หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 30 ไสยศาสตร์
"เช่นนั้น ข้าขอถามคำถามสุดท้ายว่า พี่ชายข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านป้าเฟินไม่อยู่บ้านในวันนั้นเ้าคะ"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ สองแม่ลูกถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก บ้านของตระกูลเฟินกับตระกูลหลี่อยู่ไกลกันพอสมควร หากบอกว่าเพราะหลี่เอ้อเห็นว่าเฟินซื่อไม่อยู่จึงแอบเข้าไปที่บ้านตระกูลเฟินคงเป็ไปไม่ได้
แล้วเช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรกันล่ะ จะบอกว่าเฟินเพ่ยเป็คนบอก แล้วจะเรียกว่าถูกข่มเหงรังแกได้อย่างไร ทั้งสองพยายามคิดจนหัวจะแตกแต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่สมเหตุสมผลได้
"พวกเ้า พวกเ้าจะไม่รับผิดชอบใช่หรือไม่ ถึงได้หาเื่อื่นมาเฉไฉเช่นนี้ เฮอะ"
"ใครกันแน่ที่เฉไฉ หากตอบเื่ที่ถามไม่ได้ แสดงว่าพวกท่านโกหก ใช่หรือไม่เ้าคะ"
เฟินซื่อถึงกับสะอึกพูดอะไรไม่ออกไปอีกครั้ง นางมองไปที่บุตรสาวก่อนจะหันไปทางผู้นำหมู่บ้านหมายจะเอ่ยปากขอความเห็นใจ แต่เป่าเปาไม่ให้โอกาสนั้นกับตระกูลเฟิน นางเอ่ยดักขึ้นก่อนว่า
"ตอบไม่ได้แสดงว่าพี่ชายข้าไม่ได้ทำอะไร พี่สาวคนนี้ เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกท่านโกหก!!"
นางหยุดพักไปนิดหนึ่ง หันไปทางผู้นำหมู่บ้านและผู้าุโ ก่อนจะเอ่ยคำที่เฟินซื่อเคยเอ่ยก่อนหน้านี้ว่า
"พวกท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับพี่ชายรองของข้าด้วยนะเ้าคะ"
ผู้นำหมู่บ้านและเหล่าผู้าุโมองไปทางเฟินซื่อด้วยสีหน้าไม่ดีนัก พวกเขาไม่คิดว่าจะมีคนกล้านำเื่เสียๆ หายๆ ของบุตรสาวมาโกหกต่อหน้าสาธารณชน จนทำให้พวกเขาคิดว่าตระกูลหลี่เป็ฝ่ายผิดจริง จึงพาชาวบ้านช่วยกันมาเป็สักขีพยานแบบนี้
"เฟินซื่อ เ้ากล้าดีอย่างไรนำชื่อเสียงบุตรสาวตัวเองมาทำเื่ไร้ยางอายแบบนี้!!"
ผู้นำหมู่บ้านตวาดใส่เฟินซื่อโดยไม่ไว้หน้า ก่อนจะหันไปขอโทษตระกูลหลี่ที่ไม่ตรวจสอบเื่ราวให้ดีเสียก่อน เขาตั้งใจว่ากลับไปบ้านแล้วจะกลับมาขอโทษที่ตระกูลหลี่อีกครั้งเพื่อแสดงความจริงใจ ทั้งยังบังคับให้สองแม่ลูกขอขมาที่มาทำให้ตระกูลหลี่วุ่นวาย
แม้เฟินซื่อจะไม่ยินยอมแต่นางก็ไม่กล้าขัดผู้นำหมู่บ้าน เฟินเพ่ยเองรู้สึกอับอายจนไม่กล้าโต้แย้ง ทั้งสองรีบเอ่ยขอขมาก่อนจะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวเด็กน้อยเ้าปัญหาอย่างเป่าเปาจะทักท้วงอะไรจนพวกนางต้องเสียเปรียบ
เฟินเพ่ยส่งสายตาน่าสงสารไปทางหลี่เอ้อ หวังให้อีกฝ่ายเห็นใจ แต่เสียดายที่บุปผามีใจ ธาราไร้ไมตรี ดังนั้นนางจึงหันหน้ากลับไปด้วยความผิดหวัง
แต่เป่าเปากลับไม่ได้สนใจสองแม่ลูกตระกูลเฟิน ปล่อยให้พวกเขาจากไปไม่ได้โต้แย้ง เพราะมีสิ่งที่นางสนใจมากกว่า
เมื่อเื่ราวจบลงชาวบ้านต่างแยกย้ายกัน เป่าเปาที่กำลังรอเวลานี้หันไปหาพี่ชายคนรอง หลี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเท้าสะเอว เอ่ยถามขึ้นว่า
"หญิงสาวตระกูลใดกันที่ได้ใจพี่ชายของข้าไปหรือเ้าคะ"
หลี่เอ้อพี่ชายคนรองที่กำลังสบายใจเพราะไม่ตกเป็จำเลย กลับต้องมาสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำถามของน้องสาวคนเล็ก
"เป็เด็กเป็เล็ก มายุ่งอะไรกับเื่ผู้ใหญ่กัน"
"ข้าก็ว่าจะช่วยให้พี่สมหวังกับคุณหนูซูเสียหน่อย เฮอะ ไม่ยุ่งก็ได้"
"!?!"
กล่าวจบเป่าเปาก็สะบัดหน้า เดินก้าวไปหามารดา ปล่อยให้พี่ชายรองยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น เขาไม่เคยพูดเื่นี้กับใครแม้แต่คนเดียว แล้วน้องสาวของเขารู้ได้อย่างไร? จะบอกว่านางเดาสุ่มก็คงเป็ไปได้ยาก คนในเมืองทังโจวมีเป็ร้อยเป็พันตระกูล เหตุใดถึงเอ่ยตระกูลซูได้กันล่ะ
หลี่เอ้ออยากจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ แค่เป่าเปาไม่ให้โอกาส นางไปช่วยมารดาทำอาหารและอยู่ตัวติดกับมารดาตลอดเวลา จนหลี่เอ้อจนใจ ไม่ถามอะไรเป่าเปาขึ้นอีก
หลายวันต่อมามีข่าวเฟินเพ่ยถูกมารดาไล่ออกจากบ้าน เพราะจับได้ว่าแอบได้เสียกับบุรุษที่มีภรรยาอยู่แล้ว ทำให้ผู้คนตระกูลหลี่ที่ได้ยินข่าวถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้คนแบบนั้นมาเป็สะใภ้คนรอง
เฮ้ออ~
--------
ณ จวนเ้าเมือง
บุรุษสองคนกำลังนั่งเดินหมากอยู่ในห้องหนังสือ ฝ่ายดำกำลังได้เปรียบอยู่มาก ทำให้ฝ่ายขาวต้องใช้เวลาครุ่นคิดเป็พิเศษ
"เพราะวิธีคัดเลือกของเ้าเมืองทังโจว ทำให้แผนที่วางไว้ผิดพลาดไปหมด"
"ใช่ขอรับ จริงๆ แล้วข้าคิดว่าด้วยหน้าตาและท่าทางของแม่นางต้าหนี่ น่าจะดึงดูดผู้คนส่วนใหญ่ให้หันมาเลือกนางได้ ช่างน่าเสียดายจริงๆ"
ทั้งสองยังคงใช้ความคิดในการเดินหมาก แต่ปากยังขยับพูดคุยถึงเื่ในเมือง
"แล้วเ้าหนุ่มนั่นยอมรับข้อเสนอเราหรือไม่"
"ยังไม่แน่ชัดขอรับ ข้ากำลังรอดูท่าทีของเขาอยู่"
"หากไม่ยอมก็จัดการตามที่เคยทำก็แล้วกัน"
"ขอรับท่านเสนาบดี"
หมากขาวตัวสุดท้ายวางลงบนกระดาน แล้วลุกเดินจากไปราวกับผู้ชนะ แต่ในความเป็จริงหมากดำชนะอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ใต้เท้าจ้ง งุงงงกับท่าทางของผู้เป็นายก่อนจะยอมรับความพ่ายแพ้ไปแบบงงๆ
เขาคือใต้เท้าจ้งผู้รักษาการในตำแหน่งเ้าเมืองทังโจว เมื่อสิบปีก่อนเขาสอบไม่ติดหนึ่งในสิบของจิ้นซื่อ แต่เป็ตระกูลไป๋ที่หยิบยื่นโอกาสดีๆ มาให้ ทำให้เขาได้เข้ารับราชการ และกลายเป็ขุนนางท้องถิ่น
ต่อมาเมื่อเ้าเมืองทังโจวเกิดาเ็ ทำให้เขาถูกผลักดันให้มารักษาการตำแหน่งเ้าเมืองทังโจว ซึ่งเป็ตำแหน่งสูงสุดของขุนนางท้องถิ่น
งานแรกที่เขาได้รับมาจากตระกูลไป๋คือเกณฑ์คนในเมืองไปช่วยขุดเหมืองแร่ เพราะตอนนี้ทางตระกูลไป๋มีความ้าใช้เป็จำนวนมาก
ดังนั้นใต้เท้าจ้งจึงให้คนไปติดประกาศเื่เกณฑ์แรงงาน ซึ่งอีกไม่กี่วันจะเป็วันครบกำหนดออกเดินทาง แม้จะบอกว่าทุกครอบครัวแต่ก็มีบางครอบครัวติดต่อเข้ามาติดสินบนเพื่อลบชื่อบุตรหลานออก เขาก็ทำเป็หลับตาบ้างลืมตาบ้าง และทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป
-------
ทางด้านเป่าเปา หลังเื่วุ่นๆ ที่บ้านผ่านไป ไม่นานก็ต้องเลี้ยงส่งพี่ชายคนรองไปอยู่ที่เหมือง
"พี่ชายรอง ขอให้ท่านปลอดภัยกลับมานะขอรับ"
จิ้นอันเอ่ยขึ้นพร้อมยกจอกน้ำชาคารวะอีกฝ่าย หลี่เอ้อลูกชายคนรองก็ตอบรับกลับอย่างอารมณ์ดีว่า
"ขอบใจมากน้องชาย แล้วข้าจะซื้อของมาฝากเ้า"
เหล่าบุรุษคนอื่นๆ ในตระกูลที่ได้ยืนต่างหันมองไปทางหลี่เอ้อด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ พี่ชายรอง? น้องชาย? คำเรียกขานสนิทสนมแบบนี้ออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าหวงน้องสาวมากที่สุดได้อย่างไร
หลี่ซื่อน้องชายสี่ที่ทนความสงสัยไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นว่า
"พี่รองไปญาติดีกับเ้าหนุ่มหน้าขาวนี่ตอนไหนกันขอรับ?"
"ญาติดีอะไรกัน ข้าก็เป็ของข้าแบบนี้มาตั้งนานแล้ว"
หลี่ซื่อที่ได้ฟังคำตอบก็อ้าปากค้าง คิดอยากจะถามคำถามออกมา แต่ก็ไม่รู้จะพูดสิ่งใด ก่อนหน้านี้เป็แบบนี้จริงๆ หรือ เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่กันนะ
คนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกับหลี่ซื่อน้องชายคนที่สี่ สงสัยเ้าหนุ่มคนนั้นต้องทำคุณไสยมนต์ดำ เล่นไสยศาสตร์กับหลี่เอ้อแน่ๆ
ดังนั้นในคืนหลังจากงานเลี้ยงส่งจบลง หลี่ชุนผู้เป็พ่อจึงแอบย่องไปขณะที่ทุกคนกำลังหลับ หมายจะหาของมาแก้คุณไสยมนต์ดำให้บุตรชาย แต่กลับมีเสียงภรรยาสุดที่รักดังขึ้นที่ด้านหลัง
"คิดจะออกไปไหนดึกๆ ดื่นๆ ห๊ะ!!"
"ข้า...ข้าถูกข้าศึกบุกจะไปทำธุระสักหน่อยจ้า"
"ข้าศึกบุกแล้วเหตุใดถึงเดินไปทางนั้น คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเ้าจะไปไหน??"
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไปหากิ่งก่ำเช่ามาแก้คุณไสยมนต์ดำที่ติดตัวเ้ารองอยู่"
"คุณไสยบ้าบออะไรกัน หน็อยยยย พูดจาไม่รู้เอง คิดจะหนีไปเที่ยวหอนางโลมล่ะสิ เฮอะ ตายซะเถอะ"
และแล้วหลี่ชุนผู้เป็พ่อก็ไม่ได้แก้มนต์ดำให้บุตรชายอย่างที่คิด แถมยังโดนไล่ตียันเช้าอีกต่างหาก
แท้ที่จริงแล้วหลี่เอ้อไม่ได้ถูกคุณไสยมนต์ดำใดๆ เพียงแต่จิ้นอันช่วยพูดกับเป่าเปาให้นางไม่ขี่คอเขาตลอดเวลาที่นั่งเรียนหนังสือ เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการเรียน ทำให้หลี่เอ้อซาบซึ้งใจและนับถือจิ้นอันเป็น้องชายคนหนึ่งั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งครอบครัวยกเว้นหลี่กังผู้เป็อา พากันไปส่งหลี่เอ้อลูกชายคนรองถึงเมืองทังโจว เป่าเปายังคงขี่คอพี่ชายรองมาจนถึงที่หมาย นางลองสำรวจดูแล้วพบว่าร่างกายของพี่ชายรองน่าจะพร้อมรับงานแบกหามในเหมืองได้แล้ว ทำให้นางรู้สึกวางใจ
แม้นางจะไม่ใช่เป่าเปาั้แ่แรก แต่ความรู้สึกและความทรงจำของเป่าเปายังคงอยู่ในตัวของนาง ความผูกพันกับทุกคนในครอบครัวจึงไม่ต่างกับเป่าเปาคนก่อน ดังนั้นนางจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนในครอบครัวของนางได้แม้แต่คนเดียว
"พี่รอง กลับมาเร็วๆ นะเ้าคะ ข้ารอขี่คอพี่อยู่"
เอิ่ม...น้องเล็กเ้าพูดแบบนี้แล้วมันน่ากลับมาไหมล่ะเนี่ย หลี่เอ้อได้แต่คิดในใจ... เฮ้อ