัน ]
“ แสดงว่าถ้าฉันอยากให้ขาแข็งแกร่งเท่าแขนก็ต้องเล่น 10 ชั่วโมงเหมือนที่เล่นแขนสินะ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันเล่นแขน 5 ชั่วโมงแล้วเล่นขา 5 ชั่วโมง ”
[ ค่าสถานะของโฮสต์จะเพิ่มขึ้น 10 หน่วยเหมือนกัน ส่วนการเติบโตของกล้ามเนื้อแขนและขาจะต่างกัน กล้ามเนื้อของโฮสต์จากการเล่น 5 ชั่วโมงจะน้อยกว่าเล่น 10 ชั่วโมง ]
“ แล้วถ้าฉันเล่นแขน 100 ชั่วโมงจะเกิดอะไรขึ้น ”
เฉินห่าวอยากรู้ว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะส่งผลต่อค่าสถานะความแข็งแกร่งหรือเปล่า
[ ค่าสถานะความแข็งแกร่งของโฮสต์จะเข้าใกล้ 11 หน่วยมากยิ่งขึ้น พลังโจมตีของโฮสต์จะไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพียงแต่ว่าร่างกายของโฮสต์จะพัฒนาขึ้นจนพลังป้องกันเหนือกว่าเดิม ]
เฉินห่าวลูบคางด้วยใบหน้าตื่นเต้น เขามองเห็นพลังแฝงจากการใช้อุปกรณ์ภายในฟิตเนส สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ได้ประโยชน์มากนัก แต่สำหรับเขาพลังแฝงจะแสดงออกมาในรูปแบบพลังป้องกัน ถึงจะไม่ทำให้เขาโจมตีได้รุนแรงกว่าเดิมมากนัก แต่เขาสามารถป้องกันได้ดีขึ้น
“ ฮ่าๆๆ ใครจะไปคิดกันว่าจะมีเครื่องมือที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งไม่ต่างจากพวกหลวงจีนโดยไม่ต้องฝึกวรยุทธ์ของพวกหัวโล้นนี่เลย ”
พนักงานมาส่งของ เฉินห่าวจึงรีบวิ่งเข้าไปรับแล้วขึ้นชั้นสองปล่อยให้หลี่อิงช่วยดูเป่าเป้ยน้อย ไม่นานเขาก็กลับลงมาพร้อมโปรตีนเสริม 3 ขวด
“ เธอจะเล่น 3 ชั่วโมงเลยไหม ”
“ ค่ะ ”
“ โอเค บอกพ่อบ้านของเธอด้วย ถ้าหากเธอกรีดร้องหรือแสดงท่าทางทรมานออกมาอย่าแตกตื่น ทุกคนที่ใช้งานล้วนแสดงท่าทางนี้ออกมาเหมือนกันหมด ถ้าเธอผ่านไปได้ จิตใจของเธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย ”
หลี่อิงพยักหน้า เธอเห็นความมุ่งมั่นที่แสดงออกมาจากเหมยลี่ อีกฝ่ายควรจะสลบไปหลายทีแต่กลับต่อสู้กับเธอได้ยาวนานเธอจึงเชื่อคำพูดเ้าของฟิตเนส
“ โอเค ไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว แค่เธอจับดัมเบลเท่านั้นก็เป็อันจบ แล้วทุกอย่างจะดำเนินไปเอง เธอไม่ต้องทำอะไรเลยแค่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้ก็พอ ”
หลี่อิงพยักหน้าให้พ่อบ้านเพื่อให้เขาออกไปรอด้านนอก จากนั้นจึงยกดัมเบล ปรากฎว่าเธอไม่ต้องขยับร่างกาย ดัมเบลเข้าควบคุมร่างอัตโนมัติ เธอจึงลองขัดขืนปรากฎว่าทำไม่ได้แต่ก็ไม่แสดงความใออกมาเพราะเห็นท่าทางของเ้าหน้าที่หยางก่อนหน้านี้แล้ว
ฮึบ!
เฉินห่าวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหลังจากเดินไปหน้าร้านเพื่อถ่ายรูปรถหรูที่วิ่งมาจอดพร้อมกับถ่ายบอดี้การ์ดของคุณหนูหลี่อิงไม่ให้เห็นหน้า จากนั้นจึงเข้าไปในโปรไฟล์เพื่ออัพโหลดรูปภาพเตรียมตัวสำหรับการโต้กลับข่าวที่ทำให้เขาเสียหาย ทันทีที่อัพโหลดภาพลงไปเขาก็กลับเข้าไปในกลุ่มเขต X การกลับมาในครั้งนี้เขาไม่ได้โพสต์ข้อความเพราะรู้ว่าจะต้องถูกลบออกไปอีก ครั้งนี้เขาเปลี่ยนแผนทักข้อความคนที่กำลังด่าเขาทีละคนพร้อมกับโพสต์รูปรถหรูและบอดี้การ์ดเพื่อแสดงให้เห็นว่าร้านของเขาปลอดภัย มีตระกูลใหญ่ของเขตมาใช้งาน
“ หุหุ อยากเห็นสีหน้าพ่อบ้านจัง ถ้าหากมันรู้ว่าคุณหนูหลี่อิงอยู่นี่มันจะทำยังไงนะ โฮ๊ะโฮ๊ะ ”
ดวงตาทั้งสองมองเข้าไปในร้าน บอดี้การ์ดใไม่น้อยเมื่อเห็นว่าคุณหนูกำลังกรีดร้องด้วยท่าทางทรมาน ถึงแม้จะไม่ได้ล้มลงไปนอนดิ้นบนพื้นเหมือนเ้าหน้าที่หยาง ปากที่อ้ากว้างเพื่อกรีดร้องทำให้รู้ว่ามันเ็ปจนถึงที่สุด ทว่าเขากลับเห็นสายตาที่ส่งมาให้จึงยืนรออยู่ด้านนอกพลางเหลือบตามองเป็ระยะๆด้วยความเป็ห่วง
การใช้ดัมเบลของเ้าหน้าที่หยางทำให้รู้ว่ามันไม่อันตราย แต่สีหน้าของคุณหนูทำให้เขาอดเป็ห่วงไม่ได้